Ep 007 :: เื้ัความลำบากของคุณหนู
ดรุณีน้อยวัยเก้าปีในความคิดของตัวเองนั้น นางช่างมีหน้าตารูปลักษณ์แสนธรรมดาทั่วไปที่หาได้ดาษดื่น นาม ‘สุ่ยหลิว’ อันแสนธรรมดาหาได้มีแซ่มีสกุลอย่างใครเขา เติบโตมากับที่ที่ธรรมดายิ่งกว่าใคร ๆ (หรือถ้าไม่ธรรมดาก็คงเป็ความทรุดโทรมกระมัง)
...แต่เวลานี้นางได้อยู่ในที่ที่ไม่ธรรมดา คือจวนแม่ทัพใหญ่ของแคว้นฉิน!
...สถานที่ที่แม้แต่เหล่าขุนนางเองก็มิกล้ากระทำการอันใดโดยไม่เกรงใจเ้าของจวน แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องยอมลงให้
แน่นอนว่าเป็ข่าวลือที่ทุกคนในเมืองพูดต่อ ๆ กันมาจนคล้ายจะเป็นิทานประจำบ้าน ตัวนางไม่ได้มีเส้นสายมากพอจะรู้เื่ของจวนแม่ทัพหรอกนะ
“คุณหนูน้อยเป็คนพาเ้ามาสินะ”
“เ้าค่ะ”
“เ้าอยากเป็สาวใช้ของคุณหนูหรือ?”
“นั่นเป็ความหวังสูงสุดของข้าเ้าค่ะ”
เด็กสาววัยแรกรุ่นสุ่ยหลิวรับคำสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งด้วยเสียงและกิริยานอบน้อม นางได้รู้ว่าสตรีผู้นี้คือภรรยาของพ่อบ้านเฉิน มีศักดิ์เป็หัวหน้าคนรับใช้คนหนึ่ง เป็สตรีที่สามารถโยกย้ายให้นางไปทำงานที่ใดก็ได้ และจะเป็ผู้ตัดสินว่าคู่ควรรับใช้คุณหนูของจวนแม่ทัพหรือไม่
“ทำอะไรได้บ้างล่ะ?”
“ข้าทำได้ทุกอย่าง ไม่เกี่ยงงานเ้าค่ะ”
“เท่าที่ดูก็หน่วยก้านไม่เลว ทว่าก็ยังไม่เพียงพอที่จะไปรับใช้คุณหนูหรอกนะ ลองงานทั่วไปเสียก่อน ถ้าผ่านข้าจะพิจารณาอีกที”
“ได้เ้าค่ะ”
จากเวลานั้นสุ่ยหลิวก็ถูกใช้ให้ไปทำงานในโรงครัว นางตาโตอ้าปากค้างกับความอลังการของบรรดาวัตถุดิบจำนวนมาก มันมีเพียงพอให้นางและเด็ก ๆ ในบ้านกินได้เป็ปี ๆ กลิ่นอาหารที่ยกออกจากเตาก็ช่างมีสีสันและกลิ่นอันหอมหวนชวนน้ำลายไหล ทำให้นางต้องตบหน้าตัวเองเพื่อให้ไม่ว่อกแว่ก
สุ่ยหลิวคอยเดินไปมาไม่หยุด เป็ลูกมือช่วยงานทุกอย่าง อะไรที่ทำไม่เป็ก็ยินดีที่จะเรียนรู้ กระตือรือร้นเกินใครทั้งยังคล่องแคล่ว ทำให้คนงานพากันชอบสุ่ยหลิวกันใหญ่
พอถึงเวลาจัดสำรับ สุ่ยหลิวก็ได้รับรู้ความลำบากอย่างหนึ่งของคุณหนูว่า
...จะมีวิธีกินของอร่อยจำนวนมากเหล่านี้อย่างไรให้ไม่อ้วนกันแน่?
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด ...สอง สอง สาม สี่ ...ไม่ใช่เ้าค่ะ จังหวะนี้คุณหนูต้อง...”
