บทที่ 22 ไม่มีเงินก็อย่าเชิญหมอ!
ในยุคนี้ เวลาที่ท่านหมอทำความสะอาดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จะใช้เหล้าแรง ๆ ในการล้าง
ซึ่งทันทีที่เหล้าัักับเนื้อสด มันก็เหมือนกับถูกมีดกรีดหรือถูกไฟลวก เฉิงโจวซื่อเจ็บจนร้องลั่น อดไม่ได้ที่จะะโตัวลอยขึ้นมา
ท่านหมอกล่าวอย่างไม่พอใจว่า "หากเ้าไม่ให้ความร่วมมือเช่นนี้ ข้าก็จะไม่สนใจเ้าแล้ว เ้าก็รอให้ริมฝีปากเน่าเปื่อยทะลุไปเถอะ ถึงตอนนั้นไม่ใช่แค่ใบหน้าที่จะเสียโฉม แต่อาจจะอันตรายถึงชีวิตด้วย!"
เฉิงโจวซื่อไม่กล้าขยับตัวทันที ท่านหมอจึงรีบใช้เหล้าล้างแผลที่ปากให้นางต่อ นางเจ็บจนตัวสั่นเทิ้ม เมื่อทนไม่ไหวจึงคว้ามือของเฉิงเหลียนเซียงที่อยู่ข้าง ๆ มาจิกไว้แน่น
เฉิงเหลียนเซียงเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า
เมื่อล้างแผลและทายาเสร็จ เสื้อผ้าบนตัวของเฉิงโจวซื่อก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ส่วนมือของเฉิงเหลียนเซียงก็ถูกจิกจนเป็แผลหลายแห่ง บางจุดรุนแรงถึงขั้นเนื้อหลุดลอกออกมา
ท่านหมอถือขวดเหล้าแล้วถามว่า "แม่นาง ให้ข้าทายาให้เ้าด้วยหรือไม่?"
เฉิงเหลียนเซียงส่ายหัวอย่างแรงด้วยความกลัว "ข้าหาสมุนไพรมาทาเองได้เ้าค่ะ"
หากเป็เื่อื่น นางคงไม่ยอมลำบากตนเองเช่นนี้ แต่เมื่อครู่ที่ได้เห็นขั้นตอนการทายาของมารดา นางกลัวจนแทบตาย
ท่านหมอยักไหล่ พลางเก็บของลงในกล่องยาด้วยความเสียดายเล็กน้อย จากนั้นจึงแจ้งราคา "หนึ่งตำลึง"
เฉิงโจวซื่อที่กำลังเจ็บจนตัวสั่นะโขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเอ่ยเสียงดังว่า "อะไรนะ หนึ่งตำลึง?! เหตุใดท่านไม่ไปปล้นเงินเสียเลยเล่า!"
"อะไรกัน คิดจะเบี้ยวเงินหรือ? พวกเ้าไม่ลองไปสืบดูบ้างว่า โรงหมอของพวกเราใครเป็เ้าของ! ยาสมุนไพรที่สั่งให้ลูกชายเ้านั้น ใช้สมุนไพรล้ำค่าหมักขึ้นมา อีกทั้งยาสมานแผลที่ใช้กับปากเ้า ก็เป็ตำรับจากในวัง รับรองว่าใช้แล้วจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็ หากพวกเ้าไม่มีเงินจ่าย เหตุใดไม่รีบบอกแต่แรก?" ท่านหมอทำหน้าบึ้ง
แน่นอนว่าเฉิงโจวซื่อรู้จักท่านหมอผู้นี้ เขาเป็หมอประจำของโรงหมอเหรินซินถังในตัวอำเภอ และโรงหมอเหรินซินถังก็เป็ทรัพย์สินของบ้านสกุลหลิวผู้มั่งคั่งที่สุดในตัวอำเภอ เ้าบ้านสกุลหลิวนั้นใจดำอำมหิตยิ่งนัก ได้ยินว่ามีความสัมพันธ์กับโจรป่าในเขา พวกนักเลงหัวไม้ทั่วทั้งอำเภอชีฝูต่างต้องเกรงใจบ้านสกุลหลิว
ชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกนาง ใครจะกล้าไปล่วงเกินบ้านสกุลหลิว
เฉิงโจวซื่อกล่าวอย่างอึกอักว่า "นั่น... นั่นมันแพงเกินไป ลดให้หน่อยไม่ได้หรือ?"
