หลินตงเดินไปรอบๆบ่อน้ำโลหิตนั้นพลางครุ่นคิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ถ้ามีคนมาเห็นใบหน้าของเขาตอนนี้ละก็จะต้องตกใจออกมาอย่างแน่นอน เพราะว่าเขานั้นแสดงท่าทางที่ชั่วร้ายออกมาเป็นอย่างมาก
"ของอานุภาพสูงที่อยู่ภายในแหวนห้วงมิติมังกรเพลิงคงจะได้เวลาสำแดงพลังของมันแล้วสินะแถมท่านอาจารย์จะบอกว่าห้ามใช้มันก็เถอะถึงจะเป็นระดับต่ำที่สุดแต่ตอนนี้เราไม่มีอะไรมาทำลายที่แห่งนี้ด้วยสิ..!!"
ชายหนุ่มหยุดเดินลงพลางจ้องไปยังร่างเงาสีดำสี่แขนนั้น นัยน์ตาของชายหนุ่มถึงกับเยียบเย็นขึ้นถึงขีดสุดพร้อมกับมีน้ำเสียงหัวเราะที่เย้ยหยันดังออกมาจากในลอคำของเขา
"ท่านอาจารย์คงจะไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง? สำนักจิตวิญญาณนี้คือตัวอย่างในการทดลองพลังของมัน ฮ่าฮ่่าฮ่า"
อีกฟากนึงภายในอาคารที่สูงตระหง่าน ภายในห้องพักแห่งนึงตอนนี้เจ้าสำนักโหวฉางคงกำลังยืนอยู่ตรงริมระเบียงพร้อมกับจ้องมองไปยังด้านล่างของสำนัก ดวงตาของเขากวาดมองไปยังศิษย์หลายคนที่กำลังครื้นเครงกันอย่างสนุกสนาน ใบหน้าของตาแก่ใจดีตอนนี้กลับไม่มีให้เห็นจะมีเพียงแค่ความมืดครึมที่ปรากฏออกมาเพียงเท่านั้น
"เหอะๆ มันยังไม่ถึงเวลาของพวกเจ้า ในตอนนี้ท่านผู้นั้นยังอ่อนแออยู่มากจนทำให้การดูดกลืนพลังของผู้ฝึกยุทธเป็นไปได้อย่างยากลำบากแต่ทว่าถ้าเขาเริ่มฟื้นคืนพลังกลับมาเมื่อไหร่อัตตราการดูดซับก็ยังยิ่งมากขึ้น ฮ่าฮ่า"
เสียงหัวเราะที่เย็นชาดังออกมาจากปากของเขาอย่างไม่สนใจ ต้องบอกก่อนว่าเจ้าสำนักโหวฉางคงนั้นภายใต้สายตาของผู้อื่นเขาคือผู้ที่มีคุณธรรมและเมตตาอย่างถึงที่สุด เขาเปิดสำนักจิตวิญญาณยุทธนี้ขึ้นเพื่อที่จะสั่งสอนผู้ฝึกยุทธรุ่นใหม่พร้อมกับประเคนทรัพยากรที่มหาศาลให้อย่างไม่เสียดายแต่ทว่าเขาก็มีอีกด้านนึงที่เป็นขั้วตรงข้ามเช่นเดียวกัน
ถ้ามีคนรับรู้ละก็จะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน เหตุผลที่เขาเปิดสำนักจิตวิญญาณในที่ห่างไกลของทวีปนี้ก็คือการรวบรวมซากศพของชาวบ้านต่างๆหรือผู้ฝึกยุทธนั้นเอง
"ได้เวลาไปดูความคืบหน้าแล้ว!!"
