หนิงเอ๋อเงยหน้าขึ้น
“ข้าไม่มีเงินชดใช้ให้ ท่านแม่ทัพจะลงโทษอย่างไรข้ายินดีรับทั้งสิ้นค่ะ”
“เอาพู่กันกับกระดาษมา!”
เถ้าแก่ลุกไปเตรียมให้ ลู่เอินร่างเขียนอยู่ครู่ใหญ่แล้วยื่นให้หนิงเอ๋อ
“อ่านให้ฟังซิ”
“ค..ค่ะ”
หนิงเอ๋อกางออกแล้วอ่าน
“หนิงเอ๋อทำภาพสุดสำคัญของแม่ทัพเซียวลู่เอินเสียหายยับเยิน เงินทองที่มีไม่อาจชดใช้ได้หมด จึงขอเป็บ่าวไพร่ทำงานชดใช้เป็เวลา8 ปี......... 8 ปี ?”
“เ้าจะยอมรับมั้ย?”
“ทำไมมันนานจังคะ?”
ลู่เอินถลึงตาใส่ หนิงเอ๋อสะดุ้งใ
เขากล่าว
“เ้าเขียนหนังสือเป็ ลงชื่อซะ”
หนิงเอ๋อนิ่งไปครู่ใหญ่ สักพักก็จุ่มหมึกลงชื่อที่ท้ายกระดาษหนังสือสัญญาแล้วส่งคืน ลู่ฉีเดินมารับไป
“นี่ครับคุณชาย”
“ดีให้นางนำของใช้ส่วนตัวตามข้ากลับเข้าป้อม”
“แต่คุณชายในป้อมทหารมีแต่บุรุษ หากนางไป....เกรงว่า....”
“ข้าจัดการเองกลับกันได้แล้ว”
ทั้งหมดเดินกลับไปกัน3 คน
จูฮวากับเซี่ยวซือยืนอ้าปากค้างแล้วกระซิบกัน
“คุณหนูคะ มันถูกลงโทษเป็บ่าวไพร่สาวใช้ 8 ปี สมน้ำหน้า”
“สมน้ำหน้าบ้าบอสิ! นางตัวดีกลับได้เข้าไปรับใช้พี่ลู่เอินถึงในป้อม แม้แต่ข้ายังเข้าไม่ได้เลย”
“แต่ในนั้นมีแต่บุรุษกำยำ ข้าว่า นางอยู่รอดได้ไม่นาน ต้องได้ปรนเปรอทหารแน่นอนค่ะ ฮิฮิ”
“ขอให้จริงอย่างว่าเถอะ”
..............................
ภายในป้อม
ทหารที่สวมเกราะทหารที่สวมชุดปกติ ทหารที่สวมชุดครึ่งท่อนเปลือยเสื้อล้วนหันมองมายังหนิงเอ๋อ
ลู่เอินเดินเงียบๆไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้
“นางเป็บ่าวสาวรับใช้ส่วนตัวข้า ข้าจะพยามไม่ให้นางรบกวนพวกเ้า”
พูดจบก็พานางเดินขึ้นชั้นบนไป
ทุกคนพากินยิ้มชอบใจ แม่ทัพที่แข็งกระด้างของพวกเขารู้จักรักหยกถนอมบุปผาแล้ว
“นี่เป็ห้องเก็บของใช้ทั้งหมดของข้าที่เอามาจากจวนบ้านข้าที่ฮูโต๋... เ้านอนที่นี่แหล่ะ จัดของหาที่นอนเอาก้แล้วกัน”
“แล้ว...ข้าจะอาบน้ำที่ไหนคะ?”
“อืม....เดี๋ยวข้าจะให้คนไปเอาฉากกั้นมากั้นเวลาเ้าอาบน้ำในห้อง แต่น้ำท่าเ้าต้องตักยกขึ้นมาใส่ถังอาบเอง”
“แล้วข้า.. ต้องทำอะไรบ้างคะ?”
“เ้าทำกับข้าวได้มั้ย?”
