70.....
“แม่ก็เก็บความทุกข์นั้นเอาไว้กับตัวเองน่ะสิไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับใครเลย แม้แต่คุณยายของปอนด์ แม่ก็ยังปิดบัง เพราะเหตุนี้คุณยายกันยาถึงได้โกรธแม่มากไม่ยอมให้แม่เข้าบ้านตั้งหลายปี จนพ่อของปอนด์ต้องมาซื้อคอนโดห้องนี้ให้แม่อยู่”
“แสดงว่าคุณพ่อกับคุณแม่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ห้องนี้ใช่ไหมครับ”
“ไม่ใช่เลย..พ่อของปอนด์ไม่เคยมาใช้ชีวิตอยู่กับแม่เรามีอะไรกันก็แค่ครั้งที่เมานั่นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
“ทำไมครับในเมื่อพ่อกับแม่ก็มีลูกด้วยกันคือผมแล้วทำไมไม่ใช้ชีวิตด้วยกันสามพ่อแม่ลูกให้สมบูรณ์ล่ะครับ”
“แต่ปอนด์อย่าลืมว่าพ่อของปอนด์มีแฟนอยู่แล้วคือแต๋วเพื่อนรักของแม่..ดังนั้นพ่อกับแม่ก็เลยต้องปิดบังเรื่องที่เราสองคนมีอะไรกันจนท้องไม่ให้แต๋วรู้เรื่องศศิธรเองก็ไม่รู้เรื่องเช่นกันในตอนแรก”
“แต่แม่จะปิดได้หรือครับในเมื่อท้องของแม่ก็ต้องโตขึ้นทุกวัน”
“แม่ปิดได้ไม่นานหรอก ในที่สุดแต๋วก็รู้ว่าแม่ท้องแต่แต๋วไม่มีโอกาสรู้ความจริงหรอกว่าแม่ท้องกับใครแม่ต้องโกหกเพื่อนว่าท้องกับผู้ชายคนอื่น แต๋วเขาดีกับแม่มาก คอยดูแลห่วงใยพาไปหาหมอพาไปคลอดก่อนหน้าที่แม่จะคลอดไม่กี่วันก็เป็นวันที่พ่อของปอนด์กับแต๋วแต่งงานกันด้วย”
“คุณแม่คงจะเสียใจมาก...”
เขาเรียกชื่อมารดาด้วยความรู้สึกสงสารเห็นใจ
“เรียกว่าทุกข์ใจมากกว่าเพราะจะว่าไปแล้วแม่ก็ไม่ได้รักพ่อของปอนด์แบบชู้สาวเช่นเดียวกับที่พ่อของปอนด์ก็รักแม่เหมือนเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้นที่แม่ต้องทุกข์ใจเพราะไหนจะต้องอุ้มท้องไม่มีพ่อ ทั้งยังต้องปิดบังคุณยายอีก แม่ต้องนอนร้องไห้ทุกวันด้วยความทุกข์สับสนว้าเหว่มันมีทุกความรู้สึกจนแม่แทบจะฆ่าตัวตายเลยทีเดียว”
“โธ่..คุณแม่..”
