ส่วนสเตซี่นั้นเธอโมโหจนพูดอะไรไม่ออก เกิดมาในชีวิตไม่เคยพบผู้ชายที่หยิ่งยโสโอหังอวดดี และคอยแต่จะเหน็บแนมเสียดสีอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้มาก่อนเลย เธอหันกลับมามองเ้าของร้านที่มีสีหน้าใเพราะคาดไม่ถึงว่าจะมีการปะทะคารมเกิดขึ้นเช่นนี้
“นี่ผู้ชายคนนั้นเขาคิดว่าเขาเป็ใครกันคะ” สเตซี่ถามอย่างเกรี้ยวกราด
“โอ...คุณอย่าไปถือสาเขาเลยค่ะ” มอลลี่ปลอบใจ “เขาเป็คนอย่างนี้แหละ ชอบแสดงความคิดเห็นแบบตัวเองอยู่เสมอ แต่แม้ว่าเขาจะดูเป็คนแข็งกระด้างอย่างนี้ จริง ๆ แล้วเขาเป็คนดีนะคะ เหมือนที่ว่าเวลาดีก็ดีใจหายเลยอย่างนั้นนะคะ”
“สงสัยว่าคุณจะหลอกให้ฉันตายใจแล้วล่ะค่ะ” สเตซี่ร้องอย่างเหลืออด “แหม...ฉันอยากจะให้เขาอยู่ห่างออกไปสักหมื่นไมล์นะคะ ไม่ใช่แค่สิบไมล์อย่างที่คุณบอกอยู่เมื่อกี้นี้ ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าตัวเองไปทำอะไรเขาเข้าถึงได้ถูกโจมตีแบบนี้”
“คุณน่ะไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ แต่บางทีการที่เขาเห็นคนเข้ามามันอาจจะเตือนใจให้เขาเกิดนึกถึงคนอื่นขึ้นมาก็ได้นะคะ” เ้าของร้านตอบขณะเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของเคาน์เตอร์ “ตอนนี้คุณคงอยากจะหาซื้ออะไรบ้างใช่ไหมคะเดี๋ยวสามีฉันก็มาแล้วละ”
แม้ว่าจะยังโมโหกับคำพูดของคอร์ด ฮาร์ริส ไม่น้อยแต่ถ้าสเตซี่ก็เริ่มออกเดินไปตามช่องทางเดินแคบ ๆ
‘เอาละ...’ สเตซี่คิดอยู่ในใจ ‘แม้ว่าเขาจะเป็เพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดแต่ฉันเห็นจะต้องหาทางหลีกเลี่ยงจากเขาั้แ่บัดนี้เป็ต้นไปเลย อย่าพบเห็นกันเลยจะดีกว่า’
หลังจากเลือกเสบียงกรังที่คิดว่าจำเป็จะต้องใช้ได้เรียบร้อยแล้ว สเตซี่ก็เดินกลับมาที่เคาน์เตอร์เพื่อชำระเงินและได้เห็นมอลลี่ โนแลนส์ กำลังพูดอยู่กับผู้ชายรูปร่างผอมบางศีรษะล้าน ซึ่งเธอเดาเอาว่าเขาจะต้องเป็มิสเตอร์โนแลนส์อย่างแน่นอน จึงเดินเข้าไปหา
“ไงคะ ที่รัก ได้ของที่้าครบแล้วใช่ไหม” มอลลี่เอ่ยถามขึ้นแล้วจึงได้หันไปทางผู้ชายคนที่ยืนอยู่ข้างตัว “นี่คือคุณอดัมส์ไงล่ะแฮรี่...แล้วนี่สามีฉันเองค่ะเดี๋ยวเขาจะขับรถนำคุณไปที่เคบินนั่น”
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณค่ะ คุณโนแลนส์” สเตซี่ยื่นมือไปให้เขาัั
