ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 10 ออกเดินทาง
“เ้าสองคนคงสงสัยสินะว่าทำไมข้าถึงให้พวกเ้าอยู่ก่อน”
มาคัสจ้องมองคู่สามีภรรยาทั้งสองคน
“จริงๆ แล้วบรรพบุรุษยังมีอีกอย่างที่มอบให้แก่ข้ามา ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับธุรกิจของตระกูลเรา”
“คาเบโร่ เ้าดูแลธุรกิจสมุนไพรเป็หลักใช่ไหม? คงไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าข้าจะขอให้ภรรยาเ้ามาช่วยในธุรกิจนี้ด้วย เพราะเห็นทีเ้าจะทำทั้งหมดไม่ไหว ส่วนลูกชายของพวกเ้าก็ฝากมาธาร์ไว้ก็ได้ตอนที่ออกไปทำธุระด้านนอก นางชอบดูแลคนอื่นๆ อยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจไป”
สองสามีภรรยาฟังคำพูดของหัวหน้าตระกูลเสร็จ ต่างก็มองหน้ากันเอง ไม่แน่ใจว่ามาคัสจะมอบหมายงานอะไรมาให้กันแน่
“รับไปสิ” มาคัสยื่นกระดาษสองสามแผ่นไปให้คาเบโร่
“ทั้งหมดนั่นเป็แปลนธุรกิจใหม่ที่ข้าอยากฝากให้ซายาโกะช่วยดูแลหน่อย คงไม่มากเกินไปใช่หรือไม่?”
คาเบโร่รับแผ่นกระดาษมาดูคร่าวๆ ไม่นานเขาก็เบิกตากว้าง
อย่ามองแค่ว่ามันเป็เพียงกระดาษไม่กี่แผ่น นี่เป็แปลนธุรกิจและสูตรยาที่สามารถเปลี่ยนกระแสธุรกิจของภูมิภาคนี้ได้ไม่ยากเลย
ปกติยาที่ใช้รักษาในปัจจุบันจะเป็ของที่ผู้คนได้มาจากการเข้าไปในดันเจี้ยน หรือไม่ก็เป็สูตรการทำโพชั่นที่ได้มาจากดันเจี้ยน ทั้งหมดล้วนเป็ยารักษาชนิดน้ำทั้งนั้น ซึ่งจำเป็ต้องเก็บไว้ภายในบรรจุภัณฑ์ที่เทอะทะ พกพาไม่สะดวก เปลืองพื้นที่จัดเก็บ
แต่กับสูตรโอสถรักษาในมือของคาเบโร่ตอนนี้ มันเป็ยารักษาชนิดเม็ด เม็ดนึงมีขนาดเล็กเท่าเล็บมือเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพกลับเทียบเท่าโพชั่นหนึ่งขวด
นึกภาพเวลาพกขวดโอสถเม็ดไปเพียงขวดเดียว แต่สามารถรักษาอาการาเ็ได้เป็สิบๆ ครั้ง มันจะไม่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าโพชั่นชนิดน้ำไปมากโขหรอกหรือ
รวมถึงส่วนผสมของเม็ดยาเหล่านี้ก็ไม่ใช่ของหายาก แต่เมื่อผ่านกระบวนการจำเพาะกลับสามารถรีดเค้นสรรพคุณของมันออกมาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย จะไม่ให้คาเบโร่ใได้อย่างไร
ภรรยาที่นั่งมองอยู่ด้านข้างถึงกับหายใจถี่หอบ นี่ตนได้รับมอบหมายสิ่งสำคัญเช่นนี้เชียวหรือ!
“นี่มันออกจะมากไป....” ซายาโกะก้มหน้าลงกล่าวออกด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจ เธอเป็สะใภ้ตระกูลพีไรซ์มาก็นานแล้ว แต่ไม่เคยได้รับหน้าที่สำคัญมาก่อนเลย นี่จะให้ะโข้ามขั้นมารับหน้าที่ที่อาจจะเป็ธุรกิจหลักของตระกูลเลยหรือ?......เธอไม่มั่นใจจริงๆ
“ภรรยาของข้าทำได้แน่! ขอบคุณหัวหน้าตระกูลที่ส่งเสริม!” คาเบโร่รีบพูดออกไปด้วยความตื่นเต้น ภรรยาของตนเองได้รับมอบหน้าที่สำคัญขนาดนี้ คนเป็สามีไฉนจึงจะไม่ส่งเสริมเล่า?
“รีบขอบคุณหัวหน้าตระกูลเร็วเข้า!” คาเบโร่หันมาบอกภรรยาของตน
“แต่......” ซายาโกะอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ต้องยอมรับ “ขอบคุณหัวหน้าตระกูลที่ไว้วางใจข้า!”
