" ที่นี้ ที่ไหน!? "
ผมลืมตาขึ้นมาก็พบเจอกับเพดานเก่าๆหลังคามีรูน้อยใหญ่อยู่หลากหลายจุด ถ้าไม่ซ่อมแซมก่อนช่วงหน้าฝนล่ะก็คงได้วิ่งเอาถังลองน้ำจนวุ่นวายเป็นแน่ แต่ก่อนอื่น
" มีใครอยู่ไหมครับ.....!!!! "
ผมพยายามลุกขึ้นแต่มันไม่ขยับตามที่คิดพอพยายามขยับแขนขา มันกับทำได้แค่ส่ายไปส่ายมาเหมือนกับว่านั้นไม่ใช่แขนขาที่ผมคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
" มีใครอยู่ไหมครับ!! "
" #%$&+!! "
ทันทีที่ผมพูดผมได้ยินเสียงคล้ายกับเด็กร้อง เสียงมันใกล้เอามากๆใกล้ขนาดชนิดที่ว่ามันคือเสียงของผมเองเลยก็ว่าได้ เสียงของผม!? ไม่จริงน่าหรือว่า......
" มีใคร... "
" #%.... "
" อยู่ไหมครับ... "
" .....$&+ "
ชัดเจนเสียงเด็กร้องที่ผมได้ยินคือเสียงพูดของผมไม่ผิดแน่นอน งั้นก็หมายความว่า
" ................... "
ผมพยายามมองดูแขนและขาของตัวเองถึงขาจะไม่เห็นแต่แค่เห็นแขนเท่านั้น ผมก็แน่ใจได้เลยว่ามันเป็นแขนของเด็กทารกและเดาว่าเป็นทารกที่เกิดได้ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำเพราะแขนของผมมันช่างเล็กและสั่นเอามากๆ จังหวะนั้นผมไม่ยินเสียงฝีเท้าจากไกลๆ
" เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงเด็กร้องจากข้างในด้วยแหละคุณค่ะ "
" จะเป็นไปได้ไงตรงนี้มันกระท่อนร้างนะ เป็นไปไม่ได้หรอกประตูก็ปิดมิดชิดหน้าต่างก็ไม่มีบานไหนเปิดเลยจะไปมีเด็กหลงเข้าไปในกระท่อมนี้ได้ยังไง ไม่ใช่ว่าเธอหูฝาดไปเองหรอ"
" โธ่!! แต่ฉันได้ยินจริงๆนี้น่า"
มีเสียงคนกำลังสนทนากันอยู่ตรงไหนซักแห่งนอกตัวบ้าน ผมนั้นไม่สามารถระบุได้ว่าผมนั้นอยู่ส่วนไหนจุดไหนเพราะผมหันมองได้แค่บนเพดานและเห็นแขนได้เท่านั้น แต่ยังไงผมก็ต้องถึงดูดความสนใจจากพวกเขาก่อน
" ผมอยู่ตรงนี้! "
" #%$&+ "
" น-นั้นไงเสียงเด็กร้องมาจากข้างในนี้ เห็นไหมฉันบอกคุณแล้วคุณไม่ยอมเชื่อเอง รีบได้ตามผู้ใหญ่บ้านมาปลดล็อกประตูเลยนะ!!!"
