ตอนที่ 2 อุบัติเหตุทางรถยนต์กลางดึก (3)
เมื่อรถกับรถเฉียดกันก็เกิดประกายไฟอย่างรุนแรง
หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างหนักไปตามความระทึกขวัญที่พุ่งเข้าชน เขาเหงื่อแตกพลั่กตามหน้าผาก คิดจะบังคับให้ตนเองใจเย็น แล้วคิดหาวิธีรับมือให้พ้นอุปสรรคเบื้องหน้าไป
แต่ระหว่างที่ข้างหน้ากำลังไล่หน้าไล่หลังกันอยู่ รถอีกสองคันกลับขับพุ่งเข้ามาอีก เขาไม่เหลือเวลาให้คิดอะไรแล้ว
เขาผู้ประเมินว่าถอยไม่ได้ ซ้ำยังขับไปข้างหน้าไม่ได้ จึงได้แต่เลือกเหยียบเบรก แต่รถยังไม่ทันจะหยุดสนิทก็พุ่งชนกับอีกฝ่ายเข้าให้
ในวินาทีที่รถสองคันพุ่งชนกัน เขาก็ปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วใช้ลำตัวปกป้องเสี่ยวเจวี๋ยที่เบาะข้างคนขับ
หลังจากเสียง ‘เพล้ง’ ดังขึ้น หน้ารถก็เปลี่ยนรูปทรง กระจกบังลมหน้ารถแตกละเอียด ร่างกายของเขาโดนกระแทกเข้าอย่างจัง หน้ามืดโดยพลันก่อนจะหมดสติลง
รถสองคันจอดอยู่ข้างหน้า จากนั้นสี่คนก็เดินลงมา พวกเขาเปิดประตูรถกันอย่างลนลาน ผลักกู้ชิงที่สลบไสลออกไป ก่อนจะอุ้มเด็กน้อยผู้ใจนหมดสติออกมา
ขณะนี้รถโรลส์-รอยซ์คันหนึ่งก็นำรถสิบกว่าคันกรูเข้ามารุมจากถนนทุกเส้นทาง กลายเป็วงล้อมกว้าง ชายหนุ่มชุดสูทสีดำรัศมีดุดัน น่าเกรงขามก็ลงจากรถ ส่วนผู้ที่ติดตามเขามาก็ทยอยลงจากรถ ก่อนจะตรงเข้าไปยังรถนายกเทศมนตรีที่โดนชนยับ
พวกที่คิดจะอุ้มเด็กชายกลับไป ปล่อยตัวเด็กชายด้วยความตื่นกลัว พร้อมทิ้งรถไว้แล้วรีบเผ่นหนี
เมื่อไปถึงด้านข้างของรถที่พังยับเยิบ หยวนจุนลงมานั่งยองแล้วอุ้มหลานชายที่หมดสติขึ้นมา
“เสี่ยวเจวี๋ยไม่เป็ไรใช่ไหม” หยวนเยี่ยนเดินเข้าไปข้างๆ เขา แล้วถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“หมดสติไปแล้ว” หยวนจุนอุ้มหลานชายส่งให้น้องชาย แล้วเบี่ยงกายเข้าไปในรถ กู้ชิงกำลังเอียงลำตัวพลางหลับตาสนิทอยู่ภายในนั้น หน้าผากแตกจนเืไหลเพราะกระจกบาด
“นายกเทศมนตรียังหายใจใช่เปล่า” หยวนเยี่ยนที่กำลังอุ้มเสี่ยวเจวี๋ยอยู่ด้านหลังถามขึ้น
วุ่นวายจริงๆ โว้ย นายกเทศมนตรีประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต้องบานปลายไปเป็เื่ทางการเมืองแหงๆ นครเจียงเพิ่งจะมีนายกเทศมนตรีดับไปคนหนึ่ง ขืนเกิดเหตุอีกแค่ครั้งเดียว คนต่อไปที่โดนย้ายมาต้องเป็คนของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์แหงเลย
หลังจากใช้นิ้วมือแตะชีพจรบริเวณลำคอของกู้ชิงไปครู่หนึ่ง หยวนจุนก็อุ้มเขาออกมาจากรถ แล้วเดินไปที่รถโรลส์-รอยซ์
“กลับกันเลย”
ส่วนสถานที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ คนใต้อาณัติของเขาจะเก็บกวาดให้เรียบเอง
...
ในฝันระหว่างหลับลึก กู้ชิงรู้สึกว่ากำลังมีเสียงพูดงึมงำๆ อยู่ข้างหูว่ารู้สึกผิดคำหนึ่ง ทำเอาห้วงความฝันของเขาถึงกับมีคนตัวจิ๋วนับไม่ถ้วนวิ่งรายล้อม ซ้ำยังปีนป่ายขึ้นมาตามตัวเขา แต่ทว่าคนตัวจิ๋วเหล่านี้กลับมีหน้าตาเหมือนเสี่ยวเจวี๋ยอย่างกับแกะ
นึกถึงเสี่ยวเจวี๋ยแล้ว...จริงสิ เมื่อคืนเกิดเื่อะไรนะ...เสี่ยวเจวี๋ยยังปลอดภัยหรือเปล่า...
