ท่ามกลางความเงียบสงัดภายใน พระที่นั่งจักรวรรดิชัยไพชยนต์ ปราสาททองคำที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่ใจกลางกรุงลงกา แสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องลงมาสลักเสลาลวดลายกนกให้ดูน่าเกรงขาม กลิ่นธูปหอมชั้นดีอบอวลไปทั่ว แต่วันนี้บรรยากาศกลับหนักอึ้งจน เหล่าขุนนางยักษา ที่มาเฝ้าแหนแทบไม่กล้าหายใจแรง
บนแท่นบรรทมทองคำ ทศกัณฐ์ จอมกษัตริย์ตราผู้เป็ใหญ่เหนือั์ทั้งปวงประทับเอนกายอย่างสง่า รูปลักษณ์ของพระองค์ในยามนี้หาใช่ั์หน้าตาดุร้ายสิบหน้ายี่สิบมือตามภาพจำเก่าแก่ไม่ แต่เป็ชายหนุ่มรูปงาม ผิวกายขาวนวลละเอียดราวกับหยกสลัก เส้นผมสีเงินสว่างยาวสยายตัดกับดวงตาคมกริบสีเพลิงที่ดูราวกับมีกองเพลิงลุกโชนอยู่ภายใน เครื่องทรงถนิมพิมพาภรณ์สีทองคำดำขับเน้นมัดกล้ามเนื้อให้ดูแข็งแกร่งประดุจเทพบุตร แค่พระองค์ขยับวรกายเบาๆ รังสีอำนาจก็แผ่ซ่านไปทั่วโถงกว้างจนอากาศสั่นะเื
แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่นิ่งสงบประดุจมหาสมุทรนั้น วายุ ชายหนุ่มจากโลกปัจจุบันที่ิญญาหลุดข้ามภพมาสวมร่างจอมกษัตริย์ตราตนนี้กำลังวิตกจริตอย่างหนัก! เขาเพิ่งจะลืมตาตื่นมาในร่างนี้ได้ไม่กี่วัน และความจริงที่เขาได้รับรู้นั้นมันคือ "วิกฤต" ที่พร้อมจะทำให้เขาพินาศได้ทุกวินาที
เบื้องหน้าของพระองค์ เหล่าแม่ทัพอสูรและขุนนางยักษานับสิบตนต่างหมอบกราบราบพนมมืออยู่บนพื้นไม้ชิงชันขัดเงา บรรยากาศคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของความโเี้และกระหายเื
"พระอาญาไม่พ้นเกล้า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท..." เปาวนาสูร ขุนนางเฒ่าผู้เป็หัวหน้าเสนาธิการเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "เมื่อวานข้าพระพุทธเ้าจับสายลับลิงจากกองทัพพระรามได้ที่ชายป่าหิมพานต์ มันแอบเข้ามาสืบเื่เสบียง ข้าพระพุทธเ้าเลยสั่งให้เพชฌฆาตถลกหนังมันทั้งเป็เอามาทำหน้ากลองศึก และใช้คาถาอาคมกักขังดวงจิตของมันไว้ในไหอาคมให้มันรับความทรมานไปชั่วนิรันดร์เรียบร้อยแล้วพระพุทธเ้าข้า!"
วายุที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ถึงกับคิ้วเรียวสวยกระตุกเล็กน้อย (โหดเกินไปแล้ว! นี่มันอาชญากราชัดๆ!) เขาแอบรำพึงในใจด้วยความสยดสยอง
ยังไม่ทันขาดคำ สหัสเดชะ แม่ทัพยักษาผู้มีผิวกายสีชาดก็หัวเราะลั่นกัมปนาทจนโถงวังะเื "พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์! เมื่อวานข้าพระพุทธเ้าพาสมุนั์บุกถล่มค่ายพวกทหารเอกลิงที่เขาไกรลาศ ฆ่าพวกมันเรียบคาค่ายจนป่ากลายเป็สีเื แม้แต่ตัวที่มันว่าเก่งๆ มีตบะแก่กล้า ข้าพระพุทธเ้าก็กระชากเอาดวงจิตขุมพลังของมันออกมาติดมือมาด้วย สะใจยิ่งนักพระพุทธเ้าข้า!"
