ทางสายรัก

    บทที่ 5

    เธอไม่คิดว่าตนเองจะรอยู่ได้นานนัก แอ๊กเนส เอครี่ ผู้หญิงที่ชอบสอดรู้สอดเห็นในทุกเรื่องเนื่องจากมีความเชื่อว่าลูกสาวของนางจะได้เป็นเจ้าสาวของหัวหน้าเผ่า เดินวนอยู่รอบปราสาทถึงสองรอบแล้ว เพื่อจะได้รับให้ได้ว่ามันกำลังมีอะไรเกิดขึ้นอยู่ และเพื่อนพ้องของหล่อนก็ดูจะเขยิบใกล้เข้ามาทุกทีแล้วด้วยฟรานเซส แคทเธอรีน เอามือลูบเสื้อผ้าที่สวมใส่ปกคลุมหน้าท้องที่นูนหนั่นออกมา สังเกตเห็นอยู่ว่ามือไม้สั่นระริก แต่แล้วก็บังคับใจตัวเองไว้มิให้แสดงความหวาดหวั่นพร้อมกับระบายลมหายใจออกมาอย่างยืดยาวก่อนหน้านี้เธอไม่เคยแสดงความสงบเสงี่ยม หรือความไม่มั่นใจในตนเองเลย แต่เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ปฏิกิริยาทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นก็เปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นคนเจ้าอารมณ์สามารถจะหลั่งน้ำตาได้ง่ายแม้ในเรื่องเล็กน้อยขณะนี้เธอตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือนแล้ว น้ำหนักของทารกในครรภ์ทำให้การเดินเหินของเธอช้าลงมาก ความคิดอ่านก็ดูจะพลอยช้าตามลงไปด้วย แต่ขณะนี้ความคิดที่วนเวียนอยู่ในสมองก็คือความครุ่นพะวงสงสัยว่าเกรแฮมจะตั้งคำถามอะไรกับเธอบ้างในที่สุดประตูบานคู่ก็เปิดออกและแพทริคก็ก้าวออกมา เธอรู้สึกโล่งใจอย่างที่สุดที่ได้เห็นหน้าสามีในยามนี้ เกือบจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจเสียด้วยซ้ำ สีหน้าของเขาเครียดเคร่ง แต่พอเห็นสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความวิตกกังวลของเธอเข้า เขาก็พยายามฝืนยิ้มออกมา เอื้อมมาจับมือไปกุมไว้บีบแรง ๆ แล้วก็หลิ่วตาให้ ท่าทางที่เขาแสดงออกมาทำให้ฟรานเซส แคทเธอรีน ใจชื้นขึ้นบ้าง“โอ แพทริค...” เธอร้องออกไป “ฉันเสียใจเหลือเกินค่ะที่ทำให้คุณต้องยุ่งยากอย่างนี้”“ที่พูดอย่างนี้หมายความว่าคุณไม่อยากให้ผมรักษาสัญญานั่นอีกต่อไปแล้วงั้นหรือ” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ซึ่งทำให้เธอรักเขาขึ้นมากกว่าเดิมอีกมากมาย“ไม่ใช่นะคะ”“ผมก็ไม่คิดอย่างนั้นเหมือนกัน” เขาหัวเราะออกมาได้แต่ในยามนี้เธอไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะหัวเราะไปกับเขาด้วยได้ อยากรู้แต่เพียงปัญหาที่จะต้องเผชิญเท่านั้น“เขามาถึงหรือยังล่ะ”แพทริครู้ว่า “เขา” ที่เธอพูดถึงนั้นหมายถึงใคร เขามีความรู้สึกว่าฟรานเซส แคทเธอรีน กลัวพี่ชายของเขาอย่างไม่มีเหตุผล อาจจะเป็นเพราะว่าเอียนเป็นหัวหน้าเผ่าที่มีอำนาจสูงสุดก็ได้ แค่นักรบประจำเผ่าอย่างเดียวก็มีจำนวนกว่าสามร้อยคนเข้าไปแล้ว ในตำแหน่งที่เขาดำรงอยู่ จึงเป็นที่เกรงขามของทุกคนไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ตาม“ช่วยตอบฉันก่อนสิคะ” เธออ้อนวอน“ใช่ ที่รัก เขามาถึงแล้ว”“ถ้ายังงั้นเขาก็รู้เรื่องสัญญานั่นแล้วสินะคะ” มันเป็นคำถามที่ออกจะเขลาอยู่สักหน่อย ฟรานเซส แคทเธอรีน ตระหนักความจริงในเรื่องนี้ทันทีที่คำถามนั้นพลั้งออกจากปาก “โอ...