สามสัปดาห์แรกของการรักษาผ่านไปอย่างรวดเร็วภายใต้การจับตาดูของ หลี่จ้าน และ หลิ่งเฟิง ชิงเหยาทำงานอย่างหนักตามตารางการรักษาที่เธอวางไว้
ทุกเย็น หลี่จ้าน จะถูกเข็นเข้ามาในเรือนของชายาเพื่อรับการฝังเข็มกระตุ้นเส้นประสาท หลิ่งเฟิง จะยืนเฝ้าอย่างเคร่งครัดที่ประตู ขณะที่ เสี่ยวเยว่ คอยช่วยเตรียมสมุนไพรและเครื่องมือ
“ท่านอ๋องเพคะ” ชิงเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ขณะที่เธอกำลังพันผ้าพันแผลสมุนไพรไปรอบ ๆ ขาของเขา “วันนี้การรับรู้ของท่านดีขึ้นมาก ท่านรู้สึกถึงแรงกดของเข็มที่จุดเหว่ยจงได้ชัดเจนกว่าสัปดาห์ที่แล้วใช่หรือไม่เพคะ”
หลี่จ้านนั่งนิ่ง เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ขาที่เคยตายด้านไร้ความรู้สึกมานานหลายปี บัดนี้กลับมี ความปวดแปลบ และ ความรู้สึกอุ่น แผ่ซ่านเข้ามา มันเป็ความรู้สึกที่ทั้งทรมานและน่าอัศจรรย์ใจ
“ใช่” เขาตอบสั้น ๆ โดยไม่มองหน้าเธอ “แต่ความเ็ปนี้... เ้ากำลังทรมานข้า”
“ความเ็ปคือสัญญาณของการ ฟื้นคืน เพคะ” ชิงเหยาอธิบายอย่างใจเย็น “การที่ท่านรู้สึกเจ็บได้หมายความว่าเส้นประสาทของท่านไม่ได้ตายสนิท มันเพียงแค่หลับไป”
ในระหว่างการรักษา ชิงเหยาต้องใช้มือที่นุ่มนวลแต่แข็งแกร่งของศัลยแพทย์นวดและคลึงกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงของหลี่จ้าน นี่คือ ัั ที่หลี่จ้านไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน ไม่ใช่ััที่มาจากความเมตตา แต่มาจาก ความมุ่งมั่นทางวิชาชีพ
วันหนึ่ง ขณะที่ชิงเหยากำลังนวดกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาของเขาอย่างละเอียดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเื มือของเธอก็เผลอไปัักับบริเวณ จุดอ่อนไหว เข้าโดยไม่ตั้งใจ
หลี่จ้าน สะดุ้งเฮือก! ใบหน้าที่เคยเ็าและว่างเปล่า บัดนี้กลับมีสีแดงจาง ๆ ปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขามีประกายวูบหนึ่งที่ซับซ้อนยากจะคาดเดา ความใ ความอับอาย และ ความ้า ที่ถูกเก็บกดไว้ปะปนกันไป
เสี่ยวเยว่ ที่กำลังบดยาอยู่ถึงกับทำโถสมุนไพรหลุดมือดัง เพล้ง!
หลิ่งเฟิง ที่เฝ้าอยู่ถึงกับกำดาบแน่นด้วยความตึงเครียด เขาพร้อมจะพุ่งเข้ามาปกป้องเ้านายจากััที่เกินเลยนั้นทันที
ชิงเหยาเองก็ตระหนักได้ทันทีถึงความผิดพลาด เธอรีบชักมือออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอเห่อร้อนขึ้นมาเช่นกัน แต่เธอก็พยายามควบคุมสติและแสร้งทำเป็ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ขออภัยเพคะท่านอ๋อง” ชิงเหยาโค้งศีรษะลงเล็กน้อย “ข้าแค่้ากระตุ้นกล้ามเนื้อที่สำคัญที่สุดบริเวณนั้นเพคะ”
เธอเลือกที่จะพูดอย่างเป็มืออาชีพเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้
หลี่จ้านไม่ได้ตำหนิ แต่เขาเงียบไปนาน จนความเงียบนั้นหนักอึ้งกว่าคำพูดใด ๆ ในที่สุดเขาก็กัดฟันและกล่าวอย่างเสียงแหบพร่า:
“ทำต่อไป... แต่ระวังตัวให้มากกว่านี้”
เหตุการณ์นั้นทำให้ เส้นแบ่งเขตแดน ระหว่างคนทั้งสองเริ่มพร่าเลือนลง
หลังจากนั้น การรักษาดำเนินไปในบรรยากาศที่เปลี่ยนไป หลี่จ้าน ไม่ได้เพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ แต่เขากลับเริ่ม สังเกต ชิงเหยามากขึ้น สังเกตมือของเธอที่ทำงานอย่างละเอียดอ่อน สังเกตดวงตาที่มุ่งมั่นและไม่เคยละสายตาจากงานของเธอ
หลี่จ้านเริ่มถามคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแพทย์:
“เ้าชอบสีแดงหรือสีน้ำเงิน?”
