ตอน 2 ได้พบกัน
ณดินแดนอันไกลโพ้นที่ไม่มีผู้ใด
"ที่นี่ที่ไหนวะ "ชิงเหนียนลืมตาขึ้นพร้อมกับความสงสัย
"ฉันจำได้ว่า ฉันตายไปแล้วนี่"เธอพยายามเดินวนอยู่อย่างนั้นเพื่อหาทางออก จนเหนื่อยหอบ
"บ้าไรวะเนี่ย ไอ้ฉิบหาย"ชิงเหนียนเดินวนอยู่อย่างนั้นจนเท้าแสบ ท้องหิวหนาวกายเพราะใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น
กระทั่งชิงเหนียนเลือกยอมแพ้นั่งหน้าหงิกลงพื้นเดี๋ยวนั้นเลย
ไม่นานนัก เสียงเย็นๆของใครก็ไม่รู้ดังขึ้น
"เป็อย่างไรล่ะ เหนื่อยหรือยังที่ต้องวิ่งหาอะไรที่ไม่มีคำตอบ" เสียงทวยเทพที่รับฟังมนุษย์
"ใครน่ะ ออกมานะ " ชิงเหนียนลุกขึ้นยืนมองซ้ายมองขวา หมุนตัวไปมาเหมือนคนบ้า
"ฮะฮะ ฮ่า ลูกเอ๋ย เ้าช่างอ่อนหัดเสียจริงข้าอุตส่าห์ให้เ้าไปบำเพ็ญเพียรเรียนรู้ด่านเคราะห์ที่โลกมนุษย์เสกสรรคให้เ้าไปเกิดเป็คนที่หน้าตาสะสวย มากความสามารถเงินทองก่ายกองเต็มหน้าตัก เหตุใดเ้าถึงได้ตายก่อนเวลาอันควร"ทวยเทพอุตส่าห์มีเมตตาปรากฏใบหน้าให้นางเห็น
"เหอะๆ ที่แท้ก็แกนี่เอง ที่ให้ฉันเกิดไปเป็ดาราใช้ชีวิตจำกัดจำเขี่ยขนาดนั้น จำเอาไว้นะ ฉันไม่ได้มีความสุขแม้แต่น้อย"ชิงเหนียนปากแซ่บ ไม่สนแล้วใครผีใครเทพ ด่ากราดไปก่อน
"ท่านมหาเทพ ทำอย่างไรดีในเมื่อทุกอย่างผิดเพี้ยนไปก่อนเวลาอันควร" เสียงเทพขั้นเล็กพูดสอดแทรกเข้ามา
"เอาล่ะ ตายมาไม่เสียเปล่า ลูกข้าเ้ายังไม่สิ้นอายุขัยจำต้องเผชิญด่านเคราะห์ให้หมดเสียก่อน จึงจะกลับสู่สรวง์ได้ข้าจะให้โอกาสเ้าได้สมปรารถนาตามคำขอก็แล้วกัน" สิ้นเสียงทวยเทพชิงเหนียนยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูด ก็ตื่นขึ้นมาที่โลกอีกใบเสียแล้ว
**********
ณ นครฉางอานยุคราชวงศ์สุย
เสียงครูดจอบกะเทาะหน้าดินอย่างขันแข็งชายหนุ่มสามคนช่วยกันขุดหลุมฝังอำพรางศพอยู่นาน
"คราวนี้แหละ...เ้าสองคนไปลากศพนางนั่นลงหลุมซะ"ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็พี่ใหญ่ของคนกลุ่มนั้นนั่งรอเกยดินฝังร่างนางให้จบๆ
ดินหนักค่อยๆถูกทยอยเขี่ยลงกลบร่าง...ลำแสงสีขาววิบวับพุ่งเข้าสู่ร่างสตรีใบ้หลานฮวาชั่วพริบตาเดียว
"อะไรเย็นๆวะ รู้สึกหนักๆที่ท่อนล่างยังไงชอบกล" หลังจากที่ดวงจิตของชิงเหนียนเข้าสู่ร่างของหลานฮวานางก็เริ่มััรับรู้ได้ทั้งหมด
"พี่ใหญ่เร็วเข้าหากคนอื่นมาเห็นนำเื่นี้ไปกระจายข่าว ได้ยินถึงหูนายใหญ่ว่าเรารังแกคนมีหวังได้ซวยกันหมดแน่ " ลูกน้องสองคนเห็นพี่ใหญ่ยืนถือจอบตัวแข็งทื่อไม่พูดไม่จา กลัวจะชักช้าจึงเอ่ยเตือน
