มื้อนี้จางเฟยอีตั้งใจจะผัดฟักเขียวใส่ไข่ ต้มฟักทองสุก และกินแตงกวาสดกรอบกับข้าวสวย บ้านของอ้ายกัวคนวิ่งเกวียนวัวรับจ้างมักจะมีไข่ไก่ที่ซื้อมาจากในเมืองติดบ้านไว้เสมอ เผื่อมีคนในหมู่บ้านมาขอซื้อ วันนี้ภรรยาของอ้ายกัวก็เลยใช้ไข่ไก่มาและกับเต้าเจี้ยวและน้ำมันหมูไปแทน
จวบจนกระทั่งจางเฟยอีทำอาหารมื้อเย็นเสร็จ ป้าสะใภ้ทั้งสองถึงได้เดินยิ้มหน้าบานเข้ามาในครัว วันนี้พวกนางทำเงินได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
“ดูท่าแล้ว การค้าของท่านป้าสะใภ้ทั้งสองคงไม่เลวเลยใช่ไหมเ้าคะ”
“ฮ่าๆๆ ให้เป็อย่างนั้นตลอดไปเถิดเฟยอีเอ๋ย ค้าขายนี่มันสนุกจริงเลยเชียว”นางหลี่ซื่อเป็ผู้ตอบ
“พี่สะใภ้ใหญ่ พรุ่งนี้ข้าจะไม่ขายอะไรออกไปอีกแล้วนะ ที่เหลือนี่ข้าจะเก็บไว้กินเองแล้ว” นางไป๋ซื่อเอ่ยขึ้นมาขณะที่สำรวจเครื่องปรุงที่เหลืออยู่ในไห
“ข้าก็บอกทุกคนไปเช่นนั้นแล้ว ว่าเราจะแบ่งขายให้วันนี้วันเดียวเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเราก็จะไม่เหลือเก็บไว้กินกัน จริงสิเฟยอีเหลืออะไรให้ป้าช่วยบ้างล่ะ ลำบากเ้าแล้วนะ" นางหลี่ซื่อเดินมาหยิบๆ จับๆ เปิดดูหม้อไหในครัว
“เสร็จหมดแล้วเ้าค่ะ อีกเดี๋ยวก็ช่วยกันยกออกไปได้แล้ว ท่านป้าเ้าคะข้ามีเื่สงสัยนิดหน่อยเ้าค่ะเหตุใดคนในหมู่บ้านจึงไม่ปลูกผักกินกันเอง หรือไม่มีใครคิดจะปลูกผักออกมาขายเล่าเ้าคะ ในเมื่อทุกคนต่างก็้าหาซื้อ”
"ก็เพราะน้ำไม่พอใช้อย่างไรเล่า ปลูกผักกินเองน่ะก็พอจะทำได้อยู่หรอก แต่ไม่ใช่ทุกบ้านจะคิดเหมือนกันทั้งหมดนี่ บางบ้านเป็ครอบครัวใหญ่ก็อยากปลูกให้มากหน่อย บางบ้านคนน้อยก็ไม่ยอมปลูกสู้ไปเก็บผักป่ามาก็ได้แล้ว เวลานี้น้ำในแม่น้ำมีน้อย ทุกคนต้องแบกน้ำจากแม่น้ำมาใช้อย่างเท่าเทียมกันเพราะทุกบ้านต่างก็ทำนา
แต่หากใครจะแบ่งน้ำออกมาทำสวนครัวส่วนตัวอีก นั่นย่อมทำให้มีคนไม่พอใจ ไร่นาของพวกเขาสำคัญมากจึงเฝ้าระวังเื่การปันน้ำให้แต่ละบ้านกันอย่างดุเดือด
บ้านที่ปลูกผักไว้กินเองก็ต้องหาน้ำที่เหลือใช้ในบ้าน หรือต้องแบ่งส่วนจากที่นาของตนออกมาใช้ น้ำน้อยผักมันจะไปเติบโตดีได้อย่างไรเล่า มีแต่จะแห้งเหี่ยวเสียเมล็ดพันธุ์ไปเปล่าๆ เลยไม่มีใครคิดจะปลูกผักกันแล้วล่ะเฟยอี"
“เอ๋..แล้วบ้านอื่น ไม่มีบ่อน้ำไว้ใช้ในบ้านกันบ้างหรือเ้าคะ” จางเฟยอียังสงสัย ในเมื่อน้ำในบ่อบ้านสามของนางยังมีน้ำไม่ได้แห้งขอดเหมือนน้ำในแม่น้ำ บ้านอื่นก็ควรต้องมีอยู่บ้างสิ