สุ่ยหลิวได้เดินผ่านหน้าห้องซ้อมร่ายรำของคุณหนูหลายครั้ง เพราะได้รับหน้าที่ให้ทำความสะอาดบริเวณลานที่อยู่ใกล้เคียง นางได้ยินเสียงของอาจารย์สั่งเริ่มใหม่ สั่งหยุด บ่อยครั้งจนน่าเบื่อ
“เร็วไปเ้าค่ะ ท่านต้องช้าลงก่อนแล้วจึงค่อย ๆ เร็วขึ้น”
“อีกครั้งเ้าค่ะ”
แต่พอได้เห็นคุณหนูที่เป็โฉมสะคราญงามพิลาสล้ำโชกเหงื่อจนน่าสะพรึงกลัว ผมเผ้าหลุดลุ่ยจากการขยับตัว ซ้ำยังล้มครั้งแล้วครั้งเล่ายามร่ายรำผิด นางก็รู้สึกเหนื่อยแทน
...นางรู้แล้วว่าเหตุใดคุณหนูจึงไม่อ้วน
หลังทานอาหารเสร็จคุณหนูก็หาได้ออกไปวิ่งเล่น หากแต่นั่งอยู่ในห้องคัดอักษร วาดรูป และอ่านตำรา
คุณหนูสมาธิดีเลิศ ขนาดนางนำขนมเข้าไปให้คุณหนูก็ยังคงจดจ่ออยู่กับตำราที่เต็มไปด้วยอักษรมากมายที่นางอ่านไม่ออก นางเผลอยืนดูคุณหนูอ่านตำราอยู่ด้านหลังเสียตั้งนานสองนาน จนคุณหนูรู้สึกตัวชวนแกมบังคับให้นางนั่งลงอ่านตำราด้วยกัน
“พี่สุ่ยหลิว เล่มนี้น่าจะเหมาะกับท่านนะ”
“...เอ่อ คุณหนู ข้าไม่ค่อยรู้หนังสือ คุณหนูโปรดอภัยด้วยเ้าค่ะ”
“ไม่รู้หนังสือจะเสียเปรียบผู้อื่น ข้าจะช่วยสอนพี่สุ่ยหลิวเอง”
จากนั้นคุณหนูก็เริ่มสอนหนังสือนางทีละตัว ๆ คุณหนูสอนหนังสือเก่งมาก อีกอย่างนางก็ใฝ่รู้ เลยทำให้นางเรียนรู้ได้เร็วจนคุณหนูชื่นชม บุคคลตรงหน้าเก่งกาจประดุจปรมาจารย์ จนนางแทบลืมไปแล้วว่าแท้จริงคุณหนูอายุน้อยกว่าตนถึงสามปี
ทว่าตอนเวลาเรียนนางอดอกสั่นขวัญผวาไม่ได้ เพราะทุกคำที่คุณหนูเรียกนางมักใช้คำว่าพี่สุ่ยหลิว หากบรรดาคนรับใช้าุโได้ยินเข้า นางอาจจะโดนต่อว่าก็เป็ได้
ถึงกระนั้นพอทักท้วงทีไร...
“ข้าพูดของข้าเอง ใครจะกล้าว่าพี่กันเล่า”
...แล้วนางจะท้วงอะไรได้อีกกัน...
หลักกุลสตรีที่ดีไม่มีสิ่งใดที่คุณหนูไม่คิดจะร่ำเรียน ความรู้หลากสาขาที่ยากจะเรียนรู้เองก็เรียนรู้ทุกอย่าง
นางเห็นคุณหนูเรียนขับร้องจนลำคอแหบแห้ง ปักผ้าจนมือขาวเนียนนุ่มเต็มไปด้วยรอยเข็ม การแพทย์สมุนไพร โคลงฉันท์กาพย์กลอน วรยุทธ์ที่ล้ำหน้า ทั้งยังเรียนเื่ของปัญหาบ้านเมือง ภูมิศาสตร์จุดดีจุดด้อย การซื้อขายระหว่างแคว้นและอื่น ๆ
เป็เื่ยาก ๆ ใหญ่ ๆ และดูแล้วห่างไกลจากตัวเด็กกำพร้าเยี่ยงนางนัก แม้กระทั่งการเข้าครัวหรือทำความสะอาดที่คุณหนูไม่จำเป็ต้องเรียน คุณหนูก็ยังคงเรียนรู้บ้างและทำได้ดี จนเกรงว่าคนรับใช้อาจจะไม่จำเป็
...นางแทบไม่เคยเห็นคุณหนูพักผ่อนยกเว้นยามหลับ
“คุณหนู พักผ่อนเสียหน่อยดีหรือไม่เ้าคะ?”
“ไม่ล่ะ ข้าไม่ได้เหนื่อยอะไร การเล่าเรียนก็มีความสนุกในตัวมันเองนะพี่สุ่ยหลิว”
ได้ฟังแล้วนางก็ได้แต่แอบเหงื่อตก...
