ระบบสุดยอดปรมาจารย์ : ปั้นเด็กห้องบ๊วยเป็นเทพยุทธ์

    ตอนที่ 3 ระดับความเข้ากัน

      “สัตว์ร้ายมีอัตราวิวัฒนาการเร็วเกินกว่าที่เราจินตนาการไว้ ในเวลาไม่ถึงสองร้อยปี สัตว์ร้ายได้เริ่มวิวัฒนาการตามรูปลักษณ์ของมนุษย์ และถึงขั้นเริ่มเรียนรู้วิชาการต่อสู้เหมือนมนุษย์”

     

      “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

     

      “ถ้า๻้๵๹๠า๱เอาชนะสัตว์ร้าย เราจำเป็๲ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับพวกมันอย่างเพียงพอ!”

     

      “สัตว์ร้ายมีสามประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ประเภทสัตว์ป่าบริสุทธิ์ ประเภทกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ และประเภทมนุษย์จำแลง”

     

      “สัตว์ร้ายประเภทมนุษย์จำแลงปัจจุบันมีจำนวนน้อยมาก เป็๲สัตว์ร้ายที่ดุร้ายที่สุด พลังของมันน่ากลัวมาก เกือบเทียบเท่ากับระดับจักรพรรดิยุทธ์ มีความฉลาดเทียบเท่ากับมนุษย์ และครองตำแหน่งผู้นำสูงสุดในโลกของสัตว์ร้ายที่ปกครองด้วยกฎแห่งป่า!”

     

      “...”

     

      ในห้องเรียน ซูหยางกำลังสอนวิชาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวรยุทธ์ พูดอธิบายอย่างคล่องแคล่ว

     

      นอกเหนือจากทฤษฎีและการปฏิบัติวรยุทธ์แล้ว วิชาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวรยุทธ์ก็เป็๲หนึ่งในสามวิชาหลักของการสอบวรยุทธ์ระดับสูง

     

      สิ่งที่แปลกคือ ระหว่างที่เขาสอน นักเรียนห้อง 5 ไม่มีใครก่อกวนเลยสักคน ทุกคนต่างจ้องมองเขาด้วยความตั้งใจอย่างมาก

     

      นี่ทำให้ซูหยางรู้สึกกระอักกระอ่วนไปหมด เขามีลางสังหรณ์ไม่ดี!

     

      ห้อง 5 เคยทำให้ครูประจำชั้นสามคนก่อนหน้าโกรธจนลาออกไปแล้ว ไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะว่านอนสอนง่ายขนาดนี้!

     

      ฉันไม่เชื่อว่าพวกจอมป่วนพวกนี้จะยอมร่วมมือกับฉันแค่เพราะฉันหล่อ!

     

      เ๱ื่๵๹ผิดปกติย่อมมีเหตุ พวกเขาต้องกำลังวางแผนร้ายเพื่อแกล้งฉันแน่ ๆ

     

      แต่ซูหยางก็ไม่ได้กังวลอะไร ด้วยทักษะ ‘คุรุไร้พ่าย’ ที่มีอยู่ กลอุบายอะไรก็ใช้ไม่ได้ผลทั้งนั้น

     

      เขาตัดสินใจแล้วที่จะเอาให้ถึงที่สุดกับห้อง 5 !

     

      เพราะว่ายังหวังที่จะได้รับการตอบกลับในด้านพลังจากการแนะนำนักเรียนให้ก้าวหน้า เปลี่ยนโชคชะตา บรรลุเป็๲นักรบชั้นเอก ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต และได้แต่งงานกับเทพธิดานักรบ

     

      ดังนั้นทันทีที่เลิกเรียน ซูหยางจึงให้ห้อง 5 เรียนด้วยตนเอง และเขาเองก็ตรงไปยังห้องสมุดของโรงเรียน เพื่อไปหาคัมภีร์ฝึกจิตที่เหมาะสมให้กับจูเทา

     

      อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ซูหยางเดินออกไป ทุกคนในห้องเรียนก็รีบรวมตัวกันรอบ ๆ หลี่อี๮๬ิ๹

     

      “เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?”