“ก็เหมือนบ้านเรานี่ล่ะ ชาวบ้านที่ขุดบ่อน้ำส่วนตัวเอาไว้ในบ้านมีไม่กี่หลังหรอก ข้าคิดว่าไม่เกินห้าหรือหกครอบครัวกระมัง บ้านปู่เ้าก็มีบ่อน้ำ แต่ภัยแล้งมันเริ่มมาตั้งเกือบสามปีแล้ว บ่อน้ำในบ้านเราถูกใช้จนแห้งไปตั้งหลายเดือนแล้วล่ะ บ้านอื่นก็คงเป็เช่นเดียวกัน เ้าน่ะโชคดีมากรู้ไหมที่ยังมีน้ำใช้ ไม่เช่นนั้นต้องลำบากแย่งน้ำกับผู้อื่นแย่เลย” คราวนี้นางไป๋ซื่อที่อารมณ์ดีเป็อย่างมากจากการค้าเล็กๆ ที่ผ่านไปเมื่อสักครู่ เป็ผู้ตอบหลานสาวขึ้นมาแทน
“อ้อ..เป็เช่นนั้นเอง ป้าสะใภ้เช่นนั้นวันนี้พวกท่านกินข้าวให้เร็วอีกหน่อยเถิดเ้าค่ะ แล้วตามไปอาบน้ำบ้านข้า วันต่อๆ ไปก็สลับกันไปอาบคราวละสองสามคน จะได้ไม่ต้องวุ่นวายมากเกินไป”
นางไป๋ซื่อตาโตเป็ไข่ห่าน อาบน้ำหรือ สตรีใดจะไม่รักความสะอาดกันเล่า นี่นางไม่ได้อาบน้ำมานานร่วมเดือน แม้กระทั่งมีระดูยังต้องฝืนทนสะอิดสะเอียนตัวเองมานานมากแล้ว หลานสาวยินยอมให้ใช้น้ำในบ่อมาอาบได้ นางดีใจเป็ที่สุด
สตรีต่างวัยสามคนซุบซิบ งุบงิบกันอยู่ด้านหลังครัวด้วยสีหน้าเบิกบานใจเป็อย่างยิ่ง จากนั้นก็ช่วยกันนำอาหารเย็นออกมาแล้วเรียกทุกคนมาล้อมวงกินด้วยกัน
จางอู่เกินกินข้าวไปได้มากเลยทีเดียว เพราะมีฟักทอง ฟักเขียวและยังมีไข่ อาหารแต่ละอย่างล้วนเหมาะสมให้คนชราเช่นเขาได้กิน ทั้งเคี้ยวง่ายและยังมีคุณค่าทางอาหารด้วย
คนอื่น ๆนั้นไม่ต้องกล่าวถึงเพียงแค่พวกเขารู้ว่าจางเฟยอีเป็คนลงมือทำอาหารด้วยตัวเองต่างก็ล้างตะเกียบรอกินไว้ล่วงหน้าแล้ว อาหารที่จางเฟยอีทำมีรสชาติอร่อย มากกว่าที่สะใภ้ทั้งสองปรุงขึ้นมามากนัก
หลังจากมื้อเย็น จางเฟยอีก็บอกความ้าของนางให้กับท่านปู่และลุงทั้งสองให้เขาได้ฟัง
“ที่ว่างด้านหลังที่เคยเป็สวนผัก ข้าคิดจะปลูกผักไว้ขายคนในหมู่บ้านเ้าค่ะ เงินที่ข้ายังเหลือพอที่จะซื้อเมล็ดพันธุ์ ส่วนน้ำในบ่อนั่นก็เป็ของส่วนตัว ข้ามีสิทธิ์ใช้มันได้เต็มที่ไม่ต้องกังวลเื่น้ำแล้ว ท่านปู่คิดว่าอย่างไรเ้าคะ”
“ก็ดีสิ หลายเดือนก่อนยังพอมีน้ำในบ่อใช้ พืชผักยังพอหาซื้อได้ เวลานี้ไม่มีใครปลูกผักขายกันแล้ว ไม่ว่าจะในหมู่บ้านเราหรือหมู่บ้านอื่น ในเมืองเวลานี้ผักก็แพงน่าดู ยังดีสะใภ้รองยังมีน้ำใจขายให้ชาวบ้านในราคากันเอง หากต้องไปซื้อในเมืองไม่มีทางที่จะจ่ายออกไปน้อยเช่นนี้หรอก แต่เ้าก็คงทำผักได้ไม่กี่รุ่นหรอกอย่างไรก็ต้องเก็บน้ำไว้ใช้บ้าง คิดดูให้รอบคอบหน่อยก็แล้วกัน”
