เมื่อเมียผมอยากสวิงกิ้ง

    ตอนที่ 60: ครอบครัวที่แท้จริง

    ตอนที่ 60: ครอบครัวที่แท้จริง


    เสียงร้องอุแว้แรกของชีวิตใหม่... คือเสียงดนตรีที่ไพเราะและมีอำนาจลบล้างกิเลสราคะทั้งมวลในโลกใบนี้


    กลิ่นสะอาดสะอ้านของน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ปะปนกับกลิ่นอายความตึงเครียดที่ตลบอบอวลอยู่ภายในห้องคลอดของโรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมียม แสงไฟสีนวลตาถูกปรับให้สว่างพอดีเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาของทารกแรกเกิดที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่อึดใจ เสียงเครื่องตรวจการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ยังคงส่งเสียงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ... ตึก... ตึก... ตึก... ราวกับเสียงกลองศึกที่คอยเตือนสติผมให้ตื่นตัวและมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา 


    บนเตียงคลอดปรับระดับ ริน ภรรยาสุดที่รักของผมกำลังนอนหอบหายใจโรยแรง ใบหน้าสวยหวานที่ผมเคยหลงใหลในทุกค่ำคืน บัดนี้ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาเต็มหน้าผากและขมับ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มเปียกชื้นลู่แนบไปกับแก้มใสที่แดงระเรื่อด้วยแรงเบ่งและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดจากการหดรัดตัวของมดลูกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทว่าในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววโรยล้านั้นกลับไม่มีความหวาดกลัวอยู่เลยแม้แต่น้อย มันมีเพียงความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเพื่อมอบชีวิตใหม่ให้แก่โลกใบนี้


    ผมยืนอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง กายโน้มลงไปประชิดร่างของเธอ มือขวาของผมเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของรินเอาไว้แน่น มือของรินที่เคยนุ่มนวลและอ่อนโยนในยามที่ลูบไล้ร่างกายของผม บัดนี้กลับบีบกระชับมือของผมไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบ ความเจ็บปวดที่ส่งผ่านฝ่ามือของเธอนั้นเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เธอต้องเผชิญอยู่บนเตียงนี้ ผมใช้มืออีกข้างคอยซับหยาดเหงื่อที่ข้างขมับให้เธออย่างเบามือพลางก้มลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เปี่ยมด้วยพลังแห่งความรัก


    "รินครับ พี่อยู่ตรงนี้แล้วนะ คนดีของพี่เก่งที่สุดเลย อดทนอีกนิดเดียวนะครับลูกของเรากำลังจะออกมาแล้ว"


    รินหันใบหน้าเปียกชื้นมามองผม ดวงตาของเธอเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความทรมานปนซาบซึ้ง เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะพยักหน้ารับคำของผมเบาๆ มือของเธอยิ่งบีบมือผมแน่นขึ้นราวกับต้องการยึดเหนี่ยวผมไว้เป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต


    "ริน... รินจะพยายามค่ะพี่ธันว์ รินอยากเจอหน้าลูกแล้ว..." เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด


    คุณหมอสูตินารีแพทย์หญิงวัยกลางคนและทีมพยาบาลในชุดเขียวปลอดเชื้อเตรียมพร้อมอยู่ที่ปลายเตียง ทุกคนทำงานกันอย่างเป็นระบบและเงียบสงบเพื่อไม่ให้คนไข้เกิดความวิตกกังวล คุณหมอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับรินก่อนจะส่งสัญญาณเตือนด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและมั่นใจ


    "เอาละค่ะคุณริน มดลูกบีบตัวมาอีกรอบแล้วนะคะ รอบนี้ขอแรงเบ่งยาวๆ เหมือนเมื่อกี้เลยนะคะ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ... แล้วเบ่งเลยค่ะ!"


    รินสูดลมหายใจเข้าลึกจนทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นสูง เธอหลับตาแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นริ้วขึ้นมาจู่โจมร่างกายท่อนล่าง ร่างกายของเธอเกร็งเครียด ลำคอระหงปรากฏเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาอย่างเด่นชัด เสียงครางเครือด้วยความทรมานปนแรงเบ่งดังระงมไปทั่วห้องคลอด


    "อื้อออออออออออออออ!"


