ตลาดหันคา พุทธศักราช ๒๔๖๖
เสียงสามล้อเข็นผักลากผ่านเด็กน้อยสองคนที่นั่งจุกปุ๊กอยู่ข้างทาง ฝุ่นดินแดงลอยฟุ้ง เ้าเด็กนั่งสุมหัวกันใช่สนใจรอบข้าง ทั้งคู่หน้าตามอมแมม แต่เพียงคนเดียวที่มีแผลสดเืซิบกลับเป็เ้าหนูตาสระอิ พอถูกมือน้อยของอีกคนป้ายยาก็แหกปากร้องลั่น
“โอ้ย เ้ายา พี่เจ็บหนา”
“เหรอจ๊ะ หนูทำไม่เป็ บอกคุณแม่ดีไหม คุณแม่ทำแผลเก่ง”
เ้ายาวัยหกขวบทำหน้าฉอเลาะใส่ลูกชายกงสีริมน้ำท่าจีน เ้าตัวรู้ดี ถ้าเื่ถึงหูผู้ใหญ่คนแก่กว่าต้องถูกดุแน่นอน
เ้าเด็กโตกว่าเห็นหน้าก็รู้ทัน เลยบีบจมูกไอ้เด็กผมแกละ มันเขี้ยวนัก
“โอ้ย ไฉ หนูเจ็บ”
“ห้ามบอกใคร ถ้ายาบอก ก็ไม่ต้องเล่นด้วยกันอีก”
เพื่อนเล่นเ้ายามีเยอะแยะ แต่คนตามใจมีแค่เฮียไฉ บ้านกงสีซื้อของเล่นอะไรให้ เฮียก็เอามาแบ่งกันเล่น ร้านขายยาสมุนไพรศรีประไพอยู่ในตลาดห่างจากกงสีไม่ถึงสิบเส้นเลยสนิทกันไปโดยปริยาย
เด็กๆ ในตลาดที่อายุไล่เรี่ยกันมักเกาะกลุ่มตั้งก๊ก พวกผู้หญิงพากันเล่นขายของ ส่วนพวกผู้ชายเล่นฟันดาบ มีบางทีรวมกลุ่มเล่นวิ่งไล่จับ ม้าส่งเมือง ซ่อนหาบ้าง แต่เล่นแบบนี้มักมีหัวโจก คนอายุมากสุดราวสิบขวบชื่อมั่น นิสัยชอบไถของเล่น ไถเงิน เด็กหลายคนยอมมัน มีเฮียไฉที่แข็งข้อ จนมีเื่ต่อยตีประจำ แล้วผลก็เป็อย่างที่เห็น แพ้กลับมาเสียทุกที
“ไฉ จะต่อยตีทำไม เล่นกันดีๆ ซี เพราะไฉ พวกนั้นไม่อยากเล่นกับเราแล้ว”
คนพี่หน้าบึ้งเท้าสะเอว น้องพูดจาไม่เข้าหูสักนิด
“อ้าว พูดอย่างนี้ อยากเล่นกับมันมากกว่าพี่เหรอ”
เ้ายาถอนใจ “หนูเปล่าพูดนะ”
“อยากเล่นกับพวกมันก็ไปเลย ไม่ต้องมายุ่ง” สะบัดแขนหนี
ด้วยความเป็เด็ก อายุห่างกันแค่ไม่กี่เดือน คนพี่น้อยใจง่ายทำท่าปั้นปึ่ง คิ้วเฉียงขมวดแน่น หน้าบึ้ง
คนน้องฟังแล้วใจเสีย พี่มีเื่ต่อยตี ตัวเองก็อุตส่าห์วิ่งตามตูดมาติดๆ ไอ้อยากเล่นกับคนอื่นก็อยากหรอก แต่เห็นพี่สำคัญกว่าเลยมากับทางนี้ แล้วอยู่ๆ มาไล่กัน จะให้ไปไหนได้อีก ยิ่งคิด ตายิ่งแดง น้อยใจขึ้นมาอีกคน จมูกเริ่มฟึดฟัด ปากเริ่มเบะ ครู่เดียวน้ำตาก็ร่วงเผาะ
ใจเ้ายาบางยิ่งกว่ากระดาษ หัวใจบีบรัดด้วยความน้อยอกน้อยใจ กระนั้นก็ไม่ได้ร้องไห้จ้าอย่างเด็กคนอื่น ที่บ้านอบรมมาให้สงวนกิริยาอาการ ขนาดร้องไห้ยังต้องร้องเบาๆ
คนพี่กอดอกรอน้องมาง้ออยู่นาน พอเด็กน้อยไม่ง้อเลยถอนหายใจ หึ ตัวเองเป็พี่นี่นา หายน้อยใจเองก็ได้ ไม่คาดคิดว่าหันกลับมาแล้วจะเจอน้ำตาอีกฝ่าย เฮียไฉสะดุ้งโหยง ฉิบหายแล้ว
“เ้ายา จะร้องทำไม พี่หายน้อยใจแล้วหนา” มือน้อยตบแปะๆ ลงบนหลังน้อง
“พี่ไล่หนู”
ฟังแล้วย้อนคิด ตัวเองไล่น้องจริงนั่นแหละ แต่ใจไม่ได้คิดจะไล่จริงๆ เสียหน่อย ถ้าน้องเดินหนีไปก็คงร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนกัน
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะไล่ ใครให้ยาอยากเล่นกับพวกนั้นเล่า” นอกจากจะไม่ขอโทษยังโบ้ยให้เป็ความผิดกันอีก
