หลังจากวันนั้นที่ฮันเตอร์กับไซม่อนมีอะไรกัน พวกเขาก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย เพราะฮันเตอร์ถูกพ่อของเขากักบริเวณมาเป็เวลา 2 วันแล้ว
"ทำไมจู่ๆ เขาถึงได้หายเงียบไปแบบนี้นะ หมายความว่าไงกัน ได้เราแล้วก็จะทิ้งงั้นหรือโทรไปก็ไม่รับโทรศัพท์แม้แต่ข้อความก็ไม่อ่านสักนิด ทำแบบนี้ได้ไงกันจะออกไปก็ไม่ได้เสียด้วยอึดอัดชะมัด"ขณะที่ฮันเตอร์คิด แสดงสีหน้าด้วยความกังวลใจ เขาเดินไปเดินมาในห้องนอนของตัวเอง มือก็กดโทรศัพท์เพื่อโทรหาไซม่อนแต่ก็ไม่มีคนรับสาย ฮันเตอร์จึงพยายามส่งข้อความไปหาไซม่อนอีกครั้ง
ฮันเตอร์ : พี่ครับ ตอบไลน์ผมหน่อย ทำไมโทรไม่ติดเลย
ไซม่อน : อ่าน
"อ่านแล้ว แต่ทำไม ทำไม ไม่ตอบกลับมา หมายความว่าไงกัน อ่านเฉยๆงั้นหรือ ไอ้พี่ไซม่อนบ้านี้! โทรไปก็ไม่รับสาย แถมตัดสายเราทิ้งอีก หน็อย! คิดจะฟันแล้วทิ้งงั้นรึ!" ฮันเตอร์เอ่ยออกมาด้วยความโมโหเขาจึงเหวี่ยงโทรศัพท์ลงไปยังเตียงนอนทันที
อึ่ย! บ้าเอ้ย!
ปั๊ก!
"ทำไงดี หากถูกกักบริเวณแบบนี้ตลอดเราต้องไม่รู้อะไรเลยแน่ๆ นี่ก็สองวันแล้ว จะออกไปยังไงดี ขืนปล่อยไว้แบบนี้ มีหวังโดนเท ง่ายๆแน่ ต้องไปหาที่บ้านหรือไม่ก็ที่บริษัท อาจจะเกิดเื่อะไรขึ้นกับพี่ไซม่อนก็ได้ ไม่มีทางที่เขาจะเงียบไปแบบนี้หรอก คิดในแน่ดีเอาไว้ก่อนแล้วกัน บ้าเฮ้ย! ยิ่งคิดยิ่งไม่สบายใจเลย!" ฮันเตอร์จึงทิ้งตัวลงไปนั่งบนเตียงนอนด้วยความครุ่นคิดหาวิธีที่จะออกจากบ้าน
"ถ้าคิดจะเลิกกันจริงๆ อย่างน้อยก็ควรปฏิเสธกันสิ ว่าไม่อยากเจอกันแล้ว แต่นี่อ่านไลน์แล้วไม่ตอบ มันไม่ใช่นิสัยของคนที่ จะอยากจะเทเลยสักนิด ยังไงก็ต้องคุยกันให้รู้เื่" ฮันเตอร์จึงตัดสินใจหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งแล้วรีบไปอาบน้ำแต่งตัว
หลังจากที่เขาอาบน้ำแต่งตัวแล้วจึงเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ทุกอย่างดูเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่แถวนั้น เขาจึง ค่อยๆ เปิดประตูห้องแง้มออกเบาๆ และสอดส่องรอดสายตามองไปที่ช่องของประตูที่แง้มออก ก่อนที่จะขยับเปิดออกอย่างช้าๆ
"ไม่มีคนเฝ้าแถวนี้เลยแฮ่ะ! งั้นเราก็ออกไปได้สิ" ฮันเตอร์กล่าวออกมาเบาๆ ขณะขยับประตูเปิดออกอย่างช้าๆ และปิดลงกลับไปเบาๆโดยการกลั้นหายใจไว้เพื่อไม่ให้ประตูปิดลงเสียงดัง หลังจากนั้นเขาได้ปิดประตูแล้วก็ค่อยๆก้าวเท้ายกขึ้นในลักษณะเดินย่องออกไป
