ตอนที่ 4
เยว่เฉียนเหมือนกับโดนดูถูก นางไม่ได้ตอบอะไร เพียงได้ยินว่าเขาอนุญาตให้ใช้ฟืนแล้วก็เป็อันจบ รอยยิ้มเล็กๆปรากฏที่มุมปากของหญิงสาว คราแรกตั้งใจจะทำเล็กๆน้อยๆให้พอกินคนเดียว แต่พอเห็นคนถามคำถามเช่นนี้ จู่ๆความรู้สึกเด็กๆที่อยากจะอวดฝีมือปลายจวักของตนเองให้สามีก็ประเดประดังเข้ามา
โดยเยว่เฉียนไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำของตนเองในวันนี้จะเป็การมัดใจสามีของตนเองได้อย่างอยู่หมัด ชนิดที่ว่าในอนาคตต่อให้เขาถูกยั่วยวนจากบรรดาหญิงงามมากมายขนาดไหนก็ไม่อาจปันใจไปมองใครได้อีก
มือเรียวเล็กที่ขาวสะอาดราวกับไข่มุกขยับไปมาอย่างเชี่ยวชาญ หลังจากที่มู่เหิงอาสาเติมไฟให้ เหล่าน้องน้อยทั้งสองก็ไม่ยอมกินอาหารของตนเองแต่ตั้งใจมาช่วยเหลือพี่สะใภ้ที่ยังหยิบจับอะไรในบ้านไม่ค่อยคล่อง ถึงอย่างนั้นเด็กๆที่มองดูอยู่ก็ได้แต่ร้อง “โอ้” “อ้า” กันตลอดเวลา
ก็แน่ล่ะ ใครจะคิดว่าสินเดิมที่พี่สะใภ้พกพามาด้วยจะมีหม้อใหม่ที่ขาวสะอาด มีกระทะรูปร่างประหลาดแต่สวยงาม มีตะหลิว มีทัพพี มีช้อนชาม กะละมัง และอุปกรณ์อื่นๆเต็มไปหมด
ขนาดที่ว่าหวนเอ๋อร์ยังอดที่จะอุทานออกมาไม่ได้
“เมืองหลวงนี้วิเศษยิ่งนัก ข้าวของมากมายล้วนเป็ของชั้นยอดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”
ซึ่งคำพูดของเด็กสาวนั้นถูกทุกคำ ผิดอยู่อย่างเดียวก็คือของเหล่านี้หาได้มาจากเมืองหลวงไม่ ทุกอย่างถูกหยิบออกมาวางใส่ในหีบห่อที่รวมเป็สินเดิมมาแล้วเรียบร้อย
เด็กๆสองคนเดินตามเป็พรวน พร้อมกับผู้ใหญ่อีกหนึ่งคน ไม่ว่าเยว่เฉียนจะหยิบจับอะไร ก็มักจะมีมือยื่นออกมาช่วยเหลือเสมอ เรียกได้ว่าน้ำใจของสามีและน้องสามีนั้นดีมากจริงๆ การกระทำของทั้งสามนั้นทำให้ความเ็าและกำแพงส่วนแรกของนางลดลงไปมากด้วยเช่นกัน
อย่างน้อยๆนางก็คิดจะตอบแทนน้ำใจของทั้งสามด้วยการทำอาหารมื้อนี้ให้ออกมาดีเยี่ยมล่ะนะ