“มอลลี่บอกว่าคุณน่ารักมาก แต่ไม่ได้บอกว่าคุณสวยมากด้วยเลยนะ รับรองได้ว่าเมื่อคุณมาอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ยังงี้ คุณจะต้องช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับหนุ่มๆ เมืองนี้แน่” ผู้ชายผู้มีแววตาแจ่มใสเอ่ยขึ้น และสัมพันธ์กับเธออย่างกระตือรือร้น “ผมหวังว่าคุณจะอยู่ที่กระท่อมนั้นได้อย่างสบายทีเดียวล่ะครับ แต่ว่าเื่การตกแต่งอะไรมันไม่ค่อยจะหรูหราเท่าไหร่นักหรอกนะครับ”
“ฉันก็คิดว่าน่าจะสบายมากทีเดียวค่ะ เพราะเคยอยู่อย่างลำบากกับพ่อมาแล้ว” สเตซี่ยิ้มให้กับชายสูงอายุซึ่งเรือนร่างของเขาออกจะต่ำกว่าทะเลที่ซึ่งสูงถึงห้าฟุตสี่นิ้วเล็กน้อย
“อ้อ...แล้วคุณพ่อจะเดินทางตามมาอยู่ด้วยงั้นหรือคะ” มอลลี่ถามขึ้น
“ไม่หรอกค่ะ” แววหม่นหมองจุดประกายขึ้นในดวงตาชั่วแวบหนึ่ง “พ่อฉันตายแล้ว....เครื่องบินส่วนตัวของเราตกเมื่อเดือนก่อนนี้เอง”
“โอ...ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ…” มอลลี่รีบออกตัวอย่างร้อนใจ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ มันไม่ใช่ความผิดของคุณนี่คะ เพราะคุณไม่รู้เื่นี้มาก่อน” สเตซี่ตอบเรียบๆ
“แล้วคุณแม่ของคุณล่ะครับ ท่านยังอยู่ทางตะวันออกหรือเปล่า แล้วท่านเห็นด้วยหรือครับที่คุณเดินทางมาที่นี่เพียงลำพังอย่างนี้” แฮรี่ โนแลนส์ ถามอย่างอยากรู้
“แม่ตายั้แ่ฉันยังแบเบาะอยู่เลยค่ะ เพราะฉะนั้นก็เท่ากับฉันต้องดูแลตัวเองอย่างเต็มที่เลย แต่คุณไม่ต้องเป็ห่วงเื่เพราะว่าฉันจะต้องอยู่ที่นั่นคนเดียวหรอกนะคะ เพราะว่าฉันเอาสุนัขเยอรมัน เชฟเฟิร์ดมาด้วย รับรองว่ามันสามารถจัดการกับสัตว์สี่เท้าทั้งหลายที่เข้ามาเพ่นพ่านในกระท่อมได้อย่างดี รวมทั้งสัตว์ประเภทสองเท้าด้วยค่ะ” สเตซี่หัวเราะเมื่อกล่าวคำพูดประโยคหลังออกมา อดคิดไปถึงคอร์ด ฮาร์ริสไม่ได้ ถ้าเธอได้เห็นเ้าคาฮุนฟัดเขาเข้าสักครั้งคงจะสะใจดีไม่น้อยทีเดียว
“เชฟเฟิร์ดนี่หมาชั้นเยี่ยมทีเดียว” บุรุษสูงอายุพยักหน้าอย่างเห็นด้วย มันจะทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์มาก
“จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่ได้อยากให้มันต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” สเตซี่ว่า เปิดกระเป๋าถือออกเพื่อชำระค่าเครื่องกระป๋องซึ่งถือเป็เสบียงไว้ “เอาแล้วค่ะ คุณโนแลนส์ ถ้าคุณพร้อมฉันคิดว่าเราควรจะไปกันได้แล้วนะคะ”
“คุณจอดรถไว้ที่ไหนล่ะครับ”