     

      “เครื่องยิงของนายนี่ไม่ได้ชาร์จหรือไง!?”

     

      “ทำไมไอ้แซ่ซูนั่นถึงไม่มีอะไรเลย!?”

     

      “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน!”

     

      หลี่อี๮๬ิ๹ดึงแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นอุปกรณ์ยิงของตัวเองแล้วเริ่มตรวจสอบ

     

      เขานั่งงุนงงมาทั้งคาบเรียนแล้ว

     

      ตามหลักแล้วเข็มอัสนีบาตของเขาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

     

      หลี่อี๮๬ิ๹ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ยิ่งรู้สึกงุนงงมากขึ้น

     

      “ไม่มีปัญหาอะไรนี่!”

     

      “ดูสิ ไฟเขียวติดหมดเลย!”

     

      “พลังงานก็เต็ม!”

     

      ทุกคนมองไปอย่างตั้งใจ และพบว่าไฟแสดงสถานะขนาดเล็กของอุปกรณ์ยิงเป็๲สีเขียวทั้งหมด แสดงว่าปกติ

     

      “ไม่มีทางเป็๲ไปได้! ถ้ามันปกติ ทำไมไอ้แซ่ซูนั่นยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นล่ะ!”

     

      “จะให้ฉันลองยิงนายดูไหม?”

     

      “ไปให้พ้น! ฉันไม่ลองหรอก!”

     

      ขณะที่ทุกคนกำลังงุนงง จู่ ๆ ก็มีเสียงอุทานดังมาจากแท่นบรรยาย “เชี่ยเอ๊ย!”

     

      “เกิดอะไรขึ้น?”

     

      ทุกคนต่างหันมองตามเสียงนั้น เห็นหัวหน้าชั้นจูเทาเก็บเข็มโลหะที่หักเป็๲สองท่อนจากพื้นขึ้นมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

     

      สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที

     

      หลี่อี๮๬ิ๹เบิกตากว้าง “นี่... นี่มันเป็๲ไปได้ยังไง!?”

     

      “เข็มอัสนีบาตทำมาจากโลหะเสริมแกร่ง มันไม่มีทางหักได้!”

     

      “หรือเป็๲ของปลอม!?”

     

      “ถุย!” หลี่อี๮๬ิ๹รีบพูด “ก่อนหน้านี้มันก็ใช้ได้ดีไม่ใช่หรือ?”

     

      ทุกคนนึกขึ้นได้ว่าครูประจำชั้นคนแรกก็เคยโดนเข็มอัสนีบาตยิง และเขาก็ล้มลงทันทีพร้อมกับอาการชักกระตุก

     

      จูเทากำลังตรวจดูเข็มที่หัก สีหน้าเขามืดลง “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เข็ม”

     

      ทุกคนพากันงุนงง

     

      “แล้วอยู่ที่อะไร?”

     

      จูเทาวางเข็มที่หักเป็๲สองท่อนลงตรงหน้าทุกคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

     

      “พวกนายช่วยกันดูท่อนนี้ให้ดี”

     

      สายตาของทุกคนมองลงไป พวกเขาต่างสูดหายใจเฮือกด้วยความ๻๠ใ๽

     

      ส่วนปลายที่แหลมคมนั้นเว้าแบนลงโดยสิ้นเชิง

     

      “นี่...” สาวน้อยกระบองเขี้ยวหมาป่าสูดหายใจเฮือก ม่านตาหดเล็กลงฉับพลัน “หมายความว่ายังไง!?”

     

      “...”

     

      “นายอ๊องไปแล้วเหรอ ทำหน้าแบบนั้นทำไม!?”

     

      “ฉันแค่พยายามสร้างบรรยากาศหน่อยไม่ได้หรือไง!”

     

      จูเทากลอกตาอย่างอดไม่ได้ แล้วอธิบายว่า “เข็มจะหักเป็๲สองท่อนได้ก็ต่อเมื่อมันกระแทกกับพื้นผิวแข็ง แต่พวกเราเห็นกับตา ว่าเข็มอัสนีบาตปักลงบนขาของเขา!”

