บทที่ 13 ช่วยชีวิตฮ่องเต้ล่วงหน้า
อาหารค่ำยังไม่ได้ยกมาเสิร์ฟ แต่หลิ่วตาอิ้งและองค์ชายห้าก็ไม่ได้เร่งรีบแต่อย่างใด
ขณะนี้พวกเขากำลังมองไปที่เปลไกวซึ่งมีเซียวฉู่ฉู่นอนอยู่ และฟังนางพูดอย่างเหม่อลอย
เซียวฉู่ฉู่ยังคงนึกถึงเนื้อเื่ในนิยาย
‘คราวนี้เมื่อัใต้พิภพพลิกตัว วังหลวงมีเพียงตำหนักเฉียนชิง ตำหนักหล่านหมิ่ง และตำหนักอวี้ซีที่พังทลาย สามวันหลังจากนั้นในการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ เสด็จพ่อฮ่องเต้ก็จัดงานใหญ่โต ถึงขั้นประกาศนิรโทษกรรมทั่วหล้าเพื่อขอพร’
ัใต้พิภพพลิกตัวก็คือแผ่นดินไหวนั่นเอง
‘อืม ท่านพ่อฮ่องเต้ก็ได้รับาเ็เล็กน้อยในครั้งนี้ด้วย’
‘ตอนนั้นท่านกำลังนั่งสมาธิฝึกเต๋าอยู่ในตำหนักเฉียนชิง ่นี้เื่อุทกภัยและศึกชายแดนทำให้ท่านต้องประชุมกับขุนนางหลายวัน ไม่มีเวลาว่างเลย’
‘คืนนั้นท่านเพิ่งจะมีเวลาพักผ่อน จึงได้นั่งสมาธิ’
‘ใครจะคิดว่าขณะอยู่ในห้องสงบจิตที่เรือนด้านข้างของตำหนักเฉียนชิง แผ่นดินไหวทำให้ชั้นวางของล้ม แจกันกระเบื้องเคลือบสีเขียวใบหนึ่งหล่นลงมาโดนขาด้านขวาของเสด็จพ่อฮ่องเต้ ทำให้ท่านเดินไม่ได้ ต้องให้องครักษ์แบกออกมา’
องค์ชายห้าและหลิ่วตาอิ้งฟังจนแทบลืมหายใจ
ราวกับภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขา
แม้แต่เื่ที่ฮ่องเต้ทำอะไร คิดอะไร องค์หญิงน้อยก็ยังรู้?
หากฮ่องเต้ทรงล่วงรู้เื่นี้ จะยอมให้นางมีชีวิตอยู่หรือ?
จะยอมให้พวกเขาได้ยินเื่ราวที่เปิดเผยความเคลื่อนไหว และความคิดของฮ่องเต้จากปากองค์หญิงน้อยหรือ!?
ฮ่องเต้ผู้ทรงเป็จอมจักรพรรดิ เกียรติยศของพระองค์มิอาจให้สามัญชนล่วงละเมิด!
หลิ่วตาอิ้งและองค์ชายห้าในขณะนี้ทั้งรู้สึกเพลิดเพลินและกังวลใจ
‘หลังจากเสด็จพ่อฮ่องเต้าเ็ที่ขาในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเป็เพราะยุ่งกับการเซ่นไหว้บรรพบุรุษจนไม่หายดีหรือเปล่า พอกลับจากพิธีฉลองฤดูหนาวแล้ว ก็เสวยโอสถเม็ดที่พวกนักพรตถวายมากขึ้นกว่าเดิม’
หลิ่วตาอิ้งและองค์ชายห้าสบตากันโดยไม่รู้ตัว แววตาสั่นไหวพร้อมกัน
ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ทรงฝึกเต๋า ขุนนางยังไม่กล้าทัดทาน!
แล้วจะทรงเสวยโอสถมากขึ้นอีก?
‘สามปีต่อมา คนชั่วก็ฉวยโอกาสใส่ยาพิษลงในโอสถเม็ด ปลงพระชนม์เสด็จพ่อฮ่องเต้…’
องค์ชายห้าเงยหน้าขึ้นทันที มองไปที่น้องหญิง
สามปีต่อมาเสด็จพ่อจะต?!
