บทที่ 2 คุณคาน่า “ผู้หยั่งรู้”
จัตุรัสเกียรติยศ
สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ข้างองค์กรเดอะนอร์ เป็สถานที่ที่เคารพยกย่องมากที่สุดของตระกูลโนเรีย เพราะมันคือที่ประดิษฐานรูปปั้นจำลองของ ‘เลดี้พิงค์’ ผู้ก่อตั้งตระกูลโนเรียและองค์กรเดอะนอร์ ใช่แล้ว! เลดี้พิงค์ก็คือตัวฉันเมื่อชาติก่อนเองนี่แหละ รูปปั้นจำลองตั้งตระหง่านโดดเด่นเป็สง่าเปรียบประดุจเทพีผู้รักความยุติธรรมอยู่ตรงกลางจตุรัส ถูกรายล้อมไปด้วยรูปปั้นจำลองของเหล่าผู้นำองค์กรเดอะนอร์แต่ละรุ่นที่เสียชีวิตไปแล้วซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไประยะหนึ่งและมีขนาดใหญ่ไม่เท่ากับรูปปั้นจำลองของเลดี้พิงค์ ในจตุรัสเต็มไปด้วยดอกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์แข่งกันเบ่งบานอวดโฉมของตัวเอง สวนถูกจัดตกแต่งอย่างสวยงามเป็ระเบียบมีเอกลักษณ์ จัตุรัสเกียรติยศไม่ได้ถูกสงวนไว้เฉพาะสมาชิกในตระกูลโนเรียเท่านั้น คนภายนอกก็สามารถเข้ามาที่แห่งนี้ได้เช่นกัน อันที่จริงแล้วที่นี่ก็ถือได้ว่าเป็สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเมืองนีโอสยามซิตี้ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาถ่ายรูปให้ได้เลยทีเดียว
ฉันกับแม่มาที่แห่งนี้ก็เพื่อทำตามธรรมเนียมของตระกูล ที่เมื่อถึงวันเกิดของสมาชิกคนใดในตระกูลก็ตาม คนผู้นั้นก็จะมาที่นี่เพื่อภาวนาขอพรและขอบคุณท่านเลดี้พิงค์ที่ทำให้มีพวกเค้าอยู่ในทุกวันนี้ ระลึกถึงท่านที่ก่อร่างสร้างฐานะและนำความรุ่งโรจน์มาสู่วงศ์ตระกูล จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่กฎหรือข้อบังคับ มันก็เป็แค่ธรรมเนียมที่ใครจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ไม่มีใครว่าไม่มีใครบังคับ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนล้วนเลือกที่จะปฏิบัติตามธรรมเนียมนี้สืบทอดมาอย่างยาวนาน 400 ปีแล้วนี้
ฉันมองดูรูปปั้นจำลองของเลดี้พิงค์แล้วอยากจะหัวเราะทั้งน้ำตา เพราะตลอด 20 ปีมานี้แม่พาฉันมาภาวนาขอพรกับรูปปั้นจำลองนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว น่าตลกมั้ยล่ะ...ตัวเองมากราบไหว้ขอพรกับตัวเองเมื่อชาติที่แล้วเนี่ยนะ ใครมารู้เข้าคงได้ขำตาย ฉันมองดูแม่ที่มีดอกกุหลาบแดงดอกใหญ่ถืออยู่ในมือที่กำลังประนมไหว้ขอพรอยู่ก็รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก หวังว่านรกคงไม่กินกบาลฉันหรอกนะ ยังไงซะฉันในชาตินี้กับชาติที่แล้วก็ถือว่าเป็คนละคน คนละร่างกันล่ะนะ