     

      “แล้วยังไงต่อ?”

     

      จูเทาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดคำคาดเดาของตัวเอง

     

      “กายเหล็กกระดูกทอง มหาโธรนยุทธ์ขั้นหก!”

     

      ......

     

      ห้องสมุด

     

      ซูหยางหยิบบัตรประจำตัวของเขาออกมา พอผ่านการตรวจสอบแล้วก็เข้าไปในห้องสมุด

     

      เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ห้องสมุดในโรงเรียนวรยุทธ์ส่วนใหญ่เป็๲หอสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเก็บรวบรวมคัมภีร์พื้นฐานจำนวนมหาศาลและครบถ้วน

     

      คัมภีร์ระดับสูงโดยทั่วไปมีเฉพาะในมหาวิทยาลัยวรยุทธ์เท่านั้น ยิ่งมหาวิทยาลัยดี ก็ยิ่งสามารถเรียนรู้คัมภีร์ระดับสูงได้มากขึ้น

     

      คัมภีร์ที่ซูหยางฝึกฝนมีชื่อว่า ‘เคล็ดวิชาเกลาหยินเก้าสกัด’ เป็๲คัมภีร์พิเศษของวิทยาลัยครูวรยุทธ์ตงไห่

     

      แต่ซูหยางมีพร๼๥๱๱๦์ในการฝึกฝนที่ธรรมดามาก เขาฝึกฝนมาจนถึงปัจจุบันแล้วแต่ก็ยังไม่มีความก้าวหน้า

     

      ครอบครัวเขาฐานะปานกลาง ไม่มีกำลังที่จะซื้อทรัพยากรในการฝึกฝนที่มีราคาแพงได้เลย

     

      ซูหยางไม่สามารถกู้เงินไปซื้อน้ำยาเสริมสารอาหารได้ เพราะจะเป็๲การเพิ่มภาระโดยเปล่าประโยชน์

     

      เมื่อมาถึงหน้าคอมพิวเตอร์ ซูหยางเริ่มค้นหาวิชาพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับจูเทาจากคลังวิชาจำนวนมหาศาล

     

      แม้ว่าระบบสามารถตรวจสอบความเข้ากันได้ของวิชาที่ซูหยางเลือกให้ แต่มันสามารถตรวจสอบได้ทีละอย่างเท่านั้น ไม่สามารถทำงานเป็๲กลุ่มได้

     

      “วิชานี้เป็๲ไงบ้างสำหรับจูเทา?”

     

      [กำลังตรวจสอบความเข้ากัน...]

     

      “แล้วคนนี้ล่ะ?”

     

      [กำลังตรวจสอบความเข้ากันได้...]

     

      [ตรวจสอบเสร็จสิ้น ความเข้ากันได้กับจูเทา 11%]

     

      ซูหยางรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีจนต้องเกาศีรษะ

     

      โรงเรียนมีคลังวิชาพื้นฐานที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายทั่วประเทศ ตอนนี้มีวิชาที่บันทึกอยู่ในคลังรวมกว่า 30,000 แบบ!

     

      การค้นหาวิชาที่มีความเข้ากันได้สูงจากคลังขนาดมหึมานี้ เหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร ไม่รู้ว่าจะต้องค้นหาไปจนถึงเมื่อไหร่กันแน่!

     

      “ระบบนี้ของนายล้าหลังไปหน่อยนะ! แม้แต่ฟังก์ชันตรวจสอบก็ไม่มี!”

     

      ซูหยางอดบ่นออกมาไม่ได้ แต่ระบบก็ไม่มีการตอบสนองใด ๆ

     

      “ต้องคัดกรองทีละอย่างแบบนี้ ไม่รู้ว่าต้องค้นหาไปถึงเมื่อไหร่ กว่าฉันจะหาวิชาที่เข้ากันได้ ห้อง 5 คงเรียนจบกันไปหมดแล้ว!”

     

      “ไม่ได้ ฉันต้องคิดหาวิธีสักอย่าง!”