...การเรียนก็สนุกเ้าค่ะ ถ้าไม่หนักขนาดที่คุณหนูเรียนนะเ้าคะ
วันหนึ่งคุณหนูพานางมาที่ลานฝึกที่คุณหนูเคยพูดถึง นางได้เห็นสามแสบอยู่กันพร้อมหน้า เด็กชายทั้งสามดูอ่อนวัยกว่าใคร ๆ เมื่ออยู่ในลานฝึกนี้ ทั้งยังผอมบางไม่มีกล้ามเนื้อที่เหมาะแก่การฝึกยุทธ์เท่าใดนัก กระนั้นพวกเขาก็ยังคงตั้งใจจะสร้างร่างกายที่สมกับเป็ลูกผู้ชายกันอย่างเต็มที่
คุณหนูอธิบายให้นางฟังว่าการออกวิ่ง ยกถุงกระสอบดินหนัก ๆ หรืออื่น ๆ ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงขึ้นก็จริง แต่วิชายุทธ์หาใช่ฝึกด้วยตนเองได้ง่าย ๆ ไม่
การกวัดแกว่งดาบไปมาฟาดฟันคนร้ายได้ ไม่ได้แปลว่าสำเร็จยุทธ์ อีกทั้งหากรากฐานไม่ดี การจะต่อยอดให้แข็งแกร่งในภายภาคหน้านั้นนับว่าเป็เื่ลำบากนัก
นางยืนดูคุณหนูในชุดบุรุษน้อยเดินไปหาบุคคลทั้งสาม แม้จะทำได้เพียงคอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ นางก็ได้เห็นเื่น่าเหลือเชื่อ
สามบุรุษรุมล้อมสตรีในอาภรณ์บุรุษรุมโจมตีด้วยดาบไม้ กระนั้นคุณหนูก็โยกหลบไปมาได้สบาย ทั้งยังสวนกลับจนเ้าสามแสบหมอบกระแต ไปกันไม่เป็เลยทีเดียว
“ขอบคุณ คุณหนูที่กรุณาที่สอนสั่ง!!”
คุณหนูรั้งอยู่ไม่นานก็ต้องรีบกลับจวนเพราะนายท่านสั่งไว้
“คุณหนู ท่านรู้วรยุทธ์ด้วยหรือเ้าคะ?”
“มันจำเป็น่ะ”
คำตอบสั้น ๆ กับรอยยิ้มเศร้า ๆ ในเวลานั้นของคุณหนู ทำให้นางอึนอึ้งไปชั่วขณะ คล้ายสมองไม่ทำงาน นางคิดแล้วคิดอีกก็ไม่ใคร่จะเข้าใจ จนได้แต่ปล่อยให้เวลาหาคำตอบที่นาง้ามาให้
หลายวันหลายคืนที่ได้อยู่ที่นี่นางพบว่าคุณหนูไม่เคยได้เล่นแบบเด็กทั่วไป คุณหนูต้องจมอยู่กับกองตำรา การเล่าเรียนทั้งบู๊บุ๋น รวมถึงคอยเรียนรู้เื่การดูแลภายในจวนจากฮูหยินด้วย
แม่คุณหนูจะยิ้มแย้มแต่ก็หาใช่ใบหน้าสนุกสนานแบบเด็ก ๆ ยามอยู่กับบ่าวไพร่คุณหนูอ่อนโยนไม่กดขี่ แต่ก็หาใช่จะสนิทสนมดั่งพี่น้อง คุณหนูวางตัวไว้วงนอกเสมอ จะได้เห็นคุณหนูที่เหมือนเด็ก ๆ ก็เฉพาะตอนอยู่กับฮูหยิน นายท่าน และคุณชายทั้งสองเท่านั้นเอง
“คุณหนู ถ้าอย่างไรออกไปเล่นกับพวกน้อง ๆ ในบ้านเด็กกำพร้าเปลี่ยนบรรยากาศบ้างดีมั้ยเ้าคะ?”
