ภายในห้องของโรงแรมโฮเรซเชียล่ากำลังยิ้มอยู่กับโทรศัพท์ในมือ..
“ค่ะ..นั่นละค่ะที่หนูพูดถึงค่ะแม่” และเธอก็ทวนประโยคเดิมที่ได้พูดไปแล้วเมื่อครู่ “แบรดกับหนูแต่งงานกันเมื่อยี่สิบนาทีที่แล้วนี่เองโดยเ้าหน้าที่ของสำนักซีวิล รีจิสตรี้ช่วยจัดการให้ค่ะ”
แบรดยืนอยู่เคียงข้างโอบแขนไว้รอบไหล่ในท่าที่แสดงความเป็เ้าของเชียล่าสางยิ้มให้สามีเ้าเสน่ห์ของเธอ ััของเขาช่างอบอุ่นยิ่งนักมันช่วยบำบัดความรู้สึกสับสนเ็าที่เกิดกับเธอมาตลอดทั้งวันให้มลายหายสิ้นไปได้ซึ่งแม้จะได้คิดทบทวนอย่างดีแล้วแต่คำพูดที่พูดออกมาก็ยังฟังเหมือนมีแต่ความโง่เขลาเบาปัญญาอยู่นั่นเอง
“อย่าเสียใจนะคะแม่ แบรดกับหนูจะมีความสุขแน่นอนเราจะอยู่ฮันนีมูนที่ฮัวเรซนี่สักสองวัน หลังจากนั้นเราก็จะกลับบ้านเรารักกันมากเกินกว่าจะคอยต่อไปค่ะ”
หลังจากที่อธิบายให้มารดาเข้าใจเรียบร้อยแล้วเธอก็หันเข้าสู่อ้อมแขนของแบรด และเขาก็รีบโอบร่างเธอไว้สูดซับความหอมบนเรือนผมที่สลวยปรกอยู่กับหน้าผาก
“แม่คุณโมโหหรือเปล่า?”
“ไม่หรอกค่ะ” เชียล่าตอบขณะก้มลงพิจารณาแหวนทองคำเรียบๆบนนิ้วนาง “ก็ไม่ได้ต่อว่าต่อขานอะไรมากนักหรอกเพียงแต่ผิดหวังจนพูดไม่ออกที่เราไม่บอกท่านก่อนเท่านั้น
“ผมดีใจด้วยนะ” แบรดเอนตัวอ่านความรู้สึกในสีหน้าของเธออยู่“ผมดีใจกับคุณด้วยจริงๆ” เขาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำพูดว่า..เขากำลังดีใจกับตัวเอง..
“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอคล้อยตามก่อนที่เขาจะก้มลงจูบ
“สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือ..” เขาจูบลงตรงมุมปาก “ลงไปที่ห้องอาหารของโรงแรมดื่มมาการิต้นกันสองแก้ว เพื่อเป็การเลี้ยงฉลองวันแต่งงานของเรา หลังจากนั้นก็ออกไปที่ร้านอาหารมื้อค่ำวันนี้จะต้องประทับใจที่สุด เราจะกินกันภายใต้แสงเทียน สั่งอาหารดีๆ แพงๆมากินให้อร่อยสักหน่อย ผมสังเกตเห็นว่าวันนี้คุณกลืนอะไรแทบไม่ลงเลยนะตอนกินกลางวันวันนี้ แล้วผมก็ไม่อยากเห็นคุณเป็ลมเพราะความหิวในคืนนี้หรอกนะครับคุณนายทาวน์เซน”
