ภายในห้องหอแสงเทียนไหวเป็ระลอกคลื่น
“ชิงเกอ!”
ซูฉางเซิงค่อยๆเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวผืนสีแดงออก เผยให้เห็นดวงหน้างดงามหมดจดของกู้ชิงเกอดวงตาเรียวคมแต่งแต้มสีสันสดใส เพิ่มเสน่ห์เย้ายวนใจให้กับนางถึงสามส่วน
ริมฝีปากแต้มสีแดงสดยิ่งเพิ่มความวิไลอีกสามส่วน
ภายใต้แสงไฟอันอบอุ่นสตรีในชุดแดงสง่าโดดเด่น ดวงตาเ็า ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย มองซูฉางเซิงด้วยแววตาแข็งกร้าว
ภายในดวงตามีทั้งความเกลียดชัง ความโกรธแค้น ความอัปยศอดสู และความหวั่นไหวจางๆ ซับซ้อนจนไม่อาจหยั่งถึง
“มาเถิด ชิงเกอ ร่ำสุราสาบาน!”
ซูฉางเซิงยิ้มมุมปากรินสุราแห่งจิติญญาจากโต๊ะข้างๆ ส่งให้กู้ชิงเกอ
“...”
กู้ชิงเกอมีสีหน้าเ็าแม้จะไม่เต็มใจ ทว่าก็ยังรับมา
“ข้าจะไม่มีวันให้อภัยเ้า!”
กู้ชิงเกอเงยหน้าขึ้นมองซูฉางเซิงด้วยสายตาเ็าน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ข้าจะทำให้เ้าจดจำข้าไปชั่วชีวิต แม้จะเป็ความเกลียดชังก็ตาม!”
ซูฉางเซิงหัวเราะเบาๆ
เขาตระหนักถึงผลลัพธ์ของการกระทำเช่นนี้มาโดยตลอดทว่าเมื่อได้ตัดสินใจแล้ว เขาจะไม่เสียใจ
เวลานี้แม้จะไม่มีระบบเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาก็จะยังคงตัดสินใจทำเช่นนี้!
“กริ๊ง!”
เสียงเบาๆของจอกสุราสาบานที่กระทบกัน กู้ชิงเกอดื่มหมดแก้ว ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อดวงตาเป็ประกายราวหยาดน้ำ ระยิบระยับเย้ายวนใจ
ภายในหัวรู้สึกมึนงง
สุราแห่งจิติญญาชนิดนี้มีระดับความบริสุทธิ์สูงมากแม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสำแดงกฎก็ไม่กล้าดื่มมากนัก แม้กู้ชิงเกอจะเป็จักรพรรดินีแห่ง์ทว่าเพิ่งเกิดใหม่ได้ไม่นาน บัดนี้อยู่ในระดับทะเลปราณเท่านั้น จึงไม่อาจต้านทานฤทธิ์สุราได้
“ซูฉางเซิง!”
อาจเป็เพราะฤทธิ์สุรากู้ชิงเกอจึงดูกล้าหาญขึ้น เหมือนได้กลับคืนสู่ลักษณะของจักรพรรดินีในชาติที่แล้วนางโอบกอดซูฉางเซิง และดึงเขาลงมา
“ข้าคือจักรพรรดินี ควรเป็ข้าที่รุก!”
กู้ชิงเกอตาแดงก่ำพึมพำด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะประกบปากเข้าหาซูฉางเซิงไม่ลังเล
“อืม!”
ซูฉางเซิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยมองกู้ชิงเกอที่หลับตา ขนตากะพริบปริบๆ ใบหน้าแตกตื่น เขาได้แต่แอบยิ้มในใจ
ยังเด็กนัก!
“ฟู่!!”
เพียงดีดนิ้วเบาๆเปลวเทียนดับลง
ร่างกายบอบบางของกู้ชิงเกอถูกกดลงบนเตียงชุดสีแดงหลุดออก ผิวพรรณขาวผ่องราวกับหยกชั้นยอด สวยงามราวกับต้องมนต์
“อื้อ อึก!”
ไม่นานนักพร้อมกับเสียงครางต่ำ กู้ชิงเกอก็ร่ำไห้ออกมา
“ซูฉางเซิง ข้าเกลียดเ้า!”
เ็ปจริงๆ!
ทั้งสองชาตินี่เป็ครั้งแรกที่นางรู้สึกเ็ปเช่นนี้ เ็ปเสียยิ่งกว่าถูกควักกระดูกในครานั้นทว่าท่ามกลางความเ็ปนี้ ความหอมหวานกลับคละเคล้าอยู่
หลังจากนั้นเป็เวลาสามวันสามคืน...
...