“พอได้ค่ะ”
“งั้นก็ทำกับข้าวให้ข้าด้วย ชัดที่นอน ซักผ้าในส่วนของข้า และรอข้าเรียกใช้”
“ค่ะ”
“ทำได้มั้ย?”
“ค่ะ”
หนิงเอ๋อตอบแบบจ๋อยๆเพราะนางยังสำนึกที่ทำภาพเสียหาย
“ท่านแม่ทัพคะข้าขอโทษเื่.........”
“ไม่ต้อง เ้าแค่ทำงานชดใช้ให้ข้าก็พอ เที่ยงนี้ข้าจะฝึกทวน ไม่ได้ออกไปไหน ไปทำกับข้าวมาให้ข้า 2-3 อย่าง ข้าจะให้ต้าเซิงพาเ้าไปแนะนำให้พ่อครัวรู้จัก และทำความคุ้นเคยกับครัวซะ”
“ท่านแม่ทัพอยากกินออะไรคะ?”
“ในครัวมีอะไร เ้าก็คิดเอาตามที่ในครัวมีก็แล้วกันที่นี่เป็ป้อมค่ายทหาร ไม่มีของพิสดารให้เ้าปวดหัวในการทำหรอก”
“อ่อ...ค่ะๆ”
“อ้อ...”
“คะ?”
“เรียกข้าว่าคุณชาย ตอนนี้เ้าเป็สาวใช้ของข้า”
“ค่ะท่านแม่ทั....เอ่อ..คุณชาย”
“เ้า..ชื่อหนิงเอ๋อใช่มั้ย?”
“ค่ะ... เรียกข้าว่าเซี่ยวเอ๋อก็ได้ค่ะ”
“อืมไปได้....ต้าเซิงพานางไปที่ครัว”
เมื่อต้าเซิงพาหนิงเอ๋อไปที่ครัว
ลู่ฉีถาม
“คุณชาย ดูก็รู้ว่านางโดนใส่ร้าย ต่อให้นางทำภาพเลอะเสียหาย ก็ไม่น่าเสียหายมาก ไม่ถึงกับต้องละเลงภาพจนเละแล้วโทษคนร้าย”
“คิดว่าข้าไม่รู้เหรอ.....แถมข้ายังรู้ด้วยว่าใครทำ”
“คุณชาย....จะบอกว่าคุณหนูจูรู้เห็นเหรอ?”
“ไม่ใช่นางแล้วจะเป็ใคร... ข้ารู้ว่านางไม่พอใจเซี่ยวเอ๋อั้แ่เมื่อวาน”
“แล้วทำไมยังให้นางลงชื่อรับโทษรับใช้8 ปีล่ะครับ?”
“ถ้าไม่ทำแบบนี้ กลับออกไปนางก็โดนรังแกอีก จูฮวาไม่ปล่อยเซี่ยวเอ๋อไว้หรอก”
“ใจสตรียากแท้หยั่งถึงน่ากลัวเหลือคณานับ ....”
“อืม..”
“ว่าแต่คุณชายใจดีกับสตรีเป็ด้วยเหรอครับ?... นางมีอะไรพิเศษงั้นเหรอ?”
ลู่ฉียิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ลู่เอินถลึงตาใส่
“ข้าแค่สนใจความสามารถนาง แถมนางคิดคำนวณบัญชีได้ หากนางทำได้จริงงานของข้าจะเบาไปเยอะ”
“อ้อ...ครับอืม....”
แม้ลู่ฉีจะอยากแซวต่อ แต่งานบัญชีเป็ที่ปวดหัวรบกวนการทำงานของแม่ทัพนายกองมากนัก ปกติจะมีบัณฑิตคอยช่วย แต่ที่นี่กลับไม่มี...จริงก็มีแหล่ะแต่ชรามากแล้ว จำผิดจำถูกจนลู่เอินต้องทำเอง
ในครัว
ตึกๆๆๆๆๆ
ฉู่ ~~~
เคร้งๆๆๆ
เสียงสับหั่นผักและเห็ดจากนั้นโยนลงกระทะที่ร้อนฉ่า เสียงกระบวนตะหลิววนผักในกระทะ มือหนึ่งข้างม้วนแขนเสื้อข้อมือจับผ้าหิ้วหูกระทะใบใหญ่กระกดยกผัดผักอย่างคล่องแคล่ว
ที่นี่ขาดสีสันดอกไม้งาม
บัดนี้มีสตรีหน้าตาน่ารักแต่ไม่ดูสง่าเท่าไหร่มาเข้าครัวทำอาหารอย่างทะมัดทะแมง พ่อครัวทหารยืนดูชอบใจ กอดอกชื่นชมกับต้าเซิง
“เด็กน้อยนี่ใช้ได้ เรียวแรงอย่างกับคนฝึกฝนมาดี ท่านว่าก่อนนี้นางทำอะไรมานะ?”