เตาถูกแบ่งออกเป็ 2 กอง ดีที่เมื่อก่อนพ่อแม่ของมู่เหิงก็ทำเช่นนี้อยู่แล้ว พื้นที่ครัวนั้นใหญ่พอสมควรที่จะไม่ทำให้เื่มันกลายเป็ยุ่งยาก เตาหนึ่งใช้วางหม้อที่ใส่ข้าวขาวสะอาดตา เม็ดข้าวเรียงตัวสวยเป็เม็ดที่มองเห็นได้ง่าย เด็กทั้งสองคนนั้นมองมันอยู่พักใหญ่ๆด้วยความสนใจเลยด้วยซ้ำ พวกเขาเกิดมาไม่เคยเห็นข้าวสารที่สวยงามขนาดนี้มาก่อนเลย จะให้ความรู้สึกสนใจก็ไม่น่าแปลกใจอันใด
ส่วนอีกเตาหนึ่งนั้นใช้สำหรับผัด เยว่เฉียนตั้งไฟพร้อมกับใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยเพื่อให้ความหอม ด้วยกระทะที่นางใช้นั้นเป็กระทะไม่ติดก้นอยู่แล้ว ต่อให้ใส่หมูลงไปเลยก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
เมื่อน้ำมันหอมได้ที่ก็ใส่หมูสับลงไป 2 ถ้วยตวง หลังจากที่หมูเริ่มสุกก็ใส่ขิงซอยลงไป ให้กลิ่นหอมฟุ้งเลยไปไกลถึงบ้านใกล้เรือนเคียง
หันมาดูที่หม้อก็พบว่าตอนนี้น้ำกำลังเดือดอย่างรุนแรง เสียทีที่ข้าวยังไม่สุกดีนัก ดังนั้นเยว่เฉียนจึงตั้งกระทะอีกครั้ง ครั้งนี้ใส่น้ำมันมากหน่อยก่อนจะใส่ลูกชิ้นปลาลงไปทอด
ลูกชิ้นก้อนกลมๆที่ไม่มีใครเคยเห็นทำให้คนอื่นสนใจ กลิ่นหอมของปลาค่อยๆฟุ้งออกมาให้คนที่แอบดูอยู่น้ำลายไหลย้อย
ลูกชิ้นที่ทอดนั้นสุกเร็วมากทำให้ต้องใช้กระชอนช้อนออกมา เด็กๆเป็ลูกมือช่วยหยิบจับจานชามมารองใส่ของอย่างเป็การเป็งาน ทั้งที่แค่อายุไม่เท่าไรเอง แต่กลับรู้ความอย่างมาก
ใจหนึ่งรู้สึกเอ็นดูที่ทั้งสองเป็เด็กดีเหลือเกิน แต่อีกใจก็รู้สึกสงสารไม่น้อยเลย เพราะกว่าที่เด็กเล็กไม่กี่ปีจะเก่งขนาดนี้ ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องผ่านอะไรมามากมายขนาดไหน
กระทะที่ยังมีน้ำมันอยู่ไม่ได้ถูกทิ้งไปแต่อย่างใด เยว่เฉียนยังมีความรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง ปกติแล้วนางก็ไม่ใช่คนกินทิ้งกินขว้างอยู่แล้ว ยิ่งในโลกนี้ที่น้ำมันหามาได้ยากยิ่งและมีราคาแพง หญิงสาวจึงยังเก็บเอาไว้อยู่ ยกกระทะน้ำมันออกไปวางข้างๆด้วยเกรงว่าความร้อนของมันจะทำร้ายคนอื่นเข้า
