บทที่5
ลอบสังหาร
“ตาย!” เสียงคำรามของหยางไห่ดังก้องกังวานร่างสูงใหญ่พุ่งตัวเข้าหาเซี่ยอันอวี่ด้วยความเร็วราวกับสายลมกรรโชก ระยะสิบก้าว...ถูกลดลงเหลือเพียงก้าวเดียวในพริบตาเดียว
การเคลื่อนไหวของเขานั้นรวดเร็วเกินกว่าปุถุชนจะมองตามได้ทันเพราะเขาคือ ผู้ฝึกพลัง
เซี่ยอันอวี่ไม่มีทางหนีไม่มีทางป้องกัน สัญชาตญาณบอกกับนางชัดเจนว่า นี่คือวินาทีแห่งความตาย
หัวใจบีบแน่น นางก้าวถอยหลังอย่างสิ้นหวังหลับตาลงแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะมองภาพตรงหน้า ในหัวมีแต่เสียงโอดครวญดังก้อง
...ก่อนหน้านี้ยังนั่งสบายๆ อยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิพอเหมาะตอนนี้กลับต้องมาตายในร่างกายของหญิงสาวในโลกที่ไม่รู้จักถูกเนรเทศมายังแดนกันดารไร้ผู้คน และสุดท้าย ถูกคนที่ควรเป็ฝ่ายตนเองแทงจากด้านหน้า!
ชีวิตบัดซบแบบนี้...ทำไมนางต้องเป็คนรับไว้ด้วยล่ะ!
แต่แล้ว
ตุ๊บ!
เสียงกระแทกหนัก ๆดังขึ้นอย่างชัดเจน
...ความเ็ปที่ควรจะแล่นขึ้นมาจากร่างกายกลับไม่มี
เซี่ยอันอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ “เอ๋...ยังไม่ตาย?”
นางพึมพำออกมาเบา ๆอย่างไม่อยากเชื่อ
ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้นางต้องอ้าปากค้าง
ร่างของหยางไห่ ชายผู้ฝึกพลังกำลังนอนแน่นิ่งอยู่ไกลออกไปนอกแนวรั้วไม้ของเรือนอย่างน่าเหลือเชื่อชุดเกราะของเขาแตกกระจายบางส่วน ท่าทางราวกับถูกแรงอันรุนแรงซัดกระเด็นออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
นั่นมันอะไรกัน... ชายที่มีพลังเหนือกว่าคนทั่วไปถูกผลักออกไปราวกับเศษใบไม้...ในขณะที่นางไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง
เซี่ยอันอวี่ก้มมองข้อมือของตนเองกำไลหยกที่นางสวมอยู่ สงบนิ่งราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ในใจของนางกลับรู้ดี…
“เป็...เ้าอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดของนางเบาแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นะเืภายในใจ ในขณะนั้นเองแสงจากเม็ดหยกสีเขียวบนกำไลสว่างวาบขึ้นอย่างกะทันหัน ประกายแสงสีมรกตกระพริบสั้นๆ เพียงครั้งเดียว...คล้ายการตอบรับเงียบ ๆ
ที่แท้แล้ว...ใน่จังหวะเฉียดตายเมื่อครู่ตอนที่หยางไห่พุ่งเข้ามาพร้อมมีดสั้นความตายแทบจะประชิดตัวเซี่ยอันอวี่เพียงแค่ลมหายใจเดียว
หากเป็เพียงหญิงสาวธรรมดานางคงจบชีวิตลงตรงนั้นแล้ว
แต่ทว่า...ในเสี้ยววินาทีนั้นเองกำไลหยกบนข้อมือของนางกลับส่องแสงขึ้นอย่างรุนแรง
แสงสีเขียวเข้มเปล่งประกายออกมาแล้วควบแน่นกลายเป็โล่โปร่งแสงที่ก่อตัวขึ้นกลางอากาศรัศมีของมันคล้ายพลังจากธรรมชาติอันโบราณ สงบนิ่ง แต่เปี่ยมอำนาจ
ปัง!
เสียงกระแทกดังสนั่นโล่พลังสีเขียวพุ่งชนร่างของหยางไห่เข้าเต็มแรง ร่างใหญ่ของเขากระเด็นปลิวออกไปนอกอาณาเขตของเรือนไม้ดั่งเศษใบไม้ต้องพายุ
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเสียจนไม่มีใครทันได้ขยับ
เสียงะโหนึ่งดังขึ้นทันทีจากทหารผู้เฝ้าบริเวณใกล้ที่สุด “มีคนลอบสังหาร!”