“นั่นชื่อฉันใช่ไหมคะ..มิสซิสทาวเซน?” เชียล่าตอบรับด้วยน้ำเสียงเปี่ยมปลื้ม “ฉันจะต้องทำตัวให้คุ้นชินกับชื่อใหม่นี้ให้ได้”
ดีแล้วละ”เขาทำเสียงล้อกระด้างๆ รัดตัวเธอเข้ามาแนบร่างแน่นๆอีกครั้งก่อนจะปล่อยออก “เติมลิปสติกเสียก่อนเราจะได้ลงไปข้างล่าง”เขาตบเบาๆ ลงตรงสะโพกขณะเชียล่ารีบทำตามคำสั่ง “อ้อ..เดี๋ยวก่อน” แบรดทำหน้าเศร้า “กระเป๋าผมเบาโหวงเลย ถ้าคุณไม่อยากเห็นผมต้องใช้คืนแต่งงานของเราไปช่วยล้างจานเพื่อเป็ค่าดินเนอคืนนี้ผมอยากจะถือเงินที่คุณถอนมาจากบัญชีเอามาไว้ที่ผมทั้งหมดก็แล้วกันมันดูไม่เข้าท่าหรอกที่จะเปิดโอกาสให้ใครมาฉกกระเป๋าของคุณไป”
เชียล่าเดินตรงไปที่กระจกเงาเติมสีสตรอเบอรี่ลงบนเรียวปากภาพของแบรดสะท้อนเงาอยู่ตรงมุมกระจกบานนั้นเธอมองดูเขาเปิดซองธนบัตรและเริ่มลงมือนับอย่างตั้งใจ
เชียล่าอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นกิริยาท่าทางของเขา
“ทั้งหมดนั่นหนึ่งหมื่นแน่ค่ะ” เธอเอ่ยออกไปราวจะให้ความมั่นใจกับเขา
“คุณว่าอะไรนะ?” สายตาที่ว่างเปล่ามองตอบเธออยู่ในกระจก
“ฉันหวังว่าคุณจะไม่ตั้งอกตั้งใจนับมันทั้งหมดหรอกนะคะ”ลิปสติกเปื้อนเป็รอยอยู่ตรงริมฝีปาก เธอจึงเช็ดมันออก “ฉันหิวแล้วด้วย”
“ไม่หรอก..เอ้อ..ไม่จำเป็..” เขาตอบอย่างลุกลน ค่อยๆ ถอยห่างจากกระจกเงา
ความสนใจของเขากลับไปอยู่ที่ฟ่อนเงินที่ถืออยู่ในมือในลักษณะที่เหมือนคนถูกสะกดจิตเขาลงมือนับมันอีกครั้ง เชียล่ายิ้มให้กับตัวเองด้วยความเข้าใจดีที่สุดในการกระทำเช่นนี้ของแบรด เพราะถ้าจะว่าไปแล้วมันก็เป็เงินจำนวนมากเกินกว่าที่เขาเคยพบเห็นมาดวงตาของเธอเลื่อนไปจับอยู่ที่มือของเขาออกจะไม่สบายใจนักเมื่อเห็นท่าทางที่เขาจับเงินฟ่อนนั้นไว้เชียล่าจึงหันไปมองหน้าเขาอีกครั้ง
แบรดเงยหน้าขึ้นพอดี เขารีบยัดเงินทั้งฟ่อนลงในกระเป๋ากางเกงสีหน้าที่แสดงออกถึงความเปรมปลื้มจางหาย ขณะนี้เขากำลังยิ้มให้เธอเหมือนเดิม
“คุณสวยมากทีเดียว เชียล่า” เขาเสพูดไปอีกทางหนึ่ง
ความคิดคำนึงของเธออาจจะก่อให้เกิดภาพลวงตาขึ้นกระมัง..?
“ฉันดีใจค่ะ ที่คุณคิดอย่างนั้น” เธอตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “เราจะไปกันหรือยังล่ะคะ?”