เมื่อเห็นว่าข้าวเริ่มสุกดีแล้ว นางก็ใส่หมูผัดขิงจนหอมฉุยลงไปในหม้อ คนๆให้เข้ากับข้าวจนเกิดเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลเล็กน้อยน่ากิน เครื่องปรุงสารพัดจากยุคสมัยใหม่ถูกเติมลงไป ไม่ว่าจะซอสเค็ม น้ำปลา น้ำตาล หรือกระทั่งผงชูรสก็ยังใส่มันเข้าไปด้วย
ยิ่งน้ำเดือดมากเท่าไรก็ยิ่งได้กลิ่นที่หอมหวานน่ากิน ข้าวต้มหนึ่งหม้อที่ใหญ่พอประมาณนี้ทำให้ทุกคนไม่อาจจะละสายตาไปได้เลย เยว่เฉียนมองดูทั้งสามคนก่อนที่จะเดินออกไปหยิบเอาไข่เค็ม ถั่วที่คั่วเสร็จแล้วออกมาจัดจานคู่กับลูกชิ้นปลาที่เพิ่งทอดไป
แค่เห็นของเครื่องเคียง สามพี่น้องก็รู้สึกอยากอาหารขึ้นมาแล้ว เด็กๆนั้นแอบดูอยู่ใกล้ๆ และยังเก็บกริยาได้ไม่ดีนัก พวกเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากจะกินอาหารตรงหน้า ทว่าก็ยังมีความเกรงใจอยู่มาก ไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายของของพี่สะใภ้ พวกเขารู้ดีว่าอาหารมื้อนี้ล้ำค่าขนาดไหน
คนที่เก็บอาการได้ดีที่สุดเห็นทีจะเป็มู่เหิงคนแมน ที่แม้แต่ตอนนี้ก็ทำเพียงช่วยนางหยิบจับข้าวของเท่านั้น แต่เขาไม่ได้สนใจอาหารตรงหน้าที่นางทำเสร็จแล้วเลย ถึงจมูกของเขาจะลอบสูดดมกลิ่นอาหารที่หอมหวนนี้ก็ตามที
“ใส่ตั้งฉ่าย กุ้ง ต้นหอม และผักชี ก็เป็อันเสร็จแล้ว” เยว่เฉียนโรยเครื่องปรุงสุดท้าย เพิ่มสีสันและกลิ่นหอมที่มากขึ้นอีก
“เรียบร้อยแล้วทุกคน ตักใส่ถ้วยไปกินกันเถอะ” หญิงสาวบอกทั้งสามคน ทว่าเด็กๆที่ตอนแรกมองด้วยความกระหายกลับถอยหลังออกมาจากอาหารที่หรูหราตรงหน้า
พวกเขาอยากกิน แต่พวกเขาก็ไม่กล้ากินอยู่ดี
“หืม? จะให้ข้าตักให้หรือ?” เยว่เฉียนหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของเด็กๆ ก่อนจะมองมู่เหิงเหมือน้าให้เขาเป็คนตอบคำถามนี้
“พวกเรามีอาหารแล้ว แค่ซาลาเปาพวกนั้นก็ทำให้อิ่มท้องได้ อาหารของเ้าควรจะเก็บเอาไว้กินนานๆ ไม่ต้องแบ่งพวกข้าหรอก” มู่เหิงซึ้งน้ำใจของภรรยาตัวน้อย
ทว่าข้าวของเหล่านี้ไม่ใช่ของเขาเลย มันเป็ของภรรยาทั้งหมด หากพวกเขาพุ่งเข้าไปแย่งอาหารนางกินก็ไม่เท่ากับว่าเขาและน้องๆเกาะนางกินอยู่หรือ?