“นางเขียนอักษร วาดภาพ”
“ห๊า?ไฉนงานครัวคล่องแคล่วเช่นนี้ ไม่ธรรมดา”
แกร้งๆๆๆ
เสียงเอียงกระทะกวาดกระบวยเอาผัดผักลงจาน จากนั้นเดินไปดูอีกกระทะ ช้อนเต้าหู้ที่ทอดไว้ขึ้นมาเอียงเสด็จน้ำมันออกแล้วใส่จาน
หยิบจานที่ตอกไข่ทั้งไว้ หั่นต้นหอม ตึกๆๆๆๆๆ แล้วโรยลงชามที่มีไข่ เอาตะเกียบตีไข่ มือจียหยิบเกลือโรยใส่ลงในชามตีต่อสักพัก ก็เอาลงทอด
ของมีเท่านี้ ก็ทำเท่านี้ เนื้อสัตว์ไม่ได้ซื้อ บางมื้อไม่มี บางวันก็มีให้กิน
หนิงเอ๋อเรียงใส่จาน ตักข้าวใส่ถ้วย
“เดี๋ยวข้ากลับมาล้างนะคะ”
“ไม่ต้องหรอก ข้าจัดการเอง ฝากอาหารท่านแม่ทัพด้วยล่ะ”
“ค่ะ”
นางยกสำรับแล้วเดินไปที่ลานโดยการถามไถ่ทหาร หนิงเอ๋อเขินๆ อยู่บ้างเพราะตนเป็เป้าสายตาทหารในค่าย
เมื่อมาถึงลานฝึก
ลมวูบใหญ่ก็พัดเข้ามาจนผมเผ้านางกระเซิง
ภายตรงหน้าคือแม่ทัพที่หน้าตาคมคายถอดเสื้อทวงทวน หวดฟาดด้วยท่วงท่าที่หนักแน่นมั่นคง สลับพลิ้วไหวทั้งที่ทวนนี้หาใช่ทวนไม้แต่เป็ทวนเหล็กที่หนักอึ้ง
ยิ่งขยับ รอดมัดกล้ามเนื้อที่เข้ารูปพอดีตัวยิ่งเข้มชัด มันไม่ใหญ่โปน ใหญ่โต แต่ดูแข็ง แน่นและพอดีรูปทรงนัก
หนิงเอ๋อเผลอจับจ้องยืนมองอยู่เนิ่นนาน
เมื่อฟาดทวนจนจบท่า ลู่เอินหันมา หนิงเอ๋อสบตาเขาพลันรู้สึกตัวว่าตนยืนเหม่อมองเขานานไปแล้ว จึงเลิกลักแล้วก้มหน้าเดินมาวางถาดสำรับอาหารบนโต๊ะหินด้านข้างๆ ลาน
ลู่เอินกล่าว
“อาหารมาแล้วทำไมไม่กล่าวบอก”
“ข้าเห็นคุณชายตั้งใจฝึก จึงไม่กล้ารบกวนนี่คะ”
“สาวใช้ปกติจะบอกกล่าว.....”
“ก็ข้าเพิ่งเคยเป็นี่.....ที่นี่ไม่มีสาวใช้ ท่านไปเห็นสาวใช้ปกติที่ไหนมา”
“เ้า...จิ๊ส์...เฮ้อข้าก็เห็นสาวใช้ที่บ้านข้าที่ฮูโต๋ไง”
“แล้วพวกนางจะพูดวาอะไรล่ะคะ?”