"จะ จะ เ้าดูนั่นสิ"พี่ใหญ่ของพวกเขาพูดติดๆขัดๆ น้ำเสียงตะกุกตะกัก ชี้นิ้วไปยังหลุมฝังศพ
"ไม่เอาน่าพี่ใหญ่ มืดขนาดนี้ข้ามองอะไรไม่เห็นแล้ว "
"ย๊าก!!" ทันทีที่พวกเขาหันกลับไปมองเห็นหลานฮวานั่งอยู่บนหัวหลุมที่พวกเขาขุด แทนที่นางจะแค่นอนนิ่งๆมิหนำซ้ำนางยังนั่งมองหน้าทำตาปริบๆ ประหนึ่งว่า คนพวกนี้มันกำลังทำอะไรกันวะ
"ผะ ผะ ผะ ผี!! " ชายขี้ขลาดสองคนส่งเสียงร้องะโออกมารีบเผ่นหนีก่อนพี่ใหญ่ที่บอกว่าเคารพนักเคารพหนา เหลือก็เพียงแต่พี่ใหญ่ของพวกเขาที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่อก้าวขาไม่ออกฉี่ราดรดกางเกง
"จะเ้ายังไม่ตายเหรอ"
"เหอะ คิดจะฝังคนอย่างฉัน มันไม่ง่ายหรอกนะ " ชิงเหนียนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ทำตาถลนเบิกโพลงใส่ จนเขาเอ่ยถามไม่เป็ภาษา
"ตอบมาซะ ที่นี่ที่ไหน "ชิงเหนียนกระชากคอเสื้อชายโฉดผู้นั้นเข้าใกล้พร้อมค้นตัวกระชากถุงเงินของเขามาจนหมด
"ที่นี่คือ นครฉางอาน ปกครองโดยราชวงศ์สุย"ชายผู้นั้นแสนหวาดกลัว พูดตอบไปพลางหลับตาปี๋
"งั้นเหรอ เ้านั่นส่งฉันมาที่นี่ก็ถือว่าไม่เลวแบบนี้สิถึงจะเรียกว่าชีวิตอันแสนจืดชืดจำเจของฉันเริ่มจะมีสีสันขึ้นมาหน่อยชักน่าสนุกซะแล้วสิ ดีกว่าเป็ดาราในนครฉงชิ่งซะอีกในที่สุดฉันก็ได้มาอยู่ในยุคโบราณ ตามที่ปรารถนามาตลอด " ชิงเหนียนคิดในใจ หลุดยิ้มออกมาก่อนจะใช้เท้าถีบเ้าหมอนั่นหัวสักคะมำลงไปในหลุมที่พวกมันขุดซะเอง
ชายชั่วคนนั้นเพิ่งจะนึกขึ้นได้ใที่สตรีใบ้อยู่ดีๆก็พูดได้คล่องแคล่ว ทันทีที่ร่างลงหลุมหัวกระแทกข้างจอบสลบคาหลุม ชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมา คิดว่าเขาตายจึงใจดีช่วยเกลี่ยดินกลบ ทับร่างชายผู้นั้นตายทั้งเป็
**********
ณ จวนสกุลโม่
"ท่านพี่ ข้าไม่ยอมเด็ดขาดที่จะส่งลูกของเราเข้าวังไปเป็นางบำเรอขององค์ชายรองวิปลาสผู้นั้น "ฮูหยินใหญ่สกุลโม่กำลังบีบบังคับให้นายท่านสกุลโม่คิดหนัก
"เอาน่า ไว้ข้าจะคิดหาวิธีเอง ยังพอมีเวลาอยู่ยังไงซะ ข้าไม่ส่งโม่จิ่วเอ่อร์ไปบำเรอชายผู้นั้นแน่บุตรของเราต้องแต่งกับสามีที่นางคู่ควรเท่านั้น"
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านเอาแต่พูดเื่ใดมีสีหน้ากลัดกลุ้มใจแต่เช้าเชียว" โม่หยางเค่อคุณชายเ้าสำราญเดินมาพร้อมตำราและพู่กัน นั่งลงในโถงใหญ่รินน้ำชาเทดื่มอย่างใจเย็น
"โม่หยางเค่อเมื่อไหร่เ้าจะโตพอที่จะเป็เรี่ยวเป็แรงให้ข้าเบาใจได้บ้าง หากสิ้นข้า...สกุลโม่ของเราจะไม่ล่มจมหรอกหรือที่มีบุตรเช่นเ้า "
"ท่านพ่อ ท่านก็กล่าวหนักเกินไป มีข้าเป็บุตรที่ได้รับคำขานลือว่าเป็ยอดกวี น่าภาคภูมิใจกว่าลูกผู้อื่นตั้งมากโข "
