The Possible Man

    ตอนที่ 21 : ตกตะลึง

    ณ ศูนย์วิจัยทางการแพทย์นานาชาติ
    “ ดอกเตอร์เอ็นดรูว์ครับ เราได้ตัวอย่างมาแล้วครับ ” ชายหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นกับชายอาวุโสข้างหน้าตน
    ชายอาวุโสนามว่า เอ็นดรูว์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก ใบหน้าของเขาไม่ได้ปกปิดความยินดีแม้แต่น้อย เพราะหลายๆวันมานี้เขาห่วงเหลือเกินว่าจะหาตัวอย่างวัคซีนตัวนี้ไม่ได้
    แผนกของเขาวิจัยเกี่ยวกับการหาทางรักษามะเร็งมานานหลายปี แต่ก็ได้เพียงแค่วิธีที่ช่วยบรรเทาเท่านั้น ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
    แต่หลังจากมีข่าวว่า มีเว็บไซต์แห่งหนึ่งปล่อย วัคซีนกำจัดมะเร็ง ที่สามารถรักษาได้จริงๆ เขาก็พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะให้ได้ตัวอย่างวัคซีนมา
    ในตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นแค่เพียงข่าวลือจนกระทั่ง มีคนคนหนึ่งที่เคยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้วผลการรักษาออกมาแล้วว่าเขาจะมีชีวิตได้อีกไม่เกิน 3 วัน แต่หลังจากวันที่เขาได้รับวัคซีนเพียงแค่หนึ่งวัน
    จากสภาพอาการที่ไม่สามารถลุกไปไหนได้ ได้แค่เพียงนอนรอความตาย เขากลับมีอาการเห็นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก บางรายที่นอนหลับนิทรามาแสนนานกลับได้สติ หลังจากที่ได้รับวัคซีนเข้าไปแค่เพียง 1 วันเท่านั้น
    ผู้คนอาจจะโกหก เกิดการอุปทานหมู่ พูดกันปากต่อปากและแต่งเติมเรื่องจนดูเกินจริง แต่จากข้อมูลที่เขาได้รับ ผลการรักษาและผลการสแกน มันไม่สามาถโกหกได้
    จนในที่สุดเขาได้เดินทางไปหาผู้ป่วยรายหนึ่งที่อ้างว่าเขาได้รับ วัคซีนกำจัดมาเร็งมาหลอดหนึ่ง เขาลงทุนเดินทางเพื่อไปดูให้เห็นกับตา ตั้งแต่ตรวจอาการคนป่วยด้วยตนเอง เพื่อยืนยันว่า คนคนนี้ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้วจริงๆ
    จนกระทั่ง เข้ามั่นใจแล้วว่า ผู้ป่วยคนนี้เป็นมะเม็งระยะสุดท้าย ที่อาจมีชีวิตอยู่ไม่ถึงอาทิตย์ เขาจึงได้พูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อยืนยันให้แน่ใจ ว่าผู้ป่วยต้องการที่จะใช้วัคซีนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปนี่จริงหรือไม่
    ซึ่งผู้ป่วยคนนั้นยืนยันว่าเขาต้องการจะใช้มันแม้ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง เขาจะยอมรับมัน แย่ที่สุดก็คงแค่ตาย เพราะในตอนนี้ที่เป็นอยู่เขาก็แค่นอนทรมาณไปวันๆเท่านั้น
    ในที่สุดผู้ป่วยคนนี้ก็ได้ฉีดยาเข้าสู่ร่างกาย ดอกเตอร์แอนดรูว์จึงได้ติดตามผลอย่างใกล้ชิดกระทั่งเขายอมอดหลับอดนอนเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
    และในที่สุดผลลัพธ์ของมันก็ไม่ได้ทำให้ดอกเตอร์เอ็นดรูว์ผิดหวัง ผ่านไปเพียงแค่หนึ่งวัน จากสภาพผู้ป่วยที่นอนรอความตาย เขากลับสามารถมาใช้ชีวิตตามปกติ
