ณ ดินแดนแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยหุบเขาสีเขียวขจี ต้นไม้สูงชันนับพันต้นปกคลุมทั่วผืนป่า เส้นทางเล็กๆ ทอดผ่านูเาและหุบเขาไปยังสถานที่ต่างๆ
ท่ามกลางสถานที่อันเงียบสงบแห่งนี้ มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งตั้งอยู่ นามว่า 'หมู่บ้านซีเหอ' เป็หมู่บ้านธรรมดาที่มีประชากรราวไม่เกินสองร้อยคน ผู้คนส่วนใหญ่ดำรงชีวิตด้วยการทำไร่ ล่าสัตว์ และเก็บของป่าจากูเา บ้านแต่ละหลังไม่ได้เก่าแก่จนทรุดโทรม แต่ก็ไม่ได้หรูหราใหม่เอี่ยม เป็เพียงบ้านไม้เรียบง่ายที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของชาวบ้านธรรมดา
และภายในหมู่บ้านแห่งนี้... เื่ราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ย้อนกลับไปเมื่อสิบสามปีก่อน ในค่ำคืนที่ฝนตกหนัก ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำ เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา สายฝนเทลงมาอย่างไม่หยุดหย่อนราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้
ชายชราคนหนึ่งกำลังเดินฝ่าสายฝนกลับจากูเา เขามีใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย ผมสีขาวแซมเทา สวมเสื้อผ้าธรรมดาของชาวบ้าน มือหนึ่งถือคบไฟ อีกมือหนึ่งถือไม้เท้า ชายผู้นี้คือ 'หลี่ิเจ๋อ' ชายชราผู้ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านซีเหอมาตลอดทั้งชีวิต
ในคืนนั้น ขณะที่เขากำลังเดินผ่านเส้นทางเล็กๆเพื่อกลับไปที่หมู่บ้าน เขากลับได้ยินเสียงบางอย่าง
"อุแว้... อุแว้..."
เสียงร้องไห้ของเด็กทารก!
หลี่ิเจ๋อหยุดเดินทันที เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "เด็กงั้นหรือ?"
ชายชรารีบเดินตามเสียงไป ก่อนจะพบตะกร้าไม้ใบหนึ่งวางอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ภายในนั้นมีเด็กทารกเพศชายคนหนึ่งนอนอยู่ เด็กคนนั้นกำลังร้องไห้ด้วยความหิวและหนาวจากสายฝน
หลี่ิเจ๋อเบิกตากว้าง เขามองไปรอบๆ แต่ไม่พบผู้ใด ไม่มีร่องรอยของพ่อแม่ ไม่มีแม้แต่ข้อความหรือสิ่งของที่บอกถึงที่มา มีเพียงเด็กทารกตัวเล็กๆ ที่ถูกทิ้งไว้กลางป่าท่ามกลางพายุ
ชายชราเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ "เฮ้อ... ช่างน่าสงสารจริง ๆ"
เขาถอดเสื้อคลุมของตนออก ก่อนจะอุ้มเด็กทารกขึ้นมา "ั้แ่วันนี้ไป เ้าคงไม่มีใครดูแลแล้วสินะ ถ้าเช่นนั้น... ข้าจะเป็คนดูแลเ้าเอง"
ั้แ่นั้นมา หลี่ิเจ๋อก็รับเด็กทารกคนนั้นมาเลี้ยงดู และตั้งชื่อให้เขาว่า 'หลี่ซวน'
...
เวลาผ่านไปสิบสามปี เด็กทารกในคืนนั้นเติบโตขึ้นเป็เด็กหนุ่มอายุสิบสามปี หลี่ซวนมีรูปลักษณ์โดดเด่นกว่าเด็กคนอื่นในหมู่บ้าน ผิวเนียนละเอียด ดวงตาสีฟ้า ผมสีดำสนิท ใบหน้าหมดจด แม้เขาจะสวมเพียงอาภรณ์ผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเรียบง่ายที่ดูเก่า แต่ก็ไม่อาจบดบังความสง่างามตามธรรมชาติของเขาได้ ในสายตาของชาวบ้าน หลี่ซวนเป็เด็กหนุ่มที่สุภาพ อ่อนโยน และเป็ที่รักของทุกคน
เช้าวันหนึ่ง ณ บ้านไม้หลังเล็กใจกลางหมู่บ้าน หลี่ซวนกำลังเดินเข้ามาหาชายชราที่กำลังนั่งพักอยู่หน้าบ้าน
"ท่านปู่"
หลี่ิเจ๋อเงยหน้าขึ้นมอง "ว่าอย่างไรหลี่ซวน?"