เงยหน้ามองดูรูปจำลองของตัวเองที่ถูกทำขึ้นมามีลักษณะดูมีเมตตา ใจดี น่าเคารพ แล้วก็อดขำในใจไม่ได้ บุคลิกฉันเมื่อชาติก่อนมันเป็แบบนี้เสียที่ไหน มันต้องดูเป็ผู้หญิงมั่นพร้อมลุย หน้าจิก ๆ ต่างหาก ถึงหน้าตาจะดูจิกกัดแต่ที่จริงแล้วฉันเป็คนจิตใจดีนะจะบอกให้ แค่เมื่อชาติก่อนฉันเกิดมาหน้าตามันเป็ของมันอย่างนั้นเองจะให้ทำไงได้ล่ะ ฉันมองเลยขึ้นไปบนท้องฟ้าที่แดดเริ่มจะจ้าแล้วรำพึงในใจว่า
‘ข้าแต่พระเ้า ข้าพเ้าไม่รู้ว่าท่าน้าสิ่งใดจึงได้ให้ข้าพเ้ากลับมาเกิดอีกครั้งในยุคสมัยนี้ และยังเกิดเป็ทายาทคนหนึ่งในตระกูลของตัวเองเมื่อชาติที่แล้วอีกด้วย อีกทั้งยังให้ข้าพเ้ามาระลึกชาติได้ในเวลานี้อีก ถึงท่านจะบอกว่าให้ข้าพเ้ามาเสวยสุข ให้ทำในสิ่งที่อยากทำ เป็ในสิ่งที่อยากเป็ แต่ข้าพเ้ารู้สึกว่ามันต้องมีอะไรที่มากกว่านั้น แต่ไม่ว่ายังไงข้าพเ้ารู้ว่าตัวข้าพเ้าเองไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ต้องพบเจอเื่อะไรก็ตามแต่ ข้าพเ้าต้องสามารถทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน ขอให้ท่านคอยสนับสนุนช่วยเหลือข้าพเ้าอย่างที่เป็เสมอมาด้วยเถิด...’
‘พระเ้า’ ที่ฉันกำลังรำพึงถึงอยู่นี้ไม่ได้หมายถึงพระเ้าที่นับถือกันในศาสนาคริสต์เท่านั้น เพราะสำหรับฉันและใครอีกหลายคน พระเ้าเป็เพียงสรรพนามที่ใช้เรียกแทน ‘ขุมพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่งในจักรวาล’ ซึ่งบางคนอาจจะใช้คำว่า ‘จักรวาล’ เรียกแทนคำว่าพระเ้าก็ได้ ฉันเชื่อว่าในตัวของมนุษย์ทุกคนล้วนมีเศษเสี้ยวพลังพระเ้าแฝงอยู่ พลังพระเ้าที่ว่านี้สามารถแสดงออกมาในรูปแบบของพร์ ความสามารถพิเศษบางอย่าง หรือแม้แต่ความสามารถที่เกิดขึ้นในยามฉุกเฉินซึ่งในยามปกติทำไม่ได้ และมีบางคนที่สามารถดึงพลังพระเ้าออกมาใช้ได้เป็อย่างดีอย่างเช่นคนที่มีพลังพิเศษเหนืุ์
“ท่านยิ่งใหญ่เสมอเลยนะคะ...”
ฉันสะดุ้งใ จู่ ๆ ก็มีคนส่งเสียงมาจากทางด้านหลัง ฉันหันกลับไปมอง หญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลแดงอายุประมาณ 30 ปลายยืนอยู่ตรงนั้น ยิ้มมองตรงมาที่ฉัน ไม่ว่าใครในตระกูลโนเรียล้วนรู้จักหญิงสาวผู้นี้ดี คุณคาน่า ผู้ช่วยส่วนตัวของเลดี้ฮันน่า และยังได้รับการขนานนามว่า ‘ผู้หยั่งรู้’ อีกด้วย เพราะเธอสามารถมองเห็นสภาวะจิตของมนุษย์ทุกคนได้ รวมทั้งมองเห็นอนาคตในระยะเวลาอันใกล้ได้อีกด้วย และนี่คือหนึ่งในตัวอย่างของคนที่สามารถดึงพลังพระเ้าในตัวออกมาใช้ได้เป็อย่างดี สำหรับในยุคนี้คนที่มีพลังพิเศษมีอยู่มากมาย ไม่ใช่เื่เหลือเชื่อน่าตื่นใอะไร และพวกเค้าก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้เหมือนคนปกติธรรมดาทั่วไปด้วย ถ้าเป็คนดีก็เป็ที่เกรงขามของผู้คน แต่ถ้าใช้พลังในทางที่ผิดแน่นอนว่าต้องเป็ที่รังเกียจของผู้คนเช่นกัน และต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโดยหน่วยงานพิเศษ
