ตอนที่ 8 มองดูพอแล้วหรือยัง?
จากนั้นก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปที่ประเด็นอื่น“พวกเราทำการปิดสนามฝึกซ้อมเด็กใหม่อยู่…คุณเพียรอยากไปดูสักหน่อยมั้ยล่ะ?”ชายวัยกลางคนทอดสะพานชักชวน
“เอาไว้มีเวลาผมจะแวะเข้าไปดู…ถึงอย่างไรก็อยู่ในขอบเขตอำนาจผมนี่นะ”ชายหนุ่มพูดดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ แต่แฝงความนัยเอาไว้
“เฮ้อ…โบราณว่าไว้คนเก่งมักจะลำบากกว่าผู้อื่นก็เป็เช่นนี้”ทศทำท่าถอนหายใจเอื้อนเอ่ยประโยคนี้ออกมา
“แต่อย่าลืมว่าคนโบราณยังสอนไว้อีกว่า…ไม้ที่เด่นเกินไพรมักจะล้มได้ง่ายด้วยเพราะต้องต้านทานแรงลมมากกว่าคนอื่น” ชายหนุ่มตอบกลับไปแบบยิ้ม ๆ
“คุณเพียรอยู่ในตำแหน่งนี้ได้เห็นทีจะเป็ต้นไม้ที่รากฐานแข็งแรงล่ะสิไม่ว่า…”
“ผมไม่อยากเป็ไม้ใหญ่ถ้าเลือกได้เป็แค่เพียงไม้ไผ่ที่คอยลู่ลมได้ก็พอ…กลัวเสียแต่ว่าลมมันจะแรงเกินไปน่ะสิ”
ชายหนุ่มมองบรรยากาศโดยรอบพร้อมเอื้อนเอ่ยว่า “การเก็บกวาดสถานที่คงไม่รบกวนเวลาของลุงแล้ว”ประโยคนี้ของเขาเหมือนส่งแขกผู้มาเยือนกลาย ๆ
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอให้เดินทางโดยสุขสวัสดิ์ปลอดภัยถ้าหากมีอะไรจะเรียกใช้ล่ะก็ แค่เพียงกดโทรศัพท์มาหาฉัน”จากนั้นชายวัยกลางคนเอามือทาบอกทำความเคารพ พร้อมพูดว่า“ฉันขอตัวก่อนท่านผู้ตรวจการ” และก็เริ่มหมุนกายจากไป
ชายหนุ่มยืนตรงรับการคำนับเฝ้ามองดูอีกฝ่ายใช้วิชาอภินิหารหายตัวไป
เขาพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า “หวังแค่เพียงครั้งต่อไปที่เราเจอกันเราจะไม่กลายเป็ศัตรูที่หันคมดาบเข้าหากันก็พอแล้ว”
……
พอทศหายลับสายตาไปแล้วเพียรก็เอ่ยประโยคเดิมซ้ำขึ้นอีกว่า “มองดูพอแล้วหรือยัง?”
เพียงพริบตาเดียวก็ปรากฏเรือนกายของสองผู้เฒ่าที่ใบหน้าอวบอิ่มดูคล้ายพวกเศรษฐีมีอันจะกิน หนึ่งชายหนึ่งหญิงทั้งสองสวมใส่ชุดพื้นเมืองของภาคเหนือพร้อมกล่าวทักทายบุรุษที่อยู่เบื้องหน้าอย่างนอบน้อม “สวัสดีท่านผู้ตรวจการ”
“สวัสดีครับ…ท่านเ้าป่าเ้าเขา”เขายิ้มมองดูทั้งสองคน ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งทำเอาสองผู้เฒ่าลุกลี้ลุกลนหลังจากเห็นท่าทีของอีกฝ่ายจึงได้เอ่ยขึ้นมาว่า “ลอบแอบใช้วิชามองผมอยู่เนิ่นนานใจกล้าไม่เบาเลยนะท่านผู้เฒ่า…รู้หรือไม่ว่ามันละเมิดข้อห้ามอย่างใหญ่หลวง?”