“ฟากตรงข้ามกับร้านขายยาค่ะ”
“งั้นอีกห้านาทีผมจะขับรถจิ๊ปออกไปที่นั่น แล้วคุณก็ขับตามผมไปก็แล้วกันนะครับ” เขาบอกก่อนจะเดินออกประตูร้านไป
“เอาล่ะค่ะ ถ้าคุณ้าอะไรหรือเกิดความรู้สึกว่าอยากจะหาเพื่อนคุยสักคนละก็เข้ามาในเมืองได้เลยนะคะฉันกับสามียินดีต้อนรับคุณเสมอ” มอลลี่เอ่ยขึ้นภายหลังจากที่สามีออกจากร้านไปแล้ว
“ฉันจะจำไว้ค่ะ แต่สำหรับระยะแรกๆ นี้คงอยากจะอยู่คนเดียวเงียบๆ สักพักมากกว่า” สเตซี่รู้สึกซาบซึ้งกับความห่วงใยที่สตรีสูงอายุผู้นี้แสดงออกต่อเธออยู่
“อีกเื่หนึ่งที่ฉันอยากจะบอกคุณให้รับทราบไว้ก็คือผู้คนที่อยู่แถวนี้ส่วนใหญ่เขาพร้อมจะเป็มิตร แล้วก็ยินดีที่จะช่วยเหลือไม่ว่าคุณจะมีปัญหาเื่อะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้นมาละก็ ไม่ต้องลังเลใจที่จะขอความช่วยเหลือจากใครเลยนะคะ” มิสซิสโนแลนส์สั่งเสีย “การที่เราจะอยู่เงียบๆ สงบๆ นั้นมันก็ดีหรอก แต่ว่าจะปิดของตัวเองเสียทั้งหมดเห็นจะไม่ดีนะ จำไว้ก็แล้วกันค่ะว่าเรายินดีต้อนรับคุณเสมอ ไม่ต้องอายใครด้วยถ้าจำเป็จะต้องขอความช่วยเหลือละก็”
“ฉันจะทำตามที่คุณบอกค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะรับรองว่าอีกไม่นานคุณต้องได้พบหน้าฉันแน่” สเตซี่หอบของไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง และใช้มือข้างที่เป็อิสระประตูให้เปิดออก รู้สึกประทับใจมากที่ได้รับการต้อนรับจากบุคคลซึ่งพบหน้าค่าตากันเมื่อไม่กี่นาทีมานี้เอง จะมียกเว้นอยู่ก็แต่ผู้ชายคนนั้นคนเดียว ถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาคงไม่ยอมให้ความช่วยเหลือเธอแน่
เมื่อมาถึงรถ เธอก็เอาถุงเครื่องกระป๋องไข่ลงท้ายรถปลอบใจเ้าคาฮุนให้คลายความกระวนกระวายลง จากนั้นก็มองไปรอบ ๆ เพื่อหามิสเตอร์โนแลนส์ เมื่อมองไปทางรถเทเลอร์ก็สังเกตเห็นว่าเ้าดิอาโบลเริ่มแสดงท่าหงุดหงิดกระวนกระวายขึ้นมาอีกตัวหนึ่งแล้ว สเตซี่จึงจำต้องเดินเข้าไปหามันเพื่อปลอบโยนให้มันคลายใจลง
ใบหูของมันกระดิกกลับไปกลับมาเมื่อได้ยินเสียงแ่เบาที่คุ้นเคย แต่กระนั้นดวงตาก็ยังกลอกไปกลอกมาอย่างอึดอัด
เมื่อเงยหน้าขึ้น สเตซี่ก็ได้เห็นว่ามิสเตอร์โนแลนขับรถจิ๊บเข้ามาเทียบอยู่ข้างรถจากัวร์คันของเธอแล้ว เมื่อเธอลงมาจากรถแวน ก็พอดีกับที่ชายสูงอายุลงจากรถจิ๊บและเดินเข้ามาหาตรงข้างรถเทรลเลอร์นั่น