ในขณะที่ซูฉางเซิงกำลังดื่มด่ำกับความสุขทั่วทั้งทวีปเจินเซิ่งได้เกิดคลื่นพายุลูกใหญ่ขึ้นเพราะเขา
สำนักกองกำลังมากมายสั่นะเื
ทั้งสำนักกองกำลังระดับสูงสุดสำนักกองกำลังระดับชั้นนำ รวมถึงสำนักไท่สื่อที่อยู่เหนือผู้คนทั้งปวง และปราสาทมารเพลิงโลกันตร์อันเหี้ยมโหดไร้ขื่อแปล้วนก่อเกิดความวุ่นวายไปทั่วแผ่นดิน และหันมาจับตาดูเขา
เป็เพราะสำนักสำนักว่านโซ่วผู้เคยยิ่งใหญ่และพื้นที่นับล้านลี้ ถูกทำลายล้างลง!
ทั่วทั้งสำนักพื้นที่นับหมื่นลี้ราบเป็หน้ากลอง
เทือกเขาหมื่นอสูรสูญสลายไปหนึ่งในสาม
พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็ซากปรักหักพังและเต็มไปด้วยหลุมขนาดใหญ่ภายในหลุมยังคงมีพลังแห่งดวงดาวอันบริสุทธิ์หลงเหลืออยู่ เป็ร่องรอยที่หลงเหลือจากวิชาเต๋าแห่งดาราจักรอันทรงพลัง
สำนักกองกำลังทั้งหมดที่ส่งผู้แข็งแกร่งมาตรวจสอบต่างเงียบไปในขณะนี้
ทั่วทั้งทวีปเจินเซิ่งมีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ใช้วิชาเต๋าแห่งดาราจักรอันทรงพลังเช่นนี้ได้ในการทำลายสำนักว่านโซ่วซึ่งนั่นก็คือซูฉางเซิง!
แม้ว่าจะยากที่จะเชื่อ
ทว่าหลังจากการตรวจสอบและยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยสำนักกองกำลังระดับสูงหลายแห่งในที่สุดก็ได้ข้อสรุป
สำนักว่านโซ่วถูกทำลายโดยซูฉางเซิงจริง!
ยิ่งไปกว่านั้นเขาใช้เวลาเพียงเค่อหนึ่งทำลายสำนักว่านโซ่วจนราบคาบ
ชั่วขณะหนึ่งทวีปเจินเซิ่งก็สั่นะเื ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่ในทวีปใกล้เคียงอีกหลายแห่งก็มีสำนักกองกำลังจำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับเื่นี้!
“เหลือเชื่อ เหลือเชื่อจริงๆ นั่นคือสำนักว่านโซ่ว แม้ว่าบรรพบุรุษเซียนจะล้มตายไปหนึ่งคนก่อนหน้านี้ทว่ายังมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าอยู่อีกคนหนึ่ง บวกกับรากฐานของสำนักว่านโซ่ว แม้แต่เซียนนักบุญขั้นหกก็ไม่กล้าพูดว่าจะทำลายมันทว่าซูฉางเซิงกลับทำได้!”
“นี่คือเซียนนักบุญที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่จริงๆ หรือ พลังเช่นนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว!”
“ซูฉางเซิงไม่ใช่เซียนธรรมดาแน่ อย่างน้อยก็ต้องเป็ถึงเซียนนักบุญขั้นหกและมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุด นั่นถึงจะเป็พลังที่แท้จริงของเขา!”
“จริงด้วย ตอนนี้หากคิดดูแล้ว ซูฉางเซิงน่าจะได้รับโอกาสยิ่งใหญ่บางอย่างมาครองมิฉะนั้นเขาคงไม่แกร่งถึงเพียงนี้ สำนักว่านโซ่วคงรีบร้อนเข้าไป เพราะพบความลับบางอย่างและ้าแย่งชิง ทว่ากลับถูกซูฉางเซิงฆ่าปิดปาก!”
“ไม่รู้ว่าความลับกระไรกันแน่ ถึงทำให้ระดับเซียนนักบุญต้องหวั่นไหว!”
“ช่างน่ากลัวจริงๆพลังของซูฉางเซิงในตอนนี้น่าจะใกล้เคียงกับจุดสูงสุดของทวีปเจินเซิ่งแล้วนอกจากสองมหาอำนาจ ยังมีบรรพชนคนใดในสำนักกองกำลังระดับสูงที่เอาชนะเขาได้เล่า”
ในไม่กี่วันข้างหน้าต่อมาทั่วทั้งทวีปเจินเซิ่งต่างก็เดือดดาล สำนักกองกำลังมากมายต่างพูดคุยกันเกี่ยวกับซูฉางเซิงผู้นำสำนักและเซียนที่แข็งแกร่งต่างก็ใ
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผู้แข็งแกร่งมากมายที่คาดเดาอิทธิพลของซูฉางเซิง
“สำนักกองกำลังต่างๆ ล้วนซ่อนพลังที่แท้จริงไว้ บางทีอาจมีบรรพบุรุษที่เอาชนะซูฉางเซิงได้ทว่าอย่างน้อยก็ในตอนนี้ซูฉางเซิงคือบรรพบุรุษเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสำนักกองกำลังระดับสูงทั้งหมดในทวีปเจินเซิ่ง!”