คนร้ายเป็ผู้ใด!
ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความใ
‘อืม... ง่วงจัง... แต่เดิมโอสถเม็ดก็มีโลหะหนักอยู่แล้ว...’
เซียวฉู่ฉู่พูดอย่างงัวเงียสับสน คำพูดไม่เป็ประโยค
นางจำเนื้อเื่ในนิยายได้ทั้งหมด แต่ราวกับว่าสมองของทารกมีขีดจำกัด จะจำได้ชัดเจนก็ต่อเมื่อเหตุการณ์นั้นใกล้จะเกิดขึ้น
ยิ่งทิ้ง่เวลานานเท่าไร นางก็ยิ่งไม่สามารถคิดรายละเอียดได้มากเท่านั้น
อย่างเช่นฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน หลังจากนี้จะเสวยโอสถเม็ดทุกวัน แต่ว่าวันไหนที่ถูกวางยาพิษ ใครเป็คนนำยาพิษมา และใส่ไว้ในโอสถเม็ดตัวไหน
ยิ่งพยายามนึก นางก็ยิ่งง่วงนอน
‘อืม... ท่านแม่ พี่ชาย คืนพรุ่งนี้จะเกิดแผ่นดินไหว พวกท่านต้องระวัง อย่าเดินไปไหนมาไหน…’
‘แล้วก็ต้องดีกับแม่นมคนใหม่ด้วย นางเป็ภรรยาทหาร…’
เซียวฉู่ฉู่ถูกจำกัดด้วยร่างทารกอย่างรวดเร็ว ไม่อาจต้านทานความง่วงที่เข้าโจมตี ศีรษะน้อย ๆ เอียงไปด้านข้างแล้วหลับไป
ในความฝัน นางขมวดคิ้วเบา ๆ ใบหน้าเล็ก ๆ ขาวนวลอมชมพู
องค์ชายห้าเสียดายนัก น้องหญิงยังพูดไม่ทันจบก็หลับเสียแล้ว
"ท่านแม่ เมื่อครู่... ท่านได้ยินอะไรบ้างหรือไม่"
ก่อนอาหารเย็น องค์ชายห้านั่งอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว มองดูใบหน้ายามหลับของน้องหญิงพลางกัดฟันกดเสียงต่ำ
หลิ่วตาอิ้งสูดหายใจทันที รีบหันซ้ายหันขวาตรวจดูโดยรอบ
เมื่อครู่นางให้สาวใช้และแม่นมไปพักผ่อนกันหมดแล้ว
ตอนนี้ในห้องมีเพียงนางกับองค์ชายห้าเท่านั้น
ในที่สุดหลิ่วตาอิ้งก็สบตากับบุตรชาย พยักหน้าเบา ๆ "เฉิงเฉียน เ้าก็ได้ยินเช่นกันหรือ?"
บุตรชายกำลังจะเผชิญเคราะห์ร้าย
หากเขาได้ยินเสียงในใจของฉู่ฉู่ ก็อาจจะเปลี่ยนเคราะห์ร้ายให้กลายเป็ดีได้
เฉิงเฉียนพยักหน้าอย่างตื่นเต้น มือทั้งสองที่วางอยู่บนหัวเข่าบีบแน่น
ท่านแม่ก็ได้ยินด้วย!