นางตัดสินใจเอ่ยปากถามยามเห็นคุณหนูนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่เบื้องหน้าตำรายาสมุนไพร คุณหนูเงยหน้าขึ้นมามองนางก่อนจะยิ้ม เป็ยิ้มเศร้า ๆ แบบเดียวกับวันที่นางได้เห็นยามคุณหนูไปที่ลานฝึกยุทธ์
น้ำเสียงหวานใสของคุณหนูยามเอ่ยตอบคำถามนั้นช่างฟังดูโดดเดี่ยวไม่ใช่น้อย
“่นี้ข้าไม่ควรออกจากจวน”
พลบค่ำเช่นทุกคืนคุณหนูก็ใช่ว่าจะพักผ่อนแต่หัววัน คุณหนูยังคงบรรเลงเพลงพิณคลอไปกับสายลมยามค่ำคืน เสียงร้องแ่หวานกังวานใสสะกดใจผู้ได้ยินนัก สุ่ยหลิวคล้ายตกลงสู่ห้วงคำนึงอันแสนไพเราะ จนกระทั่งเสียงเพลงหยุดไป และแทนที่ด้วยเสียงของแตกที่ลอยมาตามลม
เพล้ง!
ในตอนนั้นนางแตกตื่นทิ้งทุกอย่างที่กำลังคิดจะทำ รีบวิ่งเข้าไปด้านในด้วยอารามเป็ห่วงระคนใ เพียงชั่วจิบชานางก็เปิดประตูไม้ดังโครมแล้วะโถามคนด้านใน
“คุณหนู เกิดอะไรขึ้นเ้าคะ!?”
“มีคนร้าย!! ตามทหารมา เร็ว!!”
คุณหนูะโสั่งนางที่ขาแข็งเป็ก้อนหินหลังจากที่ได้เห็นสภาพภายในห้องหับ
เครื่องลายครามแตกหัก ด้านข้างมีนายทหารองครักษ์ประจำตัวที่คอยติดตามคุณหนูนอนจมกองเื ดาบในมือปักคาอยู่บนอกของชายชุดดำคนหนึ่งที่บัดนี้นอนตายอยู่บนพื้น ชายชุดดำอีกคนคอขาดกระเด็น ศีรษะหล่นอยู่บริเวณปลายเท้าของนาง
“...คะ...คุณ.หนู”
คุณหนูกำลังใช้มือเล็กของตนเองถือมีดจ่อเข้าที่คอของชายชุดดำคนสุดท้ายที่หายใจรวยรินอยู่ ดวงตาแข็งกร้าวดุดัน บนมือเล็กและชายอาภรณ์ตัวงามบนร่างของคุณหนูมีหยดเืสาดกระเซ็นมาย้อมอาภรณ์สีขาวให้เป็สีโลหิต
...คุณหนูที่อ่อนโยนงดงามดุจดอกไม้ พอเห็นเช่นนี้เข้านางก็รู้สึกพูดไม่ออกทำอะไรไม่ถูกเสียหมด
เสียงะโของคุณหนูดังไปทั่วบริเวณใกล้เคียง เหล่าคนรับใช้รีบตามเหล่าองครักษ์เข้ามาควบคุมเหตุการณ์ ไม่นาน ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบเช่นเคย
“...ภารกิจ...ผิดพลาด”
ชายชุดดำแค่นเสียงกระท่อนกระแท่น ชิงกลืนยาพิษตายก่อนที่จะถูกนายทหารเข้ามาคุมตัวไป
“ขออภัยที่ข้าหยุดมันช้าไป มันตายแล้วขอรับ”
“เอาศพมันไปตรวจสอบ”
คุณหนูตอบเสียงเรียบไร้วี่แววตื่นกลัว คล้ายกับว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็ครั้งแรก และนางก็คงเห็นคนร้ายตายต่อหน้ามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
“ขอรับ!”
คุณหนูของจวนนั่งคุกเข่าลงข้างศพของทหารองครักษ์ของตน นางใช้มือเล็กปิดดวงตาที่เบิกกว้างของเขาก่อนจะเอ่ยปากสั่งด้วยเสียงอ่อนนุ่ม
“ข้าจะคอยดูแลคนที่อยู่ด้านหลังของท่านเอง หลับให้สบายเถิด ขอบคุณมากที่ปกป้องข้า”
แม้นางจะแข็งแกร่งขึ้นมากแต่ศักยภาพทางกายนั้นอย่างไรเสียก็ยังไม่พร้อมดี ครานี้นักฆ่ามากฝีมือถึงสามคนแฝงตัวอย่างอดทนและลงมือกะทันหันจนเฟิ่งปิงเกือบพลาดท่า เคราะห์ดีที่มันตั้งใจจะจับเป็ อีกทั้งนายทหารผู้นี้เข้ามาช่วยเ้านายสุดชีวิตนางจึงปลอดภัย
...แต่สุดท้ายนางก็ต้องเสียองครักษ์ที่ซื่อสัตย์ต่อนางไปอีกหนึ่งคน
นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดมือสั่งเสียงเฉียบขาด
“ฝังศพนายทหารอย่างสมเกียรติ อย่าลืมเยียวยาครอบครัวของเขาด้วย ขาดเหลือสิ่งใดให้มาบอกข้า”
“ขอรับคุณหนู!”