คราวนี้เ้าหนูว่านยาปล่อยโฮ ไม่สงวนกิริยาอีกแล้ว น้อยใจไฉที่เอาแต่โทษกันอยู่นั่น
“ไฉนิสัยไม่ดี หนูมานี่แล้ว จะโทษว่าหนูผิดอีก หนูไม่อยากเล่นกับไฉไฉแล้ว โฮ หนูจะกลับบ้าน ไฉมาเรียกหนู หนูก็ไม่ออกมาแล้ว หนูไม่ชอบไฉแล้ว แงงงงง”
ได้ยินน้องตัดพ้อ คนพี่ก็เริ่มเบะปาก แต่ละคำเสียดแทงหัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กวัยประถมให้เ็ป คราวนี้ทั้งน้องทั้งพี่เลยปล่อยโฮแข่งกัน เหตุแค่เพราะ…เธอไม่รักฉัน ฉันก็ไม่รักเธอ
เวลานั้นคุณแม่ศรีประไพออกมาตามลูกชายเพียงคนเดียวไปกินข้าวกลางวัน หาตามลานที่เด็กๆ รวมตัวเล่นกันไม่เจอ เลยจะลองหาแถวกงสี เดินยังไม่ทันถึงก็เจอเด็กสองคนร้องไห้โยเยเสียงดัง คงทะเลาะกันอีกตามเคย
“ว่านยา ไฉ ร้องไห้ทำไม เช็ดหน้าเช็ดตากลับบ้านกินข้าวกันได้แล้ว”
“ฮือคุณแม่ ไฉไล่หนู ไฉไม่ชอบเล่นกับหนู หนูเสียใจ”
เ้าลูกชายเอ่ยฟ้องก่อน
“จริงหรือไฉ” ถามให้เด็กได้แก้ตัว
“ผมเปล่า ผมแค่ แค่ น้อยใจ น้องเองก็บอกว่าว่าไม่ชอบผม จะไม่เล่นกับผมแล้ว”
เด็กทะเลาะกันไม่ใช่เื่ใหญ่ เ้าสองคนนี้สามวันดีสี่วันไข้ ผูกพันกันปานพี่น้องคลานตามกันมา รักกันสองคน ก็เลยตีกันอยู่สองคน
“เราไม่รักพี่ไฉแล้วจริงๆ หรือ”
“ไม่รัก!” เ้าว่านยาตัวน้อยตอบเสียงดังด้วยทิฐิ
เ้าไฉได้ยินน้ำตาที่เหือดไปพลันคลอเบ้า น้องไม่รักตนแล้วจริงๆ คิดแล้วเสียใจจนตั้งรับไม่ไหว ปล่อยโฮเสียงดัง
“เ้าว่านยา พี่เขาเ็ปใจหนา”
ดวงตากลมชำเลืองมองคนเป็พี่ ว่าเ็ปใจดังมารดากล่าวจริงหรือ พอเห็นว่าพี่น้ำตาไหลพรากสะอึกสะอื้น อารมณ์ขุ่นมัวในทีแรกก็แปรเปลี่ยนเป็ห่วงกังวล
“ไฉได้ไล่น้องไหมลูก”
เ้าไฉพยักหน้ารับ ตนไล่จริง “ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“พี่เขาไม่ได้ตั้งใจ เ้าว่านยา หากพี่เขาขอโทษ จะคืนดีกันได้ไหม”
เ้าตัวน้อยพยักหน้า เด็กแก่เดือนกว่าเห็นเลยจับมือน้องเอ่ยขออภัยจากใจ
“พี่ขอโทษ คืนดีกันหนา”
เห็นคนสำนึกผิด ความคับอกคับใจของเ้าว่านยาก็คลายลง พยักเพยิดให้ว่าตนให้อภัย
“ตกลงแล้ว รักกันดีแล้วใช่ไหม” คุณแม่เอ่ยถาม
“ครับผม” เป็ไฉที่เอ่ยตอบ มือข้างหนึ่งยังจับกุมมือน้องไว้
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกินข้าวได้แล้ว ทั้งคู่เลย”
เ้าตัวเล็กสองคนจับมือกันแกว่งเล่นตามหลังแม่ศรีประไพ เดี๋ยวเดิน เดี๋ยววิ่ง ประเดี๋ยวก็ะโ ทะเลาะกันทีเคี้ยวหมากยังไม่ทันแหลกก็คืนดีกันแล้ว
เ้าว่านยาปกติกินน้อย แต่พอมีเพื่อนกินด้วยก็กินเก่งขึ้นมา ไฉตักลูกชิ้นหมูบด ลูกหมอเห็นก็จะกินลูกชิ้นเหมือนกัน ตักเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ่ย
แม่ศรีประไพชอบใจนักเวลาลูกกงสีริมน้ำแวะมากินข้าวที่บ้าน เพราะเ้าว่านยาเจริญอาหาร เธอจะได้ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญกับเื่กินของพ่อลูกชายอย่างที่ต้องทำประจำ
????