" เข้าใจแล้วน่า หยุดถีบส่งฉันได้แล้ว "
" ก็ใครล่ะที่หาว่าฉันหูฝาดไปเองคิดมาก ชิ "
" น่าๆเชื่อแล้ว เดียวจะรีบวิ่งไปตามผู้ใหญ่บ้านมาก่อนนะ"
" เร็วๆเข้าล่ะ"
เท่าที่ฟังรู้สึกว่าพวกเขากำลังไปตามผู้ใหญ่บ้านมาปลดล็อกประตูซินะ งั้นผมก็คงว่างใจได้ระดับหนึ่งแล้วไม่นั้นตัวผมที่ทำไรไม่ได้คงต้องแย่แน่ๆ แล้วไม่นานเท่าไรก็มีเสียงเหมือนอะไรบ้างอย่างถูกตัดออกและเวลาต่อมาผมได้เห็นผู้คนมากหน้าหลายตาเข้ามาในสายตาผม
จากนั้นพวกเขาพาผมไปอาบน้ำ เช็คตัวและป้อนนมให้ซึ่งมันช่วยผมจากความหิวไว้ได้มากเลยผมรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจ แต่แล้วบรรดาชาวบ้านต่างเริ่มประชุมกันถึงผมจะพูดไม่ได้แต่ฟังได้และเข้าใจสิ่งที่ได้ยินโดยไม่ติดขัด หัวข้อประมาณว่า ใครเป็นพ่อแม่ของเด็ก? ใครจะเลี้ยงดู? จะตามหาพ่อแม่ของเด็กไหม? พวกเขาดูเหมือนจะเถียงกันสักพักแล้วเวลาต่อมาพวกเขาสรุปประมาณนี้ หญิงที่เป็นคนได้ยินเสียงของผมคนแรกอาสาที่จะรับผมมาเลี้ยงดูรวมกับสามีของเธอ
[อืม ถึงตอนแรกเธอพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะรับผมไปเลี้ยงดูก็ตาม แต่สุดท้ายเธอก็รับผมมาจนได้]
เอาเป็นว่ากับมาเข้าเรื่องดีกว่าว่าทำไมผมถึงมาอยู่ในสภาพนี้ พอลองคิดทบทวนความจำลึกๆแล้วผมจำได้ว่าตนนั้นผมตายแล้วแน่นอนและตอนนี้เดาว่าผมคงมาเกิดที่ไหนสักแห่งในโลกส่วนชื่อของผมล่ะ หน้าตา สิ่งที่ชอบ.......ทำไมกันนะพยายามเท่าไรถึงนึกไม่ออกเลย อืม นึกไม่ออกจริงจัง
" นี้ผู้ใหญ่บ้านเป็นไปได้ไหมว่าชื่อของเด็กคนนี้พ่อแม่อาจตั้งมาให้แล้ว "
" จริงของเจ้างั้นข้าจะลองขอร้องท่านบาทหลวงให้ดูสเตตัสของเด็กคนนี้ให้ก็แล้วกัน"
[ พวกเขากำลังพูดถึงสเตตัส อะไรคือ [สเตตัส] !? ]
ระหว่างที่ผมพูดถึงสเตตัสขึ้นภายในหัวจู่ๆก็มีหน้าต่างคล้ายกระจกใส่ๆปรากฎออกมาในระดับสายตาผมแล้ว
ค่าสเตตัส ≪เซนตะ≫ เผ่า:มนุษย์ เพศ:ชาย อาชีพ:ไม่มีอาชีพ อายุ:6วัน เลเวล:1 HP: 50/50 MP: 100/100 STR: 1 INT: 1 VIT: 1 AGT: 1 DEX: 1 CRT: 1 ≪อุปกรณ์สวมใส่≫
≪สกิล≫ แปลภาษา LV MAX , วิเคราะห์ LV MAX
≪ฉายา≫ ผู้ที่พระเจ้าปฏิเสธ[ผลนิรันดร์]
เจอแบบนี้ผมควรทำยังไงดีล่ะ.......
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
15 ปีต่อมา. . .
แล้วจากที่ผมเติบโตที่หมู่บ้านแห่งนั้นผมได้รู้ว่าโลกนี้ไม่ใช่โลกแบบที่ผมรู้จัก กล่าวก็คือโลกแนวนิยายการ์ตูนแฟนตาซีแบบที่โอตะคุชื่นชอบกันแหละ อาทิ ตายแล้วเกิดใหม่ในต่างโลกหรือถูกอัญเชิญให้เป็นผู้กล้ากำจัด จอมมาร ไม่ก็เกิดเป็นมอนเตอร์และค่อยๆอัพเลเวลเพื่อแข็งแกร่งแล้วมุ่งหน้าสู่ราชาฮาเร็ม เป็นต้น
