Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

สงครามตะวันจันทรา:ไดอาโบแผลงฤทธิ์

        องค์รามสีหน้าบูดเบี้ยว   จริงจัง 

        เคยได้ยินแต่ข่าวลือแบบปากต่อปากว่าศาสตรามารของศิลานั้นร้ายกาจ   แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะร้ายถึงเพียงนี้   มิหนำซ้ำ  เหตุใดทำไม?   ไดอาโบถึงได้มีศาสตรามารสามชิ้นนั้นได้   ไม่ว่าจะดูยังไงนั่นมันก็ศาสตราของบัลลังก์สูงสุดไม่ผิดแน่     อาวุธที่ถูกขนานนามว่า   ศาสตราครองสามภพ

        “อ่าวๆ”  ไดอาโบยิ้มยียวนกวนประสาท  “เป็นอะไรไปล่ะท่าน  สีหน้าบอกบุญไม่รับเลย  หรือว่ากลัว?”

        ชายผิวกายสีเขียวกัดฟัน   มือกระชับหอก    มีสามใบมีดแหลมคมโครงหอกเป็นกงจักร  “ไดอาโบ    นั่นเลอะอาวุธที่เจ้าภาคภูมิใจ  ไม่ยักรู้ว่าเจ้าภูมิใจกับอะไรที่เรียนแบบเขามาด้วย  ช่างไร้ศักดิ์ศรี  หอกจตุรศาสตราของข้ายังไม่ได้สำเดช  เพราะงั้นอย่าพึ่งทระนงตนไป”

        “ข้าว่า   ท่านมีดีอะไรก็รีบๆโชว์ออกมาก่อนจะไม่มีโอกาสได้ปล่อยของ”  

        “ข้าจะไม่ถามว่าเหตุใดเจ้าถึงมีอาวุธของบัลลังก์สูงสุด   และข้าก็คิดว่าศาสตราของเจ้าคงไม่ได้ร้ายกาจอะไรมากมาย  เพราะนั่นเป็นเพียงของทำเหมือนเท่านั้น”

        “เฮอะ..”  ไดอาโบหัวเราะในลำคอยิ้มมุมปาก   “ของทำเหมือน?   แล้วแต่จะคิด  ไม่ว่ายังไงก็สามารถสังหารท่านได้”  คลื่นพลังสีทองแผ่ออกจากไดอาโบกลายเป็นโดมขนาดใหญ่  “ห้วงเวลามหาเทพสงคราม”

        ผลของห้วงเวลามหาเทพสงครามไม่แตกต่างจากห้วงเวลาแห่งศิลามากนัก  ต่างกันตรงที่ห้วงเวลามหาเทพสงครามไม่ได้ลดพลังของคู่ต่อสู้ลง  หากแต่เพิ่มพลังและความเร็วให้ไดอาโบ 100% ต่อศัตรู 1 คน  การโจมตีระดับต่ำกว่าเทพสงครามจะไร้ผลโดยสิ้นเชิง  

        ไดอาโบแสยะยิ้มครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาศัตรูตรงหน้าดุจลูกธนูกระสุนปืน  สองมือยืนมาข้างหน้าไขว้โศกา  อาศัลย์เป็นรูปตัวเอ็กซ์และฟันใส่อากาศ   รังสีดาบแหลมคมกากะบาตพุ่งตรงเข้าโจมตีองค์รามอย่างดุร้าย

        หอกจตุรศาสตราขยับวูบ  โค้งงอกลายเป็นคันธนูคลื่นพลังสีเขียววิ่งจากปลายหอกเชื่อมอีกด้านกลายเป็นสายธนู  องค์รามอยู่ในท่าเตรียมแผลงศร  “นาคาวายุ”  

        ฟิ้ววว   แฟกกก..    พญานาคธาตุลมตัวขนาดมหึมาพุ่งทยานแหวกอากาศออ้าปากกว้างงับการโจมตีของไดอาโบก่อนจะม้วนหางฟาดใส่ศัตรูอย่างจัง