เป็ดังคาด พวกเขากับท่านแม่และองค์หญิงน้อยมีสายเืเดียวกันจริง ๆ
"ท่านแม่วางใจได้ ข้าจะต้องหาทางให้น้องหญิง ท่านแม่ และครอบครัวท่านตาหลีกเลี่ยงเคราะห์ร้ายให้ได้! "
"แต่ท่านแม่ เื่ที่น้องหญิงพูดถึงฝ่าา พวกเราไม่อาจบอกใครได้" เฉิงเฉียนทำหน้าเคร่งเครียด
หลิวตาอิ้งสะท้านไปทั้งร่าง
แม้ลูกชายจะยังเล็ก แต่ก็คิดตรงกับนาง
สามปีข้างหน้าฮ่องเต้อาจจะต แต่ตอนนี้นางต้องคิดถึงบุตรสาวก่อน
เพื่อฉู่ฉู่ นางจะไม่บอกฮ่องเต้อย่างโจ่งแจ้งถึงคำทำนายในอนาคตของบุตรสาว
นางไม่รู้และไม่กล้าเสี่ยงว่าฮ่องเต้จะทนให้ฉู่ฉู่มีชีวิตอยู่ได้หรือไม่
ฮ่องเต้ไม่ได้มีองค์หญิงแค่องค์เดียว
แต่นางมีฉู่ฉู่เป็บุตรสาวเพียงคนเดียว
และตามที่ลูกสาวบอก ฮ่องเต้จะตก่อนนาง!
พระองค์อาจไม่สามารถคุ้มครองฉู่ฉู่ได้
เมื่อฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงโเี้ หากรู้ว่าฉู่ฉู่สามารถทำนายอนาคตได้ นางจะต้องถูกกักขังไปตลอดชีวิต
เฉิงเฉียนและตระกูลหลิ่วทั้งตระกูล จะต้องจบลงอย่างน่าเวทนายิ่งกว่าที่ฉู่ฉู่ทำนายไว้เสียอีก
เพื่อฉู่ฉู่ เพื่อบุตรชาย เพื่อตระกูลหลิ่วทั้งตระกูล หลิวตาอิ้งไม่อยากให้ฮ่องเต้ล่วงรู้แม้แต่น้อย
ใครจะรู้ว่าฮ่องเต้จะบอกรัชทายาทและฮ่องเต้องค์ใหม่ในอนาคตหรือไม่?
"อืม แม่รู้แล้ว เ้าวางใจได้ บิดาของเ้าแทบไม่มาที่ตำหนักิ่ผิน"
"นางศรัทธาในพุทธ ซึ่งขัดกับลัทธิเต๋าที่เขานับถือ ส่วนที่ตำหนักข้า เขายิ่งมาน้อยกว่านั้น"
หลิวตาอิ้งคิดแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย
"แม้บิดาของเ้าจะมาจริง แม่ก็จะไม่เผยร่องรอยของฉู่ฉู่แม้แต่น้อย"
นางได้ฟังบุตรสาวบอกแล้วว่า ฝ่าาจะตในอีกสามปี นางต้องตายตามไป ลูกชายถูกฆ่าตายในสนามรบ บิดามารดาล้วนสิ้นชีวิต!
ยังจะมีอะไรที่ทำให้นางกลัวได้อีก?
ไม่ว่าต่อไปจะได้ยินอะไร นางก็จะไม่แสดงสีหน้าใหรือร้อนรนต่อหน้าฮ่องเต้!
องค์ชายห้าตอบรับเสียงหนึ่ง ยืนขึ้นอย่างจริงจังราวกับผู้ใหญ่ "ท่านแม่ ลูกก็จะระมัดระวังเช่นกัน"
ปกติเขาก็ไม่แสดงสีหน้าอยู่แล้ว เสด็จพ่อย่อมไม่ระแวงสงสัย
"ท่านแม่ ท่านปฏิบัติต่อแม่นมตามปกติ ไม่ต้องพิเศษเกินไป"
องค์ชายห้าครุ่นคิด
"เื่แผ่นดินไหวคืนพรุ่งนี้ ท่านแม่ไม่ต้องสนใจ ลูกจะให้คนไปดู หากมีองครักษ์ประจำตำหนักาเ็จริงและกลับไปพักรักษาตัว ลูกจะหาทางช่วยเหลืออย่างลับ ๆ "
"เท่าที่ข้าคาดการณ์ เสด็จพ่อคงหลีกเลี่ยงการาเ็ที่ขาไม่พ้น"
องค์ชายห้ากัดฟัน "ยามปกติพระองค์ทรงนั่งสมาธิ ข้าได้ยินว่ากงกงที่เฝ้าพระองค์ยังไม่อนุญาตให้ขุนนางรบกวนเลย"
ต่อให้เวลานี้เขาอยากจะไปเตือนท่านพ่อ ก็ไม่มีทางได้เข้าเฝ้า!
