แหวนภัสดา

    ความจริงปรากฏ

            คุณหลวงภัสดาตามทั้งสองคนมาจนถึงหน้าโรงแรมสหชัฏขณะที่กำลังจะก้าวเข้าไปปรากฏว่าเมื่อมาถึงประตูทางเข้าพลันร่างคุณหลวงก็กระเด็นออกมาราวกับโดนแรงกระแทกอย่างรุนแรงคุณหลวงปวดแสบปวดร้อนไปทั้งร่าง ที่นี่ต้องมีอะไรแน่ๆ วิญญาณคุณหลวงได้แต่มองไปรอบๆก็เห็นเป็นหมอกสีดำลางๆ ลอยคว้างอยู่ทั่วบริเวณของโรงแรมสหชัฏ มันคืออะไร!ในใจพยายามคิด ‘ที่นี่มีมนต์ดำอย่างนั้นรึ!?’

            เมื่อเมขลาไม่รู้จะทำอย่างไรเธอก็นึกถึงคำพูดยายนวลขึ้นมาหญิงสาวรีบเดินไปที่ห้องพระเพื่อสงบจิตใจด้วยการสวดมนต์และนั่งสมาธิส่งกระแสจิตไปถึงวิญญาณที่กำลังช่วยสืบเรื่องราวให้เธออยู่ในตอนนี้ห้องพระของที่เรือนนี้เป็นห้องพระที่แยกออกมาจากห้องอื่นๆมีพระพุทธรูปตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะหมู่บูชาด้านซ้ายและขวาลดหลั่นลงมาเป็นพระอัครสาวกของพระองค์คือพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะประดับด้วยพานพุ่มเงินและทองตรงกลางมีพานดอกบัวและพวงมาลัยวางไว้อย่างเรียบร้อยสวยงามน่าจะเป็นฝีมือมินตราที่เข้ามาเปลี่ยนดอกไม้เพราะที่บ้านหลังเก่ามินตราก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้กระทั่งชาติก่อนเธอก็ทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี

            เมขลาจุดธูปเทียนระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์และแม่ประไพแล้วทำจิตใจให้สงบก่อนจะสวดมนต์ตามหนังสือสวดมนต์ที่วางอยู่ในลิ้นชักเตี้ยๆด้านข้างโต๊ะหมู่บูชา เธอแผ่เมตตาไปให้คุณหลวงภัสดาก่อนจะแผ่กุศลไปอีกครั้งแล้วลงนั่งสมาธิแม้ว่าจิตใจจะสงบบ้างไม่สงบบ้างแต่ว่าเธอก็นั่งจนครบกำหนดเวลาที่เธอตั้งไว้ในใจ

            ทางด้านคุณหลวงภัสดาที่กำลังปวดแสบปวดร้อนกับแรงกระแทกนั้นเขาเห็นละอองลำแสงสีทองตกกระทบสู่ตัวเองวิญญาณของเขารู้สึกถึงกระแสบุญและความเย็นฉ่ำราวกับน้ำทิพย์รดลงสู่ตัวเขาความเจ็บปวดที่ได้รับพลันหายไปในทันที ละอองสีทองหมุนวนไปมา คุณหลวงแปลกใจแต่ฉุกคิดถึงคำพูดยายนวลได้‘เมขลาหล่อนมาช่วยไว้ทันเวลาเสียจริง’คุณหลวงรีบเอ่ยขึ้นทันที

            “อนุโมทนาสาธุ..” เพียงแค่เอ่ยคำนี้ลำแสงสีทองก็อาบไปทั่วร่างของคุณหลวงแล้วค่อยๆ จางหายเข้าไปในวิญญาณของชายหนุ่มคุณหลวงนิ่งสงบราวกับมีพลังอันเป็นทิพย์สายตาคมกริบ รู้สึกเข้มแข็งดังเดิมคุณหลวงหายวับเข้าไปในโรงแรมอย่างเป็นปกติโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆแล้วมาปรากฏกายที่ห้องทำงานของคนชื่อสหชัฏ ป้ายที่โต๊ะบอกตำแหน่งประธานกรรมการคุณหลวงเห็นรัศมีกำลังคุยกันที่มุมรับแขกของเจ้าของห้องโดยมาทันประโยคที่ทำเอาวิญญาณหนุ่มอึ้งไป