    "ดีค่ะคุณริน ดีมากค่ะ หัวเด็กเริ่มโผล่ออกมาเห็นผมแล้วค่ะ! อีกนิดเดียวค่ะ ขออีกรอบนะคะ!" พยาบาลผู้ช่วยส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจอย่างกระตือรือร้น


    ผมบีบมือรินตอบกลับ คอยส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่มีผ่านสัมผัสกาย หัวใจของผมเต้นระทึกจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความตื่นเต้น ความกังวล และความปีติยินดีที่ผสมปนเปกันทำให้เนื้อตัวของผมสั่นไปหมด ผมเฝ้ามองดวงหน้าของภรรยาที่สู้สุดกำลัง ความเจ็บเจียนตายที่เธอยอมรับเพื่อสร้างครอบครัวร่วมกับผม มันช่างงดงามและน่ากราบไหว้เหลือเกิน ในวินาทีนี้ เรื่องราวโลกีย์ ราคะตัณหา หรือความโลดโผนใดๆ ที่เคยผ่านมาในชีวิต กลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไร้ค่าไปในทันที เมื่อเทียบกับความศักดิ์สิทธิ์ของการก่อกำเนิดชีวิตใหม่ตรงหน้านี้


    "เบ่งอีกครั้งค่ะคุณริน ยาวๆ เลยค่ะ หนึ่ง... สอง... สาม... เบ่ง!" คุณหมอส่งสัญญาณอีกครั้ง


    รินรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายทั้งหมดที่มีในร่างกาย ใบหน้าของเธอแดงก่ำหยาดเหงื่อไหลนองราวกับสายฝน เธอออกแรงเบ่งสุดกำลังจนสะโพกกลมกลึงลอยเด่นขึ้นจากเตียงเล็กน้อย เสียงกรีดร้องยาวนานปนสะอื้นไห้ของเธอเบียดแทรกชั้นบรรยากาศอันตึงเครียด


    "กรี๊ดดดดดดดดดดด! อื้อออออออออ!"


    ในวินาทีสุดท้ายนั้นเอง ความตึงเครียดทั้งหมดพลันมลายหายไปในพริบตา เมื่อคุณหมอประคองศีรษะเล็กๆ และไหล่บอบบางของทารกน้อยให้พ้นผ่านช่องทางคลอดที่เปิดขยายกว้าง ร่างสีชมพูระเรื่อที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำคร่ำและไขสีขาวถูกดึงออกมาสู่อ้อมอกของโลกภายนอกอย่างปลอดภัย 


    และแล้ว... เสียงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมาในชีวิตก็ดังขึ้น


    "อุแว้! อุแว้! อุแว้!"


    เสียงร้องไห้จ้าลั่นห้องคลอดของทารกน้อยดังสะท้อนก้องกังวาน มันช่างแหลมสูง ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยสัญญาณชีพอันแข็งแกร่ง วินาทีนั้นน้ำตาที่เอ่อล้นอยู่ในดวงตาของผมพลันไหลร่วงลงมาอาบแก้มสองข้างโดยไม่มีการกักเก็บอีกต่อไป ผมยกมือข้างที่ว่างขึ้นปิดปาก สะอื้นฮักออกมาด้วยความรู้สึกปีติล้นพ้นจนแทบไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ หัวใจเบ่งบานและฟูฟ่องด้วยความสุขที่ไม่อาจหาคำใดในโลกนี้มาอรรถาธิบายได้


    ผมหันไปมองริน ภรรยาของผมกำลังนอนทอดกายอยู่บนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลร่วงจากหางตาลงไปชื้นแฉะที่ขมับ ทว่าริมฝีปากบางของเธอกลับระบายยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุด เท่าที่ผมเคยเห็นมาตลอดชีวิตการแต่งงานของเรา 


    "ลูก... ลูกคลอดแล้วใช่ไหมคะพี่ธันว์..." รินถามเสียงกระเส่าเบาหวิว น้ำตาแห่งความสุขเอ่อล้นจนนัยน์ตาหวานฉ่ำ


    "ครับริน ลูกของเราคลอดแล้ว แข็งแรงมาก ร้องเสียงดังลั่นเลยครับเมียจ๋า เมียเก่งที่สุดเลย พี่รักรินที่สุดในชีวิตเลย" ผมก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเธออย่างแสนรัก ซับน้ำตาให้เธอพลางสะอื้นไห้ไปด้วยกัน