"ราคาเดียวไม่ลด รีบจ่ายเงินมา ข้ายังต้องรีบกลับไปประจำการที่โรงหมออีก!" ท่านหมอกลอกตา
เฉิงโจวซื่อชำเลืองมองเฒ่าเฉิง จากนั้นจึงเดินเข้าห้องตนเองไปอย่างไม่เต็มใจ แล้วหยิบเศษเงินออกมาหนึ่งชิ้น
ท่านหมอรับเงินมาแล้วสะพายกล่องยารีบจากไปทันที ตอนเดินออกจากประตูยังส่งเสียงหึในลำคออย่างดูแคลนด้วย
"ไม่มีเงินก็อย่าเชิญหมอ แผลเล็กน้อยแค่นี้ยังจะเลียนแบบท่าทางของพวกตระกูลใหญ่ ไม่ดูเลยว่าตนเองมีวาสนาถึงขั้นนั้นหรือไม่"
เฉิงโจวซื่อโกรธจนตัวสั่นแต่ไม่กล้าแสดงออก ได้แต่รอจนท่านหมอไปแล้ว จึงหันไปบอกเฉิงเหลียนเซียงว่า "ไป ตามนังแพศยานั่นมาให้ข้า วันนี้ข้าจะถลกหนังนางให้ได้!"
ทั้งตีลูกชายของนาง ทำให้นางฟันหน้าหลุดไปสองซี่ ทั้งยังต้องเสียเงินหนึ่งตำลึง เื่เหล่านี้รวมกันทำให้นางรู้สึกทรมานยิ่งกว่าบิดามารดาถูกสังหารเสียอีก
"ท่านแม่ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าพี่สะใภ้รองทำอะไรไว้? ตอนนี้นังตัวดีซูชิ่นเหนียงถูกผีสิงอยู่ หากท่านเรียกนางมา คนที่เสียเปรียบต้องเป็ท่านแน่นอนเ้าค่ะ" เฉิงเหลียนเซียงยืนนิ่งไม่ขยับ
"ท่านไม่ลองไปดูว่าทางฝั่งหลี่ซื่อจัดการเื่ถึงไหนแล้วหรือ? รีบเชิญหมอผีกลับมาจัดการนังแพศยานั่นเสีย! มิเช่นนั้นหากปล่อยไว้แบบนี้ พวกเราทุกคนต้องถูกนางทำร้ายแน่"
เฉิงโจวซื่อสงบสติอารมณ์ลง และไม่กล้าให้ซูชิ่นเข้ามาอีก แต่นางกลับเร่งเฒ่าเฉิงแทน
"เ้าช่วยทายาให้เ้ารองก่อน ข้าจะพาเหลียนเซียงไปดูสถานการณ์ที่บ้านเดิมของหลี่ซื่อ" เฒ่าเฉิงเองก็วุ่นวายใจ
เฉิงโจวซื่อกำลังจะพยักหน้ารับ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคนในบ้านไปกันหมด และเ้ารองก็อยู่ในสภาพนี้ หากนังแพศยานั่นฉวยโอกาสทำร้ายนางจะทำอย่างไร?
"ไม่ได้ ๆ ข้าจะไปกับพวกท่านด้วย"
เฒ่าเฉิงดุว่า "เ้าจะไปร่วมวงวุ่นวายทำไม? เ้ารองเป็แบบนี้ บ้านขาดคนดูแลได้หรือ? หากเ้ากลัวก็หาข้ออ้างไล่นางออกไปก็สิ้นเื่"
เฉิงโจวซื่อยังคงหวาดกลัว จึงตัดสินใจจะไล่ซูชิ่นออกไปก่อน
นางเดินออกไปยืนที่หน้าประตูบ้าน แล้วะโใส่ห้องของซูชิ่นว่า "นังซู ออกมาเดี๋ยวนี้! กลางวันแสก ๆ หลบอู้อยู่ในห้องทำไม!"
ซูชิ่นเดินออกมาจากห้องแล้วถามอย่างเฉื่อยชาว่า "ท่านแม่จะกินมื้อเช้าหรือยังเ้าคะ?"
เฉิงโจวซื่อจุกที่อกจึงกล่าวว่า "กิน! กิน! กิน! วัน ๆ รู้จักแต่เื่กิน! เ้าตีเ้ารองจนเป็แบบนั้น ยังมีหน้ามาถามเื่กินอีก? ค่ารักษาแผลเ้ารองเมื่อครู่หนึ่งตำลึง ตอนนี้เ้าจงขึ้นเขาไปขุดสมุนไพรมา เมื่อไหร่ที่ขุดได้สมุนไพรมูลค่าเงินหนึ่งตำลึง เมื่อนั้นถึงจะได้กินข้าว!"