หลังจากมาการิต้าลงไปอยู่ในกระเพาะถึงสองแก้วแล้วเชียล่าก็เริ่มรู้สึกสมองเบา ส่วนแบรดนั้นสั่งเพิ่มอีกสองเท่าท่าทางไม่ได้รู้สึกอะไรเลย และถ้าจะพูดกันตามจริงขณะนี้ดูเหมือนตัวเขาจะพองขยายตามจำนวนการจิบตากิล่าลงในแต่ละจิบอีกด้วย
เขาสั่งแก้วที่ห้า ดึงเงินออกมาทิปบริกรเป็ปึกอย่างใจป้ำซึ่งทำให้เชียล่าเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ที่เห็นเขาเปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนี้
“ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคุณดื่มจัดขนาดนี้” เธอบังคับตัวเองให้พูดออกมาอย่างสุภาพ
“ก็คนเรามันแต่งงานกันได้ทุกวันเมื่อไหร่เล่า?”เขาสวนคำตอบออกมาทันที รอยยิ้มที่เกิดขึ้นบอกความไม่พอใจอยู่มาก “โอกาสอย่างนี้มันก็ต้องฉลองกันหน่อยสิ” เขายกแก้วเย็นเฉียบขึ้นจรดริมฝีปาก
ภายในห้องอาหารของโรงแรมเชียล่าถึงกับต้องก้มหน้าด้วยความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในเมื่อเห็นแบรดให้ทิปบริกรสาวเขาดื่มมาการิต้าแก้วที่หกขณะที่กำลังดูรายการอาหารอยู่ เชียล่าสั่งไวน์กับอาหารแต่แบรดกลับสั่งเหล้าแพงที่สุดในห้องอาหารแห่งนั้น
ขณะที่รับประทานอาหารอยู่นักกีต้าสองคนก็เดินเข้ามาร้องเพลงพร้อมกับเล่นกีต้าให้ฟังแบรดรีบล้วงมือลงในกระเป๋าดึงเงินออกมาทันทีเลือกธนบัตรราคาแพงที่สุดตบรางวัลให้นักดนตรีสองคนนั้นโดยไม่ได้สนใจในค่าของเงินเลย
เมื่อนักดนตรีถอยห่างจากโต๊ะแล้วเชียล่าก็เตือนเขาอย่างสุภาพเื่การใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยทันที
“คุณไม่จำเป็ต้องแสดงความเมตตาถึงขนาดนั้นก็ได้นะคะแบรด”
“ผมกำลังมีความสุข” เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ“แล้วผมก็ต้องเห็นทุกคนมีความสุขด้วย” เขายกแก้วเหล้าขึ้นในท่าดื่มอวยพร“แด่คุณ..เชียล่า และสำหรับอนาคตที่แสนสดใสของเรา..”
เธอฝืนยิ้มขณะยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปากเหล้านั้นมีรสค่อนข้างเปรี้ยวไม่ได้อร่อยอะไรเลยแต่ขณะนี้เธอกำลังพยายามที่จะขับไล่ความหวาดหวั่นที่กำลังรุกไล่เข้ามาในตัวรวมทั้งคำพูดของพ่อที่เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า..แบรดเป็คนหิวเงิน..ท่าทางของแบรดกำลังมีความสุขอย่างแท้จริงเธอพยายามคิดถึงหลักความจริงที่ว่า การที่เขามีความสุขอย่างนี้เป็เพราะอิทธิพลของเงินก้อนใหญ่ในกระเป๋าของเขานั้นเอง
เมื่อบริกรเลื่อนจานอาหารออก แบรดก็ถามเชียล่าทันที
“คุณจะดื่มบรั่นดีกับกาแฟไหม?”
“ไม่ค่ะ” เธอปฏิเสธไม่อาจปิดบังอารมณ์ไว้ได้ “ฉันไม่อยากเห็นคุณดื่มมากขนาดนี้เลยนะแบรด”
“แต่ผมไม่ได้เมาะ” สายตาของเขาเครียดเขม็งใส่เธอทันทีแต่แล้วรอยยิ้มที่เหมือนจะเข้าใจก็ฉาบขึ้นบนใบหน้าอาบเสน่ห์ของเขา “อา..ใช่สิ..คืนนี้มันเป็คืนแต่งงานของเรานี่”
และแล้วเขาก็พูดต่ออย่างไร้มรรยาทและด้วยเสียงอันดังว่า
“อา..เ้าสาวผู้แสนบริสุทธิ์ของผมถึงกับเืพรหมจารีขึ้นหน้าเชียวนะ”เมื่อพูดจบแบรดก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
“โธ่ แบรด..ได้โปรดเถอะ” เชียล่ารู้สึกโกรธขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้อยากจะให้เขาลดเสียงลงให้มากกว่านี้
แต่แบรดกลับยักไหล่..
“ขอโทษด้วยที่รัก” แต่น้ำเสียงที่พูดไม่ได้บอกความเสียใจแม้แต่น้อย
บริกรเดินกลับมา เชียล่าแทบจะถอนหายใจออกมาดังๆเมื่อแบรดสั่งให้เช็กบิลแทนการสั่งบรั่นดีกับกาแฟแต่แม้กระนั้นเขาก็ยังทิปอย่างมากมายเกินจำเป็ตอนจ่ายเงินและเชียล่าก็แสร้งคิดเสียว่ามันไม่มีความหมายอะไรเลย