"ร้อยบ้าน บุตรชายเป็ทหารรบส่วนบุตรชายของท่านเป็หนึ่งเดียวที่เก่งกาจกาพย์กลอน มีเพียงเรือนเดียวเท่านั้น"หยางเค่อพยายามไม่ต่อล้อต่อเถียง พูดในแง่บวก
"ไม่เอาน่าหยางเค่อ เ้าอย่าไปยั่วโมโหพ่อเ้าพวกข้ากำลังมีเื่กลุ้มใจกันอยู่ "
"ฮูหยิน เพราะเ้าตามใจมันจนเคยตัวถึงได้ไม่เอาการไม่เอางานเยี่ยงนี้ บุตรชายที่ไร้ประโยชน์ ข้าไม่้า" นายท่านสกุลโม่ลุกขึ้นเดินไปแย่งพู่กันกับตำราในมือเขาเควี้ยงทิ้งจนพู่กันหยกนั่นหักเป็สองส่วนตำราดีที่เขาตั้งใจเขียนบทกวีมาแรมปีถูกฉีกขาด
"ท่านพ่อ ท่านทำเกินไปแล้ว"หยางเค่อพยายามระงับอารมณ์ตัวเองเอาไว้ เดินหันหลังให้จวน เดินออกไปยังท้องตลาดเพื่อเสาะหาแรงบันดาลใจใหม่ที่สามารถทำให้เขาอารมณ์เย็นลงและกลับมาเขียนบทกวีได้อีกครั้ง
ณท้องตลาดกลางนครฉางอาน
"โว้ว สุดยอดไปเลย นี่มัน์ชัดๆ เอาล่ะดีแล้วต่อไปนี้มันจะได้ไม่ต้องอยู่แค่ในฝันของฉันอีกต่อไป"ชิงเหนียนตื่นตาตื่นใจ วิ่งไปมุมนั้นมุมนี้ เพื่อเชยชมความงามของเมืองโบราณที่เมื่อก่อนได้ััมันแค่ในหนังสือ
"เถ้าแก่เอาของที่ดีที่สุดในร้านของท่านออกมาให้ฉัน"ชิงเหนียนยังคงติดคราบดาราสาวคนดังที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าในถุงเงินที่นางยึดมานั้น มีเบี้ยเพียงเล็กน้อย เพราะพวกโง่นั่นเสียพนันจนแทบหมดตัว
"ไอ๊หย๊าแม่นาง เ้าสติฟั่นเฟือนหรือไรดูจากการแต่งตัวแล้ว เ้าน่าจะเป็แค่ขอทานมิสู้ถือว่าข้าทำบุญให้เ้ากินบะหมี่ฟรีสักชามก็แล้วกัน"เถ้าแก่มองนางหัวจรดเท้า ด้วยสายตาแปลกแล้วจึงค่อยกล่าวเช่นนั้นกับนาง
"ที่ไหนได้ล่ะเถ้าแก่ กล้าดูถูกฉันได้ไงเนี่ยฉันดาราดังนะเห้ย ในจีนไม่มีใครไม่รู้จักฉัน" ชิงเหนียนลืมตัวไปชั่วขณะพูดจาอวดดี ทั้งที่สภาพตัวเองสวมเพียงแค่เสื้อผ้ามอมแมม เนื้อตัวเขียวช้ำผมเพ้ารุงรัง
"เห้อ ช่างน่าเวทนานัก หน้าตาก็ถือว่าใช้ได้แต่นางดันเสียสติหรือนี่"เถ้าแก่ส่ายหัวเบาๆเดินไปหยิบบะหมี่ร้อนให้นางหนึ่งชามและไล่ตะเพิดไป
"เห้ย ไรเนี่ยทำไมเมืองย้อนยุคไม่เหมือนในหนังสือเลยล่ะ แปลกมาก แปลกจากที่ฉันเคยอ่านมามาก" ชิงเหนียนไม่เคยถูกใครพูดจาไม่ดีด้วยมาก่อน จึงเริ่มมีใจหวั่นในจีนแผ่นดินใหญ่ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย มีคนคอยเอาใจประจบประแจงนับหน้าถือตาั้แ่เด็กจนโต ทุกวงการบันเทิง กล้องทุกตัวทีวีทุกช่องต่างจับตามองเธอตลอด แต่ที่นี่กลับไม่ใช่ชิงเหนียนเป็เพียงหลานฮวาสตรีที่แทบจะไม่มีใครรู้จักต่อให้ขี้กลางถนนก็ไม่มีใครสนใจ