แม้จะมีความกลัวเล็กน้อยอยู่ภายในใจ แต่นี่เป็โอกาสที่ไม่ใช่จะหาได้บ่อยๆ ในเมื่อหัวหน้าตระกูลไว้ใจมอบหมายหน้าที่สำคัญมาให้เธอ เธอก็จะไม่ทำให้เขาผิดหวัง
“ดี! ต่อไปนี้เื่การศึกษาสูตรยาและการทำการค้าเกี่ยวกับโอสถรักษาจะอยู่ภายใต้อำนาจของเ้าทั้งหมด มีอะไรติดขัดให้ปรึกษาคาเบโร่ ถ้าเป็เื่ธุรกิจ สามีของเ้าไม่เป็สองรองใครอย่างแน่นอน”
“ทั้งหมดที่ข้าอยากจะบอกก็มีเท่านี้ พวกเ้าไปได้แล้วล่ะ อ้อ หลังจากแยกไปแล้ว ข้าฝากเ้าไปแจ้งท่านเ้าเมืองหน่อยว่า่บ่ายตระกูลพีไรซ์จะนำรถยนต์ออกจากเมือง”
มาคัสหันไปพูดกับคาเบโร่เป็การส่วนตัว
ซึ่งคนรับสารเองก็พยักหน้า ตกปากรับคำว่าจะเป็ธุระให้
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็แยกย้าย
มาคัสกลับห้องของตนเพื่อชำระล้างร่างกาย เตรียมของทุกอย่างที่จำเป็ในการเดินทาง สวมใส่เกราะหนังเกล็ดโลหะ และคล้องเครื่องรางป้องกันภัยไว้รอบคอ
อุปกรณ์ที่ได้รับจากบรรพชนทำให้เขารู้สึกมั่นใจกับการเดินทางครั้งนี้มากขึ้น ภายในใจก็คิดว่าจะพาทั้งห้าคนที่ต้องเดินทางไกลไปเคารพบรรพชนก่อนที่จะออกจากตระกูลเสียหน่อย
.
.
.
[ได้รับแต้มระบบ 85 แต้ม]
[ได้รับแต้มระบบ 57 แต้ม]
[ได้รับแต้มระบบ 50 แต้ม]
[ได้รับแต้มระบบ 45 แต้ม]
[ได้รับแต้มระบบ 48 แต้ม]
เสียงจากระบบดังขึ้นอย่างต่อเนื่องข้างหูของจิน สายตาจ้องมองสมาชิกตระกูลทั้งห้าคนที่กำลังบูชาแผ่นป้ายด้านหลังของตนด้วยความเคารพจากใจจริง
ทั้งห้าเป็คนที่จะเดินทางไปตามหาสมาชิกตระกูลผู้สาบสูญ ตามข่าวที่ได้รับจากแอนวาส พ่อค้าจากสมาคมการค้า
หลังจากเคารพบรรพชนเรียบร้อยทั้งห้าก็เดินไปที่ลานกว้างซึ่งติดกับประตูรั้วบานใหญ่ บรรพบุรุษอย่างจินก็เดินตามไปส่งด้วยเช่นกัน
ตรงกลางลานมีรถสีสนิมคันใหญ่ สภาพดูเก่ามาก แต่ก็รู้ว่าได้รับการดูแลอย่างดี
ปกติครอบครัวทั่วไปในยุคสมัยนี้จะไม่มีรถยนต์ใช้กัน ยิ่งเป็ในเมืองเล็กๆ เช่นนี้แล้ว นับรถยนต์ทั่วทั้งเมืองอาจจะมีไม่ถึงสิบคัน
นั่นเป็เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ค่อนข้างหายาก พลังงานที่ใช่ขับเคลื่อนก็มีราคาแพง การทำนุบำรุงก็มีค่าใช้จ่ายสูง ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย สภาพแวดล้อมเลวร้ายด้านนอกมีโอกาสสร้างความสึกหรอให้เครื่องยนต์และอุปกรณ์เป็อย่างมาก
แต่ตระกูลพีไรซ์มี! และเป็รูปแบบที่ใช้วิ่งในแดนรกร้างถิ่นทุรกันดารได้เป็อย่างดี แม้จะเก่าไปบ้างเพราะเป็ของตกทอดมาจาก่ที่ตระกูลเคยรุ่งเรืองกว่านี้ ทว่าการมีมันอยู่สักคันก็ไม่ได้น้อยหน้าตระกูลไหนในเมืองเล็กๆ แห่งนี้แล้ว
สมาชิกทั้งห้าคนขนสัมภาระไปเก็บไว้ในรถ เตรียมออกเดินทาง
คนอื่นๆ ในตระกูลต่างก็เดินมาส่ง มาให้กำลังใจกันพร้อมหน้า ผัวเมียกอดร่ำลา พี่น้องบอกลากัน
สุดท้ายทุกคนก็ส่งทั้งห้าคนขึ้นรถ เครื่องยนต์ดังกระหึ่ม เคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วบานใหญ่ที่ข้ารับใช้เปิดเตรียมเอาไว้ก่อนแล้ว
ทุกคนเฝ้ามองรถยนต์คันโตเคลื่อนออกไปจนสุดถนน เตรียมจะออกจากประตูเมืองฝั่งตะวันออกตามที่แจ้งเ้าเมืองเอาไว้
สายตาบางคนก็เต็มไปด้วยความมั่นใจ บางคนก็รู้สึกกังวล แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเข้าก็เชื่อมั่นในตัวหัวหน้าตระกูลและสมาชิกที่เหลือ ทั้งหมดล้วนเป็หัวหอกของตระกูลโดยแท้ อย่างน้อยข่าวคราวเื่ของลูกชายท่านหัวหน้าตระกูลก็ต้องได้ความคืบหน้าอยู่บ้าง
“ข้าจะไปเคารพบรรพชน ขอพรให้พวกเขาปลอดภัยสักหน่อย”
“เป็เื่ที่ดี ก่อนหน้านี้ท่านหัวหน้าตระกูลก็อยากให้เราไปเคารพบรรพชนที่ศาลบรรพชนทุกวันด้วยนี่”
“เอาสิ ข้าไปด้วย”
เมื่อมีคนเริ่มชักชวน คนที่มายืนรอส่งสมาชิกทั้งห้าต่างก็พากันเห็นด้วยไปตามๆ กัน
และนั่นก็เป็เหตุผลที่เย็นวันนั้น จินได้แต้มระบบเพิ่มมาอีกพอสมควร