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด นางเบญกาย ั์สาวพราวเสน่ห์ในอาภรณ์ผ้ากรองสีนิลบางเบาก็คลานเข้ามาใกล้ที่แท่นบรรทม ั์ตาของนางพราวระยับดูเ้าเล่ห์แต่ก็เปี่ยมไปด้วยสิริโฉมล้ำเลิศ
"ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท... เมื่อเช้านี้ หม่อมฉัน ส่งพวกผีพรายและเหล่า บ่าวรับใช้ แฝงตัวเข้าไปในเมืองขีดขินแล้วนะเ้าคะ พวกนางแปลงกายเป็แม่ค้าบ้าง หญิงชราบ้าง เข้าไปมอมเมาพวกทหารลิงจนมึนงง อิทธิคุณในตัวถดถอยเพราะมัวแต่ลุ่มหลงในกามคุณ เลิกคิดจะรบไปอีกนานเลยทีเดียว" นางเงยหน้าขึ้นสบตาจอมกษัตริย์ตราด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม "พระองค์ไม่คิดจะให้รางวัล หม่อมฉัน บ้างหรือเ้าคะ? หม่อมฉัน ตั้งใจทำงานนี้ถวายหลายราตรีเชียวนา..."
วายุได้แต่นั่งอึ้งในความสวยและร้ายกาจของหลานสาว ทันใดนั้น นนทสูร ขุนนางยักษาคุมคลังสมบัติก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาทูลรายงาน "จอมกษัตริย์ตรา! เื่ใหญ่แล้วพระพุทธเ้าข้า!"
"มีเื่อะไรอีก..." วายุถามด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ
"เมื่อวานนี้ ไอ้หนุมานพากองทัพลิงบุกยึดเหมืองแก้วมณีรัตน์ของเราไปสิบแห่ง มันไม่ได้แค่ยึดทรัพย์สินไปนะพระพุทธเ้าข้า แต่มันยังบังอาจ ปลดปล่อยเหล่าทาส ที่เราจับมาตรากตรำทำงานในเหมืองไปนับแสนคน! แถมยังฆ่าทหารั์ที่คุมทาสไปอีกกว่าสามร้อยตน ตอนนี้ระบบแรงงานในเหมืองของเราเป็อัมพาต คลังสมบัติลงกากำลังสั่นคลอนอย่างหนักพระพุทธเ้าข้า!"
สิ้นเสียงรายงาน เหล่าแม่ทัพและขุนนางยักษาในท้องพระโรงก็ลุกฮือะโด่าทอดังระงมด้วยความโกรธแค้น วายุที่ประทับฟังอยู่ถึงกับใจสั่นสะท้าน (แย่แน่ๆ ... ไอ้ลิงเผือกนั่นมันแย่งทั้งเงิน ทั้งมวลชนไปหมดเลย ถ้าเราสั่งรบตอนนี้ตามบทเดิม เราต้องถูกจัดการแน่ๆ!)
ความวิตกกังวลพุ่งทะลุขีดจำกัด วายุต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลในการทำหน้านิ่งขรึมดูเยือกเย็น เพื่อรักษาบารมีของจอมกษัตริย์ตราไว้ ก่อนจะเอ่ยเสียงทรงอำนาจสยบความวุ่นวาย:
"ช่างมัน... เหมืองแก้วกับทหารเลวเพียงไม่กี่ร้อย ตายก็ตายไป พรุ่งนี้พวกเ้าค่อยพาคนไปยึดคืน" "ส่วนเื่าใหญ่กับกองทัพพระราม... ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เนตรทิพย์ ของเรากำลังอยู่ในขั้นสำคัญที่ต้องซุ่มบำเพ็ญตบะขั้นสุดท้าย หากวิชาเนตรทิพย์ของเราสำเร็จเมื่อไหร่ เมื่อนั้นทั้งป่าหิมพานต์และสามโลกจะต้องก้มหัวสยบแทบบาทกรุงลงกาเพียงผู้เดียว!"