    เมื่อดอกเตอร์แอนดรูว์ได้ลองทำการตรวจและสแกนคนไข้รายนี้พบว่า จากมะเร็งที่ลุกลามไปทุกส่วนของร่างกายแม้กระทั่งกระแสเลือด กลับกลายเป็นว่า ส่วนที่ติดเชื้อแทบจะทั้งหมด ถูกฟิ้นฟูจะกลับมาเป็นปกติ
    แม้มะเร็งจะไม่ได้ถูกกำจัดออกทั้งหมดแต่ มันกลับเหลือแค่เพียง ส่วนหลักและถูกยับยั้งเอาไว้ ซึ่งหากผ่าตัดเอาออกไปก็จะหายกลับมาเป็นปกติ
    ผลลัพธ์เช่นนี้ ทำให้ดอกเตอร์เอ็นดรูว์ตกตะลึงอย่างถึงที่สุด อันที่จริงๆไม่ใช่แค่เขาคนเดียวเท่านั้น วงการแพทย์ที่ได้เห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ด้วยตาของตนเองต่างรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก
    หากเขาพวกเขาว่า มีคนที่ตายแล้วฟื้น หรือ มีคนเห็นเอเลี่ยนตัวเป็นๆ พวกเขายังคิดว่ามันมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเรื่อง รักษามะเร็งหายเสียด้วยซ้ำ
    มะเร็งคืออะไร ในแวดวงการแพทย์มันคือศัตรูตัวฉกาจที่พวกเขาพยายามห่าทางรักษามานานหลายปี ศัตรูที่เป็นดั่งกำแพงมหึมาที่พวกเขาไม่สามารถผ่านมันไปได้
    แต่ในวันนี้ มันกลับมีวัคซีนที่ไม่รู้ที่มา สามารถรักษามะเร็งได้ นั่นทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างถึงที่สุด เพราะมันไม่ใช่แค่คำกล่าวอ้าง มันคือเรื่องจริง
    หลังจากนั้นพวกเขาจึงได้ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้ตัวอย่างวัคซีนตัวนี้ แต่มันช่างเป็นเรื่องยากเพราะเว็บไซต์ที่เป็นที่มาของวัคซีนตัวนี้ มีความพิเศษเป็นอย่างมาก
    อย่างแรกคือ ไม่ว่าพวกเขาจะเข้าเว็บไซต์จากทางไหน ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกดใช้สิทธิ์ เพื่อสุ่มเอาตัวยาได้ หลังจากการรวบรวมข้อมูลผู้ที่ได้รับยา พวกเขากลับพบว่าคนที่มีสิทธิ์ที่จะสุ่มได้นั้นต้องเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายจริงๆเท่านั้น ต่อให้กล่าวอ้าวหรือสร้างหลักฐานขึ้นมาก็ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้
    อย่างที่สอง พวกเขาจึงขอความร่วมมือจากรัฐบาลเพื่อสืบหาต้นตอของเว็บไซต์แห่งนี้ ทั้งให้ผู้ที่มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งสืบหาต้นตอผ่านทางระบบการขนส่ง แต่กลับคว้าได้แค่เพียงน้ำเหลว
    นี่ทำให้พวกเขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีความสามารถในด้านการแพทย์แล้ว ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จะต้องเก่งด้านไอทีเป็นอย่างมาก เพราะขนาดหลายๆประเทศที่ยอมจับมือกันเพื่อเพื่อสืบหาเรื่องนี้โดยเฉพาะก็ยังคงพบกับความล้มเหลว ในที่สุดพวกเขาจึงเลิกพยายามยาม ที่จะหาต้นตอของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เพราะว่าแม้มันจะเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการแพทย์แต่มันกลับไม่ได้ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทสแต่อย่างใด
    กลับเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ แม้คนที่อยู่เบื้องหลังจะมีความสามารถด้านไอทีและข้อมูลข่าวสารจนน่ากลัว แต่เขากลับไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครแม้แต่น้อย
    แม้หลายประเทศพยายามจะเจาะระบบ ส่งไวรัส เข้าโจมตีเว็บไซต์ ถึงแม้มันจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยก็ตาม แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์นี้กลับไม่ได้ โจมตีโต้ตอบกลับมาเลย เขากลับทำเพียงแค่ป้องกันเท่านั้น จนในที่สุด ผู้ที่พยายามเจาะเว็บก็ถอดใจ เพราะความต่างชั้นทางด้านฝีมือที่มากเกินไป
    ในเมื่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังเขาไม่อยากเปิดเผยตัวตนและไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร พวกเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำเรื่องที่น่าดูแคลนนี้อีกต่อไป
    มีผู้หวังดีที่ต้องการช่วยเหลือประชาชน แต่พวกเขากลับพยายามโจมตีเพื่อหาผู้ที่อยู่เบื้องหลัง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่หวังดี ยิ่งคิดแล้วพวกเขายิ่งละอายใจ
    แต่จะมีใครบ้างที่รู้ว่า ที่พวกเขาช่วยกันเจาะระบบ ช่วยกันโจมตีและแฮ็กเว็บไซต์ กลับไม่ได้ระคายเคืองเดวิดแม้แต่น้อย เดวิดกลับไม่ได้เหลียวแลด้วยซ้ำ เสมือนกับความพยายามของพวกเขาทั้งหมดคือการเอาเส้นผมมาขูดไทเทเนี่ยม
    ในตอนแรกหัวกะทิด้านไอทีทั่วโลก คู่แข่งคนสำคัญที่พวกเขาพยายามสืบหาต้นตอคือผู้ที่ผลิตระบบ Andria OS และเขียนภาษา New A แต่ตอนนี้มีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนคือผู้ที่ทำการสร้างเว็บไซต์ BlackBox
    ในตอนนี้ผู้คนก็ยังสับสนว่าตกลงนี่มันเป็นเพราะพวกเขาล้าหลังหรือโลกมันพัฒนาเร็วเกินไปกันแน่ ทำไมฝีมือถึงได้แตกต่างกันได้มากขนาดนี้ ...ในเมื่อพึ่งพารัฐบาลไม่ได้ด้วยเหตุนี้ดอกเตอร์เอ็นดรูว์จึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะได้ตัวอย่างวัคซีนตัวนี้นี้ เขายอมจ่ายแม้กระทั่งทรัพย์สินส่วนตัวของตนเอง
    ในที่สุดเขาก็ได้มันมาจากผู้ป่วยรายหนึ่ง เขาเป็นผู้ป่วยที่อยากจน ครอบครัวของเขาขาดแคลนเงินทองเป็นอย่างมาก เมื่อผู้ป่วยรายนี้ทราบข่าวเรื่องวัคซีนจึงได้ทดลองเข้าเว็บไซต์ไปสุ่มดูเผื่อหวังจะมีโชคได้รับวัคซีนมาและเข้าก็ได้รับมันมาจริงๆ
    เงินเกือบ 170 ดอลล่าห์ที่เขาจ่ายออกไปเพื่อที่จะรับยาตัวนี้ เป็นเงินก้อนสุดท้ายของเขาด้วยซ้ำ แต่เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกใครแม้แต่ครอบครัวของตนเอง
    หลังจากได้รับข่าวคราวว่า มีแพทย์ที่ต้องการวัคซีนตัวนี้เพื่อไปศึกษา เขาจึงได้ติดต่อมาเพื่อขายวัคซีนตัวนี้ ในราคาถึง 5 ล้านดอลล่าห์และดอกเตอร์แอนดรูว์ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะซื้อมันมา
    เหตุผลที่ผู้ป่วยรายนี้ยอมขายมันและไม่ยอมใช้มันกับตัวเอง อย่างแรกคือ เขาอยากให้หน่วยการแพทย์สามารถศึกษาวัคซีนชนิดนี้เพื่อผลิตมันออกมาได้และแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยเช่นเขา เขาไม่อยากให้ใครต้องมาทรมาณเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายอย่างที่เขาได้เจอ ส่วนอีกหนึ่งเหตุผล เขาเป็นพ่อคนที่ไม่เอาไหนของ ครอบครัวได้รับความลำบากจากเขามามาก อย่างน้อยๆเขาอยากทำอะไรบางอย่างให้ครอบครัวของตน เพื่อลูก เพื่อภรรยา เงินที่เขาขายวัคซีนได้ เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มันจะช่วยให้ครอบครัวของตนเองไม่ลำบากอีกต่อไป
    หนึ่งข้อแม้ที่เขาต้องการให้ดอกเตอร์แอนดรูว์รับปาก คือ เงินจะถูกส่งให้ครอบครัวของเขาหลังจากเขาหมดลมหายใจแล้วเท่านั้น ดอกเตอร์เอ็นดรูว์ถึงกับยอมว่าจ้างทนายเพื่อร่างสัญญาเรื่องนี้โดยเฉพาะ
    บางทีการมีชีวิตอยู่อาจจะไม่ได้ช่วยให้อะไรบางอย่างดีขึ้นมา นี่อาจจะเป็นตัวเลือกที่ผู้ป่วยรายนี้คิดมาอย่างดีแล้ว และดอกเตอร์แอนดรูว์ก็เคารพการตัดสินใจของเขา
    หลังจากได้รับหลอดวัคซีนมาจาก ลูกน้องของตนเอง ดอกเตอร์แอนดรูว์ก็ประคับประคองประหนึ่งมันเป็นทารกแรกเกิดลูกรักของตนเอง ...“ พระเจ้า !!! ”
    หลังจากทำการทดลองถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน ถึงกับทำให้ดอกเตอร์แอนดรูว์อุทานออกมาเสียงดัง เพราะหลังจากทดสอบจนแน่ใจแล้ว ดอกเตอร์แอนดรูว์พบว่า
    นี่ไม่ใช่แค่เพียงสิ่งมีชีวิต แต่มันเป็นกึ่งสิ่งมีชีวิตกึ่งจักรกลจิ๋ว ที่มีขนาดเล็กมากระดับนาโน ที่มีจำนวนหลายพันล้านตัวและมันทำงานเหมือนได้รับการป้อนคำสั่งเป็นอย่างดี เสมือนกับว่ามันเป็นหุ่นยตร์
    “ ไม่มีทาง ขนาดหุ่นยนตร์ในตอนนี้ก็ยังไม่สามารถทำตามคำสั่งที่มนุษย์เขียนขึ้นได้จนาดนี้ ” ดอกเตอร์แอนดรูว์เอ่ยกับตัวเอง เพราะเขาเคยเห็นหุ่นยนตร์ที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้แล้ว แต่มันก็ยังเพียงทำได้แค่รับคำสั่งทั่วไปเช่นหยิบของ เดินหน้า พูดคุยโต้ตอบภาษาแบบพื้นๆเท่านั้น
    แต่ไอสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วนี้กลับสามารถ จำแนก กำจัดและฟื้นฟู เนื้อเยื่อได้เป็นอย่างดี เหมือนกับว่ามันคือเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ปกป้องร่างกาย
    หลังจากทำหน้าที่เสร็จมัน ยังคงวนเวียนอยู่ในร่างกาย คอยปกป้องไม่ให้เกิดเซลล์มะเร็งอีก ประหนึ่งวัคซีนป้องกันโรค ที่สำคัญมันหลอมรวมเข้ากับร่างกายและไม่เกิดผลเสียอะไรเลยแม้แต่น้อย เหมือนกับว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นมาและอยู่กับร่างกายมาตั้งแต่เกิดแล้ว
    ‘ สิ่งนี้มันไม่ใช่แค่เพียงการปฏิวัติวงการแพทย์ มันคืออนาคต...อนาคตที่ก้าวล้ำไปไกลมาก “ ดอกเตอร์แอนดรูว์เอ่ยกับตัวเองอย่างเลื่อนลอย เขาอยากรู้จริงๆ คนที่อยู่เบื้องหลังสิ่งนี้เป็นใครกันแน่ ...