“...ในใจของทุกคนในตระกูลโนเรีย ท่านเลดี้พิงค์ยิ่งใหญ่เสมอค่ะ” คุณคาน่ากล่าว ฉันยิ้มแล้วรีบกล่าวทักทายว่า
“สวัสดีค่ะคุณคาน่า ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่” ฉันยกมือไหว้คุณคาน่า
“สวัสดีค่ะเลดี้ ยินดีที่ได้พบท่านเช่นกันค่ะ” คุณคาน่าย่อเข่าถอนสายบัวก้มศีรษะทำความเคารพฉันอย่างเต็มรูปแบบตอบกลับมา ทำเอาฉันตกอกใจนต้องรีบเข้าไปประคองแทบไม่ทัน
“ว้าย! คุณคาน่าทำอะไรกันคะ อยู่ ๆ มาทำความเคารพวิกกี้ถึงขนาดนี้ทำไมกันคะ ฉันใหมดเลยค่ะ” นี่เสียงแม่ฉันเอง ฉันยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไร แม่ก็ชิงพูดไปก่อนแล้ว แม่ก็รีบเข้ามาประคองคุณคาน่าเช่นกัน คุณคาน่ายิ้มไม่ตอบอะไร มองดูชุดที่ฉันสวมอยู่ก่อนจะมองสบตาฉัน
‘เลดี้ฮันน่าเลือกไม่ผิดจริง ๆ ที่ส่งชุดนี้เป็ของขวัญไปให้ท่าน สีแดงกุหลาบนี้เหมาะสมกับท่านเลดี้พิ้งค์ที่สุด’
‘หืม! โทรจิตเหรอ...เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ...คุณรู้เหรอว่าฉันเป็ใคร?’ คุณคาน่ายิ้มไม่ตอบอะไร ‘อ่อ...หรือคุณมองเห็นจากอนาคต’ ฉันคาดเดาก่อนจะรีบพูดในใจต่อไปว่า ‘คุณห้ามบอกใครเด็ดขาดเลยนะ โดยเฉพาะแม่ของฉัน’
“แน่นอนค่ะ...ลิขิต์ไม่อาจแพร่งพราย” จู่ ๆ คุณคาน่าก็พูดออกเสียงรับปากออกมา ทำเอาแม่ฉันจับต้นชนปลายไม่ถูกไปเลย
“ลิขิต์อะไรหรือคะคุณคาน่า?”
“วาติกา ไพน์ เป็บุญของคุณที่มีบุตรสาวที่ยิ่งใหญ่” คุณคาน่าตอบแม่ฉัน
“หืม? วิกกี้จะได้เป็ใหญ่เป็โตในภายภาคหน้าเหรอคะ” แม่ฉันถามอย่างตื่นเต้นคาดหวัง แต่คุณคาน่าเอาแต่ยิ้มไม่ตอบอะไรแม่เหมือนเคย
“คุณจะรู้ในไม่ช้า” ประโยคนี้คุณคาน่าหันมาพูดกับฉันโดยกลับมาใช้สรรพนามปกติ เื่ที่พูดไม่รู้ว่าหมายถึงเื่ที่ฉันรำพึงกับ์ก่อนหน้านี้รึเปล่า “เลดี้ฮันน่าอยากเรียนเชิญคุณมาฝึกงานที่เดอะนอร์ โอกาสสุดท้ายของคุณแล้ว คิดว่ายังไงคะ”
ปกติคนในตระกูลโนเรียเมื่อบรรลุนิติภาวะอายุครบ 15 ปีจะได้รับสิทธิ์ในการให้เข้าไปฝึกงานที่เดอะนอร์ได้ ซึ่งสิทธิ์นี้จะมีอายุ 5 ปีจนกว่าเราจะอายุครบ 20 ปี ฝึกงานครบ 2 ปีแล้วถ้ามีคุณสมบัติเหมาะสมก็สามารถบรรจุเข้าทำงานได้เลย กลับกันถ้าฝึกงานครบ 1 ปีแล้วผลการประเมินงานประจำปีไม่ผ่านก็ต้องถูกให้ออกจากงาน และถ้าผ่านพ้น่ 5 ปีที่ได้รับสิทธิ์นี้ไปแล้ว ภายหลังเกิดอยากเข้าไปฝึกงานก็ไม่สามารถทำได้แล้วเช่นกัน ตัวฉันก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดที่จะทำงานที่เดอะนอร์จึงไม่ได้ตอบรับที่จะเข้าไปฝึกงานที่นั่น แต่ดูเหมือนว่าในโอกาสสุดท้ายนี้ฉันมีแต่ต้องตอบตกลงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะฉันรู้สึกได้ว่าภารกิจที่ฉันต้องทำมันต้องเกี่ยวข้องกับเดอะนอร์ที่ฉันเป็ผู้ก่อตั้งแห่งนี้อย่างแน่นอน
“เลดี้ฮันน่าเป็คนเรียนเชิญทั้งที แน่นอนว่าวิกกี้ต้องตอบตกลงค่ะ ฝากคุณคาน่าขอบคุณเลดี้ฮันน่าด้วยนะคะ เมื่อได้พบกันครั้งหน้าวิกกี้จะขอบคุณท่านอีกครั้งด้วยตัวเองค่ะ” ฉันยิ้มบอกคุณคาน่า คุณค่าน่ายิ้มตอบก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายก่อนขอตัวจากไปไว้ว่า
“เลดี้ฮันน่ารอที่จะพบคุณอยู่เช่นกันค่ะ แล้วพบกันค่ะ”
“ไหนลูกว่าอยากทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศไง ไปเรียนรู้งานกับคุณลุงฑีระมาตั้งหลายปีจนทำแผนธุรกิจเกือบจะเสร็จอยู่แล้ว ทำไมถึงเปลี่ยนใจจะไปทำงานที่เดอะนอร์แล้วล่ะ” แม่หันมาถามฉันอย่างสงสัย
ลุงฑีระหรือชื่อเต็ม ๆ ว่า ฑีระ โนเรีย คือประทานบริษัท ออลเวย์เกรท จำกัด บริษัทั์ใหญ่ที่นำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคแบรนด์ดังจากต่างประเทศ เป็แหล่งรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงตระกูลโนเรียและแหล่งเงินทุนเพื่อการกุศลของเดอะนอร์ในปัจจุบันด้วย
“วิกกี้เปลี่ยนใจแล้วค่ะ วิกกี้ว่าทำงานที่เดอะนอร์ที่เป็องค์กรที่ช่วยเหลือผู้คนมันช่วยสร้างบุญกุศลได้ก็ดีมากเลยนะแม่” ฉันบอกแม่ด้วยสีหน้าจริงจัง “อีกอย่างแม่ก็ได้ยินที่คุณคาน่าพูดแล้วนี่ ว่าเลดี้ฮันน่าเรียนเชิญวิกกี้เลยนะ ผู้เยาว์อย่างเราไม่ควรจะปฏิเสธคำขอของผู้ใหญ่ไม่ใช่เหรอคะ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีหน้ามีตาระดับประเทศที่เป็แบล็คให้เรามาตลอดด้วยนะแม่” ฉันหาเื่มาพูดอ้างไปเรื่อย แม่มองฉันนิ่ง ถอนหายใจแล้วพูดว่า
“แม่ว่าวันนี้วิกกี้แปลกไปนะ ไม่เหมือนวิกกี้คนเดิมเลย”
“วิกกี้ก็เหมือนเดิมนะคะแม่” ...ที่เพิ่มเติมคือเป็สาวระลึกชาติได้เท่านั้นเองค่ะ
“อ่อ...แม่คะ วิกกี้นัดกับเพร็ทตี้ไว้ เดี๋ยวแม่ไปทานข้าวด้วยกันนะคะ” ฉันเปลี่ยนเื่พูด
“ไม่ล่ะ เด็ก ๆ ไปกันเถอะ แม่ว่าจะแวะไปทำธุระอย่างอื่นหน่อย”
“อ้าว...งั้นเหรอคะ...” ฉันกับแม่พากันเดินออกจากจัตุรัสเกียรติยศ โดยไม่ทันสังเกตุเห็นคุณคาน่าที่ยืนมองส่งพวกเราจากมุมหนึ่ง
“ท่านยังต้องได้พบกับเื่แปลกอีกหลายเื่เลยค่ะ ท่านเลดี้พิงค์”
--------------------------------------
่แรกปูเื่รายละเอียดก็จะเยอะหน่อยนะคะ
ปูเสร็จเื่ก็จะเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ค่า