ซูชิ่นยักไหล่ ก่อนจะหันไปเรียกเด็กทั้งสองคน และลงกลอนประตูอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หิ้วตะกร้าขึ้นเขาไป
นางกำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะหาข้ออ้างขึ้นเขาได้อย่างไร ฝีมือการทำอาหารของนางไม่เอาไหน เพราะนางทำอาหารไม่เป็จริง ๆ จึงทำได้เพียงขึ้นเขาไปย่างข้าวโพดกับไข่ไก่ประทังหิว
ส่วนคำพูดที่คนบ้านตระกูลเฉิงคุยกันในห้องเมื่อครู่ นางได้ยินหมดแล้ว
ผีสิงอย่างนั้นหรือ?
พวกเขาเดาได้แม่นยำดีทีเดียว แต่การเชิญหมอผีมาปราบนางนั้น ช่างน่าขันสิ้นดี
หากหมอผีมีความสามารถขนาดนั้น จะต้องมาซุกหัวอยู่ในหมู่บ้านชนบทห่างไกลเช่นนี้หรือ?
ปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนไปเถอะ นางอยากจะเห็นนักว่า หมอผีคนนั้นจะมีไม้ตายอะไร
ซูชิ่นพาลูกทั้งสองขึ้นเขาอย่างมีความสุข ในขณะที่เฉิงโจวซื่อถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเดินเข้าบ้าน
เฒ่าเฉิงพาเฉิงเหลียนเซียงออกเดินทางไปยังหมู่บ้านเดิมของหลี่ซื่อทันที ส่วนเฉิงโจวซื่ออยู่ดูแลเฉิงเยี่ยนผิงที่าเ็สาหัส
เนื่องจากคำกำชับของท่านหมอ ประกอบกับค่ารักษาหนึ่งตำลึง เฉิงโจวซื่อจึงตัดสินใจว่าต้องใช้ยาสมุนไพรนี้ให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ครู่ต่อมา บ้านตระกูลเฉิงจึงมีเสียงร้องโหยหวนเหมือนหมูถูกเชือดดังขึ้นอีกครั้ง
เพื่อนบ้านแถวนั้นชะโงกหน้ามาดูบ้านตระกูลเฉิง ก่อนจะรีบปิดประตูเสียงดังปัง!
...
หลังจากซูชิ่นพาลูกทั้งสองขึ้นเขามา นางก็หยิบข้าวโพดฝักใหญ่หลายฝักและไข่ไก่ป่าสามฟองออกมาจากมิติวิเศษ
เด็กทั้งสองตาโตทันที
พวกเขาอยู่ในวัยกำลังโต เนื้อที่กินเมื่อวานย่อยหมดตั้งนานแล้ว เดิมทีพวกเขากังวลว่าวันนี้จะไม่มีมื้อเช้ากินด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับมีขึ้นมาฉับพลัน
ซูชิ่นใช้มีดสั้นขุดหลุมบนดินอย่างชำนาญ เก็บใบกล้วยมาสองสามใบ ห่อไข่ไก่และข้าวโพดไว้ข้างใน จุดไฟในหลุมทิ้งไว้ประมาณสองเค่อ จากนั้นจึงดับไฟ แล้วนำอาหารใส่ลงไป ก่อนจะกลบด้วยเถ้าถ่านที่มีลูกไฟ
สามแม่ลูกนั่งรออยู่ข้างหลุม รอเพียงไม่นาน ซูชิ่นก็ขุดไข่ไก่และข้าวโพดออกมาจากหลุม
ในตอนนี้ใบตองถูกย่างจนเกรียม เมล็ดข้าวโพดกลายเป็สีเหลืองทอง กลิ่นหอมหวานโชยออกมาทำให้ท้องของทั้งสามคนร้องระงม
นางแบ่งข้าวโพดหนึ่งฝักและไข่ไก่ป่าหนึ่งฟองให้เด็กน้อยทั้งสองคน ส่วนตนเองก็ถือข้าวโพดฝักใหญ่แล้วแทะเต็มแรง
ข้าวโพดย่างนั้นหอมและอร่อยที่สุดจริง ๆ แม่ลูกทั้งสามไม่มีใครพูดจา ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาแทะอย่างเมามัน
เพราะข้าวโพดนี้ฝักใหญ่มาก เด็กน้อยทั้งสองมีความจุของกระเพาะจำกัด หลังจากแทะไปได้เกินครึ่งก็กินต่อไม่ไหว
ซูชิ่นไม่อยากให้เสียของ จึงเก็บข้าวโพดและไข่ไก่ที่เหลือเข้ามิติวิเศษ เด็กเล็กกินได้น้อยและหิวเร็ว เมื่อพวกเขาหิวอีกครั้งค่อยนำออกมาให้กิน
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ ซูชิ่นก็กลบหลุมไฟให้เรียบ แล้วพาลูกทั้งสองเข้าป่าเพื่อเก็บสมุนไพร