ชายชราโหวฉางคงว่าจบก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและไปยังทิศทางเทือกเขาหลังสำนักในทันที โดยปกติแล้วเขาจะทำเช่นนี้ในทุกๆวันเพื่อที่จะตรวจสอบและปกป้องด้วยตนเอง
ถ้าเกิดว่ามีผู้ทรงพลังซักคนมารับรู้ถึงเรื่องราวเบื้องหลังนี้ละก็สำนักจิตวิญญาณหรือแม้แต่ชีวิตของเขาเองก็จะต้องสูญสลายเป็นแน่และเพื่อการนั้นการสังเวยจะต้องเกิดขึ้นในที่ลับอย่างถึงที่สุด มันถูกม่านพลังที่แข็งแกร่งปกคลุมไปทั่วพร้อมกับมีการตรวจสอบชั้นดีอีกด้วยแต่ทว่าเขากลับไม่รู้เลยว่าในตอนนี้ที่บ่อน้ำโลหิตกำลังมีตัวหายนะที่จะทำลายล้างทวีปปรากฏตัวขึ้นและจุดเริ่มต้นของมันก็คือสำนักจิตวิญญาณแห่งนี้นั้นเอง
อีกฟากนึงภายในถ้ำโลหิตหลินตงตอนนี้ยืนอยู่บริเวณริมขอบของบ่อน้ำพร้อมกับหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากแหวนห้วงมิติมังกรเพลิง บนฝ่ามือของเขาตอนนี้คือลูกแก้วสีชมพูเข้มที่มีลักษณะกลมๆลูกนึง มันมีขนาดไม่ใหญ่มาก มีเพียงแค่เท่าฝ่ามือเท่านั้น บนตัวลูกแก้วมีอักษรโบราณสีทองถูกสลักเอาไว้ทั่วทั้งอัน
"นี้คือลูกแก้วทลายสรรพสิ่ง!! สิ่งของต้องห้ามของมหาจักรวาลพันภพ โดยปกติแล้วไอ้ลูกแก้วแบบนี้มันจะต้องถูกทำลายทั้งหมดแล้วแต่ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์จะมีมันเก็บเอาไว้อยู่มาก"
หลินตงที่ตอนนี้กำลังถือมันอยู่ก็รู้สึกขนลุกซู่ นัยน์ตาส่องสว่างวาบพร้อมกับมองไปยังของที่อยู่บนฝ่ามือ ในใจถึงกับอุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ นี้แค่ลูกแก้วระดับต่ำเองน่ะ กลิ่นอายที่มันปลดปล่อยออกมาถึงจะไม่มากแต่ก็ทำให้เขารู้สึกได้้เลยว่าถ้าใช้มันทุกสรรพสิ่งต้องสูญสลายไปแน่ ต้องบอกก่อนว่าภายในแหวนห้วงมิติมังกรเพลิงมันกลับมีลูกแก้วแบบนี้หลายร้อยลูกแถมมันยังมีระดับที่แยกย่อยกันไปอีก ที่เขาเอาออกมานี้ก็คือระดับต่ำอันเป็นระดับที่มีพลังทำลายล้างต่่ำที่สุดแต่ทว่าเขาก็ยังไม่รับรู้มันอยู่ดีว่ามันทรงพลังมากเพียงใด
"ท่านอาจารย์ข้าขอใช้มันหน่อยนะ!!"
ชายหนุ่มแหงนหน้ามองไปด้านบนเหมือนกับว่ากำลังจะทำเรื่องที่ผิดคำพูด อันที่จริงชิงหลงเซียนนั้นถึงกับกำชับว่าห้ามใช้ลูกแก้วเลยทีเดียว มันคือของต้องห้ามที่ทรงพลังจนเพียงพอที่จะทำลายล้างจักรวาลได้เป็นชิ้นๆ
เพียงไม่นานหลินตงก็หลับตาลงพลางใช้คลื่นพลังยุทธของตนอัดใส่เข้าไปภายในลูกแก้วสีชมพูนั้น เขาเริ่มตั้งเวลาของมันด้วยห้วงความคิดของตน ถึงเขาจะไม่รู้ว่าไอ้เจ้านี่มันทำงานยังไงแต่ทว่าเพียงแค่ใส่คลื่นพลังยุทธพร้อมกับนึกคิดเวลาขึ้นอยู่ภายในหัว ตัวของมันก็จะเริ่มทำงานและแสดงพลังของมันเอง
พริบตาที่ชายหนุ่มอัดคลื่นพลังยุทธเข้าไปเขาก็ไม่รีรอที่จะโยนลูกแก้วนี้ลงไปยังบ่อน้ำและเมื่อลูกกลมๆสีชมพูจมหายไปในบ่อโลหิตแล้วทันใดนั้นเขาก็รีบวิ่งหน้าตั้งออกไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วสูงสุดพร้อมกับมังกรอมตะเร้นกายถูกใช้งานขึ้นถึงขีดสุด
"เราไม่รู้อาณาเขตของมันซะด้วยแถมตั้งไว้แค่สิบนาทีเท่านั้น ต้องรีบหน่อยแล้ว..!!"
หลินตงสับขาของตนพุ่งทะยานออกนอกปากถ้ำในทันทีแต่ทว่าในตอนนั้นก็มีร่างเงาหลายคนที่บินมาบนท้องฟ้า ร่างเงาสี่ร่างนี้มีคนที่ชายหนุ่มคุ้นเคยเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นซึ่งนั้นก็คือเจ้าสำนักโหวฉางคงนั้นเอา เขาในตอนนี้ได้มาถึงยังสถานที่ลับแห่งนี้พร้อมกับทะยานหายวับเข้าไปภายในปากถ้ำนั้นแล้ว
"ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าว่ากันเลยว่าท่านเจ้าสำนักโหว ในเมื่อท่านทำเช่นนี้ก็ต้องเตรียมรับกรรมที่ตามมา..!!"
หลินตงที่เห็นตัวการเข้าไปในถ้ำโลหิตนั้นแล้วก็หัวเราะร่าออกมาอย่างสะใจ ให้ตายสิ อะไรมันจะบังเอิญเช่นนี้ ในตอนแรกเขากะว่าจะทำลายแค่บ่อน้ำโลหิตกับไอ้เจ้าสี่แขนนั้นเฉยๆแต่ทว่าในตอนนี้พวกตัวการหลักที่อยู่เบื้องหลังของสำนักก็ปรากฏตัวขึ้นทั้งหมด มันยิ่งทำให้เขายินดีซะจนไม่รู้ะว่ายังไงแล้ว
ชายหนุ่มรีบวิ่งผ่านป่าอย่างรวดเร็วพร้อมกับมีท่าทางที่ดูตื่นเต้นออกมา อีกเพียงไม่ถึงห้านาทีพลังของมันก็จะสำแดงออกมาแล้ว
อีกฟากนึงภายในถ้ำโลหิตที่กว้างใหญ่ โหวฉางคงยืนมองอย่างสงบนิ่งไปยังร่างเงาสี่ดำทมิฬนั้นอย่างเคราพ ถึงเขาตอนนี้จะยังหลับไหลอยู่แต่ทว่าถ้าเขาตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ละก็ทุกสิ่งก็จะต้องตกเป็นของราชวงศ์ชิงหลงอย่างแน่นอน
ชายชราเมื่อคิดจบก็แสยะยิ้มออกมาแต่ทว่าในเวลานั้นเขากลับสังเกตถึงความผิดปกติ
เมื่อจิตสัมผัสของเขาถูกกระจายออกไปก็สัมผัสได้้ถึงสิ่งประหลาดรูปร่างกลมๆที่อยู่ภายในบ่อน้ำโลหิตนั้น โดยปกติแล้วมันจะมีเพียงแค่ซากศพเท่านั้น
เขาค่อยๆใช้คลื่นพลังยุทธของตนก่อตัวกันเป็นฝ่ามือไร้รูปร่างพุ่งลงไปยังบ่อน้ำโลหิตและเริ่มที่จะหยิบมันขึ้นมา บนฝ่ามือของเขาตอนนี้คือลูกแก้วกลมๆสีชมพูที่เริ่มเปล่งขึ้นอย่างหนาแน่น
"หือ? นี้มันอะไรกัน..?"
เจ้าสำนักโหวเมื่อจับสัมผัสถึงลูกแก้วนี้แล้วก็ต้องหน้าเปลี่ยนสี เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานมหาศาลที่พร้อมจะปะทุออกมาและพริบตาเดียวลูกแก้วที่อยู่ฝ่ามือก็แตกร้าวพร้อมกับมีแสงสว่างวาบเข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่งภายในถ้ำแห่งนี้