"คุณหนูครับ อีกแค่ 5 วันแล้ว อยู่ให้ครบเถอะครับ พวกผมก็มีภาระเยอะนะครับและอีก 2 ชั่วโมงอาจารย์ที่สอนพิเศษก็จะมาแล้วนะครับ" เลขาคิมเอ่ยขึ้น จากด้านหลังของฮันเตอร์จนทำให้ ฮันเตอร์ถึงกับสะดุ้งชะงักเท้ากลับอย่างรวดเร็วด้วยความใ
"เลขาคิม แฮ่ะ!" ฮันเตอร์หันไปยิ้มร่า ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็หน้ามุ้ย แล้วจำใจยอมเดินคอตกกลับไปยังห้องนอนของตัวเองด้วยอาการกระวนกระวายใจยิ่ง แต่ก่อนที่ฮันเตอร์จะเปิดประตูเข้าห้องไป เขาก็ชะงักมือไว้และหันไปเอ่ยกับเลขาคิม
"เอ่อ เลขาคิมครับ ก่อนหน้านี้ ที่ผมให้คุณช่วยหานักสืบ สืบเื่ของ พี่ไซม่อน เอ๊ยไม่ใช่ คุณไซม่อนบริษัทคู่แข่งของเรานะครับ พอจะมีเบอร์โทรหรือเปล่า ผมขอเบอร์หน่อยซิ"
"คุณหนูจะเอาไปทำอะไรหรือครับ" เลขาคิมกล่าวขึ้นเมื่อมองหน้าฮันเตอร์ที่ทำสีหน้าเลิกลักมองไปทางอื่น
"ผมมีเื่สำคัญนะครับ ไม่มีอะไรหรอก ผมขอเบอร์หน่อยสิ นี่ถ้าเลขาคิมถามผมมากๆ ผมจะไม่อยู่แค่ในบ้านเฉยๆแล้วนะ กลางคืนคุณก็คงไม่อยากมาเฝ้ารอดูผมทั้งคืนหรอกใช่มั้ยครับ?" ฮันเตอร์กล่าวกลอกลูกตาไปมา อย่างคนเ้าเล่ห์
"ก็ได้ ครับ ถ้างั้นคุณหนูก็ต้องรักษาสัญญาด้วยนะครับ ว่าจะไม่ออกไปไหน เหมือนที่คุณหนู กำลังจะทำอยู่ในตอนนี้"
"อืมม์ ชัวร์! ด้วยเกียรติของลูกเสือ" ฮันเตอร์ชูนิ้วขึ้นสองนิ้ว
"ทำไมเกียรติของลูกเสือ คุณหนู เหลือแค่สองนิ้วละครับ ไม่ใช่สามนิ้วหรือครับ" เลขาคิมเอ่ยขึ้นเพราะเขารู้ดีว่าฮันเตอร์เ้าเล่ห์เพียงใด
"ลูกเสือสำรองไงเลขาคิม คุณไม่เคยเรียนมาหรือไง ถ้าสามนิ้วก็คือลูกเสือสามัญ" ฮันเตอร์ตอบไปข้างๆคูๆสายตาก็เลิกลักมองไปทางอื่นทำปากจู๋ขึ้น
"งั้นหรือครับ แต่ผมเป็คนจีนนะครับ ไม่ได้เป็คนไทย และผมก็ไม่เคยเรียนชั้นมัธยมที่ไทยด้วยครับ" เลขาคิมเอ่ยขึ้นเมื่อมองไปยังฮันเตอร์
"อ้อ! ผมลืมไป เอาเถอะ เลขาคิมส่งเบอร์ของนักสืบมาให้ผมเถอะ ผมมีเื่ที่จะต้องถามเขาจริงๆ" ฮันเตอร์กล่าว
"ก็ได้ครับงั้นรอสักครู่นะครับผมจะไปหยิบโทรศัพท์ดูเบอร์ให้" เลขาคิมกล่าวก่อนที่จะเดินออกไป ฮันเตอร์กระตุกยิ้มขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องตามเดิม
ข้อความไลน์ของฮันเตอร์ดังขึ้น ฮันเตอร์จึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็เบอร์ที่เลขาคิมส่งมาให้ เขาจึงรีบโทรกลับไปยังเบอร์นักสืบนั้น
"สวัสดีครับ ผมนักสืบปารค์ครับ"
