คนทรยศ
ใบหน้าของผู้คนในตระกูลเสวี่ยบึ่งตึกและหน้าเกลียดขึ้นมาในทันที การที่รุ่นเยาว์ของตระกูลตนถูกสังหารด้วยการโจมพีเพียงครั้งเดียว มันไม่ต่างอะไรจากการตบหน้าพวกเขา"ต่อไป" หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชารุ่นเยาว์ของดินแดนเหมันต์มองหน้ากันไปมา รุ่นเยาว์ของตระกูลเสวี่ยที่มีพลังระดับปราณเซียนสวรรค์ขั้นที่ 4 ลงไปพรันหน้าซีดลงในทันที"หยุนเห่อ ออกไป" ผู้อาวุโสของตระกูลเสวี่ยกล่าวหยุนเห่อแสดงสีหน้าไม่ชอบใจนักก่อนจะเดินออกไป หยุนเห่อเป็นลูกพี่ลูกน้องกับหยุนจี๋ซึ่งเป็นศิษย์หลักที่อยู่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 5 ในตอนอยู่ในวิหารเยือกแข็งหยุนเห่อก็มักจะมาพูดคุยกับหยางจื่อเมื่อมีโอกาสทั้งสองถือได้ว่าเป็นมิตรกัน"เจ้าควรจะกล่าวยอมแพ้ซะ" หยางจื่อกล่าว"เฮ้อ ถ้าข้าทำเช่นนั้นตระกูลหยุนจะเอาหน้าไปไว้ที่ใหน" หยุนเห่อกล่าว"ถ้างั้นข้าจะทำให้เจ้ายอมแพ้เอง" หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชาร่างกายของหยางจื่อแวบหายไป และปรากฏอยู่ตรงหน้าของหยุนเห่อฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยเปลวเพลิงเทวะปะทะเข้ากับหน้าอกของหยุนเห่ออย่างจัง ร่างของหยุนเห่อกระเด็นออกมาและหมดสติลงในทันทีผู้คนจากดินแดนเหมันต์ต่างก็แสดงถึงความตกตะลึงจนถึงขีดสุด แต่ทางด้านดินแดนเปลวเพลิงกับแสดงรอยยิ้มออกมา"นี่หนะะหรือพลังของรุ่นเยาว์พวกเจ้า นี่เด็กคนนั้นยังไม่ได้อุ่นเครื่องเลยด้ยซ้ำ" อู่เหล่ยกล่าวจักรพรรดินีเหมันต์ขมวดคิ้วลงและแสดงใบหน้าที่ปั้นยากออกมา นางสามารถรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มที่สวมใส่หน้ากากปีศาจนั้นแข็งแกร่งเกินไปและยังครองครองเปลวเพลิงเทวะ นี่ทำให้นางนึกถึงหยางจื่อก่อนที่เเววตาของนางจะฉายแววตื่นตระหนก"หรือว่า!!!!" จักรพรรดินีเหมันต์กล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา"หยุนความคิดของเจ้าซะ" เสวี่ยเฟิงกล่าวออกมา"นี่ท่านรู้อยู่เเล้วรึ" จักรพรรดินีเหมันต์กล่าว"หึ นี่คือการลงทัณฑ์สำหรับพวกเขา เจ้าอย่าได้สอดมือเข้าไปยุ่ง" เสวี่ยเฟิงกล่าวเมื่อหยุนเห่อถูกนำออกไปนอกสนามประลองหยางจื่อก็ยังคงยืนนิ่งไม่ใหวติ่งก่อนจะกล่าว"ต่อไป"ในตอนนั้นเองชายหนุ่มที่เป็นศิษย์หลักที่โจมตีใส่หยางจื่อเมื่อ 3 ปีก่อนก็ก้าวออกมา ชายหนุ่มคนนี้อยู่ปราณจักรพรรดิสวรรค์ขั้นที่ 8"เจ้าสวะ อย่าได้ทำตัวอวดดีให้มันมากนัก เพียงแค่กำจัดคนอ่อนแอพวกนั้นไปได้อย่าคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุด" ชายหนุ่มกล่าว"ในสายตาของข้าเจ้าเองก็ไม่ต่างจากสวะเช่นกัน" หยางจื่อกล่าว"ปากดีนักนะ ตายซะเถอะ" ชายหนุ่มกล่าวชายหนุ่มชักกระบี่ออกมาและฟาดฟันใส่หยางจื่อ คลื่นความเย็นที่แหลมคมพุ่งเข้าหาหยางจื่อด้วยความเร็ว หยางจื่อกระตุ้นพลังของเปลวเพลิงเหมันต์ออกมา เปลวเพลิงสีขาวลุกโชนขึ้น ดาบเปลวเพลิงสีขาวฟาดฟันลงมาการโจมตีของทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ชายหนุ่มแสดงสีหน้าตื่นตกใจก่อนจะรีดเร้นพลังปราณออกมาสูงสุด"กระบี่เยือกแข็งสังหาร!!!!!" ชายหนุ่มตะโกนกระบี่เยือกแข้งพุ่งเข้าหาหยางจื่อด้วยความเร็วพลังความหนาวเย็นและแหลมคมทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่หยางจื่อก็ยังคงยืนนิ่งไม่ใหวติ่ง หยางจื่อผลักฝ่ามืออกไปปรากฏดาบเพลิงสีทองและสีขาว ดาบทั้งสองต่างก็มีพลังที่แตกต่างกัน เล่มหนึ่งมีความร้อนสุดจะหยั่งถึง ส่วนอีกเล่มมีความหนาวเย็นอันไร้ที่สิ้นสุด