เด็กหนุ่มนั่งลงข้างๆ ก่อนจะถามด้วยสีหน้าสงสัย "ท่านปู่... ท่านลุงซ่งเล่าให้ข้าฟังเกี่ยวกับเซียน ฟังดูน่าเหลือเชื่อมากเลย เซียนนั้นคืออะไรหรือ?"
หลี่ิเจ๋อหัวเราะเบาๆ "ฮ่าๆๆ เ้าก็สนใจเื่พวกนี้แล้วงั้นหรือ? ดูท่าทางเ้าตาแก่ซ่งิคงชอบเล่าเื่ประหลาดๆ ให้เด็กๆ ฟังอีกแล้ว หลี่ซวน มาช่วยปู่ทำงานตรงนี้ก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยพูดเื่นี้"
แต่หลี่ซวนกลับไม่ยอมแพ้ "โธ่ ท่านปู่ อย่ามาเปลี่ยนเื่เลย ลุงซ่งเล่ามาว่าเซียนมีอายุขัยยืนยาว สามารถเหินฟ้า ดำดิน ใช้วิชาอาคมต่างๆ ได้ แล้วเซียนมีอยู่จริงหรือไม่ท่านปู่? ถ้ามีอยู่จริง ทำไมทั้งชีวิตนี้ข้าถึงไม่เคยพบเลยล่ะ?"
หลี่ิเจ๋อมองหลานชายของตนที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจ "เอาเถอะ ในเมื่อเ้าสนใจถึงเพียงนี้ ปู่จะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน... แต่ว่าเ้าต้องจำเอาไว้ พวกเราเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา ไม่อาจไปก้าวก่ายโลกของเซียนได้ เพราะหากทำสิ่งใดให้พวกเขาไม่พอใจ... พวกเขาอาจทำอันตรายพวกเราได้อย่างง่ายดาย"
หลี่ซวนทำหน้างุนงง "เพราะอะไรล่ะท่านปู่? ท่านปู่เคยเจอท่านเซียนมาก่อนหรือ?"
หลี่ิเจ๋อยิ้มเล็กน้อย "หึๆ ไม่ใช่ว่าปู่เคยเจอหรอกนะ แต่ว่าบรรพบุรุษของเราเคยบันทึกเื่ราวเกี่ยวกับเซียนเอาไว้ ปู่ของปู่เ้าเคยกล่าวว่าเขาเคยเห็นผู้มีพลังเหนืุ์มาก่อน และในตำราของตระกูลเราก็ยังมีบันทึกบางส่วนเกี่ยวกับการพบเจอเหล่าเซียนอีกด้วย ดังนั้น เื่ที่ตาแก่ซ่งเล่าให้เ้าฟัง... มันอาจไม่ได้เป็เพียงนิทาน"
หลี่ซวนเบิกตากว้าง "หมายความว่า... เซียนมีอยู่จริงงั้นหรือ?"
หลี่ิเจ๋อพยักหน้าเล็กน้อย "ใช่ พลังเหนือธรรมชาติเ่าั้มีอยู่จริง เพียงแต่เหล่าเซียนคงไม่เปิดเผยตัวให้มนุษย์ธรรมดาอย่างพวกเราได้พบเจอง่ายๆ ข่าวคราวเื่เซียนที่บรรพบุรุษเรารู้ ก็เก่าแก่ั้แ่สมัยก่อนโน้นแล้ว แม้แต่ปู่เองก็ไม่เคยพบเจอ มีเพียงเื่เล่าที่สืบทอดต่อกันมา"
หลี่ซวนเงียบไป โลกที่เขาเคยคิดว่ารู้จัก... อาจไม่ได้กว้างใหญ่อย่างที่เคยคิด
แม้เื่ราวเหล่านี้จะเป็เพียงคำบอกเล่าจากปู่ของเขา แต่ภายในใจของเด็กหนุ่มกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก โลกที่เขาอาศัยอยู่ยังมีสิ่งมีชีวิตที่สามารถเหินฟ้า ใช้พลังเหนือธรรมชาติ และมีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์ธรรมดา เพียงแค่คิดถึงเื่นั้น หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้น
หลี่ิเจ๋อเห็นสีหน้าของหลานชาย จึงหัวเราะเบาๆ "ฮ่าๆๆ ดูท่าเ้าจะสนใจเื่ของเซียนมากจริงๆ แต่หลี่ซวน เ้าจงจำเอาไว้อย่างหนึ่ง... เส้นทางของเซียนนั้น ไม่ใช่เส้นทางที่ใครก็สามารถเดินไปได้"
หลี่ซวนเงยหน้าขึ้น "ทำไมล่ะท่านปู่?"