เยว่เฉียนคิดเล็กน้อย นางเข้าใจที่ทางนั้น้าจะสื่อความหมาย ทว่าอาหารมื้อนี้ก็เล่นใหญ่ไปเสียแล้ว ถ้าไม่กินให้หมดเช้านี้ อย่างมากก็อยู่ได้แค่มื้อเที่ยงอีกวันก่อนที่มันจะเสียเท่านั้น อย่างไรแบ่งพวกเขาก็ยังดีกว่าทิ้งให้เสียของ
แต่ถึงบอกแบบนั้น พวกเขาก็ใช่ว่าจะอยากกินของของนางนี่นา
“ถึงเมื่อวานจะบอกว่าพวกเราไม่ยุ่งเกี่ยวเื่ข้าวของของกันและกันก็เถอะนะ แต่บางโอกาสที่ข้าอยากทำให้กิน พวกเ้าก็กินเถอะ นอกจากนี้ข้าก็ยังมีเื่ไหว้วานทุกคนด้วย”
“เื่ไหว้วาน?” เสี่ยวหลงนั้นสนใจเื่ไหว้วานเป็ที่สุด เพื่อเอาใจพี่สะใภ้คนนี้ เขาอยากจะช่วยงานอีกฝ่ายให้มากขึ้น
ทุกคนรู้จากพี่ใหญ่ว่าพวกเขาเอาเปรียบพี่สะใภ้เพื่อเงิน 100 ตำลึงเงิน นี่ถือเป็การดูแคลนนางอย่างมาก ทว่าเงิน 100 ตำลึงเงินก็เป็เงินที่สำคัญสำหรับพวกเขาเช่นกัน ดังนั้นพี่ใหญ่จึงบอกให้พวกเขาช่วยเหลือและดีกับพี่สะใภ้ให้มาก ให้สมกับเงินจำนวนมากที่แลกมากับความอัปยศของพี่สะใภ้
ั้แ่เมื่อวานแล้ว เขาและหวนเอ๋อร์ก็อยากจะเข้ามาช่วยเหลือพี่สะใภ้และดีกับนาง อย่างไรก็ตามนางถูกวางยาสลบและถูกคนหามเข้ามา พวกเขายังไม่มีโอกาสได้ช่วยเหลืออะไรเลย มีเพียงช่วยหยิบของเล็กๆน้อยๆให้เท่านั้นเอง นี่ไม่นับเป็การช่วยเหลือได้ด้วยซ้ำ
“อืม พวกเ้าก็เห็นแล้วว่าข้ามีซาลาเปาที่ไม่ได้กินเยอะมาก พวกมันจะเสียได้ภายในสัปดาห์นี้ ดังนั้นจึงอยากจะไหว้วานพวกเ้าสองคนช่วยนำมันไปขายให้หน่อย ข้าเพิ่งมาที่นี่ย่อมไม่รู้ธรรมเนียมของที่นี่นัก”
เยว่เฉียนได้วิธีหาบางอย่างให้พวกเขาทำ นอกจากนี้ยังจะได้ถือโอกาสทำความรู้จักกับสถานการณ์ในหมู่บ้านนี้ไปด้วย ถือว่าเป็การยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวกระมัง
“ถ้าเื่นั้นให้เสี่ยวหลงกับหวนเอ๋อร์ดูแลก็ได้ ไม่ใช่เื่หนักหนาอะไรเลย” มู่เหิงยังไม่ยอม เขาเองก็มีศักดิ์ศรีของเขาค้ำคออยู่เหมือนกัน
“อื้ม แต่ข้าไม่ชอบใช้งานผู้ใดเปล่านี่ หรือว่าจะให้ตอบแทนด้วยส่วนแบ่งการขายดีล่ะ” เยว่เฉียนเองก็ไม่ยอมแพ้ หากพวกเขาไม่ยอมกินอาหารของนาง นางก็จะแบ่งเงินให้แทน
แน่นอนว่าเยว่เฉียนย่อมรู้ว่าเขาเลือกสิ่งใด
คนตัวสูงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ๆครั้งหนึ่ง แม้ว่าเขาจะทำทีเหมือนไม่เต็มใจ ทว่าดวงตาของเขาก็อ่อนแสงลงมาก อย่างไรมู่เหิงก็ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่านางนั้นมีน้ำใจที่จะแบ่งอาหาร ไอ้เื่ไหว้วานอะไรนั่นมันไม่ใช่เื่ใหญ่เลย อันที่จริงถ้านางบอกว่าจะตอบแทนที่ช่วยเหลือ
ให้เงิน 1 อีแปะก็ยังถือว่ามากไปด้วยซ้ำ