“ท…ท่านผู้ตรวจการพวกข้าสองตายายเป็เพียงเ้าป่าเ้าเขาบ้านนอกคอกนา อาศัยอยู่ในถิ่นฐานทุรกันดารไฉนเลยจะรู้ซึ้งถึงกฎระเบียบยิบย่อยเ่าั้ได้เล่า? กระดูกแก่ๆ ของพวกฉันสองคนแบกรับคำท่านกล่าวมาไม่ได้จริง ๆ” ชายวัยชราตอบกลับอย่างนอบน้อม
ชายหนุ่มพูดพึมพำให้ทั้งสองได้ยิน“ช่างพูดช่างเจรจาเหลือเกินนะ” เขาหัวเราะเบา ๆพร้อมจ้องมองไปที่สองผู้เฒ่าซึ่งกำลังค้อมศีรษะอยู่
“เช่นนี้เถิด…เราจะไม่ซักไซ้เอาผิดท่านขอเพียงท่านช่วยเล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับชายผู้ถูกิญญาสิงสู่รายนี้ให้ฟังหน่อยว่าเขามาปรากฏอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วก็อาศัยอยู่แถวนี้มานานแค่ไหนทั้งสองจงช่วยกันเล่ามาเถิด”
“แต่ฟังคำแนะนำที่แสลงหูของผมสักคำเถอะท่านผู้เฒ่าหากว่าเกิดพูดโป้ปดมดเท็จแล้วผมตรวจสอบย้อนหลังขึ้นมาได้ล่ะก็ ฮึฮึตำแหน่งศาลเ้าของท่านทั้งสองคงต้องได้ย้ายที่อยู่แล้ว…ส่วนจุดจบมันจะเป็อย่างไรใครเล่าจะทราบ?”
แรกเริ่มเพียรพูดด้วยประโยคที่อ่อนน้อมถ่อมตนในฐานะผู้อ่อนวัยวุฒิส่วนประโยคหลังเขาพูดในฐานะผู้สูงคุณวุฒิ กล่าวถึงผลที่จะตามมาอย่างชัดแจ้ง
จนสองผู้เฒ่าผลัดกันพูดรับส่งอย่างมีจังหวะบางส่วนที่ลืมเลือนก็ช่วยกันท้วงติง…โดยที่เื่มันเกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน
เพียรที่นั่งฟังสองผู้เฒ่ารายงานอยู่บนโขดหินใหญ่จึงสรุปออกมาได้คร่าว ๆ ว่า ชายวัยสี่สิบปีเศษพบว่าตัวเองเริ่มที่จะควบคุมความคลุ้มคลั่งของวิชาที่ตนเองฝึกไม่ได้
ในระหว่างที่ยังประคับประคองสติเอาไว้ได้เขาเริ่มปลีกตัวออกจากตัวเมือง ขึ้นมาปลูกกระท่อมมุงจากทำเป็เพิงหมาแหงนพักพิงอยู่อาศัยบนยอดเขาลูกนี้เพื่อไม่ให้ตัวเองออกไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่คนอื่น
ชายผู้โชคร้ายได้จุดธูปไหว้ขอร้องให้เ้าป่าเ้าเขาให้ช่วยดูแลนั่นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้สองผู้เฒ่าท่านนี้ทราบเื่ราว
พอเล่ามาถึงจุดนี้เพียรพูดขึ้นว่า“ประเสริฐจริงนะ…” เขายิ้มหรี่ตาก่อนจะบอกให้สองผู้เฒ่าเล่าเื่ต่อไป
“ชายผู้นี้ยังได้กล่าวออกไปอีกว่า…หากจำเป็ต้องหยุดตนจะใช้วิธีใดก็ได้…”สองผู้เฒ่าผลัดกันบรรยาย ช่วยกันทบทวนด้วยกลัวว่าจะผิดพลาด ตกหล่นอะไรไปหรือเปล่า
ส่วนเื่โดนของย้อนเล่นงานผู้ฝึกวิชามันไม่ได้เป็เื่แปลกใหม่แต่อย่างใด อีกทั้งยังเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ
จนกระทั่งชายผู้ที่โดนของย้อนเข้าตัวก็ได้บังเอิญมาเจอกับตนเข้าพอดีซึ่งเป็่เวลาที่อีกฝ่ายเริ่มกลายร่างคลุ้มคลั่งและเริ่มอาละวาด
โดยปลดปล่อยอารมณ์โมโหร้ายทำลายทุกสิ่งในที่พักอาศัยจนแหลกสลาย จากนั้นก็ไประบายใส่ต้นไม้พื้นดินบนูเาโดยรอบจนเกิดเป็หลุมเป็บ่อ
ยิ่งนานพอพลังเวทเพิ่มมากขึ้นคล้ายมีอะไรอัดแน่นอยู่กลางทรวงอกจึงได้เริ่มแผดเสียงกู่ร้องออกมาซึ่งมันดังลั่นไปทั่วทั้งอาณาเขตูเาลูกนี้ เสียงคำรามนี้แฝงไปด้วยพลังมนตราจึงทำเอาบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ล้มระเนระนาด บ้างก็หมดสติส่วนที่หนักหน่อยก็ถึงกับสิ้นชีพ
ซึ่งเสียงแผดร้องที่ดังสนั่นนั่นจึงทำให้ตนมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ณ ตอนนี้
“ฟังดูสวยหรูเื่ราวเรียบเรียงอย่างกับในนิยายแน่ะ…” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม