บทที่ 21 วิธีเลี้ยงผี
แต่เมื่อผมพูดถึงสามตัวอักษรนี้ สีหน้าของเสี่ยวหงก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนจะไม่มีบางสิ่งและปัดเื่ให้พ้นตัวว่า
“ฉันพูดไปเฉย ๆ นะ ฉันรู้ได้ยังไงว่ามันเป็ที่ไหน” ผมฉลาดพอที่จะไม่ถามต่อ แต่พาต้าเหว่ยกลับไปที่ร่างกายเมื่อลืมตาอีกครั้งก็เป็เวลาดึกแล้ว ในห้องมีตะเกียงน้ำมันส่องสว่าง แต่เงียบสงบมาก เสี่ยวหงและเด็กปีศาจนั่นไม่รู้ไปไหน
ผมครุ่นคิดอยู่คนเดียวว่าคำพูดของเสี่ยวหงจริงหรือเท็จ ถ้าเป็คำโกหก แล้วทำไมยายหวังถึงไม่ถามต่อ ผมนึกถึงคำพูดของลุงอวี้ก่อนหน้านี้ที่บอกว่ายายหวังไม่เพียงแต่เลี้ยงสัวต์ยังเลี้ยงผีด้วย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าหวังเหลาไท่ไม่รู้วิธีเลี้ยงผี แต่สามารถมองเห็นิญญาของคนตายได้ อาจจะเหมือนกับผมที่มีดวงตาหยินหยาง หรือว่าจริง ๆ แล้วคนที่เลี้ยงผีคือเสี่ยวหง
การเลี้ยงผีมีตำนานพื้นบ้านมากมาย หนึ่งในนั้นที่นึกออกก็มี วิธีที่หนึ่งคือ ในปีหยินเดือนหยินเวลาหยิน*[1] ไปที่ริมน้ำที่มีเด็กเคยจมน้ำตายแล้วใช้ไม้หอมหวงหยาง*[2] วางลงในน้ำเพื่อรวบรวมิญญา เมื่อถึงเวลาใช้เครื่องรางของขลังเพื่อกักขังดวงิญญาเด็กแล้วแกะสลักไม้เป็รูปร่างของมนุษย์จากนั้นตั้งแท่นทำพิธีกรรมเป็เวลาร้อยแปดวัน
วิธีที่สองคือ ไปที่สถานที่ฆาตกรรมหรือสถานที่เกิดภัยพิบัติ หากมีเด็กอายุไม่เกินสามขวบเสียชีวิต สามารถใช้แป้งมันชุบเืหรือกระดาษเงินกระดาษทองหรือไม่ก็น้ำมะนาว รวบรวมิญญานำกลับไปยึดติดกับไม้ลูกท้อ*[3] ใส่ในโลงศพขนาดเล็กทำพิธีกรรมเป็เวลาสี่สิบเก้าวันจะกลายเป็ิญญาร้าย
วิธีที่สามคือ เปิดโลงศพจากหญิงตั้งครรภ์ที่ตายจากการคลอดยาก นำศพเด็กออกมาเพื่อควบคุมแต่วิธีนี้เป็การทำลายสมดุลธาตุในร่างกายมากเกินไปจึงมักไม่ค่อยถูกนำมาใช้ ผู้ใช้วิธีนี้จึงมีน้อย
วิธีที่สี่คือ หาไม้ดีแกะสลักเป็โลงศพขนาดเล็ก แล้วไปขุดหลุมฝังศพเด็กที่เพิ่งตายใช้เทียนลนที่คางของศพเด็กใช้โลงศพเล็ก ๆ รองน้ำมันจากศพ ใช้น้ำมันศพโดยตรงในการฝึกฝนผีเด็ก ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกทีไม่สะดวกพูดออกมาทั้งหมด
แต่ในศาสตร์ลี้ลับที่มีต้นกำเนิดจากูเาเหมาซานยังมีวิชาไสยศาสตร์ชั้นสูงที่มุ่งไปที่การควบคุมดวงิญญา โดยเฉพาะิญญาเด็กที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร หมอผีที่มีตั้งใจจะเลี้ยงผีเด็ก ก็จะสืบหาข้อมูลเด็กชายหรือเด็กหญิงที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร หาข้อมูลวันเดือนปีเกิดของเด็กรอจนร่างถูกฝังไว้ แล้วลอบไปยังหลุมศพยามค่ำคืนจุดธูปเทียนบูชาใช้คาถาเรียกิญญาและนำกิ่งที่ตัดจากต้นไม้มาปักไว้บนหลุมศพ ปล่อยให้มันเติบโตตามธรรมชาติ
เมื่อกิ่งเติบโตเป็ต้นไม้แผ่กิ่งก้านปกคลุมอย่างหนาแน่น หมอผีที่ทำพิธีจะตั้งแท่นบูชาอีกครั้งเพื่อใช้ไสยศาสตร์ขั้นสูงบังคับดวงิญญา ทำให้ิญญาเด็กในหลุมฝังศพติดอยู่ในต้นไม้ จากนั้นสวดคาถาและเผายันต์ หลังจากนั้น เขาสวดคาถาไปแล้วก็ใช้มีดตัดกิ่งไม้ขนาดไม่ใหญ่จากต้นไม้บนหลุมฝังศพแล้วแกะสลักเป็หุ่นไม้ขนาดเล็กสูงประมาณหนึ่งนิ้วครึ่ง ใช้หมึกและชาด*[4]วาดลงบนใบหน้าของหุ่นไม้
หลังจากเสร็จพิธีแล้ว จะเก็บหุ่นไม้ขนาดเล็กนั้นไว้ในขวดแก้วเล็ก ๆ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะใช้ไสยศาสตร์ขั้นสูงนี้หมอผีส่วนใหญ่จะเก็บเอาิญญาชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคนมาก่อน และเก็บไว้ในขวดแก้วใบเดียวกัน ตามที่ทราบต่อ ๆ กันว่า วิธีนี้เป็การป้องกันผีเด็กที่มีนิสัยชอบหนีไปเพราะทนความเหงาไม่ไหว
ดังนั้น หากคุณมีโอกาสได้เห็นขวดแก้วเล็ก ๆ ที่ใช้เก็บผีเด็ก ส่วนใหญ่จะเห็นหุ่นไม้เล็ก ๆ สองตัวที่แกะสลักจากไม้ สีดำและสีขาวอยู่ในนั้น
โดยส่วนใหญ่แล้วผีเด็กจะนอนหลับทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อเ้านายมีคำสั่งจะเป่าลมใส่ขวดก่อนแล้วจึงสวดคาถาปลุกผีเด็กให้ตื่น แล้วสั่งให้ไปทำสิ่งที่้า เว้นแต่เ้านายจะผิดคำพูดหลายครั้งที่สัญญากับผีเด็กแล้วไม่ได้ทำ แต่หากทำตามได้พวกมันจะเชื่อฟังโดยไม่มีข้อแม้ ไม่เคย ต่อรองอะไร ทำตามคำสั่งของเ้านายได้ในพริบตา
ในแถบประเทศไทย ซึ่งแตกต่างจากศาสตร์ของูเาเหมาซาน หมอผีจะไปที่ป่าเพื่อตัดไม้ที่เหมาะสมก่อน แล้วใช้มีดแกะสลักเป็โลงศพขนาดเล็ก จากนั้นจึงไปหาหลุมศพของเด็กชายหรือเด็กหญิง แม้กระทั่งเด็กชายและเด็กหญิงที่ยังบริสุทธิ์ เมื่อพบแล้วหมอผีจะขุดหลุมศพ นำศพออกมาให้ศพนั่งหรือยืนขึ้น แล้วใช้เทียนที่ว่ากันว่าสกัดมาจากไขมันมนุษย์จ่อคางของศพ จนกระทั่งศพถูกไฟเผาจนหนังลอกและเนื้อปริแตกเผยให้เห็นชั้นไขมันแล้วปล่อยให้ชั้นไขมันละลายเมื่อได้รับความร้อนกลายเป็น้ำมันศพหยดลงมาจึงใช้โลงศพขนาดเล็กที่เตรียมไว้รองรับ
หลังจากนั้นก็รีบปิดฝาสวดคาถาทันที สวดไปข้างหน้าและข้างหลังเป็เวลาสี่สิบเก้าวัน ิญญานี้ก็จะเชื่อฟังและสามารถสั่งการได้
ผู้ดูแลศาลเ้าเทียนสั่ว*[5] กล่าวว่า วิชานี้เป็การนำเด็กที่ตายก่อนวัยอันควรออกจากโลงศพ แล้วผ่าท้องควักเอาซี่โครงออกมา หากเป็เด็กหญิง ให้เอากระดูกซี่โครงด้านขวาซี่ที่สี่ หากเป็เด็กชาย ให้เอากระดูกซี่โครงด้านซ้ายซี่ที่สาม หลังจากได้กระดูกแล้ว หมอผีก็จะสวดคาถาทำพิธี และสามารถเก็บิญญาของผีเด็กไว้ใช้งานได้
คิดมาถึงตรงนี้ ผมรู้สึกหนาวะเืโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้หญิงที่เลี้ยงผีคนหนึ่ง ทำไมถึงให้ผมและต้าเหว่ยอยู่ที่นี่กัน หรือว่าเธอ้าใช้กลยุทธ์อ่อนโยนเพื่อให้ผมและต้าเหว่ยลดความระมัดระวังลง แล้วฉวยโอกาสฆ่าพวกเรา
ยิ่งคิดก็ยิ่งใจหายผมควรจะรู้ตั้งนานแล้ว คนที่สามารถอยู่รอดในเมืองสือฟางแห่งนี้ได้ เป็ไปไม่ได้ที่จะไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดโชคดีที่ผมค้นพบเร็ว ไม่อย่างนั้นคงโดนเสี่ยวหงกินเนื้อเถือหนังไปแล้ว
ไม่ได้ ต้องหาวิธีออกไปจากที่นี่ให้ได้ มิฉะนั้นก็เหมือนกับกินยาพิษช้า ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ตาย แต่สักวันหนึ่งก็ต้องตายแน่ ๆ ผมเขย่าตัวต้าเหว่ย เขาลืมตามองผมด้วยสีหน้างงงวยก่อนผมจะถามเขาว่า
“สองวันนี้ร่างกายนายมีอาการผิดปกติตรงไหนไหม”
“นายพูดอะไรน่ะ ฉันสบายดีออก นายก็เห็นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ต้าเหว่ยพูดอย่างงัวเงีย เอาละ ดูเหมือนว่าจะหาเบาะแสอะไรจากเขาไม่ได้แล้ว พอดีกับตอนนั้นเอง ประตูก็ถูกเปิดออกด้วยเสียง ‘แก๊ก’ แม้ว่าเสียงจะเบามาก แต่ผมกลับได้ยินชัดเจน
ผมใจนตัวสั่น รีบนอนซบอกต้าเหว่ย กอดเอวเขาไว้ แกล้งทำเป็หลับสนิทที่ผมทำแบบนี้ก็มีเหตุผลนะ ยังไงซะสีหน้าของเสี่ยวหงตอนที่มองเห็นผมกับต้าเหว่ยอยู่ในท่าทางกำกวมวันนั้น ผมยังจำได้ขึ้นใจเลย ถ้าผมกับต้าเหว่ยแกล้งเป็เกย์ บางทีเธออาจจะไม่คิดฆ่าพวกเราแล้วก็ได้
เพราะหลับตาอยู่ การได้ยินของผมจึงไวขึ้น รู้สึกได้ว่ามีคนเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ค่อย ๆ ก้มลงมาใกล้ ๆ ผม แม้แต่ลมหายใจก็พ่นใส่หน้าผม ทำเอาใจผมเต้นไม่หยุด กลัวว่าเธอจะจับได้ว่าผมแกล้งหลับ
โชคดีที่เธอแค่มองผมสักพักแล้วก็เดินจากไป โดยไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ หลังจากเสียงเบา ๆ เมื่อครู่หนึ่งหายไป ความเงียบสงัดก็กลับคืนมาสู่ค่ำคืนนี้อีกครั้ง
ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แต่กลับเห็นผู้หญิงในชุดขาวโบกไปมา ผมชะงักไปทันที นั่นไม่ใช่ผีที่ขู่ผมในโรงแรมตอนแรกหรอกเหรอ เธอตามมาถึงที่นี่ได้ยังไง
ผมอยากเรียกเสี่ยวหง แต่กลับพบว่าส่งเสียงไม่ออกเลย ทั้งตัวผมแทบจะสิ้นสลายลง ถ้าพูดถึงผี ผมเคยเห็นมาทุกแบบแล้ว แต่ผีผู้หญิงตนนี้ กลับทำให้ผมกลัวที่สุด
ตอนแรกเธอโบกรถข้างทาง ทำให้ดวงตาหยินหยางของผมกลับมาใช้การได้อีกครั้ง หลังจากนั้นในโรงแรม เธอไล่ตามผมราวกับจะแก้แค้น ตอนนี้มาโผล่ที่บ้านเสี่ยวหงอีก นี่มันหมายความว่ายังไง
หรือว่าเธอเป็หนึ่งในผีที่เสี่ยวหงเลี้ยงไว้ หรือว่าทั้งหมดนี้เป็แผนของเสี่ยวหง ผมกล้าคิดในใจ แต่ความคิดนี้ก็ถูกผมปฏิเสธอย่างรวดเร็ว คนที่อยู่ในหมู่บ้านสือฟาง ก็ออกไปไม่ได้อยู่แล้ว แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าข้างนอกมีใครเข้ามาได้บ้าง
[1] ปีหยินเดือนหยินนเวลาหยิน : หยินสื่อถึงความมืด ปี เดือน เวลา หยินจึงเปรียบเสมือนคืนเดือนมืดเป็คืนของสิ่งชั่วร้าย
[2] ไม้หอมหวงหยาง : เป็ไม้ที่มีเนื้อสีทองละเอียดถือเป็ไม้มงคล, เนื้อเหนียว, เส้นผ่าศูนย์กลางราก 20 ซม. อายุไม้สามารถเติบโตได้กว่าร้อยปี
[3] ไม้ลูกท้อ :ไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่ง มักใช้ประกอบพิธีกรรม
[4] ชาด : วัตถุสีแดงสดชนิดหนึ่งเป็ผง หรือก้อนใช้ทำยา หรือประสมน้ำมันสำหรับประทับตรา หรือทาสิ่งของต่าง ๆ มีหลายชนิด
[5] ศาลเ้าเทียนสั่ว : เป็ศาลเ้าลัทธิเต๋าที่สำคัญแห่งหนึ่งในเขตเจียต้ง เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1851