และยังไม่ทันที่เสียงนั้นจะจางลงเงาร่างหลายสายก็ปรากฏขึ้นบนแนวหลังคารอบเรือนในทันทีพวกเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับอสรพิษกลางพายุ คือหน่วยคุ้มกันชั้นในของแม่ทัพ
เสียงฝีเท้าดังลงจากหลังคา ฟึ่บ!ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ทหารในชุดเกราะเบา กระโจนลงจากที่สูงพุ่งเข้าหาเป้าหมายทันที
“จับตัวมันไว้!”เสียงะโสั่งเฉียบขาดดังขึ้นอีกครั้ง
ทันทีที่ร่างของหยางไห่ซึ่งล้มแน่นิ่งกับพื้นพยายามจะขยับตัวขึ้นมาทหารสองนายพุ่งเข้าล็อกแขนจากด้านหลัง อีกคนเข้าประชิดด้านข้างมือข้างหนึ่งดึงอาวุธออกมาอย่างไม่ลังเล
“อย่าขยับ!” ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียดและระแวดระวังถึงขีดสุด
หยางไห่ยังมีแรงดิ้นเล็กน้อยแต่ก็ถูกควบคุมตัวได้ในทันที มือทั้งสองถูกจับไขว้หลังมัดด้วยเชือกพลังพิเศษที่มีลวดลายอาคมจารึกอยู่จาง ๆเพื่อป้องกันการใช้พลังฝืนหลุด
เสียงการเคลื่อนไหวรวดเร็วและคำสั่งรัวๆ ของเหล่าทหารยังดังก้องอยู่รอบบริเวณ
ขณะที่กลางความวุ่นวายนั้น...เซี่ยอันอวี่ ผู้ที่เพิ่งหลุดพ้นจากความตายเพียงเสี้ยววินาที—ยืนอยู่ตรงจุดเดิม
หรือจะให้ถูกต้องกว่านั้น…
นาง “ทรุดตัวลง” อย่างหมดแรง ร่างบางแทบทรุดกับพื้นอย่างสิ้นเรี่ยวแรง เข่าแตะพื้นไหล่สั่นเล็กน้อย
ดวงตาเบิกค้าง ริมฝีปากขยับเบา ๆ แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแ่แต่เปี่ยมด้วยความปลงตก
“นี่มัน...เื่อะไรอีกเนี่ย…”
เซี่ยอันอวี่นั่งหมดแรงอยู่ตรงบันไดไม้หน้าจวนเ้าเมืองใบหน้าเปื้อนฝุ่นและคราบเหงื่อ ดวงตาไร้ประกายแหงนมองฟ้าอย่างอ่อนล้า
ริมฝีปากของนางขยับช้า ๆพึมพำราวกับกำลังคุยกับตนเอง
“ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว...”
เสียงนั้นแ่เบาแต่เปี่ยมด้วยแรงกดดันที่อัดแน่นอยู่ภายใน
“เริ่มจากทะลุมิติมาโผล่ที่นี่...”
“จากนั้นก็รู้ว่าตัวเองถูกเนรเทศ...”
“แล้วก็เจอกับกำไลประหลาดที่มีภูติจิ๋วชื่อมู่ซานโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้...”
“ยังไม่พอ...ตอนนี้ยังโดนลอบสังหารอีก!”
เสียงพึมพำนั้นขาดห้วงเพียงครู่ก่อนจะตามมาด้วยคำสุดท้ายที่หลุดออกมาพร้อมกับลมหายใจที่เหมือนจะหมดใจ
“ฉันตายไปเลยยังจะดีกว่า...”
นางนั่งนิ่งราวกับถูกลมหายใจของตนเองปลิดพลังทั้งหมดไปในคราเดียวเื่ราวมากมายประเดประดังเข้ามาภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามต่อให้เป็คนที่จิตใจแข็งแกร่งเพียงใด...ก็อาจจะไม่อาจรับมือได้
เซี่ยอันอวี่เหม่อมองไปยังร่างของหยางไห่ที่ถูกทหารลากตัวออกไปพวกเขาจัดการทุกอย่างได้อย่างรวดเร็วและเฉียบขาด การจับกุมเป็ไปอย่างไม่ลังเลแม้จะเป็ผู้ฝึกพลังระดับหนึ่งก็ไม่อาจต้านทานการเข้าจู่โจมพร้อมกันหลายทิศทางเช่นนั้นได้
ในเวลาอันสั้นความวุ่นวายก็ถูกสยบลงจนหมดสิ้น
บริเวณโดยรอบเรือนไม้ซึ่งเป็จวนเ้าเมืองประจำดินแดนกันดารแห่งนี้ขณะนี้ถูกล้อมไว้ด้วยทหารติดอาวุธหลายสิบคน กระจายกำลังเฝ้าระวังแ่าทุกคนเคลื่อนไหวด้วยความระมัดระวังและมีกฎระเบียบ สายตาหลายคู่จับจ้องโดยรอบคอยสังเกตสิ่งผิดปกติ แม้กระทั่งลมพัดแรงผิดธรรมดาก็อาจเรียกเสียงเตือน
เพราะผู้ที่อยู่ภายใน คือ ฮูหยินของแม่ทัพประจำดินแดน
...ผู้ที่เกือบจะสิ้นชีวิตต่อหน้าต่อตาทหารทั้งหมด
ขณะเดียวกันเซี่ยอันอวี่ยังคงนั่งอยู่ตรงเดิม เงียบงัน ร่างกายเอนพิงเสาไม้เก่าด้านข้างสายตาเหม่อมองพื้นดินที่แตกระแหงใต้ฝ่าเท้า
ไม่มีแรงจะขยับ ไม่มีอารมณ์จะพูดมีเพียงความรู้สึกเดียวที่ค้างคาอยู่ในอก…
“นี่มันอะไรกันแน่…”