ตอนที่ 3 ม่านรัตติกาลปรากฏ
ในห้องสัตว์เลี้ยงแสนสุข
ครั้นเมื่อแม่แมวได้ยินเสียงที่คุ้นเคยมานานปีก็ส่งเสียงร้องตอบกลับมาเป็ภาษาแมว ๆ ที่มนุษย์ไม่มีทางเข้าใจคงได้แต่คาดเดาอารมณ์ ลักษณะนิสัยของสัตว์เลี้ยงแสนรักกันเอาเอง
ส่วนเด็กน้อยฟันหลอก็ทึกทักเอาเอง แสร้งทำเป็ว่าเข้าใจ “นี่ไม่ต้องห่วงลูกนะ เดี๋ยวเพียรดูแลให้”เขาพูดเองเออเอง แถมขันอาสาเอง
ดวงตาคู่นั้นของเด็กน้อยมันเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขเพราะคล้ายกับว่าตนได้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่ ที่ต้องคอยปกป้องดูแลลูกแมวแทนแม่แมว
เหมือนกันกับตอนที่ตนเองได้รับการดูแลปกป้อง เป็เพื่อนเล่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาจาก ‘พี่เดือน’
ส่วนลูกชายทั้งสามของเดือนมีชื่อว่า“หนึ่ง สอง และสาม” โดยเด็กชายเป็คนเสนอชื่อ อาจจะดูสิ้นคิดไปบ้างแต่ทั้งพ่อและแม่ของเขาก็ยิ้มรับ ไม่ได้ปฏิเสธ ด้วยเพราะว่าอีกหน่อยพอคิดชื่อดี ๆออกประเดี๋ยวก็เปลี่ยนใหม่ได้
ด้วยเด็กวัยแค่นี้คิดจะตั้งชื่อให้ดีกว่านี้เห็นทีคงจะยาก เพราะยังไม่พ้น ป.1 ฟันน้ำนมยังไม่ทันร่วงหมดปากเลยยังมีเวลาให้เด็กน้อยได้เรียนรู้และศึกษาอีกมาก เพียงแค่ตอนนี้พอให้จำเสียงเรียกของลูกชายตนก่อนได้ก็เป็พอ
……
ส่วนแม่แมวที่หันมาสบตากับเด็กน้อยที่เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตมาด้วยตัวเธอเอง ก็ใคร่เอ็นดูเพราะดวงตาคู่นั้นมันเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ที่ได้มองเห็นเธอและบรรดาลูก ๆสุขกายสบายดี
เรี่ยวแรงของตัวเองก็กลับคืนมาเต็มที่แล้วส่วนที่นอนแอ้งแม้งอยู่ ก็เพราะด้วย ‘นิสัยแมว ๆ’ซึ่งติดตัวมาั้แ่เกิดเป็ทุนเดิม
แม่แมวเงยหน้าเล็กน้อยพร้อมกับทำท่าเกาคาง ส่วนสายตาพลางเหลือบมองดูเด็กน้อยตรงหน้า
ส่วนเพียรเองก็ยื่นมือไปเกาคางให้กับแม่แมวอย่างรู้ใจกัน อย่างที่มันเคยเป็และอย่างที่ตนเคยทำ
ส่วนปากของเด็กน้อยก็พูดทึกทักเอาเองประมาณว่าพูดเอาเองอยู่ฝ่ายเดียว พูดอยู่นานสองนานพร้อมกับบ่นเื่โน้นเื่นี้ให้สัตว์เลี้ยงแสนรักของตนฟัง
จนสุดท้ายหันไปเล่นกับลูกแมวที่ตนเองตั้งชื่อให้ ‘ด้วยความภาคภูมิใจ’ ก่อนที่จะผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้นทำให้บรรดาทั้งลูกแมวและแม่แมว ต่างก็พากันไต่ขึ้นมานอนเล่นบนตัวของเด็กน้อย
……
ยามเมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้าม่านรัตติกาลปรากฏ
ชีวิตที่ดูเหมือนว่าจะสงบสุขอย่างที่เคยเป็เหมือนดั่งคืนและวันที่ผ่าน ๆ มา กลับต้องพบเจอการเปลี่ยนแปลงเพราะว่าวันนี้มันกลับแปรเปลี่ยนเด็กน้อยผู้มีดวงตาเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขคนนั้นไปตลอดกาล
เหตุการณ์เริ่มต้นด้วยพยับเมฆที่ปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลันปกคลุมท้องฟ้าพร้อมทั้งสายลมที่พัดโหมกระหน่ำแข่งประชันกับสายฝน จนทำเอาบ้านเรือนหลังคา สั่นไหวโยกคลอน
สิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้มีที่ยึดมั่นกลับถูกห่าพายุซัดปลิวขึ้นไปบนท้องฟ้า เสียงดังอึกทึกครึกโครมส่วนสังกะสีจากมุงหลังคา หรือกระทั่งแผ่นไม้ ก็พากันพุ่งชนปะทะบ้านเรือนโดยรอบ
ตามมาด้วยเสียงกัมปนาทจากฟากฟ้าพร้อมทั้งสายฟ้าที่ฟาดลงมายังเบื้องล่างไม่ขาดสายทำเอาผู้คนที่ตั้งมั่นอยู่ในบ้านของตน ไม่ว่าจะหญิงหรือว่าจะชายต่างก็กรีดร้องอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ไฟบ้านที่ติด ๆ ดับๆ แลดูคล้ายกับในหนังสยองขวัญปรากฏให้เห็นในเหตุการณ์นี้…
ในส่วนที่ทำให้คนในหมู่บ้านนี้ทุกหลังจำต้องขวัญกระเจิง กลับไม่ใช่หลอดไฟที่ติด ๆ ดับ ๆ หรือเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าด้านนอกยิ่งไม่ใช่เสียงกระทบกันของสิ่งของที่พัดปลิว กระแทกบ้านเรือน
“ใช่…ไม่ใช่เสียงเหล่านี้เลย!”