"ทำได้แค่ภายหลังทูลขอให้พระบิดาลดการใช้โอสถเม็ดลง"
หลิ่วตาอิ้งพยักหน้าอย่างจนปัญญา
"เช่นนั้นท่านแม่ ลูกขอทูลลาก่อน" องค์ชายห้าเหลือบมองท้องฟ้าแล้วลุกขึ้น
หลิ่วตาอิ้งส่งเขาถึงประตูด้วยตนเอง พลางกำชับขันทีน้อยที่ติดตาม "ยามค่ำคืนลมแรง ระวังคุ้มครองโคมไฟในมือ และระมัดระวังย่างก้าว"
นางมองร่างของบุตรชายจนลับตาไป จึงหมุนตัวกลับเข้าห้อง
มองท่าทางน่ารักยามหลับของบุตรสาวครู่หนึ่ง แล้วสั่งนางกำนัล "นำผ้าห่มฤดูหนาวไปมอบให้แม่นมจางเจีย"
แม้บุตรชายจะเตือนนางไม่ให้ดูแลแม่นมเป็พิเศษ แต่ดังที่บุตรสาวกล่าว สามีของจางเจียซื่อในอนาคตจะเป็แม่ทัพผู้พิทักษ์ชายแดนเพื่อราษฎร
แม่ทัพผู้เสียสละชีวิตระหว่างทางเช่นนี้ ลูกกำพร้าที่ทิ้งไว้สมควรได้รับการดูแล
หลิ่วตาอิ้งเติบโตมาด้วยการเรียนอ่านเขียนกับมารดา รู้เหตุผลและมารยาท นางเคารพทหารชายแดนเหล่านี้จากก้นบึ้งหัวใจ
"ส่งฟืนให้ความอบอุ่นไปให้แม่นมจางเจียมากหน่อย" หลิ่วตาอิ้งสั่ง
แม่นมจางเจียที่เพิ่งมาถึง ถือห่อผ้าเล็ก ๆ เดินผ่านนอกหน้าต่างพอดี ได้ยินเสียงอ่อนโยนของหลิ่วตาอิ้ง ในใจพลันอบอุ่น
ก่อนหน้านี้นางเคยพบฮองเฮาและพระสนมเอกในวัง แต่ไม่มีใครปฏิบัติต่อผู้คนอ่อนโยนเช่นหลิ่วตาอิ้ง
แม่นมจางเจียรีบเร่งฝีเท้าทันที
นางใจร้อนอยากดูแลองค์หญิงน้อยเหลือเกิน
…
วันรุ่งขึ้นยามเช้าตรู่ หลังองค์ชายห้าเยี่ยมมารดาและน้องหญิง ออกจากตำหนักตงหัว ก็ไปยังตำหนักลี่ซุ่นที่ลี่เฟยประทับ
นั่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็ออกมาแล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงใต้
"องค์ชาย นี่ไม่ใช่เส้นทางกลับหมู่ตำหนักตะวันตกห้าห้องนี่พ่ะย่ะค่ะ" ขันทีน้อยที่ติดตามงุนงง
สีหน้าองค์ชายห้าไม่แสดงอาการใด "ไปอุทยานหลวง ข้าอยากเด็ดดอกเหมยมาให้น้องหญิงชื่นชม"
ขันทีน้อยรีบรับคำ
อุทยานหลวงทิศใต้อยู่ใกล้ตำหนักเฉียนชิงมาก
องค์ชายห้าเฉิงเฉียนเดินเล่นในอุทยานหลวงครู่หนึ่ง ทันใดนั้นูเาจำลองข้างกายสั่นะเื หินถล่มกลิ้งลงมา!
"รีบหนีเร็วเข้าพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายห้า!"
แผ่นดินไหวจริง ๆ เสียด้วย!