จางอู่เกินเห็นด้วยกับหลานสาว น้ำในบ่อเท่าที่เขารู้จากปากจางจื่อฉี คาดว่าบ้านสามน่าจะมีน้ำใช้ไปได้อีกอย่างน้อยครึ่งปี หากแบ่งมาใช้ปลูกผักขายเพิ่มรายได้ก็นับว่าคุ้มอยู่
“พรุ่งนี้ ท่านลุงใหญ่ลุงรอง พี่จื่อฉี พี่ลี่จิ่นและจื่อเจี้ยน ต้องเร่งซ่อมบ้านและก่อเตาไฟใหม่ให้เสร็จ ข้าจะขอจ้างคนในบ้านเพิ่มอีกสองคนให้ไปช่วยตีแปลงผักน่ะเ้าค่ะ ค่าจ่ายค่าแรงให้ วันละ 20 อีแปะ ท่านปู่เห็นว่าจะพอแบ่งใครไปช่วยทางข้าได้บ้างหรือไม่เ้าคะ”
ตามจริงแล้วจางเฟยอีไม่อยากพูดถึงเื่ค่าแรงขึ้นมาเลย มันทำให้คนฟังรู้สึกไม่ดี การช่วยงานกันภายในครอบครัวนิดหน่อยก็ต้องเป็เงินดูเหมือนเป็คนไร้น้ำใจ
แต่ในอนาคตหากเป็งานที่มากกว่านี้ จำนวนเงินที่มากกว่านี้ นั่นก็เป็อีกเื่แล้ว เช่นนั้นหากพูดกันให้ชัดเจนจนเคยชินเสียก่อน ในอนาคตคนในครอบครัวจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน จึงตัดสินใจออกปากโดยไม่สนใจสีหน้าผู้ใด
จางอู่เกินถอนหายใจออกมาเบาๆ “เ้าน่ะมันฉลาดนัก แต่อย่างไรข้าก็ยังเป็ปู่ของเ้าบางอย่างละเว้นได้ก็ต้องเว้นตามคำข้า”
จางเฟยอียิ้มให้ท่านปู่ของนาง ไม่ใช่นางที่ฉลาดแต่เป็ท่านปู่ของนางต่างหากที่ฉลาด นางมาจากยุคสมัยใหม่ อ่านนิยายน้ำเน่ามาไม่รู้กี่เื่ต่อกี่เื่ ถือว่าประสบการณ์น้ำเน่าสูง แต่ท่านปู่ของนางอยูในยุคโบราณแต่กลับมีสายตากว้างไกล คิดอ่านรอบคอบทันคนไปเสียทุกเื่ นางรู้สึกชื่นชมยิ่งนัก
“พรุ่งนี้ข้าจะไปตีแปลงผักให้เ้าเอง เอาลี่ิไปช่วยด้วยอีกแรง สวนหลังบ้านเ้าไม่ได้ใหญ่มากนัก มีข้าเฟยหรง ลี่ิ สามคนก็เพียงพอแล้ว ค่าแรงก็ไม่ต้องมาจ่ายให้ข้า ทำอาหารให้ข้ากินก็พอแล้ว”
ตกลงกันได้ความแล้ว จางเฟยอีก็พาป้าสะใภ้ทั้งสองคน และจางลี่ิตามไปอาบน้ำที่บ้านสามด้วยกัน โดยใช้ห้องครัวเป็ห้องอาบน้ำชั่วคราวไปก่อน สองเด็กชายจางเฟยหรงและจางลี่ิ ทำหน้าที่ตักน้ำจากโอ่งมาต้มแล้วเติมใส่อ่างให้ท่านป้าทั้งสองอาบทีละคน ส่วนจางลี่ิก็เอาผ้าพันรอบเอวแล้วไปยืนอาบกลางแจ้งอยู่ข้างบ่อน้ำนั่น
จางเฟยหรงและจางเฟยเทียน เห็นจางลี่ิอาบน้ำอยู่คนเดียวก็นึกสนุก แก้ผ้าออกไปอาบร่วมกับเขาเล่นกันอย่างสนุกสนาน จนป้าสะใภ้ทั้งสองที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องออกมาดุว่าให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เด็กๆ จึงได้แลบลิ้นให้กันและเลิกเล่นน้ำ แยกกันกลับบ้านกลับห้องของตนเองไป