ดวงอาทิตย์สีแดงฉานกำลังแย้มขึ้นที่ขอบฟ้าฝั่งบูรพาทิศ สาวรับใช้ผมดำคนเดิมเดินเข้ามาในห้องของผู้กล้าผู้กำลังนอนอย่างสบายใจเฉิบ
“ลุกขึ้นมาได้แล้วค่ะ ท่านผู้กล้า”ฮันนาพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา ท่านผู้กล้าของฮันนาก็ยังคงนอนไม่สนใจเสียงโมโนโทนที่ออกมาจากปากฮันนาต่อไปฮันนาจึงก้มลงไปจับไหล่ของเอมิเลีย
“ขอห้านาทีนะ แม่” เอมิเลียยังคงงัวเงียฮันนาจึงค่อยๆเปลี่ยนชุดเอมิเลียเป็ชุดเสื้อ กางเกงแบบเข้ารูปแต่ยังขยับตัวได้อย่างถนัดเมื่อเห็นเอมิเลียยังคงไม่ตื่นแม้จะเปลี่ยนชุดแล้วทั้งตัวเธอจึงจับเอมิเลียตั้งขึ้นในท่ายืน
“หา อะไรกัน”เอมิเลียเซไปมาด้วยความงุนงง
“ตื่น ได้ แล้ว ค่ะ” ฮันนาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดขณะเช็ดหัวและมัดผมสีทองสลวยของเอมิเลียให้ก่อนนำทางออกมาจากอาคารที่พัก
ระหว่างเดินไปลานซ้อม เอมิเลียหันหน้ามองไปทางมหาวิหารที่เมื่อวานตื่นขึ้นมาสังเกตเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งยืนเรียงเป็แถวหน้าวิหาร ทุกคนสูงราวไหล่ ผมสีขาวในชุดลายแถบแนวตั้ง สีม่วงสลับเขียวแปลกตา สะพายธนูคันยาวเกือบเท่าความสูงของพวกเขาเองพอเอมิเลียมองดูดีๆ แล้ว คนพวกนี้มีผิวที่ค่อนข้างขาว ดั้งจมูกค่อนข้างชัดและหูแหลม
“พวกนักรบรับจ้างชาวเอล์ฟิสน่ะค่ะ”ฮันนาสังเกตได้ถึงความสนใจของสาวแปลกถิ่นที่อยู่ข้างตัว “เป็เผ่าพันธุ์เอล์ฟจากกลางเทือกเขาเอล์ฟพวกเขาทั้ง 189นาย เป็ทหารที่มีความกล้าหาญ และชำนาญในการใช้อาวุธทุกประเภทที่สุดแล้วค่ะ”ฮันนาอธิบายต่อ “ทุกนายในนี้มีประสบการณ์การต่อสู้มามากกว่าสามสิบปีแล้วค่ะ”
เอมิเลียทึ่งกับเลขนั้นกับหน้าตาที่ยังดูหนุ่มแน่นของทุกคนแต่ก็นึกได้ว่าเอล์ฟ มักมีอายุยืนยาวในเื่ต่างๆ ที่เคยเสพมา
“พวกเอล์ฟนี่มีอายุขัยกันกี่ปีเหรอคะ”เอมิเลียถามด้วยความอดไม่ได้
“ถ้าเอาถึงแก่ตายกันก็...สักสองร้อย ไม่เกินสองร้อยยี่สิบได้มั้งคะ” ฮันนาตอบกลับไป
เอมิเลียทำท่าจะเข้าไปสำรวจพวกเอล์ฟอย่างใกล้ชิดแต่ก็ถูกฮันนาขว้าแขนไว้ แขนที่ถูกจับก็ถูกตรึงอยู่ในตำแหน่งนั้นทันทีจนเอมิเลียไม่สามารถเดินต่อได้
“วันหลังเดี๋ยววิชาการต่อสู้ก็ได้เรียนกับพวกเขาแล้วล่ะค่ะ”ฮันนาพูดพลางถอนหายใจกับผู้กล้าแสนซนที่เกือบจะเสียมารยาททหารยามระหว่างปฏิบัติหน้าที่“ท่านอายุเท่าไหร่แล้วคะเนี่ย ทำตัวเป็เด็กไปได้”
“ก็... สิบเจ็ด” เอมิเลียพูดแบบเขินๆก่อนจะเดินตามฮันนาไปแต่โดยดี
“วันนี้เราจะเรียนการใช้เวทกันกับฉันค่ะ”ฮันนาพูดพลางนำทางไป โดยั์ตากลมโตของสาวน้อยที่ตามหลังก็ลุกวาวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินฮันนาอมยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “การใช้เวท เป็การดึงพลังงานจากิญญาตัวเองมาใช้”
ทั้งคู่เดินมาถึงลานซ้อมฮันนาหยุดเดินก่อนพูดต่อ
“พลังิญญาพวกนี้โดยพื้นฐานก็นำมาใช้ได้หลายอย่าง”ฮันนาหันหลังกลับมาจับข้อมือเอมิเลีย “พลังิญญาที่อัดเข้ากล้ามเนื้อก็ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นได้หลายเท่า”เอมิเลียรู้สึกได้ว่าฮันนาแรงเยอะกว่าแขนเล็กๆของเธอมาก เธอไม่สามารถสู้แรงได้ไหว“หากสะสมที่จุดเล็กๆ นานๆเข้าก็จะเกิดความร้อน” เอมิเลียรู้สึกเหมือนมือฮันนาร้อนผ่าวราวถุงร้อนที่ใช้ในฤดูหนาว
ฮันนานำฝ่ามืออีกข้างของตนจ่อที่ท้องของอีกฝ่าย“หากปล่อยออกตรงๆ ก็สร้างเป็คลื่นกระแทกได้” คลื่นกระแทกออกมาจากฝ่ามือกระแทกเข้าท้องอีกฝ่ายอย่างจังเอมิเลียก็ทรุดลงด้วยความจุกทันที
“เป็ต้น...” ฮันนาพูดตัด แล้วปล่อยมือจากเอมิเลีย“แต่อย่างไรก็ดี เื่สำคัญที่สุดในการใช้เวท คือการใช้ ‘พรส่วนตัว’ ให้เป็” ฮันนามัดผมตัวเองเป็หางม้า “เป็เวทที่คนไม่มีพรนั้นไม่สามารถใช้ได้”
“ขอซึ่งบรรชาจาก์ ตัวฉัน เทวทูตชั้นโท คณะอิทธิเทวา ฮันนาเอล จักขอแสดงแสนยา”
บางอย่างที่คล้ายเขาสีขาวมันวาวราวโลหะแผ่นบางๆงอกออกมาจากเหนือหูทั้งสองข้างของฮันนาอย่างรวดเร็ว แต่เขาคู่นั้นไม่งอกขึ้นข้างบนแต่กลับวนรอบหัวจนถึงโคนเขาอีกฝั่ง มองไปก็คล้ายวงแหวนของพวกเทวดาในนิทานอยู่ ถ้าไม่นับโคนที่งอกออกมาจากหัว
“ต่อยฉันมาสิคะ” ฮันนาบอกกับเอมิเลีย“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ฉันเตรียมพร้อมเป็คู่ซ้อมแล้วค่ะ”
เอมิเลียลุกขึ้น ค่อยๆ ปล่อยมือจากความเจ็บที่ท้อง“ฝั่งฉันสิที่ยังไม่พร้อม” เอมิเลียกำหมัดขึ้น แล้วชกเข้าไปทางฮันนา แม้จะไม่ได้มาจากคนที่ชกต่อยเก่งแต่หมัดนั้นเอมิเลียก็ตั้งใจใส่เต็มแรง
ฮันนายกนิ้วชี้ซ้ายขึ้นมารับทันทีที่หมัดของเอมิเลียแตะเข้ากับนิ้วนั้น หมัดนั้นก็หยุดนิ่งทันที เอมิเลียรู้สึกเหมือนมือดันอยู่กับเสาแข็งๆแต่กลับไม่ได้รู้สึกเหมือนหมัดเข้ากระแทก เพราะไม่ได้รู้สึกเจ็บที่กระแทกเอมิเลียพยายามชักหมัดกลับ แต่ิัที่มือนั้นก็กลับติดอยู่กับนิ้วชี้นั้น
“พรส่วนตัวของฉัน ‘immovable’ (สถิตคงที่) ค่ะ” ฮันนาพูด ก่อนปลดเวทให้มือของเอมิเลียกลับมาขยับได้ “ฉันหยุดการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆบริเวณที่ััฉันได้อย่างไร้เงื่อนไข”
“โห ก็แกร่งพอตัวเลยนิ” เอมิเลียชม“ดาบ หอก ก็ฟันแทงไม่เข้าเลยสิ”
“ถ้าฉันตอบสนองทันก็นะคะ” ฮันนาบอก“หรือถ้าฉันเปิดเวทนี้ค้างกับทั้งร่าง ทั้งรองเท้าและเสื้อผ้าของฉันก็ขยับไม่ได้คะรวมถึงมันจะกินพลังิญญาฉันไปมากด้วย”
“ิญญาเราเสริมสร้างซ่อมแซมตัวเองเสมอมูลิญญาเก่าจะหลุดลอยสู่แวดล้อมไปเรื่อย ๆ หากเป็คนที่ใช้เวทไม่เป็”ฮันนาอธิบายต่อ “แต่คนที่ฝึกการใช้เวทจะตรึงมูลนั้นไว้กับตัวเองได้ เพี่อเป็แหล่งพลังเวทเป็การใช้เวทน้อยตรึงเวทมาก แต่ยิ่งสะสมมากเข้าก็ยิ่งใช้เวทในการตรึงมูลิญญานั้นกับตัวมากขึ้นจุดที่อัตราการใช้เวทตรึงมูลิญญากับปริมาณเวทใหม่ที่ิญญาตนสร้างมาเท่าๆ กันนั้นคือความจุิญญา”
“หนึ่งหน่วยความจุนั้น เทียบเท่ากับความจุของชาวบ้านธรรมดาไร้การฝึกฝน”ฮันนาสอนต่อ “นักสู้เก่งๆ ต่างก็มีความจุเกินร้อยหน่วยกันทั้งนั้น”