                   “หรือคุณการุญจะรู้ว่าเรืองรินไม่ใช่ลูกของเขา!!” นายสหชัฏเอ่ยออกมาในที่สุด คุณรัศมีนั่งครุ่นคิด

     

                   “อาจจะสงสัยแต่ไม่น่ารู้ ฉันไม่ได้ทำพิรุธอะไรให้เขาจับได้” เสียงตอบเลื่อนลอยบ่งบอกว่าไม่มั่นใจ แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

            “แต่ตอนนี้คุณควรเจือจานมาทางฉันกับลูกบ้างอย่างน้อยเรืองรินก็เป็นลูกคุณ!!” ประโยคหลังรีบทวงความผูกพันที่เคยมีเพราะคุณรัศมีเห็นว่านายสหชัฏฟู่ฟ่าขึ้น ผิดไปเป็นคนละคนในขณะที่เธอกำลังตกที่นั่งลำบากเงินที่ได้จากคุณการุญก็เป็นรายเดือนทำราวกับเธอเป็นพนักงานเงินเดือน แถมมรดกอะไรก็ไม่ได้ติดไม้ติดมือมีแต่นังสองพี่น้องที่ได้มากมายพวกมันใช้ไปถึงชาติหน้าก็ไม่มีวันหมด  เมื่อสหชัฏได้ยินคุณรัศมีร้องขอ เขายิ้มในหน้าทันที

                   “พูดเป็นเล่น สามีคุณตอนนี้ร่ำรวยเข้าขั้นเศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองไทยเลยนะ” พูดพร้อมส่งเสียงขบขันแกมเยาะอยู่ในลำคอ

            “และตอนนั้นคุณเองที่หนีเอาตัวรอดไปทิ้งผมไว้อย่างกับหมูกับหมา มาวันนี้คุณจะมาทวงอะไรกับผมคุณรัศมี” คนพูดใจเย็น คุณรัศมีหน้าเสียแต่เธอไม่ยอม

                   “รินเป็นลูกคุณ อย่างน้อยคุณก็ต้องรับผิดชอบลูกหน่อยสิ” เธอสวนกลับ ไม่คิดจะละอายที่ครั้งหนึ่งเคยเห็นแก่ตัวกลัวลำบากทิ้งคนรักเพื่อถีบตัวเองให้อยู่ในฐานะที่ดีกว่าเดิม

                   “แล้วรินรู้หรือเปล่าว่าใครเป็นพ่อที่แท้จริงของเธอ?” เมื่อนายสหชัฏสวนกลับ คราวนี้คุณรัศมีชะงักอึ้งไปบ้างเป็นการยอมรับว่าเธอไม่เคยเล่าเรื่องเขาให้ลูกฟังเลยแม้แต่น้อย และเมื่อเห็นว่ากำลังเสียเปรียบก็เปลี่ยนเรื่องพูดทันที

                   “ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันกับยัยรินถึงไม่ได้อะไรเลยทั้งที่คุณการุญก็ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางกำเนิดของยัยรินสักนิด” สีหน้าขึงขังอีกครั้งเมื่อพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

                   “เขาอาจจะรู้แค่เขาไม่พูดเท่านั้นเอง!!” นายสหชัฏพูดทิ้งปริศนาทำเอาคุณรัศมีหน้าถอดสีเพราะเธอสังหรณ์แบบนั้นเช่นกัน

            “น่าเสียดายนะเป็นถึงเมียแต่งแต่ว่าลูกนอกกฎหมายดันได้มรดกไปมหาศาล ก็น่าคิด...” น้ำเสียงแกมเยาะอีกครั้งเอาจริงๆ เขาก็รู้สึกสมน้ำหน้าอดีตคนรักอยู่ไม่น้อยที่สุดท้ายก็ซมซานมาหาเขาจนได้คุณรัศมีมองหน้าอดีตคู่นอนของตัวเองตรงๆ ด้วยความไม่พอใจ แต่คนพูดไม่ได้สนใจกลับถามต่อ

            “แล้วคุณจะทำยังไงต่อไป?” คนถามอยากรู้ความคิดของคู่สนทนาคราวนี้แววตาของคุณรัศมีแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวทันที

                   “กำจัดนังสองพี่น้องนั่นให้ตายตกไปตามแม่ของมัน!!!” เสียงตอบเหี้ยมปนอำมหิตเปิดเผย วิญญาณคุณหลวงภัสดาที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังนายสหชัฏถึงกับผงะด้วยความตกใจ‘คุณพระ’ นี่ถึงขั้นจะเอาชีวิตกันเลยรึแม่เกตุแก้วกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาจะช่วยเหลือหล่อนได้อย่างไร?

     

                   “แต่คุณจะมาใช้วิธีเดียวกันถึงสามครั้งไม่ได้หรอกนะคุณรัศมี”ประโยคนี้ได้กระชากคุณหลวงออกจากความคิดในภวังค์แทบจะทันที ‘สามครั้ง!!’ หมายความว่ายังไง แต่แล้วคุณหลวงก็เอะใจ‘อย่าบอกนะว่า…’

                   “ไอ้แก่เที่ยงธรรมมันไม่เคยไว้ใจฉันสักครั้งเดียว!!!” เสียงตอบเหี้ยมเกรียมสีหน้าแววตาราวกับปีศาจที่โผล่มาจากนรก “ดีเท่าไรแล้วที่ฉันให้มันตายช้าๆ ไม่ทรมานเท่าไหร่!” เธอพูดพร้อมหัวเราะในลำคอเบาๆ คุณหลวงภัสดาถึงบ้างอ้อทันที ‘นังงูพิษ สันดานไม่เคยเปลี่ยน!’ เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเขาแท้ๆ

            ที่แท้รัศมีก็คือคนที่ฆ่าเที่ยงธรรม และประไพปู่และแม่ของเมขลานี่เองคุณหลวงคิดหนักจะเล่าให้หญิงสาวฟังอย่างไรและจะเริ่มจากตรงไหนดีแค่นี้เมขลาก็กลายเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงปานนี้ถ้าหล่อนรู้เรื่องการตายของปู่และแม่เข้าอะไรจะเกิดขึ้นเมขลาจะมิฆ่าสองแม่ลูกนั่นคามือให้สมแค้นเลยรึ!! ตัวเขาเองก็เดาใจหญิงสาวไม่ออกเลยจริงๆหล่อนอ่านใจยากแต่ไหนแต่ไรมา

                   ในห้องทำงานอันโอ่โถงของอธิปชายหนุ่มเชื้อเชิญให้มินตรานั่งลงตรงโซฟารับแขกพร้อมเลขาส่วนตัวที่เข้ามาเสิร์ฟน้ำส้มและอาหารว่างหญิงสาวกล่าวขอบคุณเบาๆ ทั้งหน้าตาและมารยาทช่างละมุนละไมคุ้นตาเขาไปหมดเสียจริงอธิปมองมินตราจนกระทั่ง

                   “เอ่อ... คุณอธิปคะ ฟังฉันอยู่ไหมคะ?” มินตราเห็นเขาเอาแต่มองจนเธอแอบเขินไปเหมือนกันแต่ก็ต้องเตือนตัวเองว่านี่คือคู่หมั้นของพี่สาว เมื่อถูกเรียกชายหนุ่มก็รู้สึกตัว

                   “ออๆ ครับๆ ขอโทษทีผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย” เขารีบแก้ตัวจากนั้นทั้งสองก็เข้าเรื่องงานจนกระทั่งคุยงานเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

                   “ถ้าคุณอาเลือกแบบได้แล้วหรือว่าไม่เข้าใจตรงไหนโทรหาผมโดยตรงเลยก็ได้นะครับ ขอโทรศัพท์คุณหน่อยผมจะเมมเบอร์ให้” ชายหนุ่มพูดนิ่งๆ ทำเป็นให้เหมือนดูจริงจังแต่แอบคิดว่ายังไงก็จะต้องได้เบอร์โทรมินตรามาให้ได้ทางด้านมินตราก็ลังเลว่าจะให้ดีหรือไม่ อธิปเห็นว่าเธอลังเลก็รีบพูดสำทับ

                   “ผมจะโทรไปเรื่องงาน คุณอย่ากังวล” นั่นแหละทางมินตราจึงได้ยื่นโทรศัพท์ให้ อธิปทำเป็นเมมเบอร์แล้วลองโทรเข้าเบอร์ตัวเองเขาโล่งใจที่แผนการขอเบอร์ลับๆ ประสบความสำเร็จมินตราเห็นว่าเสร็จธุระแล้วจึงขอตัวกลับแต่ว่าอธิปก็รั้งไว้อีก