"เอ่อ คือ.. สวัสดีครับ พอดีผมเป็ลูกน้องของเลขาคิมครับ เลขาคิมไม่ว่าง ให้ผมทำหน้าที่แทนเื่ของคุณไซม่อน เกตส์นะครับ ผมจึงจำเป็ต้องโทรมาสอบถามเื่ของคุณไซม่อน เกตส์ บางเื่นะครับ" ฮันเตอร์กล่าวขึ้น
"เออะ คือผมต้องขอโทษนะครับ พอดีคุณคิมไม่ได้บอกอะไรผมเลยนะ คงจะให้ข้อมูลของคุณไซม่อนไปไม่ได้หรอกครับ" นักสืบปารค์ตอบกลับไปในทันทีทำให้ฮันเตอร์ถึงกับ แสดงสีหน้าหงุดหงิดขึ้น ใจจริงเขาอยากจะบอกด้วยซ้ำว่าเป็เขาเองแต่ก็ต้องชะงักความคิดเอาไว้
"บ้าเอ๊ย! มันจะอะไรกันนักกันหนานะ จะบอกว่าเป็เราเองก็ไม่ได้เสียด้วย" ขณะที่ฮันเตอร์คิด ก่อนที่จะเอ่ยออกมา
"งั้นหรือครับ ผมก็ไม่ทราบว่า เลขาคิมไม่ได้แจ้งคุณนักสืบไว้งั้นหรือ"
"ไม่มีครับ"
"เออะ งั้นรอสักครู่นะครับอย่าเพิ่งวางสายนะครับ ถ้าเช่นนั้นผมขอถามเลขาคิมก่อน" ฮันเตอร์จึงกดไลน์ส่งข้อความไปที่เลขาคิม อย่างรวดเร็ว
ฮันเตอร์ : เลขาคิม ครับ คุณช่วยไลน์ไปบอกนักสืบเื่ที่อนุญาตให้ข้อมูลของคุณไซม่อนหน่อยซิ ยุุ่งยากชะมัด ไม่ต้องถามว่าผมจะอยากรู้ไปทำไมนะ
เลขาคิม : ผมยังไม่ทันได้ถามเลยนะครับ คุณหนูนะ ทำไมต้องสนใจผู้ชายบริษัทคู่แข่งนั้นขนาดนั้นกันครับ
ฮันเตอร์ : บอกแล้วไงว่าไม่ต้องถามเยอะ เร็วๆส่งไปบอกอนุญาตได้แล้ว
เลขาคิม: คุณหนูครับผมส่งยืนยันอนุญาตไปให้แล้วครับ
ฮันเตอร์ : ขอบคุณครับเลขาคิม
"สวัสดีครับคุณนักสืบปารค์ตกลงเลขาคิมโอเคแล้วใช่ไหมครับ"ฮันเตอร์ถามกลับไปอีกครั้ง
"ครับคุณคิม ตกลง มาแล้วครับว่าอนุญาตให้บอกข้อมูลของคุณไซม่อนได้"
"ถ้างั้น ผมมีเื่ที่จะถามเพิ่มเติมจากในรายละเอียดที่เลขาคิมแจ้งไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับคุณไซม่อน ความคืบหน้าประวัติเพิ่มเติมของเขานะครับเกี่ยวกับเื่ข้อมูลส่วนตัวบางส่วนนั้น มีอยู่เื่หนึ่งคือผมเอะ! ผมหมายถึง ลูกชายคนเล็กของท่านประธานนะครับ คือเธออยากรู้เื่ราวความรักของคุณไซม่อนนะครับ ไม่ทราบว่าคุณได้ไปสืบเื่นี้มาหรือเปล่าครับ ผมจำเป็จะต้องจดรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อส่งไปให้เลขาคิมนะ"
"อ้อเื่ความรักงั้นหรือครับ"
"ใช่แล้วล่ะ" ฮันเตอร์รีบเอ่ยขึ้นทันที ด้วยอาการตื่นเต้น
"คือก่อนหน้านี้ผมได้ไปสืบจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนของคุณไซม่อน เห็นว่าก่อนที่จะไปเรียนต่อที่อังกฤษเขาเคยคบแต่กับโอเมก้าสะเป็ส่วนใหญ่นะ"
"ว่าไงนะคบกับโอเมก้า งั้นรึ?"