สิปปกรกอดแม่ด้วยความรักและสงสารท่วมท้น
“แม่จึงอยากให้ปอนด์เข้าใจและเห็นใจหนูเอมี่ไงล่ะ..ตอนนี้สภาพของหนูเอมี่ก็ไม่ต่างจากแม่เมื่อครั้งที่แม่ท้องปอนด์หรอกนะมันทั้งทุกข์กังวลใจสารพัด แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะทำลายลูกในท้อง แม่ถึงได้ยกย่องน้ำใจของหนูเอมี่ไงลูกที่ไม่เอ่ยปากว่าจะทำแท้งเพราะฉะนั้นปอนด์จะต้องคอยอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้หนูเอมี่นะลูก”
“ครับแม่”
“ตอนนี้ก็ต้องถือว่าหนูเอมี่เสียสละอนาคตเพราะยังเรียนไม่จบด้วย หนูเอมี่ไม่ได้โชคดีเหมือนแม่ที่ตอนแม่ท้องนั้นแม่เรียนจบพอดีจึงไม่ได้ทำให้คุณยายขายหน้ามากแต่คุณยายก็เสียใจมากที่รู้ความจริงตอนที่แม่คลอดปอนด์แล้ว ท่านถึงกับตัดแม่ตัดลูกไม่มาดูดำดูดีแม่เลยตอนนั้นก็ได้ศศิธรคอยช่วยเหลือเป็นกำลังใจ”
“แล้วทำไมคุณยายถึงให้อภัยแม่ล่ะครับ”
“เพราะปอนด์ไงล่ะพอท่านได้เห็นปอนด์ท่านก็โกรธแม่ไม่ลง แล้วก็ขอให้แม่เล่าความจริงให้ฟังทุกอย่างแม่จึงได้เล่าความจริงให้ฟังตอนนั้นศศิธรก็เลยรู้เรื่องด้วย คุณยายจึงขอปอนด์ไปเลี้ยงที่บ้านสวนไงล่ะลูกทำให้แม่ได้มีเวลาไปหางานทำ”
“แล้วทุกวันนี้คุณพ่อก็ยังอยู่กับป้าแต๋วใช่ไหมครับ”
“ไม่อยู่แล้วลูก..ป้าแต๋วเสียไปเมื่อสามสี่ปีมาแล้วล่ะตอนนี้คุณพ่อก็อยู่กับลูกอีกสองคน”
“คุณพ่อมีลูกอีกสองคนหรือครับงั้นผมก็มีน้องด้วยน่ะสิครับ”
“ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเขาหรอก ป้าแต๋วมีปัญหามีลูกยากก็เลยไปขอลูกน้องสาวมาเลี้ยงเป็นลูกสองคนน่ะ”
“งั้นก็ไม่ใช่ลูกของคุณพ่อแต่เป็นหลานของป้าแต๋ว..แต่แม่ครับป้าแต๋วเสียแล้วทำไมพ่อกับแม่ไม่อยู่ด้วยกันเลยล่ะครับ ในเมื่อผมก็เห็นคุณพ่อแวะมาหาแม่กับผมที่คอนโดเป็นประจำอยู่แล้ว”
“ชีวิตมันไม่ได้ง่ายแบบนั้นนะปอนด์..ที่ผ่านมาพ่อกับแม่ก็ไม่ได้รักกันแบบที่จะต้องใช้ชีวิตร่วมกันอยู่แล้วเราทำผิดต่อแต๋วมานานจนกระทั่งแต๋วตายไป ก็ยังไม่ได้รู้ความจริงเลยพ่อกับแม่จึงตกลงกันว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไปจนตาย ปอนด์ก็เห็นไม่ใช่หรือว่าพ่อกับแม่เป็นเพื่อนกันได้ดีแค่ไหนถ้าใช้ชีวิตคู่ผัวเมียอาจจะเลิกกันไปนานแล้วก็ได้”
“ผมเข้าใจแล้วครับ..ความจริงผมก็มีความสุขดีอยู่แล้วที่เห็นพ่อกับแม่รักกันแบบนี้แล้วอีกอย่างพ่อก็ไม่เคยทิ้งผม ยังแวะเวียนมาหาผมอยู่เสมอ และที่สำคัญผมมีแม่ที่คอยดูแลผมอย่างดีมาจนโตขอบคุณครับแม่”
เขากราบที่อกมารดาด้วยความซาบซึ้งใจ
“แม่อาจจะไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกนักหรอกแต่แม่ก็รักลูกสุดหัวใจของแม่”
“ผมรู้ครับแม่ผมก็รักแม่มากที่สุด แล้วก็รักคุณยายมากด้วยครับ”
“ปอนด์ก็ได้รับรู้เรื่องราวของแม่หมดแล้วพอได้ฟังที่แม่เล่า ปอนด์พอที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับปัญหาของตัวเองตอนนี้ได้บ้างหรือยัง”
มารดามองหน้าลูกชายด้วยแววตาที่รื้นไปด้วยน้ำตา
“ครับ..อย่างน้อยผมก็จะพยายามเข้าใจน้องเอมี และผมคิดว่าผมสามารถที่จะทำหน้าที่พ่อได้เหมือนที่พ่อเคยทำกับผมด้วยการแวะเวียนมาหาได้แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่เป็นครอบครัวก็ได้”
“ปอนด์..นี่ลูกคงไม่คิดที่จะทำแบบพ่อเขาหรอกนะ”
“ทำไมครับแม่..ในเมื่อพ่อก็ยังทำได้เลยแล้วแม่ก็มีความสุขด้วย ถ้าผมจะอยู่กับคนที่ผมรักก็คือดรีม แต่แวะเวียนมาหาลูกอยู่เสมอเพื่อทำหน้าที่พ่อก็น่าจะได้ไม่ใช่หรือครับแม่”
“ปอนด์ทำได้ แต่หนูเอมี่ล่ะจะยอมให้ปอนด์ทำอย่าง นั้นหรือเปล่า”
“นั่นสิครับ..แล้วผมจะทำอย่างไงดีครับแม่..ผมไม่อยากให้ดรีมรู้เรื่องนี้เลยผมกลัว...”