“เซียนที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปเจินเซิ่ง!”
“หืม ตระกูลซูผงาดขึ้นมาจริงๆ แม้จะมีบรรพชนเซียนเพียงผู้เดียวทว่าเซียนฉางเซิงคนเดียวก็มากพอที่จะทำให้พวกเขากลายเป็สำนักกองกำลังระดับสูงสุด อาจเทียบเท่าสำนักหลิงซวีเจี้ยนได้เลย!”
“ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!”
ผู้บำเพ็ญเพียรนับไม่ถ้วนต่างใจหวั่นๆขึ้นมาบ้าง
แม้แต่สองมหาอำนาจสำนักไท่สื่อและปราสาทมารเพลิงโลกันตร์ก็มีผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดจับตามองด้วยความคิดที่ยากจะหยั่งถึง อักขระแห่งเต๋าไหลเวียนและดังกึกก้อง
พวกเขากำลังจับตามองซูฉางเซิงและตัดสินใจว่าจะรับมือกับเขาอย่างไร
“อย่าได้สร้างความขุ่นเคือง!”
“ซูฉางเซิงผู้นี้ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก้าวะโอย่างรวดเร็ว ในทวีปเจินเซิ่งไม่อาจกักขังเขาไว้ได้อีกต่อไปเราต้องรีบผูกมิตร!”
“ถึงแม้จะไม่กลัว ทว่าอย่าได้สร้างความขุ่นเคือง!”
ปฏิกิริยาของบรรพบุรุษเซียนในตระกูลหวังสำนักหุนหยวน และสำนักหลิงซวีเจี้ยนแตกต่างกันไป แม้สำนักหลิงซวีเจี้ยนที่แข็งแกร่งที่สุดและไม่เกรงกลัวอำนาจของซูฉางเซิงแต่ก็ไม่้าที่จะสร้างความขุ่นเคืองให้กับเขา
“เร็วเข้า ส่งกองทัพไปแย่งชิงทรัพยากรของสำนักว่านโซ่ว!”
“การล่มสลายของสำนักกองกำลังระดับสูงเช่นนี้ทรัพยากรมหาศาลเ่าั้มากพอที่จะทำให้สำนักกองกำลังหนึ่งเฟื่องฟูได้ทีเดียว!”
“แต่แบบนี้ไม่กลัวที่จะทำให้ซูฉางเซิงขัดเคืองเอาหรือ”
“หึ แม้ซูฉางเซิงจะแข็งแกร่ง ทว่าการจะกลืนกินสำนักว่านโซ่วทั้งหมดเป็ไปไม่ได้ในการลงมือครั้งนี้ สำนักกองกำลังระดับสูงทั้งหมดจะร่วมกัน เขาคนเดียวไม่อาจต้านทานได้!”
สำนักกองกำลังระดับสูงแต่ละแห่งต่างก็ส่งกองทัพออกไปแย่งชิงดินแดนและทรัพยากรของสำนักว่านโซ่ว รวมถึงสำนักกองกำลังระดับชั้นนำหลายแห่งที่้าฉกฉวยผลประโยชน์
ตระกูลซูก็ตอบโต้เช่นกันส่งกองทัพออกไปแย่งชิงบ้าง ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสำแดงกฎสามพันคน และผู้บำเพ็ญเพียรระดับนิรันดร์ที่ใกล้เคียงกับระดับกึ่งเซียนนักบุญสามสิบคนก็เป็กองกำลังที่แข็งแกร่งยิ่งเช่นกัน
บวกกับอำนาจของซูฉางเซิงสำนักกองกำลังระดับสูงหลายแห่งจึงเลือกที่จะถอยร่น ตระกูลซูจึงแย่งชิงทรัพยากรมาได้เกือบหนึ่งในสามและยึดครองดินแดนได้จำนวนหนึ่ง
ทรัพยากรของตระกูลซูเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในทันที
“หึ สำนักกองกำลังระดับสูงเหล่านี้น่ารังเกียจจริงๆเห็นได้ชัดว่าบรรพบุรุษฉางเซิงเป็ผู้ทำลายสำนักว่านโซ่ว ทว่ากล้าออกมาแย่งชิงแถมยังแบ่งทรัพยากรไปมากกว่าครึ่ง!”
ภายในห้องโถงใหญ่ผู้าุโของตระกูลซูกล่าวด้วยความโกรธแค้น