"แม่หนูน้อยคนนี้ช่างร้ายกาจเสียจริง!"
ชุยอี้มองดูกู้ิจูที่พาสาวใช้จากไป รวมถึงสามแม่ลูกสกุลกัวที่จ้องมองด้วยความเคียดแค้น จนแทบอยากจะพุ่งเข้าไปขย้ำ เขาวางจอกสุราในมือลง แล้วหันไปยิ้มกับเฉินหลิวอ๋องหลี่เนี่ยน "ท่านเห็นหรือไม่"
หลี่เนี่ยนก็กำลังมองตามหลังกู้ิจูที่เดินห่างออกไปเช่นกัน บนใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยนเผยรอยยิ้มบาง ๆ โดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
เสียนอ๋องหลี่อวี้ ที่ลุกขึ้นยืนเตรียมบอกลาบัณฑิตใหม่จิ้นซื่อก็ปรายตามองแผ่นหลังนั้นเช่นกัน เผยให้เห็นแววตาครุ่นคิด
คุณหนูใหญ่สกุลกู้ผู้นี้ช่างพิเศษเสียจริง ครั้งก่อนที่จวนตากอากาศซีเหอ ครั้งนี้ที่งานเลี้ยงฉวี่เจียง ช่างทำให้เขาไม่อาจละสายตาได้เลยจริง ๆ
จะว่าไปกู้ิจูก็ไม่ธรรมดาจริง ๆ บรรดาฮูหยินและคุณหนูในจวนขุนนางชั้นสูงแต่ละคนล้วนมีความคิดเป็ของตนเอง ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีเล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ น้อย ๆ
แต่ก็ไม่มีใครลงมือเด็ดขาดและจัดการได้หมดจดเท่านาง ทั้งยังทำให้คนอื่นพูดอะไรไม่ออกอีกด้วย
เพียงแต่กู้ิจูกลับไม่รู้ตัวเลยว่าตนได้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมายถึงเพียงนี้
เวลานี้นางกำลังเอนกายพิงรถม้าของตนอย่างเกียจคร้าน หนุนหมอนอิงพลางหาวหวอด วุ่นวายมาค่อนวันทั้งเปลืองแรงและเปลืองสมอง อีกทั้งยังตื่นั้แ่เช้าตรู่ ตอนนี้ก็รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาจริง ๆ แล้ว
"คุณหนู เมื่อครู่..." อาปี้ลอบมองสีหน้าของนางด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่พักใหญ่ ถึงได้รวบรวมความกล้าเอ่ยปากขึ้น
นางทนไม่ไหวอยากจะถามจริง ๆ เื่ในงานเลี้ยงเมื่อครู่มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว!
ดูเผิน ๆ ชัดเจนว่าเป็คุณหนูสกุลกัวที่ตั้งใจจะใส่ร้าย แต่คุณหนูของตนกลับดูเหมือนจะรู้ทุกอย่าง จัดการทุกเื่ได้อย่างรัดกุมไม่มีช่องโหว่
โดยเฉพาะถุงหอมใบนั้น ยิ่งเหมือนกับว่าคุณหนูจงใจปล่อยให้พวกนางเอาไป ไม่นึกเลยว่าจะแอบเตรียมแผนสำรองเอาไว้ล่วงหน้าอย่างเงียบ ๆ!
กู้ิจูปรายตามองนางแวบหนึ่ง แล้วยิ้มบาง ๆ "อาปี้เคยเจอท่านแม่ของข้าหรือไม่"
อาปี้ไม่เข้าใจความหมาย จึงส่ายหน้า "บ่าวไม่เคยพบองค์หญิงใหญ่เ้าค่ะ"
องค์หญิงใหญ่เซวียนหยางผู้โด่งดังไปทั่วหล้าได้จากโลกนี้ไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน อาปี้เป็คนที่ถูกส่งมาจากจวนตากอากาศในภายหลัง
กู้ิจูหันกลับมามองนาง "ข้าเคยเจอ ่นี้ท่านแม่มักจะมาเข้าฝันข้าอยู่บ่อย ๆ เื่ราวมากมายเหล่านี้ ล้วนเป็ท่านแม่ที่คอยบอกข้า"
อาปี้นิ่งอึ้งไป กว่าจะได้สติก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง นางหมอบตัวลงอย่างสั่นเทา ไม่กล้ามองกู้ิจูอีกเป็เวลานาน และไม่กล้าถามอะไรอีก
"ท่านแม่บอกว่าให้ข้าทำอะไรต้องระมัดระวังให้ดี มีคนคิดจะปองร้ายข้า"
กู้ิจูยังคงพูดต่อไป "ข้าจึงได้รับรู้เื่ราว"
นางไม่สามารถบอกความจริงกับพวกอาปี้ได้ มีเพียงต้องใช้ข้ออ้างเื่บรรพบุรุษคุ้มครอง เพื่อให้พวกนางเชื่อฟัง
อาปี้ไม่ถามอะไรอีก และนางก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเช่นกัน ยังคงเอนกายพิงหมอนหนุนอย่างเกียจคร้าน ทอดสายตามองดูตลาดด้านนอกรถม้าอย่างสบายอารมณ์
