ผ่านวันข้ามคืน ผ่านคืนสู่วันใหม่ ตอนนี้คือเวลา 19.30 น.ของประเทศไทย 2ร่าง 1หญิง1ชายยืนคุยกันอยู่ที่หน้าโรงแรมสถานที่จัดงานอย่างซีเรียส เพราะท่านหญิงคนงามจะไม่ยอมเข้าไปเมื่อรู้ว่า ลูกเลี้ยงท่านพ่อก็มางานนี้อีกคน
“อย่ายอมแพ้สิ แกลงทุนนั่งแต่หน้าแต่งตัวมาสองชั่วโมงแล้วจะมายอมแพ้ยายน้องเลี้ยงของแกแบบนี้เนี้ยนะยายท่านหญิง สติๆแก ท่านหญิงที่มั่นหน้ามั่นโหนกคนเก่าหายไปไหน ทำไมตอนนี้กลายเป็คนขี้กลัวแบบนี้”
“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันไม่ได้กลัว แต่ฉันไม่อยากเจอในงานสังคมแบบนี้ แค่เจออยู่ที่วังก็เอียนพอแล้ว”
“ไม่อยากปั้นหน้าคุยดีกับเขาว่างั้น อย่าซีค่ะหญิงแค่แกเป็ตัวของตัวเองก็พอ”
เมื่อสิติกลับคืนมาตามคำพูดของเรนนี่ ท่านหญิงห็สูดหายใจเข้าปอดจนเต็มแล้วเชิดหน้าควงแขนเรนเดินเข้าโรงแรมไป เมื่อมาถึงชั้นที่จัดงาน เดินยังไม่ถึงหน้าประตูก็เห็นนักข่าวเต็มไปหมด
“งานใหญ่เหมือนกันนะเนี้ยเรนนี่ นักข่าวเต็มเลย”
“ยิ้มค่ะ ท่านหญิงยิ้ม”
เรนนี่ฉีกยิ้มแล้วกัดฟันพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน เมื่อมีนักข่าว สองสามคนหันมาเจอพวกเธอที่เดินควงแขนกันเข้ามา
“ ขอสัมภาษณ์หน่อยค่ะ”
ฉันกับเรนนี่เดินเข้าไปยังจุดตรงกลางที่พี่นักข่าวแวกทางให้เดินเข้าไป เมื่อหันหน้ามาเท่านั้น ไมค์นักสิบจอเข้ามาแล้วพากันแย่งถามกันจนคนถูกถามอย่างฉันกับเรนนี่ต้องงงไม่รู้จะตอบคำถามใครดี
“ทีละคำถามครับ”
"งานนี้เป็การเปิดตัวแฟนรึป่าวคะ คุณวัตสัน”
“ไม่หรอกครับ นี่ท่านหญิงฟ้าเพื่อนสนิทผมเองครับ”
“ใช่ท่านหญิงฟ้า ธิดาของท่านชายวุฒิมั้ยครับ”
“ใช่ค่ะ”
เสียงฮือฮาดังขึ้น ก็คงจะแปลกใจนั้นแหละเพราะฉันก็พึ่งจะออกงานครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้ออกมานานั้แ่่หม่อมแม่ยังอยู่และก็เพราะต้องไปอยู่ที่ต่างประเทศจึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก นักข่าวคนนี้ก็เก่งนะเนี้ยที่รู้จักชื่อฉัน
“ท่านหญิงฟ้าเป็หุ่นส่วนอีกคนของ ฤวัต ครับแล้วก็พึ่งมาจากฝรั่งเศสผมกลัวเบื่อเลยพามาด้วย”
ทุกคนต่างพยักหน้าและถามนู้นนี่นั้นตามประสานักข่าวที่อยากได้ข่าวไปลงเขียนของบริษัทตัวเอง เพิ่มยอดขายและข่าวนี้ก็คงจะได้ยอดคนอ่านดีหน่อยเพราะเหมือนกับเป็การกลบข่าวเื่เกย์ของเรนนี่พี่พึ่งดังไปเมื่อไม่นาน
ครอบครัวคำเพชรบูรณ์มาแล้ว
มีเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างดังคาดว่าจะเป็เสียงนักข่าวนั้นแหละที่ะโขึ้นมา จึงทำให้ท่านหญิงกับเรนนี่หลุดออกจากวงนักข่าวอย่างดีใจ แต่ก็ทำให้หนุ่มทั้งสามที่เดินเข้ามาใหม่เซ็งไปตามๆกัน โดยเฉพาะคนที่ผิวเข้มร่างใหญ่กว่าอีกสองทำหน้าเบื่อโลกได้อย่างชัดเจน
“แก นั้นคุณสิงห์ ผัวในอนาคตของฉันมาแล้ว”
“น้อยๆหน่อยกระเทย ไม่เห็นหล่อเลย เราไปข้างในกัน”
“แกเอาตาที่ไหนดูยายท่านหญิง นั้นนะหล่อกว่าพระเอกในละครอีกนะยะ”
“เก็บอาการหน่อย”
เมื่อท่านหญิงพูดเตื่อนสติ อาการที่เผลอทำจริตก็กลับมาในมาดคุณชายลูกของนายกรัฐมนตรีทันที สาเหตุที่เรนนี่แสดงตัวแบบนี้เพราะตนนั้นยังไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเพราะพ่อตนที่เป็ถึงรัฐมนตรีจะเสียหน้าได้ จึงเก็บความรู้สึกตัวตนของตัวเองเงียบๆ เผื่อสักวันหนึ่งที่ครอบครัวรับได้จะได้พาแฟนเกย์ที่เป็นักธุรกิจพันล้านประเทศฝรั่งเศสที่คบมานานไปเปิดตัวอย่างเป็ทางการ
ตัดมาอีกด้านหนึ่งที่บัดนี้มีกองทัพนักข่าวรุมอยู่ด้วยความกระหาย สามหนุ่มสามสไตล์ ตอบคำถามนักข่าวได้อย่างรื่นไหล จะมีบ้างบางคนที่ออกจะไปทางเงียบมากกว่าถ้านักข่าวไม่ถาม จะไม่เอ็นเนอร์จี้เหมือนน้องทั้งสองคนที่จะออกแนวยิ้มแย้มชอบพูดคุย
“คุณนายเมจิกาอาการเป็ยังไงบ้างคะ”
“ม๊าอาการดีขึ้นแล้วครับไม่มีอะไรหน้าเป็ห่วงตอนนี้พี่วีนัสดูแลอยู่”
“คุณวีนัสก็มาประเทศไทยหรอคะ”
“บินมาั้แ่วินาทีแรกที่รู้ข่าวแล้วครับ ”
“แล้วคุณเสือ่นี้เป็ยังไงบ้างคะ ได้ข่าวว่าร่วมหุ่นกับเพื่อนเปิดกาสิโน”
“ตามนั้นครับ แต่ตอนนี้ยังไม่เป็รูปเป็ร่างดี ยังต้องไปปรึกษาเจ๊ก วินอีกเยอะ”
“คุณเสือได้เห็นข่าวที่คุณเจนนี่ให้สัมภาษณ์มั้ยคะ ว่าเธอกับคุณกำลังคบกัน ”
“ไม่จริงหรอกครับ ผมกับเธอเราเป็เพื่อนสนิทกันเท่านั้น”
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้งเมื่อเสือหนุ่มแห่งคำเพชรบูรณ์ปฏิเสธสาวอย่างไม่ไว้หน้า สร้างความให้นักข่าวเบนความสนใจไปหาสองหนุ่มที่เหลือทันทีที่จับรัศมีความตึงเครียดของเสือหนุ่มได้ เพราะทุกคนรู้ดี จะเล่นกับใครก็ได้แต่ไม่ใช่สามหนุ่มคำเพชรบูรณ์
“ได้ข่าวว่าคุณสิงห์พาสาวไปทานข้าวที่ริมทะเลพัทยาจริงมั้ยค่ะ”
“ผมชอบูเาครับไม่ได้ชอบทะเล”
“เออ…น้องภูผาตอนนี้เป็ยังไงบ้างคะ ได้ข่าวว่าพึ่งชนะงานแข่งรถที่บุรีรัมย์”
“ครับพึ่งลงแข่งจริงๆครั้งแรก"
“แล้วข่าวที่นางแบบให้สัมภาษณ์ว่ามีหนุ่มบนเขาตะกลูใหญ่ซื้อรถหรูให้นี่ใช่คุณสิงห์มั้ยครับ”
“คงไม่ใช่ผมหรอกครับอาจจะเป็คนอื่น พวกเราขอตัวก่อนนะครับจะได้เวลางานแล้ว”
สามหนุ่มถอนหายใจโล่งอกที่ออกมาจากจุดนั้นได้ จุดที่ใครหลายคนอยากยืนอยู่ตรงนั้นท่ามกลางไมค์นับสิบที่จอเข้ามาสอบถาม แต่ไม่ใช่กับพวกตนแน่นอน
เมื่องานเปิดตัวทองคอลเลคชั่นใหม่คุณนายเสร็จลุร่วงไปด้วยดีในการทำงานคุมงานของทั้งสามที่ทำแทนคุณนายที่ยังนอนเจ็บอยู่โรงพยาบาลก็ได้เวลาปาร์ตี้ที่บุตรชายเ้าของงานจัดขึ้นในหมู่วัยรุ่นที่สมัครใจไปกระทันหัน ซึ่งบุคคลที่ถูกเชิญก็ไม่พ้นท่านหญิงและเรนนี่ที่ได้รับอภิสิทธิ์นั่งในโต๊ะโซนวีไอพี
“ชะนี ดื่มหน่อยอย่านั่งเซ็งแบบนั้น”
“ก็ฉันไม่ชอบที่แบบนี้แกก็รู้นี่”
“เอาหน่า นานๆทีเผื่อเื่ทุกข์ใจที่มันมีจะได้เบาลง”
หญิงทำหน้าครุ่นคิด แล้วยื่นมือไปรับแก้วไวน์ที่มีน้ำสีพั้นซ์กรอกปากลงคอรวดเดียวหมดแก้วเพราะเชื่อว่าเื่ทุกข์ที่มันอยู่ในใจจะหายไปอย่างคำพูดเพื่อน
“ว๊ายหญิง!! แกจะกินแบบนี้ไม่ได้ 4 แก้วแล้วนะที่แกกระดกไป”
“ม่ายยยย ฉานนนจาาาดืมต่อ เอามานี่!”
แก้วที่ 5กระดกรวดเดียวหมดไม่เหลือสักหยด เพื่อนชายใจหญิงทำได้แต่อ้าปากมองตาปริบๆในเมื่อห้ามเพื่อนไม่ได้ และก็พึ่งจะเคยเห็นเพื่อนในโหมดนี้ ปกติเพื่อนหญิงจะวางตัวสูงไม่เคยทำตัวเป็ลำยองแบบนี้เลย อะไรหว่าไอ้เราก็ยื่นแก้วเหล้าให้คิดว่าจะจิบๆตามสถานการณ์ของคนที่อยู่ในผับ
ต้องเดือดร้อนฉันอุ้มไปอีก เรนนี่คิดในใจแล้วอุ้มร่างที่ไร้สติของเพื่อนไปยังอีกส่วนของโรงแรมที่สามารถเปิดห้องพักสักห้องได้
“เออ..ตอนนี้ห้องเต็มค่ะ เหลือแค่ห้องชั้นบนอีกห้องที่ว่างคะ”
“งั้นเอาห้องนั้นครับ”
เมื่อได้ที่นอนให้เพื่อนสาวก็โล่งใจ เพราะถ้ามันไม่มีห้องว่างตนคงต้องพาเพื่อนกลับบ้านและพลาดที่เจอหนุ่มถูกใจที่พึ่งคุยกัน แต่ก็แค่ดื่มและคุยอะนะ เพราะตนก็มีแฟนอยู่แล้วที่ฝรั่งเศส งานนี้เอาแค่หอมปากหอมคอพอให้ร่างกายมันกระชุ่มกระชวยพอ
นอนอยู่นี่ก่อนนะยะท่านหญิง บอกเพื่อนสาวเบาๆแล้วตนก็ล๊อกห้องเดินออกมา ปล่อยท่านหญิงผู้ที่เมามายไม่ได้สตินอนแช่แอร์อยู่ในห้องพักสุดหรูที่เรนนี่ยอมควักกระเป๋าเพื่อเปิดห้องราคาแสนแพงนี้ ห้องอะไรว่ะคืนละเกือบแสน ถ้าไม่ใช่ยายท่านหญิงนี่เขาคงขับรถเอาทิ้งไว้ม่านรูดแถวนี้สักที่แล้ว
“อุ้ยขอโทษครับ”
“ไม่เป็ไรครับ”
กริ๊ส!!เรนนี่กริ๊สอยู่ในใจ นั้นมันสิงห์หนุ่มนิ อ๊าย!! เหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อเรนนี่ชนเข้ากับสิงห์หนุ่ม คำเพชรบูรณ์ที่หน้าลิฟท์ทำให้ข้าวของที่ทั้งคู่ถือมาตกลงพื้นพร้อมกัน ทำให้เรนนี่ที่แอบปลิ้มสติแตก รนจนหยิบของไม่ดูแล้วเดินออกไป ทำให้สิงห์หนุ่มที่ใบหน้าเงียบครึมก้มลงหยิบของตนอย่างหัวเสียและไม่รู้เหมือนกันว่าที่จับมาคือไม่ใช่ของของตน