                   “เอ่อ.. คุณมินครับ ขอผมเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อนะครับทานเสร็จแล้วผมจะไปส่งคุณที่บ้านเอง” ได้ทีรีบพูดเพื่อจะได้อยู่กับหญิงสาวต่อไปอีกเขาอยากอยู่กับเธอสองต่อสองให้นานกว่านี้

                   “ไม่เป็นไรค่ะ คุณพารินไปทานข้าวกันเถอะค่ะ อีกอย่างฉันมากับลุงชิดเดี๋ยวแกจะรอ” รีบพูดเลี่ยง

                   “เรืองรินไม่น่าจะอยู่แล้วล่ะครับเชื่อผมสิ ขานั้นไม่เคยรออะไรได้นานๆหรอก ส่วนลุงชิดก็ให้กลับไปรับคุณอาได้เลย ทานข้าวเสร็จเดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง”พูดย้ำอีกครั้งพร้อมผายมือรวบรัดอีกฝ่ายทันที มินตราได้แต่ถอนหายใจคิดแต่ว่าทำไมไม่หัดปฏิเสธให้เสียงแข็งๆ แบบเสียงของพี่สาวเธอบ้างนะ

                   ในขณะเดียวกัน ทางด้านห้องทำงานของนายสหชัฏ  การสนทนาก็กินเวลายาวนาน เจ้าของห้องเอ่ยถามคุณรัศมีเสียงเรียบ

                   “คุณจะทำยังไงกับสองพี่น้อง ในเมื่อใช้แผนเดิมไม่ได้” คุณรัศมีนั่งนิ่ง

                   “เรื่องนั้นฉันมีแผนไว้ในใจแต่อาจจะต้องปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากคุณฉันกำลังสงสัยว่านังเมย์มันจะเลี้ยงผีหรือไม่ก็เล่นของเพราะคนแถบนั้นเชื่อเรื่องแบบนี้เมื่อคืนฉันให้คนใช้ตามไปสืบเรื่องของมันปรากฎว่านังแววมันโดนผีหลอกกลับมาหลายครั้งที่ฉันสังเกตว่าเข้าใกล้มันทีไร ก็มักจะมีเรื่องแปลกๆทุกครั้งไปทำให้เข้าถึงตัวมันไม่ได้สักที”  คุณรัศมีโพล่งเรื่องนี้ออกมาในที่สุดคุณหลวงตั้งใจฟัง

                   “มิน่า...” นายสหชัฏอุทานน้ำเสียงคล้ายเข้าใจอะไรบางอย่างมันเหมือนลางสังหรณ์ที่เขารู้สึกสัมผัสได้

            “ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรตามเราทั้งสองมาตลอดแต่ผมไม่รู้ว่าอะไรบางครั้งเหมือนรู้สึกได้ แต่บางครั้งก็เหมือนไม่มีอะไร แปลกจริง” ประโยคหลังคล้ายพึมพำ

                   “ยังไง ฉันไม่เข้าใจ” คุณรัศมีเร่งเร้าทันทีด้วยความสนใจ

                   “ผมคิดว่าลูกเลี้ยงคุณต้องมีอะไรแน่ๆเอาอย่างนี้ผมมีท่านอาจารย์ที่นับถืออยู่ คุณอยากไปหาท่านไหมผมจะพาไป แต่ว่าไม่ใช่วันนี้นะผมต้องโทรนัดท่านอาจารย์ก่อน” นายสหชัฏพูดอย่างมีเป้าหมายเพราะเขารู้สึกตั้งแต่อยู่ในร้านอาหารแล้วว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างเป็นเงาดำตามติดคุณรัศมีตลอดเวลาแต่พอเข้ามาในโรงแรมกลับไม่มีอะไร

            หรือจะเป็นเพราะว่า ยันต์พิฆาตเวรี ที่ท่านอาจารย์ให้ไว้ทำให้ภัยร้ายต่างๆไม่สามารถคุกคามเข้ามาภายในโรงแรมได้ แต่นายสหชัฏก็หารู้ไม่ว่าตอนนี้เงาดำๆที่ว่านั่นยืนแทบจะหายใจรดต้นคอเขาอยู่แล้ว คุณหลวงยิ้มเจ้าเล่ห์ครั้งนี้เมขลาช่วยเขาไว้จริงๆ กุศลจากการสวดมนต์นั่งสมาธิช่างแรงนัก ทำให้แคล้วคลาดจากยันต์อุบาทว์นั่นไปได้...

    คล้ายกับเรื่องแหวนภัสดา ที่คุณอ่าน