ดาบทั้งสองฟาดฟันลงมาดาบทั้งสองเล่มของหยางจื่อฟาดฟันใส่ทักษะของชายหนุ่มตระกูลเสวี่ยจนแตกสลายหายไป แต่ดาบทั้งสองเล่มกลับไม่หยุดและฟาดฟันใส่ชายหนุ่มจากตระกูลเสวี่ย"หยุดมือ!!!" ผู้อาวุโวของตระกูลเสวี่ยตะโกนออกมาและกำลังจะใช้กำลังเข้าขัดขวางแต่ในตอนนั้นเองที่อู่เหล่ยก็ปลดปล่อยพลังเข้าขัดขวางผู้อาวุโสของตระกูลเสวี่ย ดาบเพลิงทั้งสองเล่มฟันใส่ชายหนุ่มจากตระกูลเสวี่ยอย่างจัง"เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่ยอมรับข้าจะแพ้เจ้าสวะนี่ได้อย่างไร" ชายหนุ่มกรีดร้องออกมาดาบเพลิงทั้งสองฟาดฟันใส่ร่างของชายหนุ่มจนตกตายอย่างน่าอนาถ ทำให้รุ่นเยาว์ของทั้งสองดินแดนได้แต่สั่นสะท้านกับความโหดเหี้ยมนี้"อย่างที่คิดเจ้านั้นจ้องเล่นงานแต่รุ่นเยาว์ของตระกูลเสวี่ยเรา ชายหนุ่มลึกลับผู้มีเปลวเพลิงเทวะสีทองและสีขาว หรือว่าจะเป็น ไม่เป็นไปไม่ได้แค่ระยะเวลาสั้นๆมันไม่น่าจะทำได้ถึงขนาดนี้แต่ว่า" ผู้อาวุโสของตระกูลเสวี่ยกล่าว"เป็นเจ้าสินะหยางจื่อ เจ้าทรยศพวกเราจริง ๆด้วย" ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเสวี่ยกล่าวผุ้คนของดินแดนเหมันต์ต่างก็แสดงความตกตะลึงออกมาเมื่อได้ยินคำกล่าวของผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเสวี่ย พวกเขาต่างมองไปยังชายหนุ่มที่สวมใส่หน้ากากปีศาจที่ยืนอยู่บนเวทีประลองด้วยสายตาที่ไม่อยางจะเชื่อหยางจื่อบิดปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันก่อนจะค่อยๆหัวเราะออกมา หยางจื่อนำมือมาปลดหน้ากากปีศาจออกเผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาและเย็นชา"หยางจื่อ!!!" หยุนจี๋กล่าวด้วยน้ำเสียงมีความสุขพวกตันหลางเองก็แสดงสีหน้ายินดีออกมาแต่ในตอนนั้นเองที่ใบหน้าของพวกเขาก็กังวลยิ่งขึ้น พวกเขาต่างก็คิดว่าหยางจื่อในตอนนี้ได้เข้าร่วมกับดินแดนเปลวเพลิงเเล้ว แถมบรรยากาศรอบ ๆตัวหยางจื่อยังมีแต่ความเย็นชาอีกด้วยซึ่งต่างจากหยางจื่อที่พวกกเขาเคยรู้จักใบหน้าของผู้อาวุโสตระกูลเสวี่ยเผยจิตสังหารออกมา เมื่อ 3 ปีก่อนพวกเขาได้รับรายงานมาว่าหยางจื่อได้ตกลงไปในผาไร้ที่สิ้นสุดเเล้ว นี่ทำให้พวกเขาวางใจได้ว่าหยางจื่อได้ตกตายไปเเล้ว แผนของพวกเขาคือถ้าหากหยางจื่อถูกผู้อาวุโสของดินแดนเปลวเพลิงจับไปพวกเขาก็จะสังหารทั้งสองคน เพราะในตอนนั้นมีผู้อาวุโสสุงสุดของตระกูลเสวี่ยติดตามหยางจื่อไปด้วยตนเอง"เจ้าคนทรยศหยางจื่อ เจ้าบังอาจสังหารบุตรชายของข้า วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้" เสวี่ยเหิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเครียดแค้น"ทรยศ??? นี่พวกเจ้ากล้าพูดคำนี้ออกมางั้นรึ พวกเจ้าตระกูลเสวี่ยชั่งเป็นตระกูลที่ไร้ยางอายเสียจริง ๆ" หยางจื่อกล่าว"เจ้าสวะ เจ้ากล้าพูดจาเหยียดหยามตระกูลของข้างั้นรึ" เสวี่ยเฉินยืนขึ้นและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเสวี่ยเฉินที่ตกหลุมรักจ้าวเสวี่ยถึงจ้าวเสวี่ยจะไม่เคยแลตามองเขาแต่เสวี่ยเฉินก็คิดเสมอว่าตนคือผู้ที่จะได้แต่งงานกับจ้าวเสวี่ย แต่เมื่อได้ยินว่าการปรากฏตัวของหยางจื่อผู้ที่มากพรสวรรค์ทำให้มีบางคนสนับสนุนให้หยางจื่อแต่งงานกับจ้าวเสวี่ย นี่ทำให้เสวี่ยเฉินรู้สึกเกลียดหยางจื่ออย่างมาก"โอ้เจ้าคงเป็นเสวี่ยเฉินผู้ที่เป็นรุ่นเยาว์ที่น่าภาคภูมิใจของตระกูลเสวี่ยสินะ อ้อไม่สิเจ้าไม่ใช่รุ่นเยาว์แล้วนิเจ้าอายุ 52 ปีเเล้วซึ่งเป็นผู้อาวุโสไปเเล้ว" หยางจื่อกล่าวเย้ยหยัน----------------------------------------------------------------------------------