เสียงเอะอะโวยวายของคนที่กำลังทะเลาะกันดังขึ้นภายในบ้าน...ทานตะวันถือกุญแจรถเตรียมจะกลับไปนอนค้างที่คอนโดเหมือนอย่างเคย เธอเบื่อหน่ายที่นี่ เธอเห็นและได้ยินแบบนี้อยู่เป็ประจำเมื่อโรสรินพี่สาวของเธอได้ประจัญหน้ากับดลยา...ลูกติดของภรรยาใหม่พ่อของเธอ
โรสรินเป็คนเอาแต่ใจและอารมณ์ร้ายต่างกับเธอที่ชอบความสงบไม่ชอบความวุ่นวายและแข่งขันกับใคร หญิงสาวคิดถึงคุณยายของเธอที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ทานตะวันรู้สึกผูกพันกับคุณยายมากกว่าทุกคนในบ้านนี้เพราะแม่ของเธอเสียั้แ่เกิด คุณยายจึงขอเอาเธอมาเลี้ยงเองที่บ้านสวนของท่านส่วนโรสรินก็มักจะแวะเวียนมาเยี่ยมคุณยายและมาเล่นกับเธออยู่บ่อยครั้ง ทานตะวันกับพี่สาวอายุห่างกันถึง 6 ปี แต่โรสรินที่โตเป็สาวแล้วใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับพ่อเสียมากกว่าและมักจะบ่นเื่ภรรยาใหม่ที่มีลูกติดมาด้วยให้ทานตะวันฟังอยู่เสมอ
ทานตะวันเติบโตมาด้วยความรักจากคุณยายจนกระทั่งเธอเริ่มเข้าเรียนมัธยมคุณยายของเธอก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลง พ่อจึงมารับเธอไปอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังใหญ่ ทานตะวันต้องพบกันความวุ่นวายไม่เว้นในแต่ละวันจนเธอต้องขอพ่อออกไปอยู่คอนโดเองข้างนอก สุชาติรู้ว่าลูกสาวคนนี้ไม่ชอบเข้าสังคมกับใครเขาจึงซื้อคอนโดหรูให้ทานตะวันอยู่ตามที่ลูกสาวคนเล็ก้าแต่ทานตะวันจะต้องกลับมานอนที่บ้านอย่างน้อยอาทิตย์ละสองวันด้วย

ทานตะวันขับรถมาเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งพบว่าเธอได้ขับรถมาจอดอยู่ริมทะเลเสียแล้ว...หญิงสาวนึกขำตัวเองว่าขับมาโผล่อยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน...แต่บรรยากาศของทะเลที่เงียบสงัดท่ามกลางแสงไฟดึงดูดให้เธอต้องลงไปชื่นชมความงดงามของมัน
ทานตะวันในชุดเดรสลูกไม้สีขาวที่ดูเข้ากับบรรยากาศริมทะเลในยามเย็นกำลังหันหลังให้กับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไป.....
ทานตะวันรู้สึกสนุกกับการกึ่งเดินกึ่งเล่นเหยียบผืนทรายที่ชุ่มด้วยน้ำทะเลริมหาด...มันทำให้เธอลืมเื่บางเื่ที่ทำให้หมองหม่นใจเหมือนเธอได้กลับมาเป็เด็กอีกครั้ง...
ทานตะวันมัวแต่สนุก...เธอปลดปล่อยตัวเองมาเรื่อยๆโดยไม่ได้มองทางเดินข้างหน้าจึงไม่รู้ว่าไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวบนชายหาดแห่งนี้ ทานตะวันมัวแต่เล่นสนุกจนกระทั่งเธอได้ชนเข้ากับอกแกร่งของผู้ชายร่างสูงคนหนึ่ง
"อุ๊ย!" ทานตะวันใ
ทานตะวันเกือบล้มไม่เป็ท่าหากผู้ชายคนนั้นไม่ใช้ลำแขนแกร่งโอบเธอไว้ไม่ให้เสียหลักล้มลงไป
"ขอโทษค่ะ ฉันคงเดินไม่ระวังเอง" ทานตะวันเอ่ยขอโทษผู้ชายคนนั้นไปโดยไม่สนว่าใครจะผิดหรือถูก
"ไม่เป็ไร"
ผู้ผู้นั้นบอกกับเธอ...น้ำเสียงและคำพูดที่ฟังแล้วทุ้มหูของผู้ชายคนนี้...เหมือนกับมนต์สะกดให้ทานตะวันต้องเงยหน้าขึ้นมองสบตาคู่นั้นที่กำลังมองเธออยู่เช่นกัน....อย่างไม่รู้ตัว
เวลาเนิ่นนาน...กว่าเขาและเธอจะรู้สึกตัวและตื่นจากภวังค์....ที่สะกดให้สองหนุ่มสาวไม่เคยรู้จักตัวตนของกันและกันถูกแรงดึงดูดให้ใกล้ชิดจนเกือบได้ยินเดียวหัวใจของกันและกัน..
ทานตะวันส่งรอยยิ้มยิ้มเจื่อนๆเพื่อกลบความอายให้แก่บุคคลที่เธอเหมือนจะรู้จัก...แต่ที่จริงแล้วเธอไม่ได้รู้จักเขาด้วยซ้ำ
ทานตะวันไม่สามารถหาคำตอบให้กับความรู้สึกนี้เพราะเธอได้เกิดความรู้สึกแปลกๆอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน...อาจเป็เพราะเธอไม่เคยอยู่ไกลผู้ชายคนไหนเท่านี้มาก่อนทั้งๆที่เขาเป็คนแปลกหน้า ทานตะวันขอตัวกลับเพราะรู้สึกๆ หญิงสาวคิดว่าคงเป็เพราะเธอไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าก็ได้
"คุณมาเที่ยวที่นี่...คนเดียวหรอ?" ชายหนุ่มผู้นั้นถามขึ้น
"เอ่อ...ฉันมากับเพื่อน....ฉันขอตัวก่อนนะคะ"
ทานตะวันรู้สึกกลัว....เธอบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"หวังว่า...เราจะได้เจอกันอีกนะครับ"
ผู้ชายลึกลับคนนั้นบอกกับทานตะวันที่กำลังเดินหันหลังจากไป
"ผมชื่อ ธีธัศ นะ"
ชายหนุ่มะโบอกกับหญิงสาว....ส่งผลให้ทานตะวันต้องหันกลับมามองสบตาเขาอีกครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ

ทานตะวันกลับมาที่รถ เธอหันมองผู้ชายที่เธอเพิ่งจะรู้จักว่าเขาชื่อธีธัศอีกครั้ง...ทานตะวันรู้สึกแปลกๆกับแววตาของผู้ชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูก....
ทานตะวันพยายามสะบัดความคิดเพ้อเจ้อนี้ออกไปจากหัว เธอคงเป็บ้าไปแล้วที่อยู่ดีๆก็เอาผู้ชายที่เพิ่งจะรู้จักแค่ไม่กี่นาทีมาใส่ในหัวตัวเองแบบนี้....