“พวกนางจะพูดว่า.....’คุณชาย สำรับได้แล้วค่ะ’....แบบนี้”
“หื้ม......ข้าจะจำไว้”
“เ้าทำอะไรมา?”
“ทำกับข้าวมาค่ะ”
“ข้าหมายถึงทำกับข้าวอะไรมา....โง่จริงๆหลงคิดว่าจะฉลาด”
“เอ๋~~ คุณชายแอบชื่นชมว่าข้าฉลาดมาตลอดเลยเหรอคะ?”
“นี่...ฮึ่ย...อย่าหลงตัวเองนักเลย ข้าแค่เห็นเ้าฉลาดกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไปก็เท่านั้น....ตกลงเ้าทำกับข้าวอะไรมา?”
“หูย...บอกแล้ว..แค่นี้ก็ขึงขังใส่ด้วย....มีผักผักเห็ดรวมเต้าหู้ทอดอ่อน และไข่เจียวใส่ต้นหอมค่ะ”
“อื้ม...”
กล่าวจบลู่เอินเดินมาแล้วเอาทวนเสียบวางบนแท่น จากนั้นมานั่งจับตะเกียบ
นางกล่าวขึ้น
“ผัดผักรวมข้าใช้กะหล่ำคะน้าคัดใบ และต้นหอม เลี้ยงกระเทียมในน้ำมันให้หอมก่อนค่อยลงผักในกระทะ เต้าหู้ทอดอ่อนที่ว่าอ่อน คือไม่ได้ทอดเต้าหู้ในน้ำมันท่วมแต่ใช้น้ำมันแค่สำหรับผัด ทอดให้เกรียมแค่รอบนอกค่อยยกขึ้น ส่วนไข่เจียวก็ไม่มีอะไรพิเศษเอาต้นหอมซอยใส่ลงไป”
ลู่เอินกำลังจะคีบกับข้าวเข้าปาก ถึงกับต้องหยุดมองและฟัง
“ใครใช้ให้เ้าพูดมากแบบนี้”
“เอ้า...ก็เห็นชอบให้ข้าพูด ข้าก็อุตส่าห์อธิบายตัวกับข้าว ว่าข้าใส่ใจขนาดไหน”
“ไม่มีใครถามซะหน่อย”
ลู่เอินกินต่อกิน และกิน กินๆๆๆ
หนิงเอ๋อลอบยิ้มเขาเห็นลู่เอินกินอย่างเอร็ดอร่อย
หนิงเอ๋อรินน้ำชาให้
“คุณชายค่อยๆทาน ระวังติดคอค่ะ”
ลู่เอินหยุดพุ้ยข้าวและกับข้าวนั่งเคี้ยวสักพักก็ยกถ้วยชาซดชาตามลงไป
นางยิ้มกล่าว
“อร่อยใช่มั้ยคะ?”
เขาไม่ตอบ...สักครู่ก็พยักหน้าแล้วกินต่อจนหมด
นางถาม
“ปกติกับข้าวไม่อร่อยเหรอคะ?”
“ทหารทำก็แบบนี้ กินให้จบๆ ไป ไม่เื่มาก”
“แล้วท่านไม่ได้ออกไปทานตามร้านข้างนอกเหรอคะ? ถ้าทานข้างนอกก็น่าจะชินกับอาหารอื่นนอกจากรสมือทหารครัว”
“นี่เ้า....จะให้ข้าชมให้ได้เลยใช่มั้ยว่าเ้าทำอร่อยกว่าร้านอาหารน่ะ”
“ข้าไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นซะหน่อย แต่ท่านก็เพิ่งจะชมข้าออกมาเองนะ ฮิฮิ”
“หลงตัวเอง.... ยกกลับไปได้แล้ว ข้าอิ่มแล้ว”
“ค่า~~”
ลู่ฉียืนขำอยู่ห่างๆ
นี่เพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่ชั่วยามหลังรับนางเข้ามาในป้อม ดูท่าจากนี้ต้องมีอะไรให้ดูอีกเยอะแน่