จางฮุ่ยเหมย คุณหนูผู้มีชีิวตอยู่ในยุคปัจจุบัน ที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ สะดวกสบายทุกสิ่ง เป็คุณหนูตระกุลร่ำรวยอันดับต้นๆของจีนยุคปัจจุบัน ผู้ที่แม้ไม่ต้องทำอะไรก็มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต
คุณหนูจางฮุ่ยเหมยแม้จะถูกเลี้ยงแบบตามใจ แต่เธอกลับเป็คนใจเย็น มีเหตุผล เธอชอบทำอาหารเป็ชีวิตจิตใจ
ทุกครั้งที่เธออยู่บ้าน เธอจะเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้คนที่บ้านกิน แม้แต่คนรับใช้ในครัวต่างก็ยอมรับว่าตัวเองนั้นเป็แม่ครัวที่ทำอาหารไม่อร่อยเท่ากับที่คุณหนูฮุ่ยเหมยทำเลย
เวลาที่คุณหนูเข้าครัว แม่ครัวจะพากันยิ้มแป้น ดีใจที่มีโอกาสได้เรียนรู้สูตรอาหารใหม่ๆที่รสเลิศจากคุณหนูของพวกเธอ
แต่ก็ไม่บ่อยนักที่คุณหนูจะเข้าครัว เพราะคุณหนูจางฮุ่ยเหมยนั้นเป็เ้าหน้าที่พิเศษของหน่วยสืบราชการลับ ที่มีฝีมืออันดับต้นๆของหน่วย ไปทำงานแต่ละครั้งก็ใช้เวลาหลายวัน หลายอาทิตย์ บางครั้งหลายเดือนก็มี
ถามว่าคนในครอบครัวพอใจไหมที่ฮุ่ยเหมยเลือกทำงานแบบนี้ ไม่เลย ไม่มีใครพอใจ แต่เพราะทุกคนในครอบครัวต่างก็รักและตามใจ เลยไม่มีใครคิดจะขัดใจเธอ
“แม่คะ หนูไปทำงานแล้วน๊าาา” จางฮุ่ยเจิน ที่นั่งตรงโซฟาในห้องพักผ่อนของครอบครัว เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงก็เห็นลูกสาววิ่งตึงตังลงบันไดมา
“โตขนาดนี้แล้ว ยังวิ่งลงบันไดเหมือนเด็กอีก” ได้ยินเสียงคุณแม่ดุแกมเอ็นดู ถามว่าจางฮุ่ยเหมยกลัวไหม ไม่ๆแค่นี้ทำอะไรจางฮุ่ยเหมยผู้งดงามคนนี้ไม่ได้
เพราะรู้ว่าคุณแม่ของเธอไม่ได้จริงจังกับคำที่ดุออกมา จางฮุ่ยเหมยยิ้มแฉ่งเข้าไปกอดเอวคุณแม่พร้อมออดอ้อนอย่างที่เคยทำ
“พ่อกับพี่ใหญ่ละคะ ไม่เห็นเลย ไปทำงานแล้วเหรอคะคุณแม่” จางฮุ่ยเหมยถามพร้อมกับมองซ้ายมองขวา หาผู้เป็พ่อและพี่ชาย เพราะปกติเวลานี้คือเวลาอาหารเช้าของครอบครัว
“เข้าบริษัทั้แ่เช้าแล้ว เห็นว่ามีโปรเจ็คงานใหม่ต้องรีบไปเตรียมงานให้ลูกค้า เลยไม่มีใครอยู่กินข้าวกันเลย แล้วลูกล่ะ กินพร้อมแม่เลยไหม” จางฮุ่ยเจินมองหน้าลูกสาว ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความรักและเป็ห่วง
“วันนี้หนูรีบมากๆเลยค่ะคุณแม่ หัวหน้าโทรมาบอกว่ามีงานด่วน เดี๋ยวเย็นนี้มากินข้าวด้วยนะคะ” จางฮุ่ยเหมยหอมแก้มคุณแม่ แล้ววิ่งไปขึ้นรถเพื่อขับไปทำงาน
จางฮุ่ยเจินมองตามแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า ในความแก่นเซี้ยวของลูกสาวคนนี้ เธอไม่เคยสนับสนุนให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอต้องทำงานที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้ เพราะต่อให้ไม่ทำอะไรครอบครัวของเธอก็ไม่ลำบากอยู่แล้ว
แต่ที่ทำอะไรไม่ได้เพราะทุกคนในบ้านต่างก็รักและตามใจจางฮุ่ยเหมยกันหมดนั่นเอง
จางฮุ่ยเจินไม่รู้เลยว่า ลูกสาวของเธอออกไปทำงานในวันนี้ จะไม่ได้กลับมาอีกแล้ว ตลอดกาล
.....................
“วิก ที่สิบเอ็ดนาฬิกา” ฮุ่ยเหมยกับทีม กำลังเข้าถล่มรังของเป้าหมาย เธอะโบอกคู่หูเมื่อเห็นเป้าหมายเข้ามาในกรอบสายตา แต่เกิดความผิดพลาดที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น
“ปัง” ะุเจาะตรงกลางหน้าผากของหญิงสาว ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็เ้าหน้าที่ฝีมือดีของหน่วย คนที่ยิงไม่ใช่ใครที่ไหน กลับเป็วิกเตอร์คู่หูที่มาด้วยกันนั่นเอง
วิกเตอร์หน้าซีดเผือด เขาไม่ได้ตั้งใจ นี่คือความผิดพลาด และเขาไม่เคยพลาดมาก่อน เหตุเกิดครั้งนี้เพราะเขากำลังเล็งปืนไปที่เป้าหมาย แต่โดนยิงสกัด ะุเลยเบี่ยงออกมาโดนคู่หูอย่างจางฮุ่ยเหมย
วิกเตอร์ตะลึงอย่างทำอะไรไม่ถูก ยังดีที่เ้าหน้าที่ที่มาด้วยกันจัดการกับเป้าหมายได้อย่างทันท่วงที ไม่เช่นนั้น วิกเตอร์ก็คงต้องเป็อีกคนที่ต้องเสียชีวิตไป ในภาระกิจครั้งนี้ด้วย
พิธีศพจัดอย่างเรียบง่าย ครอบครัวของจางฮุ่ยเหมยต่างก็อยู่ในความโศกเศร้าและยังทำใจไม่ได้ เพื่อนร่วมงานต่างก็มาช่วยจัดงานจนเสร็จเรียบร้อย แม้งานศพจะผ่านไปแล้ว
แต่คู่หูอย่างวิกเตอร์กลับยังรู้สึกผิดและยังทำใจไม่ได้ที่เสียคู่หูไปเพราะความผิดพลาดของตนเอง เขาได้ยื่นจดหมายลาออกจากหน่วย โดยไม่มีใครคัดค้านได้ หลังจากนั้นไม่มีใครเจอหน้าของวิกเตอร์อีกเลย