"ครับ ทำไมหรือครับ"
"อ้อ ไม่ใช่ว่าส่วนใหญ่เขาจะคบแต่กับเบต้าไม่ใช่หรือ? จากข้อมูลที่ผมได้รับ"ฮันเตอร์เอ่ยขึ้น
"ถูกครับ แต่ว่าหลังจากที่เขาเลิกลากับแฟนที่เป็โอเมก้าคนล่าสุด เขาก็คบแต่กับเบต้ามาตลอดเลยนะ"
"เอ่อถ้างั้น เขาก็ไม่ใช่พวกที่จะคบกับเบต้าั้แ่แรกซินะครับ" ฮันเตอร์ถามขึ้น
"ไม่เลยครับ คุณไซม่อนเคยมีแฟนเป็โอเมก้า คนแรก ตอนอยู่ ม ปลายเป็รักแรก แล้วก็เลิกรากันไป และก็มีแฟนอีกทีก็ตอนเรียนมหาลัย รักๆเลิกๆ ประมาณ 3 คนเห็นจะได้ รวมทั้งหมดที่คบ ก็ประมาณ 4 คนนะครับ แต่ที่จริงจังและคบนานที่สุดก็ตอนเรียน มหาลัย ที่เป็คนสุดท้ายนี่ล่ะครับ ก่อนที่จะไปเรียนต่อที่อังกฤษ แต่หลังจากที่เขากลับมาจากอังกฤษ เขาก็ไม่คบใครจริงจังอีกเลย และเปลี่ยนคู่นอนไปเลื่อยเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็เป็เบต้าทั้งหมด"นักสืบปารค์กล่าว
"งั้นหรือครับ แล้วตอนนี้ พอจะรู้ไหมครับว่า่นี้เขามีคบใครอยู่บ้างมั้ย?"
"อืมม์ เท่าที่ผมรู้ก็น่าจะมีนะครับ ผมก็เพิ่งได้ข้อมูลมา ล่าสุดที่ผมเจอก็มี คนหนึ่งล่ะเป็เบต้าล่าสุด เอะ จะให้ผมส่งรูปไปให้ดูเลยไหมครับ"
"อะส่งๆ มาเลยได้ครับ" ฮันเตอร์ตอบกลับไปด้วยความตื่นเต้นในทันที
"แต่หลังจากเบต้าคนนั้น ก็มีอีกคนนะไม่กี่วันมานี้ ผมเห็นเขาพาไปที่คอนโดด้วย ปกติเขาจะไม่เคยพาใครไปที่คอนโดนอกจากโรงแรม คนนี้น่าสนใจมากเลยน่ะ ไว้ผมสืบได้เื่อย่างไรแล้วจะส่งข่าวมาให้นะครับ" นักสืบปารค์กล่าวขึ้น ทำให้ฮันเตอร์ถึงกับชะงักหน้าดวงตาเบิกโพลงขึ้น
"เอ่อะ คุณเล่นไปสืบถึงคอนโดเขาเลยหรือ"
"ก็คุณคิมใช้ให้ผมติดตามชีวิตของคุณไซม่อนไม่ใช่หรือครับ"
"จริงๆแล้วไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้นะ ผมว่าเอาแค่นี่ก็พอแล้ว"
"ไม่ได้หรอกครับ ผมต้องทำตามที่เลขาคิมสั่งมานะ"
"เฮ้ย! โอเคครับ คือ นักสืบปารค์ เอ่อผมมีคำถามอีกข้อ ถ้าคนที่ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีนิสัยหงุดหงิดและชอบทำเ็าใส่ แต่สุดท้ายพอชวนให้มาเจอกันก็ยอมทำตาม แต่พอหลังจากนั้น จู่ๆกลับไม่รับโทรศัพท์ ส่งไลน์ไปก็อ่านอย่างเดียวแต่ไม่ตอบ แบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันครับ?"
"เอ้! หมายถึงใครหรือครับ? ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ถ้าหากเป็ผม ถ้าให้คิดนะครับ เขาคงคิดแค่เพื่อนหรือเปล่า? หมายถึงไม่ได้จริงจังอะไรนะ"
"ห้า ว่าไงนะ? ไม่จริงจังงั้นรึ! หมายความว่าไงกัน ตะบ้านั้น! หน็อย!" ฮันเตอร์เอ่ยเสียงดังออกมาอย่างหัวเสีย
"เออะ คุณลูกค้าครับ เบาๆหน่อยครับ ไม่ทราบว่า ตอนนี้เรากำลังหาข้อมูลของคุณไซม่อนอยู่นะ ไม่ใช่ข้อมูลของคุณลูกค้าเอง" นักสืบปารค์กล่าวเตือนขึ้น
"เอะ โทษทีครับ ผมอินไปหน่อย งั้นแค่นี้ละกัน สำหรับข้อมูล ผมจะรีบนำไปให้เลขาคิมเดี๋ยวนี้ หากมีอะไรที่ต้องเพิ่มเติมจะติดต่อกลับไปใหม่ อ้อ เมื่อกี้ เลขาคิมแจ้งมาที่ผม ว่าเื่ที่จะสืบครั้งต่อไปไม่ต้องแล้วนะครับ รอให้คุณหนูติดต่อมาก่อน ส่วนเงินงวดนี้ทางเลขาคิมจะเป็คนโอนไปให้ไม่เกินวันอาทิตย์นี่นะครับ ถ้างั้นแค่นี่นะสวัสดีครับ"
"ขอบคุณมากครับ ยินดีรับใช้ครับ"
ฮันเตอร์วางสายจากนักสืบปารค์ ความรู้สึกของเขาในตอนนี้คือ ทั้งโกรธและกลัวในเวลาเดียวกัน
"ตะบ้านั้นคิดจะฟันเราแล้วทิ้งงั้นรึ ไม่มีทางหรอก เราไม่ยอมเสียความบริสุทธิ์ไปง่ายๆหรอก ถุงยางก็ไม่ใส่ด้วย ถ้าหากท้องขึ้นมาละทำไงดี กลุ้มใจชะมัด" ฮันเตอร์กล่าวออกมาเบาๆก่อนที่จะทิ้งตัวลงไปนอน บนเตียงนอนด้วยความอ่อนเพลียและเป็กังวลยิ่ง เสียงไลน์ดังอีกครั้งฮันเตอร์ขยับตัวไป และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู เป็รูปของ เบต้าหนุ่มกับไซม่อนที่นั่งดื่มด้วยกันในบาร์ที่ไหนสักแห่งหนึ่ง
"เฮ้ยย นี่อะนะเบต้าคนที่นักสืบปารค์กล่าว หน็อยที่ไม่ตอบไลน์ไม่รับโทรศัพท์เราเพราะอยู่กับหมอนี่แน่ๆเลย จะว่าไปหมอนี้ก็หน้าตาหล่อเหมือนกันนะ หึ แต่ยังไง เราก็น่ารักกว่าอยู่ดี บ้าจริง" ฮันเตอร์เอ่ยออกมาด้วยความหงุดหงิดก่อนที่จะโยนโทรศัพท์ไปยังเตียงนอนและทิ้งตัวลงไปนอนที่เตียงด้วยกังวลใจยิ่งนัก
หลังจากครบ 1 อาทิตย์ ที่ถูกกักตัว ฮันเตอร์ก็รีบกดโทรศัพท์โทรไปยังเลขาคิม