เขาสารภาพกับมารดา
“แม่เข้าใจ ปัญหานี้เหมือนกับเรื่องราวของแม่เพราะตอนที่แม่ท้องกับพ่อของปอนด์ แม่ก็กลัวว่าแต๋วจะรู้ จึงปิดบังกันมาตลอด”
“ถ้าอย่างนั้น ผมก็จะปิดบังไม่ให้ดรีมรู้ความจริงเหมือนกันครับ”เขามีสีหน้าดีขึ้น
“ปอนด์จะปิดบังได้นานแค่ไหนล่ะ..หนูเอมี่จะยอมช่วยปอนด์ปิดบังหรือเปล่า”
“คงยากครับแม่..เอมี่อยากจะให้เพื่อนๆ ปอนด์รู้ทุกคนเลย เธอพยายามแสดงตัวว่าเป็นอะไรกับผม”
“นั่นแหละคือปัญหา”
“แล้วปอนด์ควรทำอย่างไงดีครับแม่..”
เขาถามมารดาด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มมารดากุมมือให้กำลังใจเขาไป
“ค่อย ๆ แก้ปัญหาไปทีละส่วนตอนนี้ปอนด์ต้องอยู่ที่นี่ก่อน ให้หนูเอมี่สบายใจ..เรื่องอื่นค่อยว่าทีหลัง”
“ครับ”
สิปปกรพยักหน้าแววตาสลด เขาคงต้องยอมรับกับชะตากรรมที่เขาก่ออย่างไม่ตั้งใจนั้นเสียแล้วแต่เขาจะทนรับกับชะตากรรมที่ต้องอยู่ในความต้องการของเอมี่ได้นานเพียงใดในเมื่อหัวใจของเขาอยู่ที่นัฏนรีเพียงคนเดียวเท่านั้น
ที่บ้านของ ดร.นีรนุช ในเย็นวันนี้ได้มีการจัดเลี้ยงเล็กๆ ภายในครอบครัวถือเป็นการฉลองวันครบรอบแต่งงานของดร.ฉันทวัฒน์ กับ ดร.นีรนุชซึ่งทั้งสองสามีภรรยาก็ไม่เคยจัดมาก่อนแต่อย่างใด ทว่า..ปีนี้เป็นความคิดของนัฏนรีที่บอกให้บิดามารดาจัดขึ้นเพื่อจะได้ชวนเพื่อน ๆ มาร่วมรับประทานอาหารที่บ้าน
เหตุที่นัฏนรีอยากให้มีงานเลี้ยงขึ้นที่บ้านก็เพราะอยากจะให้สิปปกรมาที่บ้านของเธอเนื่องจากระยะนี้เขามักจะมีธุระไปโน่นไปนี่ตลอดส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าต้องไปช่วยมารดาเรื่องงาน จนทำให้นัฏนรีรู้สึกว่าเขาจะห่างเหินเธอไปแม้สิปปกรจะโทรมาหานัฏนรีทุกวัน แต่เธอก็อยากจะให้เขาแวะมาหาที่บ้านมากกว่าดังนั้นเธอจึงถือโอกาสวันที่บิดามารดาแต่งงานกันมาครบยี่สิบห้าปีในวันนี้ จัดเลี้ยงขึ้นเสียเลยเพื่อจะได้ทำให้สิปปกรเห็นความสำคัญ แล้วก็แวะมาหาเธอที่บ้านได้
ไปรยา ถือโอกาสนี้เปิดตัวชายหนุ่มที่คบหากันอยู่เขาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานเดียวกันชื่อสมภพ ส่วนลิลลี่ มากับ ปัญจพลเช่นเคย แต่ความสัมพันธ์ยังไม่คืบหน้า เพราะว่าปัญจพลยังไม่ยอมเปิดเผยความจริงว่าเขาจีบลิลลี่ไม่ใช่นัฏนรีอย่างที่ลิลลี่เข้าใจ