หลี่ิเจ๋อถอนหายใจ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เพราะวาสนา... การเป็เซียนไม่ใช่เพียงแค่มีความตั้งใจ ต่อให้คนผู้หนึ่งฝึกฝนอย่างหนัก แต่หากไม่มีวาสนาหรือไม่มีโชคชะตาที่เหมาะสม ก็อาจไม่มีวันก้าวเข้าสู่เส้นทางนั้นได้..." และที่สำคัญ... เซียนไม่ใช่เพียงมนุษย์ที่มีพลังมากขึ้นเท่านั้น พวกเขาคือสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากพวกเรา อายุขัยยืนยาว พลังเหนือธรรมชาติ สามารถทำสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจจินตนาการได้ สำหรับพวกเราแล้ว หากพบเจอเซียน สิ่งที่ทำได้มีเพียงให้ความเคารพ อย่าได้ทำให้พวกเขาขุ่นเคืองเป็อันขาด"
หลี่ซวนพยักหน้าช้าๆ แต่แทนที่จะหวาดกลัว... ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ท่านปู่..."
หลี่ิเจ๋อมองหลานชาย "อะไรหรือ?"
หลี่ซวนกำหมัดแน่น ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ข้าอยากเป็เซียน"
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น หลี่ิเจ๋อถึงกับนิ่งไป ก่อนจะหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆ สมกับเป็เ้าเสียจริง ั้แ่เด็กจนโต เ้าก็เป็คนชอบค้นหาคำตอบกับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ"
หลี่ซวนมองปู่ของตนอย่างสงสัย "ท่านปู่ ท่านหัวเราะทำไม?"
หลี่ิเจ๋อส่ายหน้า "ปู่ไม่ได้หัวเราะเยาะเ้า เพียงแต่... เ้ารู้หรือไม่ว่า คนในหมู่บ้านซีเหอของเรานั้น ไม่เคยมีใครได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียนมาก่อน ตลอดหลายชั่วอายุคนที่ผ่านมา ไม่มีข่าวคราวว่ามีผู้ใดได้รับวาสนาเช่นนั้น ดังนั้น หากวันหนึ่งเ้ามีวาสนา... หากมีโอกาสได้เดินบนเส้นทางนั้นจริงๆ เ้าก็จงเดินไปตามทางของเ้าเถิด"
หลี่ซวนมองปู่ด้วยความประหลาดใจ "ท่านปู่ไม่ห้ามข้าหรือ?"
หลี่ิเจ๋อมองหน้าหลานชาย ดวงตาของชายชราฉายแววซับซ้อนอยู่ครู่หนึ่ง ในสมองพลันนึกย้อนไปถึงค่ำคืนเมื่อสิบสามปีก่อน... คืนที่เขาพบเด็กทารกผู้นี้อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ท่ามกลางพายุฝนอันหนาวเหน็บ เด็กทารกทั่วไปคงแช่แข็งจนหมดลมหายใจไปแล้ว แต่เด็กน้อยตรงหน้ากลับยังมีชีวิต และมีดวงตาสีฟ้าทอประกายลึกล้ำแปลกตา
ชายชราถอนหายใจยาว ก่อนจะยกมือเหี่ยวย่นขึ้นลูบหัวหลี่ซวนด้วยความอ่อนโยน
นกที่มีปีกแข็งแกร่ง วันหนึ่งย่อมต้องบินพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้ากว้าง... หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้คงไม่อาจกักขังเ้าไว้ได้ตลอดไปหรอก" เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่ซวนก็ยิ้มออกมา
แต่ไม่นานนัก หลี่ิเจ๋อก็หัวเราะเบาๆ "เอาล่ะ เื่ของเซียนพักไว้ก่อน ตอนนี้มาช่วยปู่ตัดฟืนเสีย หากเ้ามัวแต่นั่งฟังเื่เซียน วันนี้คงไม่ได้กินข้าวเย็น"
หลี่ซวนหัวเราะ "ขอรับท่านปู่"
เขาลุกขึ้น ก่อนเดินไปหยิบขวานเล็กที่วางอยู่ข้างกองฟืน