“ฉันขอถ่ายรูปคุณหนู”
“ยินดีเลยค่ะ” หญิงดูมีอายุยังพูดไม่ทันจบแม่ฉันก็พูดแทรกให้การอนุญาตแทนฉันทันที
แม่คงจับทางได้แล้วว่าชุดที่ฉันใส่มาใครเป็เ้าของดิไซน์ถ้าไม่ใช่หญิงมีอายุที่กำลังตื่นตากับความงามอันลงตัวจากหุ่นห้องเสื้อล้ำค่าอย่างเช่นฉันคนนี้
เคาน์เตอร์บาร์
“เบื่อจัง” ฉันปลีกตัวมายืนอยู่ตรงโซนชิมเครื่องดื่มหลังเหนื่อยหน่ายกับการปั้นหน้ายิ้มเต็มทน และอยากกลับไปนอนเอาแรงมากกว่ามายืนเมื่อยในการทำงานเหมือนอย่างตอนนี้
“ขอเบา ๆ หนึ่งแก้วค่ะ” พอเริ่มรู้สึกคอแห้งฉันก็หันไปบอกเด็กบริการที่กำลังยืนชงเครื่องดื่มตัวใหม่เสียงเบา
ถือโอกาสชิมไปด้วยเลยแล้วกันว่าของใหม่ที่เปิดตัววันนี้จะดีสมกับที่โพรโมตไหม
“ขอบคุณค่ะ” ใช้เวลาไม่นานแก้วทรงสี่เหลี่ยมลวดลายหรูก็ถูกเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้า
ฉันเป็คนไม่ดื่มเหล้าเท่าไร แต่ถ้าเป็พวกไวน์อันนี้ชอบมาก ทว่าวันนี้มันเป็งานเปิดตัวเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากขอเครื่องดื่มชนิดอื่นคงเหมือนไปดูถูกเ้าของงานแทนมากกว่า
“...” ฉันยกแก้วขึ้นดื่มแล้วทำหน้าหยีเล็กน้อยเมื่อรสชาติที่แตะลงมาบนลิ้นเล่นทำฉันขนลุกไปทั้งตัว
ขมจัง
“ถูกปากไหมครับ?” จู่ ๆ ก็มีเสียงติดขี้เล่นดังขึ้นจากด้านข้าง และเมื่อหันไปมองก็พบทายาทคนสำคัญของงานในวันนี้
เ้าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์ชรัณหูตาแพรวพราวสมชื่อจริง ๆ แต่แววตาที่ใช้มองมาทำให้ดูออกง่ายว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงความสนใจมากแค่ไหน
มันไม่ใช่ความสนใจเื่รสชาติที่ถาม แต่เป็ความสนใจในเชิงชู้สาวต่างหาก
“หนูดื่มไม่เก่งเท่าไรคำตอบอาจไม่ถูกใจ”
“ไม่เป็ไรครับบอกมาเถอะ อย่างน้อยจะได้รู้ว่าวัยรุ่นแบบหนูชอบรสชาติแบบไหนกัน” คนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้ทีละนิดแล้วปล่อยรอยยิ้มซึ่งเป็อาวุธสำคัญของเขาส่งมาให้ฉัน
“ขมไปหน่อยค่ะ แต่ถ้าคนชอบดื่มอยู่แล้วน่าจะชอบ” ฉันเองก็ยิ้มตอบพร้อมพูดตามตรงให้อีกฝ่ายฟัง จนพนักงานแถวนั้นต่างทำหน้าไม่สู้ดี
ช่วยไม่ได้นะ เพราะคนที่เป็ฝ่ายคะยั้นคะยอให้ฉันพูดคือเ้านายของพวกคุณเอง
“สงสัยสินค้ารอบหน้าคงต้องทำออกมาเอาใจฝั่งผู้หญิงที่ดื่มไม่เก่งบ้างแล้ว” รอยยิ้มทรงเสน่ห์ปรากฏให้เห็นจนฉันเกือบเคลิ้มรู้สึกดีตามหากไม่ตั้งสติให้ดี
ชายคนนี้ไม่ธรรมดา หากไม่รู้ทันเขาละก็มีหวังถูกล่อลวงด้วยคำพูดแสนหวานแน่นอน
“ผมภูผานะครับ” คนตรงหน้าแนะนำตัวเองด้วยท่าทางสุภาพ
“ใหม่ค่ะ” ฉันเลยต้องแกล้งทำเป็ไม่รู้จักให้สมบทบาท
“งั้นเปลี่ยนมาผลิตน้ำอัดลมขายแทนเป็ไง” เราสองคนที่กำลังมองหน้ากันอยู่ก็ต้องค่อย ๆ หันไปตามเสียงของผู้มาใหม่ที่เอ่ยพูดขึ้นมาเมื่อกี้
เป็น้ำเสียงคุ้นหูที่ฉันไม่เคยลืม
เฮียเสือเขามางานนี้ด้วยเหรอ ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เห็นแม้แต่เงาในงานเลยล่ะ
“อย่าใส่ใจคำพูดของเพื่อนเฮียเลยค่ะ มันก็ปากไม่ดีแบบนี้แหละ” คนตรงหน้าเปลี่ยนคำเรียกและเปลี่ยนน้ำเสียงไปจากเดิม เขาทำเหมือนว่าเราสองคนสนิทสนมกันแล้ว แถมยังแทนตัวเองว่าเฮียจนฉันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ปรับสีหน้าได้ไวเมื่อมันมีเื่ให้น่ากลุ้มใจมากกว่ารออยู่