แม้จะเป็คนจำนวนไม่มาก แต่นายทหารองครักษ์ทุกคนที่ได้รับหน้าที่จากแม่ทัพใหญ่ให้มาปกป้องอารักขานางนั้น ต่างรับรู้ถึงความเก่งกาจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่างเล็กอยู่แล้ว อีกทั้งนางยังดูแลคนที่อยู่ภายใต้ปีกของนางอย่างดี แต่ละคนจึงทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด พร้อมใจกันมอบกายถวายชีวิตให้แก่เ้านายตัวน้อยมากความสามารถ
สุ่ยหลิวยืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความหวาดกลัว เมื่อคุณหนูเดินเข้ามาใกล้นาง ในมือยังคงถือมีดเล่มที่ถูกย้อมไปด้วยเือยู่ ทำให้นางสะดุ้งเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว คุณหนูคงสังเกตเห็น ร่างเล็กจึงหยุดยืนอยู่ที่เดิม แล้วกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
“ข้าไม่นึกว่าต้องทำให้พี่สุ่ยหลิวได้เจอเหตุน่ากลัวเร็วเช่นนี้ ต้องขอโทษด้วย แต่นี่คือสาเหตุหลักที่ข้าไม่้าให้ท่านเป็สาวใช้ของข้าเท่าใดนัก”
“...”
“ท่านอาจไม่รู้แต่ว่า...สาวใช้คนก่อนของข้าตายเพราะปกป้องข้าไว้ ดั่งเช่นนายทหารองครักษ์ในวันนี้”
“...”
“ตัวข้าคือคุณหนูน้อยแห่งจวนแม่ทัพ เป็จุดอ่อนหนึ่งของบิดา อันตรายจากศัตรูมีอยู่รอบตัวทั้งที่ลับและที่แจ้ง นั่นเป็เหตุให้ข้าเป็เพียงคุณหนูผู้อ่อนหวานดั่งผ้าพับไว้มิได้”
“...”
“พี่สุ่ยหลิวมาอยู่ที่นี่นานพอควรแล้ว ข้ารู้ว่าท่านเป็คนเก่งรู้งานไว ไม่ว่าจะไปเป็สาวใช้ส่วนตัวให้คุณหนูบ้านไหนก็ย่อมต้องไปได้สวยเป็แน่”
“...”
“พรุ่งนี้ท่านก็จากไปเสียเถอะ”
“คุณหนู นายท่านกล่าวว่าท่านควรรีบไปหาฮูหยิน ให้ฮูหยินได้ตรวจดูว่าท่านปลอดภัย ฮูหยินจะได้ไม่เป็กังวล ด้านนี้พวกข้าน้อยสั่งการจัดการเก็บกวาดและปิดข่าวเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ข้าทราบแล้ว แล้วท่านพ่อเล่า”
“นายท่านคุยกับท่านซือหม่าอยู่ขอรับ ข้าน้อยจะเป็คนนำทางคุณหนูไปเอง โปรดวางใจ”
“ฝากด้วยนะ”
วาจาของคุณหนูไม่ทันได้เข้าหัวนาง และยังไม่ทันจะได้ไตร่ตรองคุณหนูก็เดินกลับไปยังเรือนหลักตามกล่าวของนายท่าน
นางรู้แล้ว ถึงความลำบากที่แท้จริงของคุณหนู แต่กระนั้นนางก็บรรลุถึงความ้าของตัวเองอย่างแท้จริงว่า ไม่ว่าเื่จะยากลำบากและเลวร้ายเพียงใด นางก็ไม่คิดจะปล่อยให้คุณหนูต้องเผชิญมันเพียงลำพังแน่นอน
...
“เอี้ยนฮั่ว ตี้ถู่ ชุยเฟิง ข้าจะขอฝึกวรยุทธ์ร่วมกับพวกเ้าด้วย”
เพื่อปกป้องคุณหนู!