        ปึก..  อั๊ก   ไดอาโบยกแขนขึ้นต้านรับไว้ได้ทันทว่าพลังธาตุลมที่แฝงมาวิ่งแล่นเข้าภายในร่างกายบ่นทำลายจากภายในจนเขากระอักเลือด    หางพญานาคยังคงปะทะต้านทานกับแขนของไดอาโบชนิดไม่มีใครยอมใคร  ทว่าตอนนั้นเองทั้งหมดต้องอ้าปากค้างไม่อยากเชื่อเมื่อไดอาโบตวาดเสียงดังลั่นใช้เวทมนต์บทหนึ่งออกมา

        “กำแพงแห่งสูญ  กลืนกิน”  วูบ...

        พญานาคหายไปราวกับไม่เคยมี

        องค์รามหยุดหายใจชั่วขณะ  ตาแข็งเบิกกว้าง  พูดด้วยท่าทางตกใจตกตลึง   “มะ...ไม่จริง   แม้แต่อนันตกาลเจ้าก็สามารถใช้ได้?  เรื่องแบบนี้มัน?”

        “ใช่  ข้าสามารถใช้ได้   ไม่ซิ  ต้องบอกว่าอะไรที่ศิลาทำได้  ข้าสามารถทำได้ทั้งหมด  พลังศิลาก็คือพลังของข้า  พลังของข้าก็คือของข้า   เพราะอะไรน่ะเหรอ  เพราะข้าเป็นส่วนหนึ่งของเจ้านั่นยังไงล่ะ  ใช่  ข้าเกิดมาจากบัลลังก์สูงสุด  เหตุใดข้าจะใช้ไม่ได้”

        !!...?   “กะ...เกิดมาจากบัลลังก์สูงสุด  ศิลา   เป็นไปได้ยังไง?”

        “แต่มันเป็นไปแล้วจะให้ทำไง”  ไดอาโบกวนประสาทไม่เลิก  “หากท่านไม่สามารถเอาชนะศิลาได้  ก็อย่าหวังเรื่องการเอาชนะข้า   เพราะข้าเปรียบเสมือนเจ้านั่น  ทีนี้ท่านพอจะเข้าใจถึงความต่างชั้นของเราหรือยัง”

        องค์รามกัดฟันแน่น   มือกำหมัดสั่นระริก      อย่างที่เจ้านั่นพูด      เอาตรงๆแม้แต่เขาที่เป็นร่างอวตารของเทพนารายณ์   การจะต่อสู้กับศิลาแบบหนึ่งต่อหนึ่งแล้วเอาชนะยอมรับเลยว่ายากลำบาก  โอกาสชนะมีไม่ถึง 30% ด้วยซ้ำ   แล้วใครมันจะไปคิดว่าไดอาโบเกิดมาจากศิลา  

        ศิลาอึ้งตกใจในเสี้ยววินาทีกับสิ่งที่ไดอาโบทำ  แต่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรมากมาย   ไม่ใช่อะไรที่เกิดความคาดหมาย  แม้จะเป็นพลังแห่งการสูญสลายเหมือนกันกับที่เขาเคยครอบครองทว่าหากสัมผัสให้ดีจะพบว่าคลื่นกระแสพลังเวทมนต์ที่แผ่ออกมาต่างกัน     ให้ถูกคืออนันตกาลแห่งสูญของไดอาโบไม่ได้เป็นการลบล้าง  หากแต่เป็นการดึงทุกสิ่งไปยังอีกมิติหนึ่งที่ว่างเปล่าหรือก็คือการย้ายทุกสิ่งอย่างไปอยู่ในมิติพิศวงที่ไม่ทางออกไม่มีที่สิ้นสุด   แต่ก็ไม่ต่างอะไรมากในเมื่อถูกย้ายไปมิติอื่นก็หมายความว่าไม่มีอยู่ในโลกนี้แล้วก็คล้ายกับลบหายไปจากโลกนี้อยู่ดี   มิติพิศวงหรืออีกชื่อคือ  มิติไปไม่กลับไร้สิ้นสุด

        องค์รามยิ้มเหี้ยม   แววตาฉายแสงสีเงินงวง   เขารู้ถึงจุดอ่อนของไดอาโบแล้ว  ในเมื่อมันเกิดมาจากศิลาย่อมต้องมีจุดอ่อนเหมือนกัน  ศิลาดูเหมือนเป็นคนที่สมบูรณ์แบบอัจฉริยะ  แต่ที่จริงเขาไม่ใช่อัจฉริยะทั้งหมดที่ได้มาล้วนมาจากความมุ่งมานะทั้งนั้น   และศิลาก็มีจุดอ่อน  นั่นคือไม่ถนัดการใช้พลังธาตุโดยตรง  ไม่ซิ  ให้ถูกคือเขาไม่ถนัดการใช้ลมปราณ  พลังธาตุ  และพลังจิตเลยด้วย  อ้างอิงจากการต่อสู้ที่ผ่านมาทั้งหมดเขามักจะใช้แต่เวทมนต์   ทั้งที่ตนเองมีถึงเจ็ดธาตุแท้ๆ  รวมถึงปราณที่ได้สืบทอดมาจากเซเซส  สามีของดิมิเทอร์หรืออีกนัยย์เทพแห่งการสร้าง  ตัวตนที่วิวัฒนาการจากมนุษย์เป็นเทพอสูรและกลายเป็นเทพสวรรค์แห่งการสร้าง    มีปราณในการสร้างสรรค์แต่ศิลากลับแทบไม่เคยใช้คิดได้อย่างเดียวคือเขาไม่ถนัด

        ชายหนุ่มหน้าคมหล่อเหลากายสีเขียวเปลี่ยนท้วงท่าขยับหอกในมือวูบฟันขวับๆออกหกครั้งติด   คลื่นลมแหลมคมผสานสายฟ้าสีส้มแล่นผ่าบ้าคลั่งจู่โจมไดอาโบระยะประชิด  อีกไม่ถึงสองวาจะบรรลุถึงตัวมหาเทพสงคราม

        “จันทร์เสี้ยว  กลืนกิน”  ฟ้าววว...    รังสีดาบรูปจันทร์พุ่งพรวดฉีกอากาศปะทะการโจมตีก่อนพลังทั้งสองจะหายวับไป   ไดอาโบวิ่งเหยีบบอากาศคล้ายนินจา   วนรอบรอบองค์ราม   เห็นเช่นนั้นองค์รามก็ไม่อยู่เฉย  ไขว้หอกไว้ด้านหลังวิ่งหาช่องว่างชิ่งจู่โจมตีศัตรู

        “ครุฑฟ้าประหารเทพ”  องค์รามคำรามกึกก้อง   ฟันหอกจากบนลงล่างเกิดเป็นพญาครุฑสองตนบินโจมตีไดอาโบ  

        ไดอาโบตวัดดาบหมายจะต้านรับทว่าเขาต้องเบิกตาตลึง   นั่นไม่ใช่เพลิงธรรมดา  พลังธาตุ?   และยังแฝงธาตุแสงมาอีก  

        ชายหนุ่มวิ่งตรงเข้าหาพญาครุฑทั้งสองอย่างบ้าบิ่น  เสี้ยววินาทีก่อนจะปะทะกัน  ไดอาโบพลันเปลี่ยนท่าร่างกระโดดหมุนตัวลอดช่องกึ่งกางระหว่างครุฑทั้งสองมาได้อย่างงดงามพร้อมกับดีดเท้าใส่อากาศอีกครา  ก่อนจะกระโดดโถมเข้าหาองค์ราม  ดาบและกริชในมือยกสูงเหนือหัวฟันอย่างไร้ปราณี

        เปรี้ยง..  เช้ง..