การที่ฉันกับเฮียเสือมาเจอกันในสถานที่แห่งนี้เขาต้องรู้สิว่าฉันคงไม่ใช่คนธรรมดา เพราะในงานนี้มันมีแต่คนสำคัญที่ถูกเชิญมาเท่านั้น
เอาไงดี...อยากหนีออกไปจากตรงนี้จัง ยิ่งเห็นแววตานิ่งนั้นทีไรใจมันก็วุ่นวายไม่หยุดทุกที
“นี่ลูกสาวเพื่อนสนิทแม่กูเอง ไม่คิดเลยเนอะว่าโลกจะกลมอย่างนี้” จู่ ๆ เฮียภูผาก็แนะนำฉันให้เฮียเสือรู้จักจนอีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เฮียภูผารู้อยู่แล้วนี่เองว่าฉันคือใคร
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ?” คงเพราะเห็นฉันเงียบไปเฮียภูผาเลยเอ่ยถามฉันเสียงเบาคล้ายเป็ห่วง ด้วยการขยับหน้าลงมากระซิบแบบที่ใกล้เกินควร
“งั้นใหม่ขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ พอดีหายไปนานแล้วแม่คงเป็ห่วงแย่” พอเห็นสีหน้าไม่พอใจของเฮียเสือฉันเลยหยิบเื่แม่ขึ้นมาอ้างหลังรู้สึกอึดอัดจนอยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว
ระหว่างทาง
“ตามใหม่มาทำไมคะ?” ฉันหยุดเดินเมื่อรู้สึกว่ามีคนเดินตามมา และคนคนนั้นไม่ใช่คนไกลที่ไหนแต่เป็เฮียเสือคนที่ฉันอยากหนีจากเขามากที่สุด
“ดูต่างไปนะ” เขาพูดไม่เยอะแต่แววตาที่กำลังไล่มองฉันั้แ่หัวจรดเท้ามันทำให้ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็จังหวะแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อน
นี่ฉันกำลังเป็อะไรไป...?
ทั้งรู้สึกประหม่าและกำลังใจเต้น
ไม่สมกับเป็ตัวเองสักนิดเลย
“พ่อแม่รู้เื่ที่มาทำงานไม่สมฐานะหรือเปล่า?”
ตึก ตึก~
ฉันสาวเท้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยใบหน้านิ่งพร้อมปะทะ เมื่อคำถามเชิงขู่ถูกเอ่ยออกมาจากปากคนอายุมากกว่า
“รู้หรือไม่รู้แล้วมันทำไมเหรอคะ...หรือเฮียอยากแบล็กเมลใหม่?” ฉันแตะมือลงไปบนหน้าอกอีกฝ่ายพลางทำเป็จัดเสื้อสูทให้เขาแล้วเงยหน้ามองออราความหล่ออย่างใกล้ชิด
“อยากให้ใหม่ทำอะไรดีคะ ถ้าไม่เกินความสามารถก็พอทำได้อยู่ อย่างเช่นเป็เด็กลับไว้คุยแก้เหงาแลกกับที่เฮียไม่เอาเื่นี้ไปบอกพ่อแม่ใหม่เป็ไง” ฉันออกแรงดึงเนกไทจนอีกฝ่ายต้องก้มหน้าลงมาใกล้กว่าเดิมชนิดที่ลมหายใจร้อนกำลังเป่ารดกันและกัน
แววตาดำสนิทไร้ความรู้สึกจ้องมองเข้ามาในดวงตาของฉันนิ่งแบบที่ฉันไม่กล้าพูดอะไรต่อ เมื่อเขาไร้ปฏิกิริยาตอบโต้เหมือนอย่างที่ผ่านมา
“หึ” คนตรงหน้าหัวเราะในลำคอพร้อมยืดตัวตรงจนฉันต้องปล่อยเนกไทที่จับไว้เพราะไม่อยากเสียการทรงตัว เมื่ออีกฝ่ายออกแรงเด้งออกแบบกะทันหันเกินไป
คนที่หัวเราะเมื่อกี้หันไปหยิบแก้วทรงสูงที่บรรจุเครื่องดื่มแชมเปญมาถือไว้ในมือหลังมีบริกรชายใส่สูทเดินถือถาดผ่านมาพอดี
“ไม่รู้หรอกนะว่ากำลังเล่นสนุกอะไร แต่ถ้าเป็มืออาชีพมากพอก็ควรรู้ว่าเวลาไหนควรเล่นเวลาไหนควรจริงจัง” พูดจบเขาก็ยื่นแก้วส่งมาให้ฉัน
“เพราะการทำงานมีไว้สำหรับคนที่มีความรับผิดชอบสูง ไม่ใช่ให้เด็กมาใช้เป็สนามเด็กเล่นแก้เบื่อ” แววตามุ่งมั่นมองฉันเหมือนอยากเตือนผ่านทางคำพูด
เขาคงกำลังหมายถึงว่าอย่ามาทำให้โรงหนังของเขาเสียหายจากการเล่นเหมือนเด็กของฉันอะไรประมาณนั้นสินะ
“ส่วนข้อเสนอเมื่อกี้...น่าเสียดายที่ผมไม่ใช่คนขี้เหงา”
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
เฮียเสือพี่ก็แรงเกิน!
แล้วหนูใหม่จะสู้ไหวไหมนะ?
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ ????