“คริส คุยกับแม่แกหน่อย”
แพทย์หญิงปรารถนาเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นพร้อมโทรศัพท์มือถือในมือขณะที่กฤติยาพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ก่อนยื่นมืออกไปรับโทรศัพท์มือถือจากมือลูกพี่ลูกน้องและยังพ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิท
“คริส ไม่สบายเหรอลูกเห็นเ้าปิงปองบอกว่าสลบคาห้องตรวจ”
กฤติยาเม้มปาก มองบน อย่างที่เธอเดาไม่ผิดปลายสายเป็แม่ของเธอจริงๆด้วย ลูกพี่ลูกน้องตัวดีของเธอคงโทรไปรายงานแน่ๆ
“แค่เป็ลมค่ะแม่ไม่ได้สลบไอ้ปิงปองมันก็เว่อร์ไป”
“แค่อะไรกันเห็นปิงปองบอกว่าเป็ลมมาสองครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่ได้เป็อะไรจริงๆ ค่ะแม่”
“แม่ว่าตรวจดูให้ละเอียดดีกว่านะ”
เสียงผู้เป็มารดาไม่ยอมแพ้ คุณหมอสาวลอบพ่นลมหายใจออกมาเบาๆถ้าไม่พูดความจริง แม่เธอคงเป็กังวลไม่เลิกแน่ๆ
“แม่คะ หนูท้อง”
“ห๊ะ จริงเหรอ?”เสียงหญิงวัยกลางคนร้องอย่างตื่นเต้นมาตามสาย
“ค่ะ 3 สัปดาห์แล้ว”
“โอ๊ย ตายแล้ว แม่ต้องรีบไปบอกยายก่อน เดี่ยวพรุ่งนี้แม่พายายไปหานะไม่ได้เข้าเวร ใช่ไหม?”
“ไม่ได้เข้าค่ะ มาได้เลย”
“โอ๊ย แม่ดีใจจะบ้า แค่นี้ก่อนนะ ไปบอกยายแกก่อน”
กฤติยาส่ายหน้า ยิ้มแห้งๆเธอคิดอยู่นานว่าจะบอกแม่ดีไหมเื่เธอท้องเพราะไม่รู้ว่าทางนั้นจะมีปฏิกิริยายังไงแต่ดูเหมือนตอนนี้เธอจะไม่ต้องห่วงเื่นั้นแล้วเสียงจากปลายสายบ่งบอกว่าแม่ของเธอดีใจขนาดไหน
ดีใจขนาดที่ไม่สนใจจะถามด้วยซ้ำว่าท้องได้ยังไงและใครเป็พ่อเด็ก
ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวก็แบบนี้ ไม่แยแสไม่ให้ความสำคัญกับผู้ชาย
“อมยิ้มแบบนี้ มีอะไรดีๆหรือเปล่าครับ”พยัคฆ์ถามขึ้นเมื่ออีกเห็นหมอสาวนั่งอมยิ้ม ดูท่าทางอารมณ์ดีกว่าปกติ
“พรุ่งนี้แม่กับยายฉันจะมาเยี่ยมค่ะ”
“จริงเหรอครับ!!...แล้วผมต้องทำตัวยังไงทำยังไงดี ถ้าเกิดท่านไม่ชอบผมล่ะ!!”
พยัคฆ์ยิงคำถามรัวๆ คนตัวโตทำท่าทีลุกลี้ลุกลนด้วยความตื่นเต้นเมื่อจู่ๆ ก็จะได้เจอคนในครอบครัวของอีกฝ่าย
“ก็ทำตัวตามปกติเลยค่ะเพราะพวกท่านไม่สนใจคุณหรอก”
*****
กฤติยานั่งชันเข่าบนโซฟา กดรีโมททีวีอย่างเบื่อๆเสียงหัวร่อต่อกระซิกจากในครัวดังมาเป็ระยะๆ ดูเหมือนสามคนนั่นจะเข้ากันได้ดีเป็ปี่เป็ขลุ่ยจนเธอรู้สึกเหมือนหมาหัวเน่าเข้าไปทุกที
“ครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวอะไรเนี่ย!! ทำไมหลงผู้ชายหัวปักหัวปำแบบนี้” เธอนึกค่อนขอดในใจ นึกถึงหน้าแม่กับยายตอนที่ได้เจอพยัคฆ์แล้วหมั่นไส้ชะมัด
“ต๊าย ตาย นี่พ่อของเ้าก้อนเหรอ หล่อจังเลยชื่ออะไรลูก?”
แม่เธอกรี๊ดกร๊าดทันทีที่เห็นชายหนุ่มตัวโตหน้าตาหล่อเหลา คมเข้มในห้องลูกสาว
‘เดี๋ยวๆ แม่ เห็นผู้ชายในห้องลูกสาว แม่ต้องอาละวาดไม่ใช่เหรอมากรี๊ดอะไร’ กฤติยาคิ้วกระตุก
“สวัสดีครับ ชื่อเสือครับคุณแม่”
หมาั์ตอบพลางค้อมตัวทำตัวเล็กตัวน้อยน่าเอ็นดูจนเธอนึกหมั่นใส่ แถมเรียกแม่เธอว่าคุณแม่อีก ใครอนุญาตยะ เดี๋ยวก่อนเดี๋ยวค่อยคิดบัญชีทีหลัง กฤติยานึกหมายมาดในใจ
“อุ๊ย ชื่อน่ากลัวแต่ตัวน่ารักเชียวพ่อคุณ”ยายของเธอก็ไม่ต่างกัน
“ขอบคุณครับคุณยาย”
‘แหน๊ะ!!! ใครยายคุณ’ กฤติยานั่งเคี้ยวลิ้นด้วยความหมั่นเขี้ยวเดี๋ยวก่อนๆ เ้าหมาจิ้งจอกในคราบหมาั์ เดี๋ยวเจอกัน
แต่นั่นแหล่ะ ดูเหมือนว่าแม่กับยายเธอจะหลงร่างลูกหมาั์ของคนตัวโตไปเสียแล้ว
หลังอาหารเย็น เมื่อเก็บล้างจานชามเสร็จ พยัคฆ์ก็ขอปลีกตัวเข้าห้องเพื่อทำงานต่อและ...เพื่อเปิดโอกาสให้3 สาวต่างวัยได้พูดคุยกันได้สะดวกเพราะรู้ดีว่าสถานการณ์แบบนี้มีเื่ให้คนในครอบครัวต้องคุยกันมากมาย
“พ่อเสือเขาก็ไม่เลวนะ หล่อด้วยทำไมไม่เคยพามาให้แม่กับยายรู้จักเลยล่ะ?”
คุณนายลลิลถามลูกสาวพลางยกแก้วชาคาโมมายล์ขึ้นจิบสายตาของผู้มากประสบการณ์เหลือบสำรวจไปทั่วคอนโดของลูกสาวความสะอาดเป็ระเบียบเรียบร้อยก็บอกได้ระดับหนึ่งว่าลูกสาวเธอได้รับการดูแลเป็อย่างดี
เพราะอะไรน่ะเหรอ?
ก็เพราะปกติห้องของกฤติยารกจะตายน่ะสิตู้เย็นที่ปกติเคยมีแต่น้ำเปล่าตอนนี้เต็มไปด้วยผลไม้และของสดพร้อมสำหรับการปรุงอาหาร
“แม่คะ ยายคะ หนูมีอะไรจะบอก”
กฤติยาเม้มปาก ก่อนตัดสินใจเล่าข้อตกลงทุกอย่างระหว่างเธอกับพยัคฆ์ให้แม่และยายฟัง
“อืม แกนี่ไปไกลกว่าฉันกับแม่แกอีกนะเนี่ย”ยายเธอพูดออกมาเมื่อฟังเื่ของเธอจบ
“ยายแกแค่หอบลูกหนีผัว ส่วนฉันผัวชิงตายไปั้แ่ลูกยังเล็กแต่แกมาเหนือถึงขนาดจ้างผู้ชายมาทำลูก กฤติยาเธอมันแน่ เธอมันแน่มาตลอด”
พูดจบคุณนายลลิลก็หัวเราะลั่น
“แม่อ่ะ” คุณหมอสาวค้อนผู้เป็มารดาจนหน้าง้ำ
“ว่าแต่ พ่อเสือเขาคิดเหมือนแกหรือเปล่าดูท่าทางเขาไม่ได้ดูแลแกในฐานะลูกจ้างนะแม่ว่า”
“ก็อย่างที่แม่เข้าใจนั่นแหล่ะค่ะ”
อันที่จริงกฤติยารู้แก่ใจมาตลอดว่าพยัคฆ์รู้สึกยังไงกับเธอแต่เธอไม่อยากจะยอมรับมัน
อย่างน้อยถ้าไม่รับไว้ ก็ไม่ต้องกลัวถ้าวันหนึ่งจะเสียไป
“แล้วแกจะเอายังไงต่อ?”