    คุณหมอสูติฯ ยิ้มกว้างพลางหันมาบอกข่าวดี "ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อคุณแม่ ได้ลูกชายค่ะ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดีมาก นิ้วมือนิ้วเท้าครบถ้วน เสียงร้องดังดีเหลือเกินค่ะ"


    พยาบาลรีบนำทารกน้อยไปเช็ดตัว ดูดน้ำคร่ำออกจากปากและจมูกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะห่อตัวเด็กด้วยผ้าขนหนูผืนนุ่มสีสะอาด จากนั้น พยาบาลจึงเดินประคองร่างเล็กๆ แสนบอบบางนั้นเข้ามาที่ข้างเตียงคลอดอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ วางทารกน้อยลงบนยอดอกอุ่นของรินในท่าแนบอก 


    วินาทีที่ผิวสัมผัสอันอ่อนนุ่มละเอียดอ่อนของลูกชายตัวน้อยสัมผัสลงบนเนินอกอุ่นระอุของคนเป็นแม่ รินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะโอบแขนที่ยังอ่อนล้าล้อมรอบตัวลูกเอาไว้ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่พุ่งพล่านขึ้นมาทันที เธอสะอื้นไห้ออกมาอีกระลอก ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ พลางสูดดมกลิ่นอายธรรมชาติอันบริสุทธิ์จากกระหม่อมบางของลูกน้อยด้วยความทะนุถนอมสุดหัวใจ


    "ลูกแม่... ลูกของแม่..." รินพร่ำเรียกคำว่าแม่ซ้ำๆ ราวกับยังไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าร่างเล็กๆ ที่ขยับตัวดุ๊กดิ๊กอยู่บนอกนี้คือสิ่งมีชีวิตที่เธออุ้มท้องมานานถึงเก้าเดือน


    ผมโน้มกายลงไปโอบกอดทั้งสองคนเอาไว้ในอ้อมแขนอันกว้างขวางของผม หัวของผมซบลงข้างขมับของริน สองมือประสานกุมมือของรินและลูบไล้หลังมือเล็กจิ๋วของลูกน้อยอย่างแผ่วเบาเพื่อกล่อมเกลาให้เขาอุ่นใจ นิ้วมือจิ๋วๆ ของลูกขยับไหวประหนึ่งกำลังตอบรับสัมผัสจากพ่อและแม่ เสียงร้องไห้สะอื้นไห้ของพวกเราทั้งสองคนผสมปนเปกันกลายเป็นทำนองเพลงแห่งความรักที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นวินาทีที่ผมรู้ซึ้งแล้วว่า ครอบครัวที่แท้จริงและสมบูรณ์แบบได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ ณ วินาทีนี้เอง


    ---


    หลังจากผ่านพ้นวินาทีแห่งความตื่นตันในห้องคลอด รินก็ถูกย้ายมายังห้องพักฟื้นผู้ป่วยระดับวีไอพีที่เพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบาย บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นช่างเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ผนังห้องโทนสีครีมอุ่นสบายตา มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นทิวทัศน์แมกไม้สีเขียวขจีของสวนหย่อมด้านล่างและสกายไลน์อันงดงามของกรุงเทพมหานคร ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดโชยเบาๆ สร้างความผ่อนคลายให้แก่คุณแม่มือใหม่ที่กำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงไฟฟ้าหนานุ่ม


    ข้างเตียงของริน มีเปลเด็กสีฟ้าพาสเทลตั้งอยู่ ภายในเปลนั้นมีร่างของทารกน้อยนอนหลับปุ๋ยอย่างเป็นสุข แก้มใสของแกขึ้นสีชมพูระเรื่อ ดวงตาสองข้างปิดพริ้ม แพขนตาเล็กๆ เรียงตัวกันอย่างสวยงาม ปากจิ้มลิ้มขยับขมุบขมิบเป็นระยะยามฝันหวาน มือเล็กๆ สองข้างกำแน่นวางอยู่ข้างแก้ม ช่างเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูจนผมแทบไม่อยากละสายตาไปไหนเลยแม้แต่วินาทีเดียว


    ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...


    เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ อย่างมีมารยาท ก่อนที่บานประตูไม้ขัดเงาจะค่อยๆ เปิดออก ปรากฏร่างของหมอภัทรและก้อยที่เดินเคียงคู่กันเข้ามา ทั้งสองคนสวมเสื้อผ้าชุดสุภาพ ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างอันอบอุ่นและยินดี ในมือของหมอภัทรมีกระเช้าดอกไม้สดสีหวานช่อโตส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ส่วนก้อยถือกล่องของขวัญขนาดใหญ่ที่ผูกโบสีฟ้าสดใส


    "ยินดีด้วยนะธันว์ ยินดีด้วยนะริน" หมอภัทรเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพอันเป็นเอกลักษณ์ พลางเดินนำกระเช้าดอกไม้ไปวางไว้ที่โต๊ะรับแขกข้างผนัง


    "อุ๊ยตายแล้ว! หลานตัวน้อยของน้าก้อย หลับปุ๋ยเชียว หน้าตาน่าเกลียดน่าชังจริงลูกเอ๋ย ถอดแบบพ่อกับแม่มาเป๊ะเลยนะเนี่ย" ก้อยรีบเดินปรี่เข้าไปที่เปลเด็ก ก้มลงมองทารกน้อยด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ น้ำเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาเพราะกลัวจะทำให้หลานตื่น ก่อนจะหันมาส่งกล่องของขวัญให้ผม


    "นี่จ้ะ ชุดของขวัญต้อนรับหลานชาย ก้อยเลือกแบบที่เป็นผ้าฝ้ายออร์แกนิกร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะ ผิวเด็กแรกเกิดบอบบางมาก ต้องใช้ของดีที่สุดเท่านั้น" ก้อยยิ้มแย้มพราย


    "ขอบคุณมากครับหมอภัทร ขอบคุณก้อยด้วยนะ อุตส่าห์เคลียร์คิวงานมาเยี่ยมพวกเราแต่หัววันเลย" ผมกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจพลางรับกล่องของขวัญมาวางไว้


    รินที่นอนเอนหลังอยู่บนเตียงค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงโดยมีผมคอยประคองหลังและจัดหมอนอิงให้เธอนั่งสบายที่สุด ใบหน้าของรินดูสดใสและมีน้ำมีนวลขึ้นมากหลังจากได้นอนพักผ่อนไปหลายชั่วโมง เธอยิ้มให้เพื่อนสนิททั้งสองคนด้วยแววตาซาบซึ้ง


    "ขอบคุณหมอภัทรกับก้อยมากนะคะที่มาหา รินดีใจมากๆ เลยค่ะ"


    หมอภัทรเดินเข้ามาใกล้เตียง มองรินด้วยสายตาของแพทย์ผู้มีความปรารถนาดีและสายตาของเพื่อนรักที่ผ่านเรื่องราวร้อนหนาวมาด้วยกัน "เห็นรินปลอดภัยและแข็งแรงดีแบบนี้ผมก็หมดห่วงครับ การเป็นแม่คนมันไม่ง่ายเลย แต่ผมเชื่อว่ารินจะทำหน้าที่นี้ได้ดีเยี่ยมที่สุด ส่วนธันว์... ตอนนี้คุณเป็นพ่อคนเต็มตัวแล้วนะ หน้าที่และบทบาทหลังจากนี้จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรับผิดชอบต่อครอบครัวต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งผมมั่นใจในตัวคุณอยู่แล้ว"


    ผมพยักหน้ารับคำของหมอภัทรอย่างหนักแน่น "ครับหมอ ผมรู้ดีว่าชีวิตหลังจากนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันคือความรับผิดชอบที่ผมยินดีและเต็มใจที่จะแบกรับไว้ด้วยความเต็มใจที่สุดครับ"


    มิตรภาพระหว่างพวกเราสี่คนช่างลึกซึ้งและแปลกประหลาด หากย้อนมองกลับไปในอดีต จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างเราเกิดจากกิเลสตัณหาอันเร่าร้อน กิจกรรมสวิงเกอร์สลับคู่รักที่สุดเหวี่ยงและหลุดพ้นขอบเขตศีลธรรมทั่วไป ทว่าในยามที่ชีวิตผ่านพ้นช่วงมรสุมราคะและบททดสอบความรู้สึกมาได้ สิ่งที่หลงเหลือและตกตะกอนอยู่ระหว่างพวกเรากลับไม่ใช่เพียงเรื่องบนเตียงอันฉาบฉวย หากแต่เป็นมิตรภาพที่แท้จริง ความเข้าใจ และความปรารถนาดีต่อกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา หมอภัทรและก้อยคอยช่วยเหลือพวกเราในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่ช่วงที่รินเริ่มตั้งครรภ์จนถึงวันคลอด มิตรภาพที่แปรเปลี่ยนนี้กลายเป็นรากฐานที่มั่นคงและงดงามเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด


    ขณะที่พวกเรากำลังพูดคุยกันอย่างอบอุ่นอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอไอแพดของรินที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้น รินเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจและยินดี


    "พี่ธันว์คะ ดูนี่สิคะ... มีอีเมลส่งตรงมาจากสิงคโปร์ด้วยค่ะ จากฌอง-ปิแอร์และยูกิค่ะ!" รินบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


    ผมรีบขยับเข้าไปใกล้เตียง โน้มตัวมองหน้าจอไอแพดไปพร้อมกับเธอ บนหน้าจอแสดงจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ขนาดยาวที่เขียนขึ้นด้วยภาษาอังกฤษอย่างสละสลวย จากมิตรชาวต่างชาติที่เคยร่วมแชร์ประสบการณ์เสียวซ่านอันลึกล้ำกับเราในซีซั่นที่ผ่านมา 


    ผมสะกดสายตาอ่านเนื้อหาจดหมายนั้นไปพร้อมกับรินทีละบรรทัด:


    *“Dear Than and Rin,*


    *Congratulations the bottom of our hearts on the arrival of your beautiful baby boy!* 


    *We are overjoyed to hear the wonderful news. There is no greater miracle in life than welcoming a child into the world. Even though we are miles away in Singapore, our hearts and thoughts are right there with both of you in Bangkok today.*


    *We have arranged a special delivery for your little prince. A baby gift hamper with premium organic bedding and clothing the finest brand is on its way to your home. We hope it brings comfort and warmth to your newborn baby.*


    *Rin, you are such a strong and beautiful woman. We know you will be an incredible, loving mother. And Than, we know you will protect and cherish your family with all your strength. Your journey together has been unique, brave, and deeply inspiring. We are so proud to call you our true friends.*


    *May your home be filled with laughter, your hearts with love, and your days with endless joy. We look forward to the day we can visit Thailand again to meet your little angel in person. Until then, take good care of yourselves and enjoy every precious moment of parenthood.*


    *With all our love and warmest friendship,*


    *Jean-Pierre & Yuki”*


    อ่านจบ รินก็น้ำตาคลอเบาๆ ด้วยความตื้นตันใจในมิตรภาพที่สวยงามไร้พรมแดนนี้ แม้ว่าเราจะเจอกันผ่านเส้นทางแห่งราคะตัณหาอันเร่าร้อนโลดโผนในผับ Phoenix หรือในวิลล่าส่วนตัวที่สิงคโปร์ ทว่าฌอง-ปิแอร์และยูกิกลับยังคงรักษามิตรภาพที่งดงามและจริงใจนี้เอาไว้ พวกเขาไม่เคยลืมเรา และร่วมยินดีกับก้าวสำคัญที่สุดในชีวิตของเราอย่างบริสุทธิ์ใจ


    "พวกเขาน่ารักมากเลยนะคะพี่ธันว์ ส่งของขวัญมาให้ถึงบ้านเลย แถมส่งอีเมลอวยพรหวานซึ้งขนาดนี้ด้วย" รินกระซิบพลางหันมายิ้มให้ผม


    "ใช่ครับ มิตรภาพจากพวกเขาช่างวิเศษจริงๆ" ผมตอบพร้อมกับลูบศีรษะของรินเบาๆ ด้วยความรัก


    ก้อยที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ยิ้มกว้างพยักหน้าเห็นด้วย "จริงด้วยค่ะ สองคนนั้นน่ารักมากจริงๆ มิตรภาพที่ดีไม่ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน ถ้าเราจริงใจต่อกัน มันก็งดงามเสมอแหละจ้ะริน"


    หมอภัทรยิ้มบางๆ พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก่อนจะหันมาร่ำลา "เอาละครับริน ธันว์ ผมว่าให้รินได้พักผ่อนเยอะๆ ดีกว่า เดี๋ยวพวกผมขอตัวกลับก่อนนะ ไว้รินออกจากโรงพยาบาลแล้วพวกเราค่อยนัดเจอกันใหม่นะ"