อาหารที่นางบรรจงทำนี้ใช้วัตถุดิบล้ำค่าไปหลายสิบตำลึงแล้ว มันมากกว่าเงินค่าตอบแทนเป็ไหนๆ
แม้ว่าลึกๆแล้วเขาอยากจะให้นางและพวกเขาทั้งสามคนเปิดใจให้กันและกัน ร่วมมือร่วมแรงกันเหมือนครอบครัวอื่นๆ ทว่าก็รู้ดีว่าระหว่างตนและหญิงงามผู้นี้ยังมีกำแพงใหญ่โตอยู่ อีกอย่างนางเพิ่งมาอยู่ที่นี่เพียงวันเดียวเท่านั้น จะให้ไว้ใจพวกเขาเลยก็ใช่ที่
ตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะไว้ใจนางมากขนาดนั้นเสียเมื่อไร แม้จะบอกว่านางเป็เหมือนผู้มีพระคุณ แต่ก็ต้องรู้ไว้ว่าก่อนหน้านี้ฉายาของนางก็คือปีศาจน้อยฉินเชียวนะ นางมารฉินที่สามารถทำร้ายคนได้มากมายตามคำเล่าลือ เช่นนี้จะไม่ให้เขาระแวงได้อย่างไร
กระนั้นหลังจากที่เขาได้เจอนางครั้งแรก เมื่อเทียบกับเมื่อคืนและเช้าวันนี้แล้ว เขาก็รู้สึกว่าตนเองนั้นกลายเป็คนหวั่นไหวง่ายเช่นนี้ได้อย่างไรก็ไม่ทราบได้ แต่รู้สึกว่าอยากจะให้นางกลายเป็คนในครอบครัวเดียวกับตนเองจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่ที่ตบแต่งกันเข้ามาในบ้าน
เอาเถอะ มู่เหิงรู้ดีว่าเื่แบบนี้ต้องใช้เวลา ตัวเขาเองก็ยังไม่พร้อมที่จะดูแลนางได้ดีจริงๆ รอให้ถึงวันที่เขาเพียบพร้อมที่จะกลายเป็สามีของนางจริงๆก่อน ตอนนั้นก็ยังทันการณ์อยู่ อย่างไรนางก็เป็ภรรยาของเขาแล้ว ฐานะนี้จะยังคงอยู่ตลอดไป
“เช่นนั้นก็ให้เด็กๆได้ช่วยเหลือต่อจากนี้เถอะ เ้าควรนั่งพักผ่อนก่อน ที่นี่ควันค่อนข้างเยอะ มันไม่ดีกับเ้า” มู่เหิงบอกกล่าว เขายอมถอยให้ก้าวหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ยอมให้นางทำทุกอย่างด้วยตนเอง
เยว่เฉียนยิ้มบางเบา ถึงตอนนี้จะเข้าไปช่วยเด็กน้อยยกอาหารออกมาก็มีแต่จะเพิ่มความเกรงใจขึ้นมาเท่านั้น นางรู้ดีว่าเมื่อไรควรจะดื้อดึง หรือเมื่อไรควรจะพยักหน้ารับ
หลังบางของคนงามจากไปแล้ว สามพี่น้องก็ลอบมองหน้ากัน ถึงแม้ว่าอาหารตรงหน้าจะน่ากินมาก ทว่าพวกเขาก็รู้สึกเหมือนกับเอาเปรียบสมาชิกใหม่ของบ้านอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ดีกับพวกเราถึงเพียงนี้....” เสี่ยวหลงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้อีก
รู้สึกเพียงว่าที่ตั้งโต๊ะคุยกันก่อนหน้าที่จะไปรับพี่สะใภ้มานั้นผิดไปหมดเลย ตอนแรกพวกเขาคุยกันถึงว่าหากเกิดเื่เช่นนั้นเช่นนี้จะทำอย่างไร มีการจำลองเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมากมาย ทว่าท่าทางของพี่สะใภ้ในตอนนี้กลับไม่อยู่ในเหตุการณ์สมมติเลย มันย่อมทำให้พวกเขานั้นไปต่อไม่ถูก
…………………………………………….