หากแต่เป็เสียงกรีดร้องที่เขย่าขวัญประสาทเป็เสียงกรีดร้องที่ทุกคนต่างได้ยินไม่เหมือนกัน!
บ้างก็ได้ยินเป็เสียงกรีดร้องของผู้หญิงคล้ายในหนังผีบ้างก็ได้ยินเสียงคำรามของช้างสาร บ้างก็ได้ยินเสียงะโร้องจะเอาชีวิตบ้างก็ได้ยินคำสาปแช่ง…
ทำเอาทุกคนหนังศีรษะชาตัวเกร็ง ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนก็เป็ลมล้มพับหมดสติไปในทันที
ในบ้านของครอบครัว‘เพียร’ เด็กน้อยผู้ซึ่งมีดวงตาใสซื่อ กลับปรากฏแสงเรืองรองขึ้นภายในห้องนอนสัตว์เลี้ยง
คนในบ้านตอนนี้ที่เหลืออยู่มีเพียงแค่เพียรกับแม่ของตนเท่านั้นคุณแม่ยังสาวรีบวิ่งห้อขึ้นไปรวมตัวอยู่ในห้องสัตว์เลี้ยงทันทีด้วยรู้ว่าลูกชายยังอยู่ที่นั่น ทั้งยังเพราะเป็ห่วงสัตว์เลี้ยงแสนรัก
‘พิมพ์ใจ’โอบกอดเพียรไว้ในอ้อมอก พร้อมทั้งพูดปลอบขวัญว่า“ไม่เป็ไรนะลูก…ด…เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แค่เกิดพายุเล็กน้อย…เท่านั้น…”เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหากแต่ในฐานะแม่เธอก็ได้พูดสิ่งที่ควรจะพูดในตอนนี้ไปแล้ว
ส่วนสัตว์เลี้ยงทั้งสี่ตัวยังคงปลอดภัยดีแรกเริ่มเดิมทีที่เข้ามาดูก็ด้วยความเป็ห่วงตอนนี้ทั้งคนทั้งสัตว์ต่างก็พึ่งพาอาศัยกันและกัน
ลูกแมวทั้งสามต่างตัวสั่นระริกด้วยความมึนงง และความสับสน ทั้งสามตัวขดตัวอยู่บนตักของพิมพ์ใจ
ส่วนแม่แมวกลับะโขึ้นมายืนบนไหล่ของเพียรพร้อมมองไปที่ท้องฟ้าด้านนอก ดูเหมือนว่ามันจะไม่หวาดหวั่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็เพียงสิ่งมีชีวิตตัวเดียวภายในบ้าน ที่ประคองสติได้มั่น
และยามที่‘เสียงกรีดร้องแห่งความหวาดกลัว’ ดังเข้ามาในโสตประสาทของสองแม่ลูกก็ทำเอาทั้งสองขวัญกระเจิง
ในนาทีนี้แม้กระทั่งพิมพ์ใจผู้เป็แม่เธออกสั่นขวัญผวา เพราะในชีวิตนี้ไม่เคยแม้แต่จะพานพบเหตุการณ์เหล่านี้แม้กระทั่งในจินตนาการหรือว่าฝันร้ายมันก็ยังไม่อาจเทียบเท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้… ณ ตอนนี้
และยามที่สองแม่ลูกกำลังจะประคองสติเอาไว้ไม่อยู่นั้นพลันปรากฏแสงเรืองรองขึ้นโดยมีเรือนกายของแม่แมวเป็จุดศูนย์กลางมันได้ปิดกั้นเสียงที่แปลกประหลาดไม่ให้เข้ามา
ในขณะเดียวกันนี้เอง‘เดือน’ แมวสัตว์เลี้ยงที่แสนจะธรรมดาของพิมพ์ใจ ที่เก็บมาจากข้างทางได้ทำสิ่งที่เป็ปาฏิหาริย์ที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะจินตนาการได้นั่นก็คือ…การที่แมวลอยตัวอยู่กลางอากาศ
พร้อมพูดด้วยภาษามนุษย์ว่า“พี่…พิมพ์ใจ…เ้าเพียร…เดือนมีเวลา…อีกไม่มากแล้ว”
……
ก่อนจะกำเนิดเป็ม่านพลังสองสี…
ม่านพลังนี้ด้านนอกเป็สีเขียวด้านในเป็สีฟ้า มันคอยปกป้องคนที่อยู่ภายในจากสิ่งอันตรายจากภายนอกไม่ว่าจะเป็สิ่งอื่นใดก็มิอาจกล้ำกรายเข้ามาได้
เช่นเดียวกันกับเสียงหรือการกระทำใดๆ ที่เกิดขึ้นจากภายใน ก็มิอาจเล็ดลอดออกไปด้านนอกได้เช่นเดียวกัน