“ยามว่าง... เ้าชอบทำสิ่งใด?”
ชิงเหยาตอบคำถามของเขาด้วยความจริงใจ เธอเล่าถึงโลกที่เธอเคยอยู่ เล่าถึงการผ่าตัดที่ซับซ้อนที่เธอเคยทำ โดยใช้คำอุปมาอุปไมยที่เขาพอจะเข้าใจ
“ข้าไม่เคยเห็นแพทย์คนใดทำงานหนักและทุ่มเทเช่นเ้า” หลี่จ้านกล่าวในวันหนึ่ง
“เพราะข้าเป็ศัลยแพทย์ประสาทที่ดีที่สุดในโลกเพคะ” ชิงเหยาตอบอย่างมั่นใจ
“นอกจากเื่ขาของข้าแล้ว... เ้ามีความปรารถนาอื่นใดอีกหรือไม่ในชีวิต?” หลี่จ้านถาม ดวงตาของเขาสื่อถึงความสนใจลึกซึ้ง
ชิงเหยาเงยหน้ามองเขาตรง ๆ ความมุ่งมั่น ในดวงตาของเธอไม่ได้ลดลง แต่ตอนนี้มันมี ความอ่อนโยน ปรากฏขึ้นมาแทนที่
“ข้าปรารถนาที่จะ มีชีวิตรอดอย่างมีเกียรติ และ ใช้ความรู้ของข้าเพื่อช่วยเหลือผู้คน เพคะ และตอนนี้...” ชิงเหยาชี้ไปที่ขาของหลี่จ้าน “ความปรารถนาที่สำคัญที่สุดของข้าคือการเห็น ท่านอ๋องกลับมาเดินได้ เพื่อพิสูจน์ให้ศัตรูของท่านเห็นว่าพวกเขาคิดผิด”
คำพูดของชิงเหยาทำให้หลี่จ้านต้องครุ่นคิดอย่างหนัก เขายอมรับว่าความหวาดระแวงเริ่มถูกแทนที่ด้วย ความชื่นชม และ ความเชื่อใจ อย่างช้า ๆ
ในค่ำคืนนั้น หลังจากการรักษาเสร็จสิ้นลง หลี่จ้านถูกเข็นกลับไปที่ห้องทำงานของเขา หลิ่งเฟิง เข้ามาพร้อมกับถ้วยชาอุ่น ๆ
“ท่านอ๋อง... ตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ชายาไม่ได้มีการกระทำที่น่าสงสัยเลยพ่ะย่ะค่ะ และอาการของท่านก็ดีขึ้นจริง ๆ” หลิ่งเฟิงรายงานด้วยน้ำเสียงที่ยอมรับในที่สุด
หลี่จ้านไม่ได้ตอบ เขาจ้องมองไปยังรอยไหม้ของเทียนไขที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบา:
“หลิ่งเฟิง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าคิดว่า... การกลับมามีชีวิต ของขาข้า... จะนำมาซึ่งสิ่งใดกันแน่? อำนาจ... หรือ ความหายนะ ที่มากกว่าเดิม?”
หลิ่งเฟิงใกับคำถามที่ไม่เคยคาดคิดของเ้านาย
“ข้าไม่รู้พ่ะย่ะค่ะ” หลิ่งเฟิงตอบอย่างซื่อสัตย์ “แต่ข้ารู้ว่า... ชายาจ้าว นางเป็ อาวุธ ที่ทรงพลัง และตอนนี้... อาวุธนั้นกำลังอยู่ข้างกายท่านแล้ว”
หลี่จ้านยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเ็าเหมือนอดีต แต่ก็มีร่องรอยของความรู้สึกใหม่ ๆ แฝงอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างฉินอ๋องผู้แสนเ็ากับชายาผู้ทะลุมิติ กำลังก้าวข้ามจาก การเดิมพันทางการเมือง ไปสู่ ความรู้สึกส่วนตัว อย่างช้า ๆ