ฉันไม่น่าถามเลย ในเมื่อคุณออกมาอย่างนี้ก็แปลว่าเขาจะต้องรู้แล้ว ว่าแต่เขาโมโหเราหรือเปล่าคะ”“สุดที่รัก ไม่ต้องกังวลให้มากไปนักหรอกนะ ผมรับรองว่าทุกสิ่งจะต้องเป็นไปด้วยดี” อีกครั้งหนึ่งที่แพทริคให้คำมั่น ขยับจูงมือให้เดินไปยังประตู แต่หญิงสาวยังขืนตัวไว้“แต่สภาฯ ล่ะแพทริค เขามีปฏิกิริยายังไงมั่งเมื่อรู้เรื่องเข้า”“ก็ยังถกเถียงกันอยู่”“คุณพระช่วย...” เนื้อตัวเธอแข็งขืนขึ้นมาอีกเสียงอุทายของภรรยาบอกให้แพทริครู้ว่าที่จริงเขาไม่ควรบอกเรื่องนี้ให้เธอรับรู้เลย เขาโอบแขนลงรอบไหล่รั้งร่างเข้ามากอด“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ รับรองแล้วไงล่ะว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปด้วยดี” เขากระซิบปลอบโยนอยู่ริมหู “และถึงแม้ว่าผมจะต้องลงทุนเดินเข้าไปในอังกฤษเพื่อรับเพื่อนรักของคุณมาผมก็จะทำ คุณเชื่อใจผมใช่ไหม”“เชื่อสิคะ ฉันเชื่อใจคุณมากทีเดียว ถ้าไม่เชื่อฉันก็คงไม่ยอมแต่งงานกับคุณหรอกค่ะ โอ...แพทริค คุณเข้าใจใช่ไหมคะว่าเรื่องนี้มันมีความสำคัญต่อฉันมาก”เขาจุมพิตลงตรงหน้าผากก่อนจะตอบคำถามนั้น“รู้สิ ว่าแต่คุณจะสัญญาอะไรกับผมสักหน่อยได้ไหมล่ะ”“อะไรก็ได้ค่ะ”“เมื่อเพื่อนรักของคุณมาถึงที่นี่แล้วคุณจะหัวเราะให้ผมได้ยินอีก”“ได้สิคะ” เธอยิ้มให้เขา โอบกอดร่างสามีแรง ๆ ต่างฝ่ายต่างยืนอยู่ในท่านั้นอีกเป็นครู่ และแพทริคก็มิได้เร่งเร้า เนื่องจากต้องการให้เวลาภรรยาเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม สำหรับการเข้าไปเผชิญหน้ากับคณะกรรมการ ฟรานเซส แคทเธอรีน จะต้องจดจำคำพูดไว้ให้แม่นยำเมื่อจะให้เหตุผลต่อที่ประชุมผู้หญิงคนหนึ่งเดินกระเดียดตะกร้าผ้าซักผ่านมา นางหันมายิ้มให้กับสองสามีภรรยาอย่างอบอุ่นแพทริคกับฟรานเซส แคทเธอรีน เป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง เขามีเรือนผมสีดำสนิทขณะที่เธอมีเรือนผมสีอ่อนกว่า แพทริคนั้นสูงถึงหกฟุต แต่ความสูงของภรรยาเพียงแค่คางเขาเท่านั้น แต่ถ้าแพทริคยืนเคียงข้างกับพี่ชายเมื่อใดจึงจะดูต่ำเตี้ยลง เนื่องจากเอียน เมทแลนด์ เป็นบุรุษผู้มีเรือนกายสูงสง่า แต่กระนั้นช่วงไหล่ของแพทริคก็ผึ่งผายมาก ดวงตาเป็นสีเทาเข้มกว่าของเอียนและร่องรอยบาดแผลที่ได้รับจากการศึกบนใบหน้าที่หล่อคมสันนั้นก็น้อยกว่าส่วนฟรานเซส แคทเธอรีน มีเรือนร่างแบบบาง เธอมีดวงตาคู่สีน้ำตาลแสนสวยที่แพทริคถึงกับลงทุนสาบานว่าจะเปลี่ยนเป็นประกายสีทองยามที่เธอหัวเราะเริงร่า เรือนผมของเธอนั้นเป็นประหนึ่งสมบัติอันล้ำค่า มันเป็นสีแดงเข้มลอนระยับยาวลงจนถึงช่วงสะเอวแพทริคหลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็น ในครั้งแรกนั้นเขาประทับใจในรูปโฉมโนมพรรณ แต่หลังจากนั้นเขาก็ยิ่งชื่นชมบูชาในความมีสติปัญญาของเธอ เธอเป็นผู้หญิงที่สามารถผูกใจเขาไว้ได้เสมอมา เสน่ห์อันลึกลับของเธอนั้นเปรียบประหนึ่งมนต์ขลังยิ่งกว่านั้นฟรานเซส แคทเธอรีน ก็ยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี เป็นคนที่มีอารมณ์โรแมนติค ละเอียดลออไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง แม้ในเรื่องของความรักความใคร่และการปรนนิบัติให้เขามีความสุขแพทริคสัมผัสความรู้สึก ยามที่เรือนหายในอ้อมกอดสั่นระริก จึงตัดสินใจว่าควรจะพาเธอเข้าไปข้างในเสียเพื่อให้การตัดสินได้เสร็จสิ้นลงโดยเร็ว ฟรานเซส แคทเธอรีน จะได้เลิกหวาดวิตกเช่นที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้เสียที“เราเข้าไปข้างในกันเถอะนะยอดรัก พวกเขากำลังรอเราอยู่”เธอสุดลมหายใจลึก ผละออกจากอ้อมแขนของเขาและออกเดินทันที แพทริคต้องรีบสืบเท้าก้าวตามเพื่อจะได้เดินเคียงคู่กันเข้าไปในที่สุดทั้งสองก็มาหยุดอยู่ตรงบันไดที่ทอดลงสู่ห้องโถงกว้างเบื้องล่าง และตอนนั้นเองที่เธอเอนร่างเข้าไปหาสามีกระซิบบอกออกมาว่า“สตีเฟนญาติของคุณเล่าให้ฉันฟังว่า เวลาที่เอียนโมโหสีหน้าของเขาสามารถทำให้ใครก็ตามถึงกับหัวใจหยุดเต้นได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องไม่ทำให้เขาโกรธนะแพทริค”เนื่องจากน้ำเสียงของเธอจริงจังเปี่ยมด้วยความวิตกกังวลอย่างมาก แพทริคพยายามกลั้นหัวเราะไว้ แต่กระนั้นรอยยิ้มก็ยังเกลื่อนอยู่บนใบหน้า“ฟรานเซส แคทเธอรีน ผมคิดว่าเราคงจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อกำจัดความกลัวอย่างไร้เหตุผลนี่ให้หมดไปจากคุณเสียทีแล้วละ พี่ชายผมน่ะ...”“เรื่องนั้นน่ะเอาไว้พูดกันทีหลังเถอะค่ะ” เธอขัดขึ้นพร้อมกับจับแขนเขาไว้ “ให้สัญญาฉันก่อนก็แล้วกัน”“ได้สิ” เขาระบายลมหายใจออกมายืดยาว “เราจะไม่ทำให้เอียนโมโหหรอก”มือที่จับแขนเขาไว้แน่นคลายลง แพทริคถึงกับส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในปฏิกิริยาที่เกิดกับภริยาในยามนี้เลย คิดอยู่ในใจว่า เมื่อใดก็ตามที่ความรู้สึกของเธอดีขึ้น เขาจะต้องหาทางทำให้เธอหายกลัวเอียนเสียที ก่อนอื่นเขาจะต้องลากตัวสตีเฟนออกมาแล้วก็ห้ามปรามให้ญาติหนุ่มผู้นั้นเลิกข่มขู่ฟรานเซส แคทเธอรีน ให้เกิดความกลัวอย่างไร้สาระเช่นนี้เสียทีเอียน ดูจะเป็นตำนานที่ทำให้ผู้คนเอาไปเล่าขานต่อเติมกันจนเกินเลยความจริง ปกติแล้วเขาจะไม่พูดจากับผู้หญิงคนไหนทั้งสิ้น นอกเสียจากยามจำเป็นที่จะต้องออกคำสั่ง และท่าทางเครียดเคร่งของเขาก็มักจะทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่าเขาโกรธเคืองอยู่ตลอดเวลาสตีเฟนรู้ดีกว่าใครว่าผู้หญิงส่วนมากจะกลัวเอียน ดังนั้นจึงเห็นเป็นเรื่องสนุกที่จะปลุกเร้าความกลัวให้เกิดขึ้นในทุกยามที่มีโอกาสพี่ชายของเขาไม่รู้เลยสักนิดว่ากำลังเป็นที่หวาดหวั่นของฟรานเซส แคทเธอรีน อย่างมากมายอยู่ในขณะนี้ เขายืนเด่นอยู่เบื้องหน้าเตาผิงเพียงลำพังหันหน้ามาทางหนุ่มสาวทั้งสองท่าที่ยืดกอดอก ดวงตาเรืองโรจน์นั้นสามารถจะทำให้เปลวไฟในเตาผิงเย็นลงได้ทีเดียวฟรานเซส แคทเธอรีน กำลังจะก้าวลงบันไดขั้นแรกตอนที่มองไปเห็นสีหน้าของเอียนเข้า มันทำให้เธอถึงกับก้าวพลาด ดีแต่ว่าแพทริคคว้าไว้ได้ทันจึงไม่ตกลงไป