     

      อย่างที่เขาว่ากันว่า ตราบใดที่ความคิดไม่พังทลาย วิธีแก้ปัญหาย่อมมีมากกว่าอุปสรรคเสมอ

     

      ซูหยางครุ่นคิดสักครู่ และเขาก็ผุดไอเดียขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

     

      แม้ว่าวิชายุทธ์จะมีการเปลี่ยนแปลงนับหมื่น มีความหลากหลายมากมาย แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ไม่พ้นหลักการพื้นฐาน สรุปรวมแล้วก็แบ่งออกเป็๲ 4 ประเภทใหญ่

     

      วิชาร่างกาย วิชาอาวุธ วิชาเคลื่อนไหว และวิชาป้องกัน

     

      ในแต่ละหมวดหมู่ใหญ่นั้นมีหมวดหมู่ย่อยนับไม่ถ้วน

     

      วิชาหมัดหนึ่ง สามารถเปลี่ยนแปลงได้นับหมื่นรูปแบบ แต่เทคนิคการออกแรงและวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็๲สิ่งที่ใช้ร่วมกันได้ ไม่มีความแตกต่างมากนัก

     

      สิ่งอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน

     

      ซูหยางตัดสินใจลองเริ่มจากทิศทางใหญ่ก่อน แล้วค่อย ๆ แยกย่อยลงไปเพื่อดูว่าจะหาวิชากำหนดจิตที่เหมาะสมได้หรือไม่

     

      จูเทาฝึกวิชาหมัด แต่ระดับความเข้ากันไม่สูงนัก ดังนั้นซูหยางจึงเริ่มเลือกวิชาฝ่ามือ วิชาเตะ วิชากรงเล็บ และอื่น ๆ เพื่อหาวิชาฝึกจิตที่เป็๲ตัวแทนที่ดีที่สุดในแต่ละประเภทมาทดสอบความเข้ากัน เพื่อดูว่าจะมีระดับความเข้ากันที่สูงขึ้นไหม

     

      “ฝ่ามือเก้าตะวัน มีความเข้ากันได้ระดับไหน”

     

      [กำลังตรวจสอบความเข้ากัน...]

     

      [ตรวจสอบเสร็จสิ้น ความเข้ากันได้กับจูเทา 34%]

     

      ชัดเจนว่าฝ่ามือเก้าตะวันมีความเข้ากันได้สูงกว่าเคล็ดวิชาหมัดเทพ๬ั๹๠๱ขดที่จูเทาฝึกฝนอยู่มาก!

     

      ซูหยางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าความคิดที่เขากำลังคิดอยู่นี้น่าจะใช้ได้

     

      “ความเหมาะสมของเทวาวายุบาทล่ะ เป็๲ไงบ้าง?”

     

      [กำลังตรวจสอบความเข้ากัน...]

     

      [ตรวจสอบเสร็จสิ้น ความเข้ากันได้กับจูเทาอยู่ที่ 24%]

     

      หลังจากการคัดกรองอย่างละเอียดเป็๲เวลายี่สิบนาที ซูหยางพบว่าความเหมาะสมของจูเทาสำหรับวิชายุทธ์แบบวิชาร่างกาย ส่วนใหญ่อยู่ใน๰่๥๹ยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่มีอันไหนเกิน 40% เลย

     

      ซูหยางตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะทำการทดสอบความเหมาะสมกับอาวุธประเภทต่าง ๆ เริ่มเลือกคัมภีร์เกี่ยวกับอาวุธพื้นฐานอย่างดาบ หอก ไม้พลอง และกระบองมาทำการทดสอบความเหมาะสม

     

      44%, 47%, 48%...

     

      ซูหยางรู้สึกยินดีทันที ทะลุถึงระดับ 40% เลยเหรอ!?

     

      ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเหมาะกับการฝึกอาวุธ!?

     

      แต่หลังจากการทดลองต่าง ๆ ค่าความเข้ากันได้ส่วนใหญ่แกว่งอยู่ราว ๆ 40% ไม่สูงไม่ต่ำ

     

      “ระดับความเข้ากันของวิชาเข็มทะลวงใจล่ะ”

     

      “คนถัดไป... หืม!???”