ก็นะใครจะไปรู้ว่าเรื่องราวที่แต่งขึ้นมาแบบนั้นจะมาเกิดขึ้นกับตัวผม แต่ยังมีจุดแปลกๆอยู่คือไหนตัวผมถึงจำเรื่องอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับตัวผมได้กัน ทั้งที่ชื่อจริงนามสกุล รูปร่าง หน้าตา คนใกล้ตัว เหตุใดผมถึงจำไม่ได้เลยถึงตอนนี้ผมจะมีชื่อว่า[ เซนตะ ]ก็เถอะ ซึ่งเป็นชื่อพ่อแม่ที่ทิ้งผมไว้เป็นคนตั้งให้ แต่ถึงแบบนั้นมันฟังดูคุ้นเคยกับชื่อนี้ยังไงไม่รู้
ส่วนเรื่องต่อมาที่ผมได้รับรู้นั้นก็คือผมถูกสาปด้วยแหละ โดยฉายาที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด
<<ฉายา : ผู้ที่พระเจ้าปฏิเสธ>> -ผู้ที่พระเจ้าของโลกปฏิเสธการมีตัวตนแล้วหมายจะกำจัดออกไป แต่ว่าเพราะไม่สามารถทำอะไรได้จึงสาปให้ผู้นั้น ไรซึ่งหนทางของความแข็งแกร่งโดยห้ามจับสิ่งที่สามารถเอามาเป็นอาวุธได้ทุกชนิดมีผลตลอดกาลจนกว่าจะตาย
ใช่ผมถูกสาปโดยคนที่คุณก็รู้ว่าใคร(พระเจ้าเลยนะ) มันทำให้ผมไม่สามารถจับอะไรก็ตามที่สามารถเรียกว่าอาวุธได้เลย
อาทิ ดาบ ขวาน ธนู เอาง่ายๆ ของที่สกิลวิเคราะห์ของผมบอกว่ามันคืออาวุธ นั้นแหละผมจับมันไม่ได้ถ้าพยายามถือมันมือผมจะเป็นอัมพาตทันทีเป็นเวลา 2 ชั่วโมงโดยไม่มีเหตุผล
เพราะเหตุผลนี้ผมเลยไม่เคยทำงานที่ต้องใช้อะไรก็ตามที่มันสามารถเอามาเป็นอาวุธได้เลย จนผมได้ตัดสินใจออกจากหมู่บ้านเพื่อหาประสบการณ์หรืออาจเพราะทนต่อความไร้ประโชน์ของตนเองไม่ได้โดยตั้งเป้าว่าสักวันจะมาตอบแทนพวกท่านที่เลี้ยงดูผมมาอย่างดี
แต่กว่าจะออกมาจากหมู่บ้านได้เล่นเอาผมเหนื่อยเลยเพราะท่านแม่ของผมนั้นไม่เห็นด้วย แล้วต่างคิดว่าผมที่ไม่สามารถจับอาวุธได้เลยนั้นถ้าการออกเดินทางไปเป็นเหมือนกับเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆแต่ผมก็พยายามกล่อมท่านอยู่นานกว่าท่านจะใจอ่อนแล้วกระชับว่าต้องกลับมาหาพวกท่านปีล่ะสี่หน แน่นอนผมรับปากพร้อมกอดพวกท่านอย่างโหยหา ช่วงเวลา15ปีนั้นผมกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างที่สุดไม่รู้ทำไมแต่เหมือนผมไม่เคยได้รับประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเลย หลังจากบอกลาพวกท่านผมก็ได้ขออาศัยคุณลุงพ่อค้าที่สนิทวานให้มาส่งระหว่างทางไปเมืองหลวง
" เซนตะ ข้าส่งเจ้าได้แค่นี้แหละ "
" ขอบคุณครับคุณลุง "
" ถ้ามีอะไรให้ข้าช่วยก็มาที่ร้านข้าได้เสมอเลย เข้าใจไหม "
" ครับคุณลุง "
ด้วยการช่วยเหลือจากคุณลุงพ่อค้าผมสามารถนั่งรถม้ากับเขาแล้วมาถึงเมืองข้างๆหมู่บ้านได้สำเร็จ และถ้าจำไม่ผิดรู้สึกเมืองนี้ชื่อ [ เมืองอาคุ] มั้ง ถึงสภาพในเมืองก็ไม่ต่างกับหมู่บ้านที่ผมจากมาเท่าไรแต่ผู้คนก็เข้าออกอย่างหนาแน่นเล็กน้อย มีบ้านของเจ้าเมืองที่อยู่ใจกลางเมืองตั้งเด่นชัดด้วยถึงจะไม่ได้ใหญ่มากแต่ถ้าเทียบกับหลังอื่นๆบ้านเจ้าเมืองเด่นสะดุดตาสุดแล้ว