        องค์รามกางแขนใช้ด้ามหอกรับไว้ได้อย่างไม่ยากเย็นก่อนจะตวัดและหมุมตัวฟันส่วนกลับจากขวาไปซ้าย   ไดอาโบเอนกายหลบเล็กน้อยตามด้วยการฟันจากล่างขึ้นบน  องค์รามใช้สภาวะแรงจากการหมุนตัวเป็นแรงส่งกระโดดหมุนตัวหอกยกสูงสุดหล้าฟันจากบนลงล่าง

        เปรี้ยง

        !!..   องค์รามประหลาดใจ  และตกใจในเวลาเดียวกัน

        กริชของมันหายไป?

        ฟ้าวววว...     เสียงอากาศฉีกขาดดังกังวาลดุจเสียงมัจจุราชร้ายจากนรกอเวจีมาทักทาย      หนุ่มหล่อผิวสีเขียวเย็นสะท้านทั่วสันหลัง    หากหันกลับไปจะต้องถูกไดอาโบฟันอย่างแน่นอน

        ฉัวะ!...    กริชเล่มงามแทงเสียบจากด้านหลังบริเวณหน้าอกทะลุออกด้านหน้า

        อั๊ก      ชายหนุ่มกระอักเลือดออกมากองโต    พิษ?   กริชอาบยาพิษ   

        “แกกกกกกก   ไอ้คนเจ้าเล่ห์  เจ้าใช้พิษ   ต่ำช้ายิ่งนัก”  

        ปึก..   ไดอาโบยิ้มเท้าขวาเตะซ้ำที่อกชายหนุ่มกระเด็นลิ่วกระแทกพื้นแตกกระจุย 

        พิษนั้นส่วนใหญ่ผู้เล่นมักจะใช้ในการรอบโจมตีและอาบไว้กับอาวุธลับคอยรอบกัดเสียมากกว่า  จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพระรามถึงว่าไดอาโบต่ำช้า

        “พระอาทิตย์ขึ้นและตกอีกครั้งเมื่อไหร่ท่านไม่รอดแน่องค์ราม   นั่นเป็นพิษจากหอกโมกขศักดิ์ผสมกับพิษนาคราชและดอกไม้พิษอีกนับร้อยชนิด  เหนือสิ่งอื่นใดยังมีพิษของเมดูซ่าอีกด้วย  อีกไม่นานท่านจะตัวแข็งกลายเป็นหิน”

        อั๊กๆๆ  แค๊กๆ   

        พระรามรุกยืนอย่างยากลำบากกระอักเลือด  ไอสำลักเลือดสีดำออกมาเป็นลิ่ม

        ไดอาโบถอนหายใจโล่งอก   

        “ความต่างชั้นระหว่างเรามันมากเกินไป   อันที่จริงนับว่าท่านแข็งแกร่งมาก  เพียงแต่ข้าแข็งแกร่งกว่าท่านราวกับมาจากนอกโลก   หากข้าไม่ได้เกิดมาจากศิลาท่านคงชนะข้าได้อย่างง่าย  เอาล่ะต่อไป”  ไดอาโบหันมองทางศิลา  “พาลี  ยังไงก็ต้องกำจัดมันลงตอนนี้   ไม่มีโอกาสไหนดีเท่านี้อีกแล้ว  ในที่นี้มีทั้งศิลา  จันทราเทพสองสุดยอดและมิโกะดาวเหนือ”  ไม่ช้าก็เร็วพาลีจะต้องมาสังหารเขาอย่างแน่นอน     

         ไดอาโบคิดว่าการปะทะกับพาลีในตอนที่มีศิลาและจันทนาเทพยังไงก็ดีกว่าการที่เขาต้องสู้กับพาลีแบบหนึ่งต่อหนึ่งเป็นร้อยเท่า   