เขาค่อยๆ ลืมตาท่ามกลางความรู้สึกพะว้าพะวง สายตาและสติของเขาปรับความเลือนรางมาเป็ความแจ่มชัดอย่างช้าๆ หลังกะพริบตาไปครั้งสองครั้ง ห้องก็สว่างโร่ แต่กลับไม่ใช่ห้องที่เขาเช่าอาศัยในซอยเสี่ยวโหลว ทั้งยังไม่ใช่ห้องที่บ้านพักข้าราชการ เมื่อนึกอย่างละเอียดว่าเมื่อคืนระหว่างที่เขามุ่งหน้าไปส่งเสี่ยวเจวี๋ยยังจุดหมายปลายทาง กลับโดนคนอื่นไล่ล่า ต่อมาก็เกิดเหตุรถชนจนหมดสติไป
หลังจากนั้นล่ะ
ในความทรงจำของเขา ภาพจำหยุดอยู่ตรงเสี่ยวเจวี๋ยที่ได้รับการปกป้องและขณะที่รถถูกชนอย่างรุนแรงจนยับเยิน พร้อมกับกระจกที่แตกละเอียด
ที่นี่คือโรงพยาบาลเหรอ เขาได้รับความช่วยเหลือใช่ไหม เสี่ยวเจวี๋ยอยู่ไหนล่ะ
“คุณอาผมผิดเอง...ผมผิดเอง...”
คำพูดงึมงำๆ ไม่หยุดภายในห้วงความฝันดังเข้าหูอีก เมื่อเขาเหลียวหน้าไปมอง ก็พบว่าเสี่ยวเจวี๋ยกำลังจับมือเขา และกล่าวขอโทษไม่หยุดปากราวกับเป็การสำนึกผิด
พอเห็นว่าเด็กชายรู้สึกผิด กู้ชิงก็ขยับนิ้วมือที่ถูกกุมไว้สักทีสองที แล้วกลับมาเป็ฝ่ายกุมมือน้อยๆ ของเขา
“อาไม่เป็ไร ไม่ต้องเป็ห่วง”
เมื่อเด็กชายเงยหน้าและเห็นว่าเขาฟื้นแล้วก็อึ้งก่อนเลย หลังตั้งสติได้ในวินาทีต่อมา ก็เผยรอยยิ้มพลางะโอย่างตื่นเต้น “คุณอารอง คุณอาฟื้นแล้ว!” พูดจบ ก็ถามด้วยความห่วงใยว่า ปวดศีรษะมากไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เขาจะสั่งคนเอาของกินเข้ามาให้เดี๋ยวนี้
ท่าทางอย่างกับเป็ผู้ใหญ่ตัวน้อยคนหนึ่ง
“อาไม่เป็ไร” กู้ชิงลองขยับร่างกายเล็กน้อย ก็แค่เ็ปนิดหน่อย ส่วนาแตามร่างกายที่ได้มา่รถชนอย่างสุดวิสัยนั้น พักฟื้นไม่กี่วันก็หายดีแล้ว เขาจึงลุกขึ้นนั่ง สวมรองเท้าแตะ คิดจะลงจากเตียง แต่เสี่ยวเจวี๋ยกลับดันเขากลับที่
“คุณอาจะขยับตัวซี้ซั้วไม่ได้นะ”
“อย่าห่วงเลย”
กู้ชิงยิ้มพลางลูบศีรษะน้อยๆ ของอีกฝ่ายไปครั้งสองครั้ง
ทว่าเด็กชายกลับไม่ยอมฟัง ถึงได้ดันเขาอยู่อย่างนั้น กระทั่งอารองเดินเข้ามา แล้วสั่งเขาออกไปข้างนอกและปิดประตูให้ด้วย
“ผมจะไปเอาของกินมาให้คุณอาเอง” หลังจากปล่อยแขนกู้ชิง เสี่ยวเจวี๋ยก็เปิดประตูห้อง แล้วปิดประตูให้สนิท
หยวนจุนเข้ามาข้างเตียง ดึงเก้าอี้ที่เสี่ยวเจวี๋ยเพิ่งจะนั่งไป ก่อนจะนั่งหันหน้าหากู้ชิง กู้ชิงมองเขา รอฟังคำพูดและคำอธิบายของอีกฝ่าย
“ขอบคุณนะครับที่คุณช่วยเสี่ยวเจวี๋ยไว้” หยวนจุนมองทะลุเข้าไปในตาของเขา
“ผมต่างหากที่เป็คนรับปากว่าจะไปส่งเขา แต่ทำไม่สำเร็จ” กู้ชิงเอ่ยขึ้น
“คุณต้องเจออันตรายก็เพราะเสี่ยวเจวี๋ย เื่นี้เป็ความรับผิดชอบของผม ผมจะรับผิดชอบเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ต่อท่านนายกเทศมนตรีกู้เองครับ”
“ไม่จำเป็หรอก ให้เื่มันจบแค่นี้เถอะครับ”
“เกรงว่าจะไม่เป็อย่างนั้น”
“ทำไมล่ะครับ”
“พวกที่ไล่ตามคุณไปเมื่อคืนคือคนตระกูลเซี่ยครับ”
“...ตระกูลเซี่ย เ้าของเครือบริษัทหฺวาเซิ่งน่ะเหรอ”
“ครับผม”