เมื่อเข้ามาในเมืองแล้วก็ต้องตกใจจากสิ่งของมากมายหลายชนิดที่ต่างขายกันริมทางอย่างคึกคัก ไม่ได้จะโดนของล่อตาแบบนี้ต่อไม่ได้ ต้องทำตามเป้าหมายเดิมก่อนนั้นคือการสมัครเข้าสำนักกิลด์นักผจญภัย
"แต่ว่ามันอยู่ที่ไหนกัน!? "
ผมเดินไปเรื่อยๆระหว่างทางก็มีถามผู้คนแถวนั้นบ้างแล้วได้ยินว่าอยู่ตรงหัวมุมทางซอยข้างหน้า
" กิลด์นักผจญภัย กิลด์นักผจญภัย ที่นี้ไง!! "
ในที่สุดผมก็เจอป้ายใหญ่ๆเขียนคำว่ากิลด์อาคุ ผมไม่รอช้าเปิดประตูเข้าทันทีและเป็นแบบที่คิดไว้เลย เป็นร้านอาหารพร้อมที่พัก ส่วนตรงกลางเป็นหน้าเคาเตอร์ถ้ามองไปจะเจอกับพี่สาวสุดสวยเผ่าหูกระต่ายยืนอยู่ข้างหลังนั้น รูปร่างของเธอยังดูเยาววัยอยู่เลยมองผ่านๆเธอคงอายุต่ำกว่า15ปีเห็นจะได้แต่สิ่งที่ออกมาปฏิเสธข้อสันนิฐาณนั้นของผมมีด้วยกันสองจุด จุดแรกคือแหวนที่สวมนิ้วนางข้างซ้ายบ่นบอกถึงว่าเธอแต่งงานแล้ว แล้วจุดสุดท้ายคือขนาดหน้าอกที่ดูยังไงก็ใหญ่กว่าคัพG ไม่มีทางเลยที่อายุ15จะใหญ่ได้ขนาดนี้.... เดียวซิเป้าหมายเดิม เป้าหมายเดิม ผมสบัดความคิดลุ่มหลงพร้อมเดิมไปหาเธอ
" สวัสดีครับ พอดีอยากจะสมัครนะครับ"
" นั้นหรอจ่ะ ถ้านั้นช่วยกรอบแบบฟอร์มลงให้ก่อนเลยจ้า "
คุณกระต่ายยิ้มต้อนรับให้กับผมพร้อมยืดแบบฟอร์มมาให้ผมกรอบแบบฟอร์มในขณะนั้นกำลังฟังคำอธิบายของคุณกระต่ายไปด้วยใจความประมาณนี้
-การ์ดแต่ล่ะสีจะเป็นตัวบอกถึงแรงค์ของเจ้าของ ส้ม[G]<เขียว[F]<น้ำเงิน[E]<เหลือง[D]<แดง[C]<ดำ[B]<เงิน[A]<ทอง[S]
-การ์ดหายต้องรีบติดต่อให้ทราบโดยด่วนภายใน15วันเพื่อไม่ถูกตัดสินว่าตายหรือหายสาปสูญ
- ห้ามทะเลาะ ต่อสู้ หรือฆ่ากันเองภายในกิลด์ ถ้าพบว่ากระทำผิดจะถูกตัดสิทธิให้ออกจากสมาคมกิลด์ตลอดกาล และการฆ่าคนจะมอบอำนาจให้ทางอาณาจักรเป็นคนตัดสินทั้งหมด สรุปก็คือฆ่าใครโดยที่คนๆนั้นไม่มีความผิดก็เป็นนักโทษว่ากันง่ายๆ
-ถ้ารับงานไปแล้วและไม่สามารถจบงานได้สำเร็จจะถูกหักความไว้ใจ1แต้มถ้าครบ5แต้มจะถูกตราหน้าว่าไร้ความสามารถทันที แล้วจะรับคำร้องได้ยากขึ้นถึงขั้นบังคับให้ไล่ออกเพราะเป็นบุคคลไร้ความสามารถ ควรระวังตรงนี้ไว้หลักๆก็ประมาณนี้
" นี้ค่ะการ์ดของคุณขอให้โชคดีกลับมาปลอดภัยนะค่ะ "
หลังจากนั้นผมก็ได้การ์ดประจำตัวขอบสีส้มมา รู้สึกได้เลยเหมือนผมกำลังได้ออกผจญภัยผ่านความทุกข์ยากต่างๆ คอยเป็นกำลังให้ผู้คน และตอบแทนคุณของพวกท่าน ไม่รู้ว่าท่านแม่จะทำอะไรอยู่ตอนนี้ แต่ว่าจะมาเป็นเด็กอ้อนท่านแม่ตอนนี้ไม่ได้เพราะผมมีเป้าหมายถึงยิ่งใหญ่ต่อจากนี้รอไว้อยู่
" ดีล่ะเพื่อเป้าหมายต่อไปคือจะต้อง.........พระเจ้าที่คอยกำหนดชะตาชีวิตของผู้คนแล้วจากนั้น....... เอ๋!? "
แต่เดียวนะ ที่หลุดปากออกมาเมื่อกี้คือเป้าหมายของผมแน่หรอ!? ทำไมเหมือนมันไม่ใช่เป้าหมายที่ผมตั้งเป้าเอาไว้เลย มันแปลกๆนะว่าไหม?.........
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .