ตลาดโบราณ หยกคู่ และจุมพิตที่ไม่ได้ตั้งใจ
แสงอาทิตย์ยามบ่ายทอแสงสีทองอาบไล้ไปทั่วท้องถนนในเมืองหลวง แม่ทัพชิงหลง ผู้มีฉายาว่า ‘เทพาหน้าหยก’ ก้าวเท้าออกจากโรงเตี๊ยมฟู่หลงด้วยท่วงท่าองอาจ วงแขนแกร่งที่เคยจับดาบสังหารศัตรูนับพัน บัดนี้กลับโอบอุ้มก้อนขนสีขาวนุ่มนิ่มอย่าง ไป่เซ่อ เอาไว้ด้วยความทะนุถนอม
เขามุ่งหน้าเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางที่ปูด้วยแผ่นหินมุ่งสู่ตลาดใหญ่ใจกลางเมือง ตามที่เคยตกปากรับคำกับบุตรชายตัวน้อยไว้ว่าจะหาซื้อขนมรสเลิศกลับไปฝาก
ในขณะที่แม่ทัพหนุ่มก้าวเดินอย่างมั่นคง ไป่เซ่อที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมอกกลับตกอยู่ในห้วงความคิดอันสับสน หัวใจดวงน้อยของแมว (ที่มีิญญาสาวจากยุคปัจจุบันอยู่ข้างใน) ยังคงเต้นรัวจากเหตุการณ์หวิดสิ้นชื่อในโรงเตี๊ยมเมื่อครู่
‘ทำไมกันนะ...’ ไป่เซ่อครุ่นคิดพลางขมวดคิ้วขนฟู ๆ เข้าหากัน ‘มู่เทียนเทียนในนิยายที่ฉันเคยอ่าน เป็นางเอกที่แสนดีเพียบพร้อมราวกับผ้าพับไว้ไม่ใช่เหรอ? แต่เมื่อกี้สายตาที่นางมองฉันมันไม่ใช่แค่รำคาญ แต่นางตั้งใจจะฆ่าฉันจริงๆ! หรือว่าโลกนิยายใบนี้จะบิดเบี้ยวไปแล้ว? หรือจะมีคนมาเกิดใหม่ในร่างนางเอกเหมือนกับที่ฉันมาอยู่ในร่างแมวกันแน่?’
ความทรงจำในนิยายต้นฉบับไม่ได้มีฉากที่มู่เทียนเทียนทำร้ายสัตว์เลี้ยงของท่านแม่ทัพแม้แต่น้อย ทุกอย่างดูผิดเพี้ยนไปหมดจนน่าหวั่นใจ
“เฮ้อ... คงต้องรอให้ระบบติดต่อกลับมาเท่านั้น ถึงจะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้กันแน่” นางถอนหายใจยาวจนหนวดกระดิก
แต่แล้ว ความกังวลทั้งหลายก็ถูกปัดเป่าหายไปเมื่อจมูกเล็ก ๆ สีชมพูของนางเริ่มได้กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวและอาหารรสเลิศ ไป่เซ่อเงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้าแล้วถึงกับตาโต ตลาดโบราณที่นางเคยเห็นแต่ในซีรีส์ บัดนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างสมจริง ทั้งเสียงะโเรียกแขก เสียงล้อรถม้า และสีสันฉูดฉาดของสินค้าแปลกตา
“เอ๋... หยางหยางพาฉันมาเดินตลาดด้วยนี่นา!” ไป่เซ่อส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้น “โอ้โห! ดูนั่นสิ ถังหูลู่นี่นา ลูกใหญ่สีแดงสะท้อนแสงแดดน่ากินที่สุดเลย!”
“เมี๊ยว! เมี๊ยววว!”
แม่ทัพชิงหลงก้มลงมองเ้าก้อนขนในอ้อมแขนที่จู่ ๆ ก็ดิ้นขลุกขลิกพร้อมส่งเสียงอ้อน ท่าทางที่นางตะกายพยายามจะเอื้อมไปทางแผงขนมนั้นทำให้หัวใจที่เคยเ็าของเขาอ่อนวูบลงโดยไม่รู้ตัว เขาหยุดเดินกะทันหันก่อนจะหันไปสั่งพ่อค้าเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความเอ็นดู
“พ่อค้า ขอถังหูลู่สองไม้”
ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดจากปาก ชิงหลงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า... เขากำลังทำอะไรอยู่? ‘ข้านี่บ้าไปแล้วหรือไร... นางเป็แมว จะกินของหวานพวกนี้ได้อย่างไร’ เขาตำหนิตนเองในใจ แต่ถึงอย่างนั้นมือก็ยังคงรับไม้ขนมเคลือบน้ำตาลมาจากพ่อค้าและจ่ายเงินไปอย่างรวดเร็ว
“ได้แล้วขอรับนายท่าน ขนมหวาน ๆ กรอบ ๆ เลยขอรับ!”
ไป่เซ่อจ้องถังหูลู่ตาเป็มัน พลางส่งเสียงประท้วงเมื่อเห็นท่าทีลังเลของเขา “เมี๊ยว... เมี๊ยววว” (หยางหยาง ขอกินคำหนึ่งนะ คำเดียวจริงๆ!)
นางส่งสายตาอ้อนวอนระดับสิบหน่วย น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยราวกับจะบอกว่าถ้าไม่ได้กินนางจะขาดใจตายตรงนี้ แม่ทัพหนุ่มเห็นดังนั้นก็หลุดหัวเราะในลำคอ เขาใช้นิ้วแกร่งเขี่ยจมูกชื้น ๆ ของนางเบา ๆ
“เ้าเป็แมวจะทานได้อย่างไร นี่คือของที่ข้าซื้อให้เทียนจงต่างหาก” เขาแสร้งทำเสียงดุแต่แววตากลับพราวระยับ “ดูทำเข้า... น้ำลายไหลยืดหมดความสง่างามแล้วนะเ้านางแมวจะกละ”
ไป่เซ่อสะบัดหน้าหนีทันควัน หึ! ไม่กินก็ได้! งอนแล้วนะ! นางขดตัวกลมดิบประชดชีวิตอยู่ในอ้อมกอดเขา
แม่ทัพหนุ่มเดินอมยิ้มต่อไปตามทาง จนกระทั่งสายตาของเขาและแมวขี้งอนไปสะดุดเข้ากับแผงขายเครื่องประดับล้ำค่าแผงหนึ่ง ไป่เซ่อลืมเื่งอนเมื่อครู่ไปจนสิ้นเมื่อเห็น หยกสีขาวนวลราวนมแพะ ที่ถูกแกะสลักเป็รูปแมวน้อยนอนขดตัวดูน่ารักและประณีตยิ่งนัก มันสะท้อนแสงแดดดูนุ่มนวลและมีราคา
“เมี๊ยว! เมี๊ยว!” (หยางหยางดูหยกนั่นสิ! มันเหมือนฉันเปี๊ยบเลย ซื้อให้หน่อยนะนะนะ!)
แม้จะฟังภาษาแมวไม่ออก แต่ชิงหลงก็ััได้ถึงแรงปรารถนาจากอุ้งเท้าเล็ก ๆ ที่สะกิดรัวบนแผ่นอกของเขา เขาแสร้งทำเป็เมินเฉยในตอนแรก แต่ฝีเท้ากลับก้าวเข้าไปหยุดอยู่หน้าแผงนั้นอย่างมั่นคง
พ่อค้าเครื่องประดับผู้มีสายตาเฉียบแหลมรีบนำเสนอทันทีเมื่อเห็นแขกผู้สูงศักดิ์ “ท่านแม่ทัพดูนี่สิขอรับ หยกสีขาวคู่นี้เป็หยกมันแพะเนื้อดีที่สุด หายากยิ่งนัก ทั้งยังแกะสลักเป็รูปแมว... โอ้! ดูสิขอรับ เหมือนกับสัตว์เลี้ยงของท่านอย่างกับแกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน!”
“อืม... สวยจริงอย่างที่เ้าว่า” ชิงหลงหยิบหยกชิ้นหนึ่งขึ้นมาพิเคราะห์ “เ้ามีสร้อยหรือไม่ ข้าจะเอามาสวมคอให้ไป่เซ่อ”
“มีขอรับ! สร้อยทองคำถักเส้นบางนี้จะช่วยขับเน้นความขาวของหยกและขนของนางให้ยิ่งดูสง่างาม” พ่อค้ารีบร้อยหยกเข้ากับสร้อยทองอย่างว่องไว
แม่ทัพหนุ่มบรรจงสวมสร้อยหยกขาวลงบนลำคอระหงของแมวน้อยไป่เซ่ออย่างเบามือ ส่วนหยกอีกชิ้นที่แกะสลักเข้าคู่กันนั้น... เขาไม่ได้คืนพ่อค้า แต่กลับนำมาร้อยติดไว้ที่สายคาดเอวของตนเองเคียงข้างกับป้ายประจำตำแหน่ง
ไป่เซ่อก้มลงมองหยกบนคอตัวเองแล้วเงยหน้ามองหยกที่เอวของเขา 'นี่มัน... ของคู่กันงั้นเหรอ?'
หัวใจของิญญาสาวสั่นไหวอย่างรุนแรง ความอบอุ่นและใส่ใจของชายคนนี้ทำให้นางเผลอตัวลืมสถานะแมวไปชั่วขณะ นางยืดตัวขึ้นสุดกำลังก่อนจะฝังจมูกเล็ก ๆ ลงบนแก้มสากของแม่ทัพหนุ่มแล้ว “จุ๊บ” เข้าให้หนึ่งทีเพื่อแทนคำขอบคุณ
“ฮ่า ๆ ๆ! ดูท่าแมวน้อยของท่านจะชอบใจมากนะขอรับ ถึงขั้นให้รางวัลท่านแม่ทัพด้วยจุมพิตเลยทีเดียว!” พ่อค้าหัวเราะอย่างร่าเริง
ใบหน้าคมคายที่มักจะเ็าดุจน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กลับซับสีระเรื่อ รอยยิ้มกว้างที่หาได้ยากยิ่งปรากฏบนเรียวปาก เขาดูสง่างามราวกับเทพบุตรที่ลงมาเดินดิน สลัดคราบขุนพลผู้โเี้ไปจนหมดสิ้น หากรองแม่ทัพมาเห็นภาพนี้เข้า คงได้ขยี้ตาจนถลนเพราะคิดว่าเห็นภูตผีจำแลงกายมาเป็แน่
“ขอบใจเ้ามาก... นี่คือรางวัลของเ้า” ชิงหลงโยนเหรียญทองให้พ่อค้าอย่างอารมณ์ดีเกินเหตุ ก่อนจะอุ้มแมวเดินจากไปท่ามกลางเสียงอวยพรของพ่อค้าที่ไล่หลังมาว่าขอให้ท่านแม่ทัพและแมวน้อยมีความสุข
ณ จวนแม่ทัพ
เมื่อกลับถึงจวน บรรยากาศรอบกายของแม่ทัพชิงหลงก็ยังคงแผ่ซ่านไปด้วยไอแห่งความสุข เขาเรียก หยางเทียนจง บุตรชายตัวน้อยมาหาเพื่อมอบถังหูลู่ให้
เด็กชายรับขนมมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เขาแหงนหน้ามองบิดาที่กำลังลูบหัวแมวพลางฮัมเพลงในคอเบา ๆ ‘ท่านพ่อไปโดนตัวไหนมา? หรือว่า... การดูตัวกับท่านน้ามู่จะราบรื่นเกินคาด?’
“ท่านพ่อ... ท่านดูมีความสุขมาก หรือว่าข้ากำลังจะได้ท่านแม่คนใหม่เร็ว ๆ นี้ขอรับ?” เทียนจงถามหยั่งเชิง
ข่าวลือเื่ท่านแม่ทัพอารมณ์ดีผิดปกติแพร่กระจายไปทั่วจวนราวกับไฟลามทุ่ง บ่าวไพร่ต่างพากันซุบซิบว่างานมงคลกับคุณหนูตระกูลมู่คงใกล้เข้ามาแล้ว ข่าวนี้ล่วงรู้ไปถึง ฮูหยินใหญ่ มารดาของชิงหลงที่เฝ้ารอสะใภ้มานานแสนนาน
“แม่นมจง! เ้าได้ยินหรือไม่ ชิงหลงกลับมาพร้อมรอยยิ้ม ทั้งยังซื้อของฝากและจะพาหลานข้าไปงานโคมลอยคืนนี้อีก! คราวนี้ข้าคงได้สะใภ้แน่ ๆ แล้วใช่ไหม?” ฮูหยินใหญ่ถามด้วยดวงตาเป็ประกาย
“ยินดีกับฮูหยินใหญ่ด้วยเ้าค่ะ! บ่าวจะรีบไปตามแม่สื่อมาพบท่านเดี๋ยวนี้เลยนะเ้าคะ!”
ทั้งจวนตกอยู่ในความคึกคัก ทุกคนต่างเตรียมงานราวกับจะมีงานแต่งเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ โดยที่ตัวต้นเื่อย่างแม่ทัพชิงหลงไม่ได้รู้เื่รู้ราวเลยแม้แต่น้อย
เขานั่งอยู่ที่ระเบียงจวน นิ้วมือลูบไล้หยกรูปแมวที่ข้างเอวสลับกับมองไป่เซ่อที่นอนกลิ้งไปมาอยู่ข้าง ๆ ความจริงที่เขามีความสุขขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะมู่เทียนเทียนเลยสักนิด...
แต่เป็เพราะคำพูดของพ่อค้าที่บอกว่า 'หยกคู่' นี้ช่างเหมาะสมกับเขและสัตว์เลี้ยง และที่สำคัญที่สุด... คือัันุ่มนิ่มที่ข้างแก้มจากจุมพิตของแมวตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ตอนนี้ต่างหากเล่า!
.......................................