ครั้งนี้คนที่ถูกส่งเข้าตำหนักบูรพาเพื่อเป็พระชายารองคงจะต้องเป็กัวอวี้ซิ่วแล้วล่ะ เกรงว่าป่านนี้สามแม่ลูกสกุลกัวคงกำลังรีบร้อนกลับไปที่จวนราชครู เพื่อขอให้ราชครูกัวหวายออกหน้าช่วยเหลือกระมัง
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้กู้ิจูก็ยิ้มออกมา ตอนนั้นตนเองก็มีสภาพเช่นนั้นเหมือนกัน ฮูหยินหลัวรีบร้อนพานางกลับไป หวังเพียงให้กู้ชิงหาทางเข้าวังไปทูลขอร้องให้เปลี่ยนสถานการณ์
น่าเสียดายที่ฮองเฮาทรงกริ้วถึงขีดสุด วันรุ่งขึ้นราชโองการแต่งตั้งก็ถูกส่งมาที่จวนแม่ทัพใหญ่ ท้ายที่สุดนางก็ถูกส่งเข้าตำหนักบูรพาไปจนได้
เมื่อหวนนึกถึง่เวลาสั้น ๆ เพียงหนึ่งปีในตำหนักบูรพาในชาตินั้น สายตาของกู้ิจูก็หม่นหมองลง ยิ่งมายิ่งมืดมิด
หากบอกว่าตอนนี้คือโลกมนุษย์ เช่นนั้นตอนนั้นก็คือนรก!
ดังนั้นในครั้งนี้ นางจะส่งกัวอวี้ซิ่วไปลิ้มรสชาตินั้น ให้ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการถูกทรมานย่ำยี ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับความเสียใจในทุก ๆ วัน!
กู้ิจูค่อย ๆ เอื้อมมือไปลูบถุงหอมที่เอว มุมปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ
สามแม่ลูกสกุลกัวคงจะมองเห็นความผิดปกติบางอย่างแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะรู้ว่าสิ่งที่บรรจุอยู่ในถุงหอมใบนั้นคือเครื่องหอมลับที่นางตั้งใจปรุงขึ้นมาเป็พิเศษใน่หลายวันนี้ หากผสมกับสุราก็จะมีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัดในบุรุษได้
ในชาตินั้น หลังจากที่นางถูกส่งตัวเข้าตำหนักบูรพา วันเวลาแห่งความยากลำบากช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า
นางจึงได้เรียนรู้การปรุงเครื่องหอมจากนางข้าหลวงชราคนหนึ่งในกองซือซื่อแห่งสำนักซ่างฝู
นางข้าหลวงชราผู้นั้นอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง อยู่ในวังมาหลายปี ตอนที่ป่วยหนักใกล้ตายรู้สึกซาบซึ้งใจที่นางคอยดูแลอยู่่หนึ่ง จึงได้มอบสูตรเครื่องหอมลับหลายขนานให้กับนาง
ั้แ่นั้นมาสิ่งนี้ก็กลายเป็หนึ่งในเครื่องมือเอาชีวิตรอดของนาง
ถุงหอมเป็ของที่สามแม่ลูกสกุลกัวเป็คนสั่งให้ส่งไปถึงมือขององค์รัชทายาทด้วยตัวเอง ผลกรรมก็ถูกหว่านลงไปั้แ่ตอนนั้นแล้ว
ทำตัวเอง ก็ต้องรับกรรมเอง จะไปโทษใครได้
ตกค่ำ หานหมัวมัวถือรายชื่อและสมุดบัญชีเดินมาที่เรือนหลักด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้นัก
"คุณหนูพักผ่อนแล้วหรือ" หานหมัวมัวมองดูประตูที่แง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง เอ่ยถามเสี่ยวขุยเสียงเบา
อาปี้เลิกม่านเดินออกมา ย่อกายทำความเคารพ "หมัวมัว คุณหนูรออยู่ในห้องเ้าค่ะ"
หานหมัวมัวพยักหน้า แล้วเดินตามอาปี้เข้าไปในห้อง
กู้ิจูปล่อยผมแล้ว เส้นผมสีดำขลับนุ่มสลวยทิ้งตัวลงปรกบ่า สวมชุดนอนผ้าแพรสีพื้นดูสบาย ๆ เป็กันเอง
นางนั่งอยู่บนตั่งริมหน้าต่าง เงยหน้ามองความมืดมิดยามค่ำคืนภายนอกและดวงจันทร์เสี้ยวที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า
ทว่าบนใบหน้างดงามกระจ่างใสกลับแฝงไว้ด้วยความโศกเศร้าที่อธิบายไม่ถูก
หานหมัวมัวถึงกับมองจนตาค้าง ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ริมประตูทำอะไรไม่ถูก
ใครเคยเห็นกู้ิจูในสภาพเช่นนี้บ้าง ชัดเจนว่าเป็คุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมในจวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉีมาหลายปี สิ่งใดที่้าก็ไม่มีสิ่งใดที่ไม่ได้ แล้วจะไปรู้จักความโศกเศร้าได้อย่างไร
ทว่ากู้ิจูที่อยู่ตรงหน้ากลับทำให้ผู้คนรู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก ชัดเจนว่ายังมีหน้าตาเหมือนเดิม ทว่าร่องรอยของความโศกเศร้าและสิ้นหวังในแววตานั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเสแสร้งแกล้งทำได้
หากไม่เคยผ่านความเ็ปมาอย่างแสนสาหัส ใครเล่าจะมีแววตาเช่นนี้ได้
กู้ิจูหันกลับมาเห็นหานหมัวมัว ก็ชิงยิ้มออกมาก่อน นางรวบผม ล้มตัวลงนอนตะแคงบนตั่งอย่างไม่สำรวมกิริยา "หมัวมัวมาแล้วหรือ เื่ราวเป็อย่างไรบ้าง"
ตอนที่นางเอ่ยปาก ความโศกเศร้าบนใบหน้าก็มลายหายไปสิ้น กลับกลายเป็กู้ิจูผู้เย่อหยิ่งจองหองอีกครั้ง
หานหมัวมัวได้สติกลับมา ประคองรายชื่อและสมุดบัญชีเดินเข้าไปหา เอ่ยเสียงเบา "คุณหนู บ่าวกับเสี่ยวขุยตรวจสอบมาทั้งวัน รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเ้าค่ะ..."
นางขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเอ่ยต่อว่า "เกรงว่าจะมีข้อผิดพลาดครั้งใหญ่แล้วล่ะเ้าค่ะ..."
หานหมัวมัวกางสมุดบัญชีและรายชื่อออกตรงหน้ากู้ิจู ชี้ไปที่สมุดบัญชีและรายชื่อทีละรายการพลางอธิบายอย่างละเอียด
"ตอนที่องค์หญิงใหญ่สิ้นพระชนม์ ของประทานจากในวังล้วนถูกส่งกลับคืนสำนักซ่างกงไปหมดแล้ว ทิ้งไว้เพียงคฤหาสน์หลังนี้กับจวนตากอากาศอีกยี่สิบกว่าแห่ง นาชั้นเอกหนึ่งพันหนึ่งร้อยหมู่"
"นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอีกสิบกว่าแห่ง บ่าวไพร่ในจวนสองร้อยสิบแปดคน และเงินในบัญชีจวนอีกหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยตำลึงทองเ้าค่ะ"
"แต่ตอนนี้ ในสมุดบัญชีเหลือเงินไม่ถึงห้าร้อยตำลึงทอง โฉนดที่ดิน จวนตากอากาศ และร้านค้าทั้งหมดล้วนอยู่ทางจวนตะวันตก ส่วนบ่าวไพร่ในจวนก็ถูกเปลี่ยนตัวไปเสียส่วนใหญ่"
หานหมัวมัวกล่าวต่อ "คนเก่าคนแก่ที่เหลือรอดมาจากตอนนั้นมีไม่กี่คน ส่วนใหญ่เป็คนที่จวนตะวันตกส่งมาในภายหลังทั้งสิ้น"
กู้ิจูอดไม่ได้ที่จะหนังตากระตุก ในอดีตองค์หญิงใหญ่เซวียนหยางเป็ที่โปรดปรานของอดีตฮ่องเต้ยิ่งนัก ตอนแต่งงานออกมาก็นำสินสอดติดตัวมามากมายมหาศาล
แม้จะส่งของประทานคืนสำนักซ่างกงไปแล้ว แต่เงินหมื่นกว่าตำลึงทองนี้ก็ยังเป็จำนวนที่จวนขุนนางชั้นสูงหลายแห่งไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ต้องรู้ว่ากู้ชิงผู้เป็แม่ทัพใหญ่เพียวฉีขั้นหนึ่งในปัจจุบัน มีเบี้ยหวัดรายเดือนเพียงแค่ห้าสิบก้วนเท่านั้น หนึ่งปีก็ตกเพียงสิบตำลึงทองเท่านั้น
แต่เงินหมื่นกว่าตำลึงทองนี้กลับอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงห้าร้อยตำลึงทองอันน้อยนิด!
โฉนดที่ดิน จวนตากอากาศ และร้านค้าล้วนตกอยู่ในมือของฮูหยินหลัว แม้แต่คนในจวนนี้ก็ยังถูกเปลี่ยนเป็คนของนางเสียส่วนใหญ่ ดีไม่ดีตอนนี้คนที่อยู่นอกประตูห้องก็อาจจะเป็สายสืบที่นางส่งมา!
สีหน้าของกู้ิจูค่อย ๆ เ็าลง ฮูหยินหลัวยื่นมือเข้ามายาวเกินไปแล้ว โลภมากเกินไปแล้ว!
.
.
.