    "เดินทางปลอดภัยนะหมอ ขอบคุณก้อยด้วยนะ" ผมเดินไปส่งเพื่อนรักทั้งสองคนที่ประตูห้องพักฟื้น ทั้งสองคนโบกมือลาด้วยรอยยิ้มอุ่นใจและปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบ 


    ห้องพักฟื้นกลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง ผมเดินกลับมาที่เตียง นั่งลงข้างๆ ริน กุมมือเธอไว้พลางมองไปยังร่างเล็กๆ ของลูกน้อยที่กำลังหลับสนิทในเปล มิตรภาพจากเพื่อนฝูง ความยินดีจากคนรอบข้าง และชีวิตใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยว และเส้นทางชีวิตของเรากำลังเดินหน้าไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องและงดงามที่สุด


    ---


    หลายสัปดาห์ต่อมา ณ บ้านพักอาศัยส่วนตัวสองชั้นอันร่มรื่นของเราในเขตกรุงเทพมหานคร


    สายลมอุ่นยามเย็นพัดโชยผ่านพุ่มไม้เขียวขจีในสวนหย่อมหน้าบ้าน นำพากลิ่นหอมระรวยของดอกแก้วและดอกโมกโชยมาตามลม ท้องฟ้ายามโพล้เพล้กำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มทองละมุนละไม แสงอาทิตย์อัสดงสาดทอประกายอบอุ่นอาบไล้ตัวบ้านและชานระเบียงไม้กว้างขวาง รินสวมชุดคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มสีครีมสะอาดยืนอุ้มลูกน้อยวัยสามสัปดาห์เศษอยู่ตรงระเบียงไม้รับลมเย็น ใบหน้าของรินดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นมาก ดวงตาหวานซึ้งจดจ้องมองใบหน้ายามหลับของลูกชายในอ้อมอกด้วยความรักอันลึกซึ้งไม่มีที่สิ้นสุด เสียงเพลงกล่อมเด็กที่เธอฮัมเบาๆ ในลำคอช่างละมุนละไมเข้ากับบรรยากาศยามเย็นอย่างยิ่ง


    ผมยืนอยู่ในห้องทำงานชั้นล่าง เบื้องหน้าของผมบนโต๊ะไม้สักขัดมันคือกล่องเหล็กสีทองเหลืองขนาดกะทัดรัดที่มีลวดลายสลักโบราณดูหรูหรามีระดับ ภายในกล่องเหล็กใบนั้นบรรจุสิ่งของที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความลับ กิเลสราคะ และความต้องการอันดิบเถื่อนของชีวิตคู่ของเรา...


    มันคือ ดิจิทัลการ์ดเชิญสีดำขลิบทองของคลับสวิงเกอร์สุดหรู และคีย์การ์ดสีเงินสลักตรานกฟีนิกซ์ (Phoenix Key) ตั๋วผ่านทางและกุญแจสำคัญที่เคยเปิดประตูบานใหญ่พาทั้งผมและรินก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งโลกีย์ที่ไม่มีขีดจำกัด ดินแดนที่ภรรยาแสนสวยของผมถูกแชร์และร่วมรักโดยชายอื่นภายใต้สายตาจับจ้องอันหิวกระหายและกระสันอยากของผม 


    ผมหยิบแผ่นคีย์การ์ดสีเงินขึ้นมาถือไว้ในมือ สัมผัสความเย็นเยียบของโลหะ ยามที่จ้องมองมัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่ซีซั่นแรกจนถึงซีซั่นล่าสุดพลันไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองราวกับม้วนฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำฉับพลัน ภาพค่ำคืนอันมืดมิดที่ปนเปไปด้วยเสียงเพลงบีทหนักหน่วง แสงไฟสลัวสีแดงและม่วงชวนเคลิบเคลิ้ม กลิ่นอายเหงื่อไคลและน้ำหอมราคาแพง ร่างเปลือยเปล่าอันเย้ายวนผุดผ่องของรินที่นอนครวญครางเสียวซ่านอยู่ใต้ร่างของชายอื่น จังหวะการเคลื่อนไหวอันดุเดือดและเร่าร้อน และแรงราคะตัณหาอันมหาศาลที่เคยขับเคลื่อนอารมณ์ดิบในใจของผมจนเดือดพล่าน ส่งผลให้ ท่อนเนื้อ ร้อนผ่าวในร่มผ้าตื่นตัวแข็งขันปูดโปนด้วยความกระสันอยากอย่างบ้าคลั่งในทุกๆ ครั้งที่ได้เฝ้ามองเมียรักเริงสวาทกับผู้อื่น 