“ป่านนี้ปอนด์ยังมาไม่ถึงอีกเหรอ..ปกติเขาเป็นคนแรกเลยนะที่มาถึงก่อนใคร”
ไปรยาถามขึ้น นัฏนรีมีสีหน้าสลดวูบจเธอไม่ได้บอกเพื่อนว่าสิปปกรไม่ค่อยได้แวะมาหาเธอเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ชวินในร่างหมีพูเห่าเป็นระยะ ๆเป็นการสื่อสารให้เพื่อนทั้งสองทราบว่าสิปปกรดูเปลี่ยนไปมาก เจ้าหมีพูก็ไม่ได้พบหน้าหลายวันแล้วจึงอยากจะพบตัวเขามาก เพราะชวินร่างหมีพูได้รับรู้แล้วว่าสิปปกร คือคนที่จะทำให้นัฏนรีมีความสุขได้ช่วงที่สิปปกรหายไปหมีพู เห็นแต่ความเศร้าว้าเหว่ของ นัฏนรี หมีพูจึงรู้สึกสงสารนัฏนรีอยากให้สิปปกรรีบ ๆ มาให้เห็นหน้าหน่อย
“หยุดเห่าได้แล้วนะหมีพูคนเขาจะคุยกัน”
ลิลลี่หันไปดุเจ้าหมีพู
“หมาจะคุยด้วยไม่ได้รึไงล่ะยัยลิลลี่..ที่เห่านี่แหละคือการคุยหัดเข้าใจหมาหน่อยนะเธอ”
ชวินร่างหมีพูบอกด้วยการกระโดดเห่าไปทางลิลลี่โดยเฉพาะ
“ต๊าย..ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุนะเจ้าหมีพูเดี๋ยวเถอะ..เอ๊ะ..แต่ทำไมเหมือนหมีพูอยากจะคุยด้วยเลย” ลิลลี่จ้องตาเจ้าหมีพู
“ก็ฉันอยากจะคุยด้วยน่ะสิ..ที่เห่าบ๊อกๆ นี่แหละภาษาหมาเรียกว่าคุย ยัยเพื่อนซื่อบื้อ”
เจ้าหมีพูเห่าบอก
“ถ้าหมีพู อยากจะคุยด้วยจริง ๆงั้นก็ลองหยุดเห่าก่อนหยุด”
ลิลลี่ ทำท่าชี้มือสั่งไปที่เจ้าหมีพูแล้วหมีพูก็หยุดเห่าทันที
“ลิลลี่เก่งจังคุยกับหมารู้เรื่องด้วย”
ไปรยากล่าวสัพยอกเพื่อนทำให้ทุกคนพลอยหัวเราะไปด้วยและรู้สึกทึ่งหมีพูทุกคน
ปัญจพล คอยดูแลหนุ่มคนพิเศษให้กับไปรยาด้วยการพาสมภพเข้าไปข้างในเพื่อแนะนำให้รู้จักกับเจ้าของบ้านสองสามีภรรยา ปล่อยให้สาวๆ ได้พูดคุยกันไป
“คุณพีเจ.นี่ก็น่ารักดีนะ..ดูสิพาแฟนยัยยาไปแนะนำกับคุณพ่อคุณแม่แทนด้วย”
นัฏนรีมองตามสองหนุ่มไป
“น่ารักแบบนี้ ก็ยังมีใครแถวนี้ใจแข็งไม่ยอมรับรักเล้ย”
ไปรยาพูดยิ้ม ๆส่งสายตาเป็นที่รู้กันกับนัฏนรี โดยที่ลิลลี่ไม่ได้สังเกตเห็น แต่ลิลลี่กลับเข้าใจไปว่าไปรยากำลังพูดเพื่อให้นัฏนรีรับรู้มากกว่าจะคิดว่าเป็นตัวเธอเอง