“ก็ไม่ยังไงค่ะ จบภารกิจก็แยกย้าย”
“พูดง่ายแต่ทำยาก” คำพูดสั้นๆของยายทำให้เอาเธอสะอึก
กฤติยารู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่ยายพูดนั้นจริงที่สุดเธอถึงได้พยายามผลักไสเขาออกไปจากชีวิตให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้การมีเขาเป็ความคุ้นชินในชีวิตของเธอ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ให้ความร่วมมือแถมยังพยายามเข้ามาอยู่ในวงจรชีวิตของเธอใกล้ชิดขึ้นเรื่อยๆ
“แต่หนูกลัว” กฤติยากอดเอวผู้เป็ยาย ซบหน้าลงกับอ้อมอกบอบบางอย่างออดอ้อนเหมือนที่เคยทำั้แ่ยังเล็ก
“ไม่มีอะไรต้องกลัวเลย”มือเหี่ยวย่นลูบศีรษะหลานสาวเบาๆ
“หนูกลัวต้องเสียใจเหมือนแม่กับยาย”
ในที่สุดกฤติยาก็หลุดสิ่งที่หวาดกลัวที่สุดออกมาเมื่ออยู่ในอ้อมกอดที่ปลอดภัยของคนในครอบครัว หญิงสูงวัยทั้งคู่สบตากัน รอยยิ้มน้อยๆระบายอยู่บนใบหน้าเหี่ยวย่นของสองหญิงต่างวัย
ดูเหมือนว่าการใช้ชีวิตแบบโลดโผนของทั้งคู่จะทำให้เกิดแผลในใจเ้าเด็กน้อยคนนี้สินะ
“ความรักน่ะ ต่อให้วันหนึ่งมันต้องจบลง แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันไม่เคยมีอยู่จริงนะคริส”
คุณนายลลิลพูดอย่างผู้ผ่านประสบการณ์มาก่อน
“แต่ถ้าไม่เริ่ม มันก็ไม่ต้องจบและก็ไม่ต้องเสียใจใช่ไหมคะแม่?”
“มันก็จริง แต่แทนที่จะกังวลเื่ที่ยังไม่เกิดเราใช้เวลาตักตวงความสุขในปัจจุบันไม่ดีกว่าเหรอลูก ต่อให้สุดท้ายมันจะจบลงแต่มันก็เคยเกิดขึ้นจริงและตอนนั้นเราก็มีความสุขจริงๆ”
////////
พยัคฆ์นั่งนิ่งงันอยู่ที่โต๊ะทำงานแม่และยายของกฤติยากลับไปแล้วแต่บทสนทนาของผู้หญิงทั้งสามยังสะท้อนก้องอยู่ในหัว ตอนนี้เขาก็ได้รู้แล้วว่าที่อีกคนพยายามผลักไสเขาทุกครั้งที่มีโอกาสไม่ใช่เพราะรังเกียจ
เธอแค่กลัว
กลัว ว่าจะคุ้นชินกับเขาและสิ่งที่เขาทำให้...กลัวที่จะต้องเสียใจถ้าวันหนึ่งจะต้องเสียสิ่งที่คุ้นชินไป
กำแพงในใจของอีกฝ่ายปีนข้ามไปไม่ง่ายเลย เพราะสิ่งที่กฤติยารับรู้ผ่านประสบการณ์ของแม่และยายถึง2 ชั่วอายุคน มันฝังรากลึกจนไม่น่าจะมีอะไรมาลบล้างความกลัวนี้ได้ง่ายๆ
เขาควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้?
------
แจ้งข่าว E-Book หมอคริสกับเ้าหมาั์มาแล้วนะคะ วางขายใน MEB โปรเปิดตัวราคาเบาๆ เพียง 89 บาทเต็มอิ่ม 20 ตอนพร้อมตอนพิเศษ 2 ตอนทั้งหมด 22 ตอน จัดหนัก แซบๆ เกือบทุกตอนอ่านรวดเดียวจบไม่ต้องรอ อย่าลืมไปอุดหนุนกันนะคะ ค้นหาชื่อ พ่อพันธุ์ มันส์ ดุ ในแอป MEB ได้เลยจ้า