    อดีตเหล่านั้นช่างวาบหวาม โลดโผน และเต็มไปด้วยการท้าทายกรอบศีลธรรมอย่างถึงที่สุด มันคือความสุขสมใจและความสนุกสนานในวัยหนุ่มสาวที่พวกเราเลือกร่วมกัน และผมยอมรับว่ามันเป็นหน้าบันทึกชีวิตที่น่าจดจำและไม่มีวันนึกเสียใจที่เคยเดินทางสายนั้น ทว่าในวันนี้... ความรู้สึกตื่นตัวของท่อนเนื้อร้อนหรือความกระหายอยากในโลกีย์สวิงเกอร์เหล่านั้น กลับกลายเป็นเพียงผุยผงที่ลอยหายไปกับสายลมเมื่อเทียบกับความสุขสงบที่ได้รับในปัจจุบัน


    ในยามนี้ สิ่งที่มีค่าและมีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ คือร่างเล็กๆ แสนบอบบางของทารกน้อยที่กำลังนอนหลับอยู่กลางอ้อมอกอุ่นของแม่ และหน้าที่การประคองรักดูแลทารกน้อยด้วยความสัตย์ซื่อและรักแท้อันบริสุทธิ์ สองมือของผมที่เคยใช้ลูบไล้เนื้อตัวภรรยาและกุมแก่นกายด้วยความกำหนัด บัดนี้มีหน้าที่ประคองโอบอุ้มทารกน้อย ปกป้องเขาจากภยันตราย และสร้างอนาคตที่มั่นคงอบอุ่นให้แก่ครอบครัว


    ผมวางคีย์การ์ดสีเงินกลับลงไปในกล่องเหล็กเคียงคู่กับดิจิทัลการ์ดเชิญสีดำ ผมมองดูพวกมันเป็นครั้งสุดท้ายด้วยหัวใจที่สงบและไร้ความโหยหาอีกต่อไป จากนั้น ผมจึงปิดฝากล่องเหล็กลง เสียงกลไกฝากล่องกระทบกันดัง *คลิก* เบาๆ ผมหยิบแม่กุญแจเหล็กกล้าสีทองเหลืองอันเล็กขึ้นมาคล้องเข้ากับสลักกล่อง แล้วหมุนลูกกุญแจล็อกมันไว้จนแน่นหนาอย่างเป็นทางการ 


    ล็อก... เพื่อปิดฉากชีวิตในวงการสวิงเกอร์อย่างถาวรและไม่มีวันหวนกลับไปอีก


    ล็อก... เพื่อเก็บความทรงจำอันร้อนแรงไว้เป็นเพียงตำนานในอดีตที่งดงามแต่เงียบสงบ


    ผมหยิบกล่องเหล็กที่ล็อกแน่นหนานั้นเดินไปที่ตู้นิรภัยฝังผนังในห้องทำงาน เปิดตู้นิรภัยออกแล้ววางกล่องเหล็กใบนั้นไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด ก่อนจะปิดล็อกตู้นิรภัยอย่างแน่นหนา ผมสูดลมหายใจเข้าลึก รู้สึกราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก หัวใจเบาหวิวและปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 


    ผมเดินออกจากห้องทำงาน ก้าวเดินขึ้นบันไดไม้ไปยังชานระเบียงหน้าบ้านที่รินและลูกยืนอยู่ แสงแดดสีทองยามเย็นทาบทับลงบนร่างของรินจนเกิดเป็นประกายเรืองรองรอบตัวเธอ ราวกับภาพวาดสีน้ำมันของจิตรกรเอก รินหันมามองผมเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เธอยิ้มหวานละมุนละไม แววตาสะท้อนภาพของผมเพียงคนเดียว


    ผมเดินเข้าไปประชิดร่างของเธอ เอื้อมแขนทั้งสองข้างโอบกอดรอบเอวบางของรินจากทางด้านหลัง ดึงร่างของภรรยาและลูกน้อยในอ้อมอกของเธอเข้ามากระชับแนบชิดกับแผ่นอกกว้างของผม กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของรินผสมปนเปกับกลิ่นแป้งเด็กจางๆ จากตัวลูกน้อยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด


    "ล็อกกล่อง Phoenix เก็บถาวรแล้วใช่ไหมคะพี่ธันว์" รินเอ่ยถามเสียงนุ่มนวลพลางเอนศีรษะซบลงบนไหล่หนาของผม


    "ครับริน ล็อกแน่นหนาเก็บไว้ลึกสุดในเซฟแล้วครับ ชีวิตสวิงเกอร์ของพวกเราจบลงแล้วอย่างสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ นับจากวินาทีนี้ไป... พี่จะมีแค่ริน มีแค่ลูก และสร้างครอบครัวที่แท้จริงของเราให้มีความสุขที่สุดครับ" ผมตอบพลางกดจูบลงบนขมับนุ่มของเธออย่างแสนรัก


    รินยิ้มกว้าง ดวงตาหวานฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตาแห่งความปีติยินดีอีกครั้ง เธอค่อยๆ ขยับตัวหันหน้าเข้าหาผมเล็กน้อย โดยที่ยังประคองศีรษะของลูกน้อยเอาไว้มั่น ร่างเล็กๆ ของลูกชายขยับตัวยุกยิกเบาๆ ในอ้อมแขน สองมือเล็กจิ๋วชูขึ้นฟ้าประหนึ่งรับรู้ถึงอ้อมกอดอันอบอุ่นของพ่อและแม่ที่โอบล้อมรอบตัวเขาอยู่


    ผมและรินก้มหน้าลงไปพร้อมๆ กัน ริมฝีปากของพวกเราแตะจูบลงบนแก้มเนียนนุ่มอมชมพูของลูกชายตัวน้อยพร้อมกันอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน สัมผัสที่บอบบางและนุ่มละมุนของแก้มลูกผ่านเข้าสู่ริมฝีปากส่งกระแสความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายของผม เป็นการปฏิญาณตนในใจอย่างเงียบงันว่าผมจะยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องร่างจิ๋วนี้ไว้ด้วยชีวิตทั้งหมดที่มี


    รินเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอบัดนี้สะท้อนประกายแสงสีทองอุ่นยามอาทิตย์อัสดงอย่างงดงาม เธอซบหน้าลงกับไหล่ของผมอีกครั้ง สองมือกระชับโอบประคองลูกน้อยแน่นเข้า พร้อมกับเอ่ยประโยคปิดฉากเรื่องราวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เปี่ยมล้นไปด้วยรักแท้อันบริสุทธิ์จากก้นบึ้งของหัวใจ


    "ขอบคุณพี่ธันว์ที่เป็นทั้งสามี ที่พึ่งพา และพ่อที่ดีที่สุดของลูกค่ะ... รินรักพี่ธันว์ที่สุดในชีวิตเลยค่ะ"


    ผมกระชับอ้อมกอดโอบรอบกายภรรยาและลูกชายตัวน้อยให้แน่นแฟ้นขึ้นไปอีก สัมผัสอุ่นร้อนของเนื้อกายที่แนบชิด ลมหายใจที่สอดประสาน และเสียงหัวใจสามดวงที่เต้นดังไปพร้อมๆ กันในจังหวะเดียวกัน ช่างเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตของผม 


    ผมทอดสายตามองข้ามไหล่ของรินไปยังเส้นขอบฟ้ากว้างไกลที่ถูกฉาบด้วยแสงสีทองเข้มยามอัสดง ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เปรียบเสมือนมหาสมุทรแห่งชีวิตที่รอให้พวกเราสามคนร่วมล่องเรือออกเดินทางไปด้วยกัน 


    สมุดบันทึกแห่งกิเลสราคะและความโลดโผนในอดีตได้ถูกปิดลงอย่างถาวรแล้ว และในวันนี้ หน้ากระดาษแผ่นใหม่ของชีวิตครอบครัวที่แท้จริง แสนสุข และอบอุ่น... ได้เริ่มต้นเขียนขึ้นแล้วอย่างงดงามและสมบูรณ์แบบที่สุดชั่วนิรันดร์ 




    คล้ายกับเรื่องเมื่อเมียผมอยากสวิงกิ้ง ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668