“พร้อมจะไปกันหรือยังล่ะครับ” เขาเอ่ยถามขึ้น
“พร้อมแล้วค่ะ เข้าไปดูในเทรลเลอร์เสียหน่อยเพื่อแน่ใจเท่านั้นล่ะค่ะ เพราะเ้าหมาตัวนี้ออกจะเป็นักเดินทางที่เลวอยู่” สเตซี่พูดเป็เชิงอธิบายเมื่อแหงนหน้าขึ้นมองเ้าม้าหนุ่มสีแดงตัวนั้นอีกครั้ง
“รู้สึกว่าท่าทางมันจะเป็ม้าฝีเท้าจัดตัวหนึ่งทีเดียวนะครับนี่” มิสเตอร์โนแลนส์ว่า “สายพันธุ์อะไรล่ะครับ”
“คิดว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็อาหรับนะคะ” สเตซี่ตอบพร้อมออกเดินไปยังรถสปอร์ต
“ผมน่ะ ไม่ค่อยมีความรู้เื่ม้าเท่าไหร่หรอกนะเพราะว่าไม่ได้เลี้ยงดูมันตลอดเวลา เอาละ...เราน่าจะออกเดินทางกันได้แล้วนะครับ ถนนไม่เลวนักหรอก เพราะฉะนั้น คุณขับตามผมไปได้สบายเลย” เขาติดเครื่องรถจิ๊ปและขับนำออกไป
ซึ่งการขับตามนั้นไม่ใช่เื่ยากอะไรเลย หลังจากที่ผ่านบริเวณอันเป็ย่านที่อยู่อาศัยไปไม่ไกลก็ออกสู่เส้นทางลูกรังที่ตัดขึ้นทางทิศเหนือของตัวเมือง หลังจากนั้นไม่นานถนนสายดังกล่าวก็เข้าสู่บริเวณเชิงเขา และในที่สุดก็เข้าสู่บริเวณูเาเลยทีเดียว
หลังจากที่ขับตามกันมาได้ประมาณยี่สิบไมล์ จิ๊ปคันหนาก็เลี้ยวลงสู่เส้นทางสายเล็ก ๆ ที่ดูจะไม่ใคร่มีใครใช้เท่าไหร่นัก สเตซี่ได้แต่ภาวนาว่ารถจากัวร์คันงามของเธอจะไม่ติดหล่มอยู่ในเส้นทางสายนี้เท่านั้น ขณะที่ขับตามจิ๊ปคันหน้าไปเรื่อยเธอก็คอยแต่จะเงยหน้าขึ้นมองกระจกส่องหลัง เพราะรู้ดีว่าเ้าดิอาโบลจะต้องหวั่นไหวกับการเดินทางที่มันไม่เคยชินมาก่อนอย่างแน่นอนที่สุด
ป่าสนในบริเวณนั้นแ่ามากจนเธอมองอีกฟากหนึ่งไม่เห็น โดยเฉพาะในยามที่ตะวันลาเช่นนี้รังสีแสงที่จางลงทุกขณะส่องผ่านเข้ามาในราวป่านางได้เพียงสลัวรางแต่เมื่อลงจากลูกเนินไปยังบริเวณที่เป็ลานโล่งต้นไม้ก็บางตาลงมาก และเมื่อไต่ขึ้นเนินอีกลูกหนึ่ง สเตซี่ก็ได้เห็นท้องทุ่งเขียวขจีแผ่ตัวอยู่เบื้องหน้า โดยมีลำธารทอดตัวเขียวคดเคี้ยวผ่านเข้าไปหล่อเลี้ยงต้นหญ้าให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ
และทางด้านซ้ายมือติดอยู่กับผนังของหน้าผาคือกระท่อมไม้เล็ก ๆ หลังหนึ่งพร้อมด้วยเครื่องหมายที่สร้างขึ้นเช่นกันเมื่อลืมตามองไปทางด้านขวามือ สเตซี่ก็ได้เห็นท้องทุ่งกว้างในูเาที่แฝงตัวเข้าไปจนกระทั่งถึงลำธารใหญ่ที่อยู่เลยลึก
เธอรู้อยู่แล้วว่าบริเวณนี้เป็หุบเขา แต่ทว่าทัศนียภาพของมันนั้นสวยสดงดงามกว่าที่เธอเคยเห็นจากแผนภาพไหน ๆ มาแล้วทั้งสิ้น