        ศัตรูของศัตรูคือมิตร   ร่วมมือไปก่อนหากมีโอกาสก็ตลบหลัง   แต่ไม่ว่ายังไงการสังหารพาลีต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก

        “ไดอาโบบบบบบบ!.....”          องค์รามคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น   พยายามรุกขึ้นยืนในสภาพโซเซ   ผิวกายสีเขียวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำแผ่ขยายไปทั่วร่าง  บ่งบอกถึงพิษร้ายที่กำลังลาม   

        “ชิ   ยังไม่สิ้นฤทธิ์อีก   สรุปท่านจะไม่ยอมนอนรอความตายอย่างสงบแบบดีๆจริงๆใช่ไหม?  ได้    งั้นเดี๋ยวข้าจัดให้”

         “อย่าได้ฝัน”  แววตาของหนุ่มหล่อไม่เหมือนกับคนใกล้ตาย   ยังคงฉายความมุ่งมั่นทระนงณ์อาจหาญเต็มเปี่ยม   ทันใดนั้นองค์รามพลันหายไปในพริบตาด้วยท่าร่างดุจภูตพรายเห็นเป็นเงาสีเขียวตะคุ้มตะคุ้ม  ตรงนู้นที  ตรงนั้นที  โผล่แล้วหาย  หายแล้วโผล่  โผล่แล้วหาย  ตามตำแหน่งรอบตัวไดอาโบ   วนเวียนไม่รู้จบ

        พริบตาต่อมาองค์รามประชิดตัวชายหนุ่มผู้เกิดมาจากศิลา    หอกจตุรศาสตราในมืออาบเพลิงสีเขียวกระหน่ำแทงไม่ยั้ง   ไดอาโบจัดว่าล้ำเลิศเกินสามัญสำนึก   เสี้ยววินาทีเมื่อองค์รามประชิดตัวชายหนุ่มหันหลังมาเผชิญหน้าพร้อมยกดาบและกริชไขว้ต้านรับหอกที่แทงจู่โจมเข้ามา

        เป๊งๆๆๆๆๆ...เช้งงงงๆๆๆๆ   

        องค์รามหมุนตัวเคลื่อนพลังทั้งหมดรวมที่ปลายหอกแทงออกหนึ่งหอกด้วยพลังเต็มฤทธิ์เดชพร้อมเคล็ดวิชาหมุนวนเพิ่มพลังทะลุทะลวง

        เปรี้ยง      เสียงระเบิดดังราวฟ้าแตกจนผู้คนแทบหูดับ   อั๊กกก...    ไดอาโบร้อง  ลอยกระเด็นถอยหลังออกมา   แม้จะต้านรับไว้ได้  แต่มือทั้งสองข้างของเขาก็ต้องด้านชาซ้ำยังเกิดรอยแผลไฟไหม้เต็มสองแขน

        มีสกิลต้านทานธาตุไฟ   แต่ยังถูกเพลิงของมันเผาผลาญ?    หมายความว่านั่นไม่ใช่ไฟธรรมดา

        พลังธาตุ  ผสานลมปราณอัคคี?     ไม่ใช่?   ต้องไม่ใช่แค่นั้นแน่   เพลิงสีเขียวนั่นมีบางอย่างต่างออกไป  การสั่นหอกด้วยความเร็วสูงสุดจนมองเป็นเหมือนหอกอยู่เฉยๆนั่นคือคำตอบ   

        ไดอาโบมองออกว่าหอกขององค์รามสั่นระริกด้วยความรวดเร็วตลอดเวลา  สมองอันล้ำเลิศชอบวิเคราะห์ตามนิสัยของศิลาก็ยังติดมาอยู่ที่ไดอาโบ

        ‘เข้าใจล่ะ  พลังธาตุ ผสานลมปราณ  เป็นจุดกำเนิดไฟเพื่อทำการเผาไหม้ออกซิเจนในอากาศ   จากนั้นสั่นหอกด้วยความเร็วสูงเพื่อให้เกิดคลื่นความถี่สูง   จะทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของอิเล็กตรอนในอะตอม   จะก่อให้เกิดพลังงานและแสง  และเมื่อมีไฟเป็นจุดกำเนิดสารตั้งต้นจึงทำให้เกิดเพลิงที่ทรงอนุภาพมากกว่าปกติ’

        ไดอาโบฉีกยิ้ม     องค์รามเบิดตาแข็งเล็กน้อยก่อนหรุบมองชายหนุ่ม   ดาบและกริชสั่นระริกจนมองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ก่อนจะเกิดเพลิงสีฟ้ารุกไหม้ทั่วอาวุธทั้งสอง  

        “ฮึ  แค่การเคลื่อนตัวของอิเล็กตรอนในอะตอมข้าก็ทำได้” 

        ไอ้เจ้านี่ฉลาดเป็นกรด   !!...   

        ไดอาโบเหินบินขึ้นสูงดาบและกริชยกเหนือหัวโถมลงฟันใส่องค์ราม   หอกอาบเพลิงสีเขียวฟันจากล่างขึ้นบน

        บึ่ม..     เพลิงสีฟ้า  เพลิงสีเขียวแตกกระจายปกคลุมทั่วท้องฟ้า   ไอดาโบหมุนตัวตีรังกาจากหลังม้วนมาด้านหน้า   ฟาดส้นเท้าเข้าที่หัวของชายหนุ่มอย่างจังเกิดเสียงดังปึกหนักหน่วง  องค์รามลอยกระแทกพื้นอีกครั้งทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน  ไดอาโบไม่ปราณีอีกแล้ว   รังสีดาบและกริชเพลิงสีฟ้ากระหน้ำฟันโจมตีองค์รามที่นอนจมอยู่บนพื้นอย่างบ้าคลั่ง

        “จงมา  สัตว์เทวะ  เทพเจ้ามังกรโลหิต  ราท”  ไดอาโบตวาดก้อง

        วงเวทมนต์สีแดงเลือดขนาดใหญ่ปรากฎเบื้องหน้าไดอาโบ   พร้อมกับสิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังค่อยๆเคลื่อนตัวออกมาจากวงเวทย์  มันมีร่างกายสีแดงเลือด  ดวงตาสีดำทมิฬ   ใบหน้าดุร้าย  เขี้ยวแหลมคม  ร่างสูงสิบเจ็ดเมตร  กว้างสิบเมตร  มีสี่ปีก   เกล็ดสีแดงวามวาวระยิบระยับเป็นประกาย

        ไดอาโบตีรังกาไปยืนบนหัวของเทพเจ้ามังกรโลหิตราท   มันอ้าปากกว้างเกิดละอองแสงสีเลือดหมุนวนภายในปากยิงโจมตีซ้ำองค์รามอย่างไร้ปราณี

        ภายในที่สิ่งสถิต   ดวงตาคมเข้มดุร้ายแบบฉบับมังกรชาติ   ลืมตาขึ้นในความมืด   สัมผัสได้ถึงกระแสพลังเฉกเช่นตนเองและผู้ท้าทายอำนาจ

        “ผู้ร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกับข้าเลอะ  แต่พลังต่างออกไป  คงเป็นเทพเจ้ามังกรโลหิตในตำนาน  บังอาจมาท้าทายข้า  สัมพาทีผู้นี้  กล้าดีไม่น้อย”  พูดจบสัมพาทีก็หลับตานอนหลับเพื่อเร่งฟื้นฟูพลัง  

คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
271K 1043
ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.00M 2954
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
842K 1498
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.45M 659
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

นิยาย แฟนตาซี
4.58M 3380