เวลาเจ็ดโมงเศษ ในเช้าวันเสาร์…
ช้องนางวิ่งหน้าตั้งนมตั้งมาที่ท่าเรือหลังบ้านเห็นเจ๊งฮงยืนคอยาวชะเง้อรอเธออยู่ที่ท่าน้ำหลังเรือนเช่นเคย
“อ้าว อาหนูมาแล้วเหรอทำไมวันนี้ลื้อมาสายจัง อั๊วรออยู่ตั้งนาน”
“โทษทีจ้ะเจ๊กฮง วันนี้ฉันตื่นสายไปนิดเมื่อคืนทำรายงานส่งอาจารย์กว่าจะเสร็จตั้งเกือบตีหนึ่งแน่ะแต่ฉันไม่มีทางปล่อยให้เจ๊กรอเก้อแน่นอน นี่ไงมาแล้ว”
หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยที่ชายแก่ขายผักวางไว้ให้บนท่าเรือพร้อมก้มตัวลงเลือกผักในเรือ
เสื้อยืดตัวบางสีขาวที่หล่อนใส่บ่อยซักบ่อยเสียจนสีของมันเริ่มหมองคอเสื้อที่ถูกช้องนางดึงให้ยืดออกจากกว้างกลายเป็เสื้อคอย้วยเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องอวบอัด
อีกทั้งยามเมื่อหญิงสาวเอนกายลงพูดคุยกับชายแก่ก็ยิ่งเปิดเผยให้เห็นเข้าไปได้ลึกเกือบครึ่งค่อนเต้า
“เรียนหนักมากเลยเหรออาหนู”
เจ๊กฮงถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดูสายตาสอดส่ายเข้าไปเพ่งมองของดีใต้คอเสื้อแหวกกว้างที่ช้องนางโชว์หราให้แกดูอย่างเต็มใจ
“เรียนหนักมาเลยเจ๊กฮงฉันมันคนจนมาจากบ้านนอก มาอาศัยคุณลุงคุณป้าอยู่ พวกเค้าอุตส่าห์ออกเงินส่งเสียให้เรียนฉันก็ต้องตั้งใจเรียนให้มากแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทนเรียนไปจนจบปริญญาตรีหรือเปล่า เห้อ”
“อ้าว ทำไมถึงจะเรียนไม่จบล่ะอาหนู”
“ก็คุณลุงเขาช่วยออกให้แค่ค่าเล่าเรียนน่ะสิเจ๊กฮงแต่ยังมีค่าหนังสือ ค่าทำรายงาน เวลาจะไปเข้าร่วมกิจกรรมนอกมหาลัยก็มีค่าใช้จ่ายจิปาถะอีกตั้งเยอะฉันไม่กล้าขอเงินคุณลุงน่ะ ฉันก็เลยคิด ๆอยู่ว่าอาจจะเลิกเรียนแล้วกลับไปทำไร่ทำสวนที่บ้านนอกน่ะเจ๊ก”
หญิงสาวระบายความในใจออกมาท้ายประโยคของหล่อนคล้ายกลืนเสียงสะอื้นให้หายเข้าไปในลำคอ จนเต้านมขนาดเท่าหัวทารกสั่นกระเพื่อมอย่างแรง
“อ้าว ไหงลื้อคิดอะไรอย่างนั้นล่ะอย่ากลับไปลำบากที่บ้านนอกเลย ลองคุยกะลุงกะป้าของลื้อดูก่อนสิว่าลื้อต้องใช้ตังค์เพิ่มอีกน่ะ”
“เจ๊กไม่เข้าใจหรอกว่าการมาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่มันทั้งอึดอัดและก็ลำบากใจมากขนาดไหนเวลาที่จะเอ่ยปากขอเงินเ้าของบ้านเขาแต่ละที ฉันคิดแล้วคิดอีก จนฉันเริ่มท้ออยากจะกลับบ้านนอกแล้วเนี่ย”
ช้องนางก้มหน้าซบลงกับมือเรียวทั้งสองส่งเสียงร้องไห้กระซิก ๆ ออกมา จนชายแก่มองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสารจับใจ
“ใจเย็น ๆ อาหนูค่อย ๆคิดก่อนว่าจะหาทางออกยังไง”
“ทางออกของฉันจะมีอะไรได้นอกจะเลิกเรียนมหาลัยแล้วนั่งรถกลับไปอยู่บ้านนอกอีกล่ะเจ๊งฮง ฮือ…”
“ไม่ต้องร้องแล้ว อาหนูคนสวยของอั๊วลื้อไม่ต้องเลิกเรียนหรอก เดี๋ยวอั๊วนี่แหละจะช่วยออกเงินค่าหนังสือหนังหา ค่าอะไรๆ ที่ลื้อบอกเมื่อตะกี้นี้ให้เอง มันจะซักเท่าไรกันเชียว”
ช้องนางเงยหน้าขึ้นมามองชายแก่ด้วยแววตามีความหวัง
“จริงหรือเจ๊กฮง แต่มันแพงนะฉันไม่กล้ารบกวนเจ๊กหรอก เงินตั้งสามพันบาท”
“เอ่อ สามพันเหรอ เอาสิ เอ้าทำไมอั๊วจะช่วยลื้อไม่ได้”
เจ๊กฮงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาห้าส่วนสีน้ำเงินที่ดูเก่ามอซอแล้วควักเอาธนบัตรแบงค์ร้อย แบงค์ห้าร้อยขึ้นมานับ
หล่อนกวาดตามองแบงก์ที่ยับยู่ยี่ในมือชายแก่
‘นั่นมันเป็หมื่นเลยนะเนี่ยทำไมเจ๊กฮงคนขายผักถึงได้พกเงินติดตัวเยอะขนาดนี้กันเชียว’
หลังจากนับเงินได้ตามจำนวนที่สาวน้อย้าแล้วชายแก่ก็เอ่ยปากบอกกับช้องนางว่า
“ลื้อก้มหน้าอกลงมาเยอะ ๆ สิอั๊วจะเสียบเงินเข้าไปในร่องนมลื้อละกัน ดีไหม”
“ก้มอย่างนี้เหรอจ๊ะเจ๊กฮง”
ช้องนางโน้มตัวลงมาจนสองเต้ากลมกลึงเผยให้เห็นเต็มตา หล่อนไม่ใส่ยกทรงแทบทุกครั้งที่ลงมาซื้อผักที่เรือตาแก่บัดนี้เสื้อยืดคอย้วยถูกหล่อนดึงรั้งลงมาจนเจ๊กฮงมองลอดเข้าไปเห็นหัวนมสีสวยชัดเจนทั้งสองข้าง
“อั๊วขอจับนมอาหนูหน่อยได้ไหมถือว่าเป็การตอบแทนสินน้ำใจที่อั๊วให้”
ชายแก่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหื่นกามหลังจากที่แกยัดเงินเสียบเข้าไประหว่างสองเต้าเบียดชิด
และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีท่าทีเอียงอายแต่กลับไม่ปฏิเสธคำขอแกก็ใช้สองมือล้วงควักทรวงอกขนาดใหญ่โตที่อยู่ใต้คอเสื้อยืดคอกว้างของช้องนาง
แล้วใช้นิ้วมือสากกร้านบีบบี้หัวนมสาวแรกรุ่นจนตั้งชูชันด้วยความไวต่อการัั
“ซี้ด อ๊าย เจ๊กฮงอย่าเขี่ยหัวนมแบบนี้มันเสียวนะ”
ที่ช้องนางกรีดร้องออกมาเช่นนั้นก็เพราะชายชราเชื้อสายจีนทั้งบีบเคล้นเต้านมขนาดูเาไฟแถมแกยังใช้นิ้วโป้งสะกิดหัวนมสีชมพูสดที่บัดนี้แข็งเป็ไตอย่างย่ามใจไปด้วย
ช้องนางหยิบเงินที่ชายแก่เหน็บไว้ให้ตรงร่องนมเอาเข้ามาเก็บไว้ที่ชายพกผ้าถุงบริเวณเอวคอดกิ่วของเธอ
‘ต้องเก็บตังค์ไว้ให้ดี ๆ ก่อนเจ๊กฮงขยำนมอยู่แบบนี้ประเดี๋ยวเงินที่แกให้จะตกลงไปในคลองซะก่อน’
เจ๊กฮงบีบเคล้นคลึงนมสาวอยู่พักใหญ่เป็ค่าตอบแทนที่แกช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนมหาวิทยาลัยของช้องนาง
แต่แล้วก็มีเสียงะโขึ้นมาจากบนเรือน…
“คุณช้องนาง ผักที่ให้ไปซื้อได้หรือยังป้าพุ่มเค้าจะเอามาต้มแกงแล้วนะ ช่วยเอาตะกร้าผักมาที่เรือนครัวด้วยนะคะ”
เป็เสียงแหลม ๆ ของนางแป้นลูกมือของป้าพุ่มแม่ครัวใหญ่นั่นเอง
“ว้าย ตายแล้วเจ๊กฮงฉันคงต้องรีบไปแล้วแหละ แป้นะโเร่งจะเอาผักไปทำกับข้าวแล้วจ้ะเอาไว้พรุ่งนี้ฉันค่อยแวะมาหาเจ๊กฮงใหม่ละกันนะ”
เจ๊งฮงไม่ยอมชักมือกลับแต่แกกลับขยำสองเต้าของหญิงสาวแรงขึ้นกว่าเดิม คล้ายจะสั่งลา
“แหม เสียดายจริง ๆ เลยพรุ่งนี้ลื้อลงมาให้เร็วหน่อยสิ จะได้มีเวลาให้อั๊วได้นาน ๆ หน่อยไงล่ะ”
ช้องนางดึงมือสากกร้านของชายแก่ออกจากสองเต้าขนาดมหึมาของหล่อน
“ได้จ้ะเจ๊กฮงพรุ่งนี้เช้าฉันจะมารอที่ท่าน้ำตอนหกโมงครึ่งดีไหมล่ะ ว่าแต่ว่าเจ๊กฮงเองน่ะแหละอย่ามาสายละกัน ฉันไม่อยากมารอนาน ๆ เดี๋ยวพี่แป้นจะสงสัยเอา”
“ได้เลย ๆ อาคุณหนู พรุ่งนี้หกโมงครึ่งนาอั๊วจะรีบมาตามนัด ฮี่ ๆ ๆ”
ชายแก่ขายผักยกสองมือขึ้นสูดดมด้วยใบหน้าเคลิบเคลิ้ม
…
เวลาหกโมงครึ่ง เช้าวันรุ่งขึ้น…
ช้องนางนุ่งผ้าถุงกระโจมอกมาอาบน้ำที่ท่าน้ำอันเป็สถานที่ที่หล่อนนัดแนะกับเจ๊กฮงเมื่อเช้าวานนี้
เรือของชายชาาวจีน เมื่อแจวเข้ามาใกล้ก็เห็นหญิงสาวทรวดทรงองค์เอวอวบอัดผิวขาวผ่องเหมือนงาช้างมาแต่ไกล แกจึงเร่งฝีพายให้ไวขึ้นจนกระทั่งมาถึงบริเวณท่าน้ำบ้านคุณลุงสง่าของหล่อน
“อาคุณหนูวันนี้ลื้อมาเล่นน้ำตรงนี้เหรออูย ทำไมลื้อถึงได้ขาวไปทั้งตัวขนาดนี้ น่าเจี๊ยะจริง ๆ เลย”
ช้องนางได้ยินเสียงเจ๊กฮงะโทักทายหล่อนที่กำลังลอยคอเล่นน้ำในคลองอย่างสบายใจก็หันหลังมาเหมือนจะให้ชายแก่ได้ยลโฉมเต็มสองตา
ผ้านุ่งสีส้มลวดลายฉวัดเฉวียนรัดรึงทรวงอกอวบใหญ่ของหญิงสาวที่ขาวผ่องเตะตาชายแก่ยิ่งนัก
“มาแล้วเหรอจ๊ะเจ๊กฮงฉันกำลังอาบน้ำอยู่พอดีเลย เย็นสบายดีจัง”
“วันนี้อั๊วมีโจ๊กหมูร้อน ๆด้วยนาอาคุณหนู ขึ้นมากินโจ๊กบนเรืออั๊วก่อนซี่ อร่อยมากเลยนา”
“จริงเหรอเจ๊กฮง ฉันกำลังอยากกินโจ๊กร้อนๆ อยู่พอดีเลย”
หญิงสาวกล่าวขณะเกาะขั้นบันไดเกือบล่างสุดของตลิ่งอยู่
เมื่อช้องนางขึ้นจากน้ำและก้าวลงไปในเรือชายแก่หล่อนก็ตัวสั่นด้วยความหนาวเย็นเพราะผ้าถุงเปียกชุ่มไปทั้งผืน
“อาหนูตัวสั่นใหญ่เลย หนาวมากล่ะซี่มานี่มา มาเช็ดเนื้อเช็ดตัวก่อนเร็ว ๆ เดี๋ยวลื้อจะไม่สบายเอา”