เหล่าั์ต่างก้มกราบด้วยความศรัทธาใน "ความนิ่ง" ของจอมกษัตริย์ตนเอง เมื่อขับไล่เหล่าั์บ้าเืออกไปจนหมด เมื่อท้องพระโรงเหลือเพียงความเงียบ วายุในร่างทศกัณฐ์ก็ทิ้งตัวลงบนแท่นบรรทมอย่างหมดแรง เหงื่อเย็นๆ ซึมเต็มแผ่นหลัง เขาจ้องมองเพดานวังที่สลักเสลาอย่างวิจิตรด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
เขาปวดหัวตุบๆ เพราะรู้ดีว่าตามบทเดิมทศกัณฐ์ต้องตายอย่างอนาถ ภาพจำสยองขวัญฉายชัดขึ้นมาในหัว ทั้งตอนหัวใจโดนขโมย ทั้งตอนโดนศรพรหมาสตร์เสียบอกทะลุ แถมยังโดนรุมยำจากกองทัพลิงนับแสนจนไม่เหลือชิ้นดี... สภาพศพไม่สวยอย่างแรง!
เฮ้อ... ซวยจริงๆ! หลุดมาอยู่ในร่างทศกัณฐ์ที่หล่อลากดินขนาดนี้ แต่ดันต้องแบกรับกรรมที่คนเก่าทำไว้เพียบ ถ้าปล่อยไปตามบทเดิม ผมต้องจบชีวิตแบบอนาถแน่ๆ ในเมื่อกติกาาเดิมมันเขียนมาให้ผมแพ้ งั้นผมก็ต้องรีบเปลี่ยนกติกาใหม่!"
เขาลุกขึ้นมานั่งกุมขมับ พลางครุ่นคิดถึงทางรอด "แต่จะทำยังไงให้พวกั์กับพวกลิงพวกนี้หยุดรบกันได้บ้าง? ทำยังไงให้เขาเอาเวลาไปทำอย่างอื่นจนลืมเื่ฆ่าฟัน?"
ทันใดนั้น! ราวกับ์ได้รับรู้ถึงความมุ่งมั่นที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ เสียงใสราวกับระฆังแก้วชั้นเลิศพลันดังเหง่งหง่างสะท้อนไปทั่วโสตประสาทของเขา!
[ตึ๊ง! ตรวจพบผู้ใช้ข้ามภพมาสวมร่างพญาั์ที่กำลัง 'วิตกจริตระดับสูงสุด'...] [ผูกมัดระบบ "มนตรา์บันดาลสุข" สำเร็จ! เพื่อช่วยรักษาชีวิตบอสใหญ่!] [กำลังทำการสแกนพื้นที่... ติดตั้งเครือข่ายสัญญาณเนตรทิพย์พื้นฐานเรียบร้อย!]
"ระบบเหรอ? มาได้จังหวะช่วยชีวิตพอดี!" วายุเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าจอโปร่งแสงปรากฏขึ้น เป็หน้าแอปพลิเคชันที่เขาคุ้นเคยอย่างที่สุด: ติ๊กต็อก, เฟซบุ๊ก, ยูทูบ...
[ท่านได้รับแอป 'ติ๊กต็อก' ฟรี! และปลดล็อกไอเทม 'ศิลาเนตรทิพย์ รุ่นหนึ่ง' ในร้านค้า]
วายุมองไปที่ราคา: หนึ่งแก้วมณีรัตน์
"ถูกยิ่งกว่าได้เปล่า!" เขาไม่รอช้า รีบเอาแก้วมณีรัตน์ก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในสังวาลแลกซื้อทันที แสงสีขาวสว่างวาบพุ่งเข้าสู่หน้าจอระบบ แล้ววัตถุสี่เหลี่ยมสีดำขลับแวววาวเลี่ยมขอบด้วยอาคมทองคำที่ดูเหมือนสมาร์ทโฟนแต่หรูหรากว่ามากก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือ
เขาใช้นิ้วเรียวยาวกดเปิดหน้าจอ... แสงสว่างนวลตาพลันวาบขึ้นมา พร้อมไอคอนตัวโน้ตที่เขาคุ้นเคย "ป่าหิมพานต์ที่แสนน่าเบื่อและคาวเื... ถึงเวลาเปลี่ยนให้กลายเป็โลกโซเชียลแล้ว!" วายุในร่างทศกัณฐ์หนุ่มยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ลึกล้ำ
"ในเมื่อพวกคุณชอบรบนัก ผมก็จะทำให้พวกคุณ 'ยุ่ง' กับการปั่นยอดไลก์จนลืมวิธีรบเลยคอยดู... ารามเกียรติ์เดิมน่ะจบไปแล้ว ต่อไปนี้คือยุคของพญาั์สายคอนเทนต์!"