“เช้านี้พอแค่นี้ไปพักกินอาหารเช้าก่อนเถอะค่ะ พวกเราเตรียมไว้ให้แล้ว” เทวทูตในชุดเมดนำเดินต่อไปที่ห้องอาหาร“แล้วหลังจากนั้นฉันจะฝึกคุณจนกว่าพรประการแรกของคุณจะตื่นขึ้นเลยค่ะ”
ในระหว่างที่เอมิเลียกำลังซัดไข่ดาวขนมปังปิ้ง และมันบดอยู่นั้นเอง เสียงกลองและดนตรีก็ดังขึ้นอึกทึกครึกโครมท่อนแรกยังไม่ทันจบดี เสียงดนตรีคนละชุดก็ดังมาจากอีกทิศ ไม่นานเพลงที่สามก็ถูกบรรเลงขึ้นพร้อมกันเสียงจากสามทิศตีกันยุ่งไปหมด
“พวกมันจะจากกันยังจะข่มกันอีกนะไปกันได้เสียก็ดี” จักรพรรดิคาเอล เดินเข้ามาในห้องอาหารโดยไม่บอกกล่าว เงาทหารที่น่าจะเป็องครักษ์อยู่ข้างนอกประตูทางเข้าเป็โขยง
ฮันนาส่งสายตาเรียกเมดอีกสองคนไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญผู้สูงส่งแต่องค์จักรพรรดิส่ายมือปฏิเสธไป ก่อนเดินเข้ามานั่งตรงข้ามผู้กล้าที่ตะลึงทำตัวไม่ถูกชะลอการเคี้ยวลง ทั้ง ๆ ที่อาหารยังอยู่เต็มปากเต็มแก้มตุ่ยๆ
“ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้จอมมารนั่น หรือเธอผู้กล้า พวกเราสี่คนคงมาอยู่ในเมืองเดียวกันไม่ได้” คำพูดของขัตติยชาติที่พูดออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้หญิงสาวต่างถิ่นคนนี้ไปต่อไม่เป็
เสียงกลืนอาหารคำโตที่ยังเคี้ยวไม่เสร็จดีดังเอื๊อกใหญ่หญิงสาวเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำด้านข้างมาซดตาม “เป็เกียรติอย่างยิ่ง กระมังคะ”หญิงสาวอ้ำอึ้ง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่าทางน่าสนใจดีนิ” ชายชาววังฝั่งตรงข้ามหัวร่อ
“แล้วพระองค์ไม่ไปพร้อมกับอีกสามพระองค์เหรอคะ”หญิงสาวถามเ้าแผ่นดินผู้ที่ยังคงไม่รีบร้อนที่จะออกจากนครหลวงของศาสนจักรนี้
“บ้านฉันมันไม่ไกลเท่าพวกที่เหลือหรอก” จักรพรรดิผู้พูดภาษาเดียวกับหญิงสาวบอก“และฉันก็เป็ผู้ปกปักแห่งศรัทธา เป็สปอนเซอร์หลักของาศักดิ์สิทธิ์ครั้งต่อไปนี้ด้วย”
“และในฐานะพ่อยกประจำงานนี้แล้วววก็ต้องเปย์กันสักหน่อย” เขาลุกขึ้นเดินไปทางฮันนา ขณะที่ล้วงหยิบกล่องไม้เล็กๆกล่องหนึ่งออกมาจากในเสื้อคลุมตนเอง ทาบไปที่หน้าอกขนาดครึ่งมาตรฐานของสาวรับใช้ผมดำคนนั้นก่อนที่เขาจะเขาพูดกระซิบใกล้ๆ แต่ไม่จ่อหูด้วยน้ำเสียงจริงจัง “รับไปเสียแล้วอย่าพลาดล่ะ ฉันพนันจักรวรรดิฉันไว้กับพวกเธอนะ”
เทวทูตที่ปกติหน้านิ่งคนนั้นตาเหลือกตะลึงขณะค่อยๆก้มหน้าลงไปมองกล่องนั้น มือที่กุมไว้อยู่ข้างหน้าค่อยๆ คลายออกมารับกล่องไว้
“ค่ะ” ฮันนาตอบพร้อมเก็บกล่องเข้าช่องในชุดตนเอง
คาเอลยิ้มแล้วเดินออกจากห้องไป
ผู้กล้าผู้ไม่ได้ยินบทสนทนาถึงได้ยินก็ไม่อาจทราบถึงความหมายของการกระทำนั้น จึงเงยหน้าขึ้นมาถาม“อะไรเหรอฮันนา”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะรีบกินรีบไปซ้อมกันต่อเถอะค่ะ” ฮันนายิ้มกลบเกลื่อน“อย่าลืมว่าฉันบอกว่าพรคุณจะต้องตื่นขึ้นในวันนี้นะคะ”