เื่ที่น้องหญิงบอกเกิดขึ้นจริงอีกแล้ว
องค์ชายห้าเม้มริมฝีปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะบัดชายฉลองพระองค์วิ่งมุ่งหน้าไปยังตำหนักเฉียนชิงที่อยู่ใกล้ที่สุด
อีกสามปีให้หลังฝ่าาจะตจากการเสวยยาพิษ ตามที่น้องหญิงบอก อาจเกี่ยวข้องกับาแจากแผ่นดินไหวครั้งนี้
ในใจขององค์ชายห้ายังคงร้อนรุ่มดั่งเพลิง
เขายังคง้าหยุดยั้งเหตุการณ์นี้!
องค์ชายห้าเฉิงเฉียน ทิ้งขันทีน้อยติดตามตนไว้เื้ั รีบวิ่งเข้าไปในตำหนักเฉียนชิง
ทันใดนั้นเขาก็เห็นคานประตูตำหนักหักพังทับขันทีและองครักษ์สามคนเอาไว้!
"ฝ่าา พระองค์อยู่ที่ใดพ่ะย่ะค่ะ!"
เว่ยเจิ้งกงกงคนสนิท ะโค้นหาฮ่องเต้ทั่วตำหนักชั้นในอย่างตื่นตระหนก
"เสด็จพ่อ!" เฉิงเฉียนใจสั่น รีบวิ่งไปยังห้องสงบจิตที่อยู่ด้านข้าง
ยามนี้ภายในห้องสงบจิตรกรุงรัง
ทั้งชั้นวางของมีค่า คานไม้ เสาใหญ่… ร่วงเกลื่อนพื้น
เฉิงเฉียนหายใจถี่
เขามาช้าเกินไปเสียแล้ว!
"องค์ชายห้า?"
"เว่ยกงกง เสด็จพ่ออยู่ตรงนี้!" เฉิงเฉียนรีบค้นหาตามที่น้องหญิงบอก จนพบฉลองพระองค์สีเหลืองใต้ชั้นวางของมีค่า
เว่ยเจิ้งใ "ฝ่าา!"
เซียวอวิ๋นโจวลืมตาท่ามกลางความเ็ปรุนแรง เห็นร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งวิ่งเข้ามาข้างกายโดยไม่คำนึงถึงชีวิต
ช่างกล้าหาญมากกว่าเว่ยเจิ้งกงกงที่อยู่ข้างกาย ไม่เกรงกลัวแผ่นดินไหว ไม่ห่วงตัวเอง คิดแต่จะยกชั้นวางของที่ทับขาของเขา
เด็กคนนี้สูงแค่เอวของเว่ยเจิ้งกงกง แม้จะตื่นตระหนกแต่ก็ยังสั่งการได้อย่างเป็ระเบียบ
"มาเร็ว แบกเสด็จพ่อออกไป! เบา ๆ หน่อย ระวังขาขวาของเสด็จพ่อด้วย"
เซียวอวิ๋นโจวรู้สึกซาบซึ้ง ไม่นานก็ถูกองครักษ์หนุ่มแบกขึ้น
"ออกทางด้านตะวันตกของตำหนักเฉียนชิง! เร็วเข้า!"
องค์ชายห้าจดจำคำพูดของน้องหญิงได้
และแล้วเมื่อองครักษ์แบกฮ่องเต้เซียวอวิ๋นโจวเดินออกจากประตูทิศตะวันตก คานไม้ที่ประตูทิศตะวันออกก็พังถล่มลงมาดังสนั่น เกือบจะทับขันทีน้อยคนหนึ่งจนตายคาที่!
ฮ่องเต้ที่อยู่บนหลังองครักษ์ถึงกับสะดุ้งเฮือก
"ขอบพระทัยองค์ชายห้าที่เตือนพวกข้าขอรับ" องครักษ์หนุ่มคิ้วดกตาโตกล่าวขอบคุณเฉิงเฉียนด้วยความซาบซึ้ง
[พี่ชายร่วมสายเืของท่านได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เซียวอวิ๋นโจว (ระดับสูง)...]
เซียวฉู่ฉู่ตื่นขึ้นมาดูดนมในวันถัดมา ก็เห็นข้อความนั้นจากระบบ