"เลขาคิมครับ ผมขอกุญแจรถด้วยครับ"
"มันวางอยู่ในลิ้นชักของคุณหนูั้แ่วันแรกที่คุณหนูถูกกักบริเวณแล้วครับผมไม่ได้เก็บไปไว้ที่ไหน" เลขาคิมเอ่ยขึ้น
"เอ้า ทำไมไม่บอกผมว่ามันอยู่ในนี้"
"ถึงบอกคุณหนูก็ออกไปไม่ได้อยู่ดี ไม่ใช่หรือครับ"
"โอเคงั้นแค่นี้นะครับ ผมรีบ"ฮันเตอร์เอ่ยขึ้นทำท่าจะวางสายแต่ต้องชะงักมือไว้
"เดี๋ยวครับ เมื่อครู่ ก่อนที่ผมจะออกมาที่บริษัท ท่านประธานนั่งอยู่ที่ด้านล่างของห้องโถงนะครับคุณหนู"
"อะไรนะ พ่อนั่งอยู่ที่ห้องโถงหรือ เฮ้ย! พ่อนะพ่อ ไม่เป็ไร ขอบคุณเลขาคิม มากครับ ที่เตือนผมไว้ก่อน" ฮันเตอร์จึงรีบวางสายจากเลขาคิม ก่อนที่เขาจะหันไปหยิบหนังสือเรียน และกระเป๋าเป้ แล้วจึงเดินออกจากห้องไป ขณะที่ฮันเตอร์เดินลงจากบันไดวนลงมาที่ห้องโถง เขาก็เห็นพ่อและแม่นั่งอยู่ที่โซฟา เมื่อพ่อเงยหน้าขึ้นมองไปยังฮันเตอร์ที่เดินลงมาถึงพอดี
"แกจะไปไหนอีก พอครบกำหนดกักบริเวณ ก็คิดจะออกไปเที่ยวอีกหรือไง มันเป็อะไรนักหนาถึงอยู่บ้านไม่ติดสักทีห้า!"ผู้เป็พ่อเอ่ยขึ้นทันที เมื่อมองไปยังฮันเตอร์ ด้วยสายตาดุ
"ผมไม่ได้ไปเที่ยวเสียหน่อย พ่อเห็นหรือเปล่าว่านี่ ผมถืออะไร ผมกำลังจะไปทำรายงานบ้านเพื่อน" ฮันเตอร์รีบชูหนังสือขึ้น
"เมื่อวานอาจารย์ก็มาสอนพิเศษแก ก่อนหน้านี้ก็สอนแกทุกวัน ยังจะไม่เข้าใจอะไรอีก หากยังไม่เข้าใจฉันจะให้มาสอนพิเศษใหม่ จนกว่าแกจะเข้าใจ"
"ไม่ใช่อย่างนั้นครับผมเข้าใจ แต่อันนี้มันเป็รายงานกลุ่ม จะต้องช่วยกันหาข้อมูล จะให้ผมทำคนเดียวได้อย่างไรกัน" ฮันเตอร์รีบเอ่ยขึ้นสีหน้าจริงจัง
"ให้มันจริงเถอะ ถ้าฉันจับได้ว่าแกโกหก แกจะไม่ถูกกักบริเวณเพียงแค่อาทิตย์เดียวแน่"
"โธ่!แม่ดูพ่อซิ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย อีกอย่างเื่ไปนอนที่อื่นผมนะไม่ทำแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าหากจะกลับดึก ผมก็จะโทรมาบอกพ่อแล้วกัน"
"เอาเถอะ เอาเถอะ ไปเถอะ หากลูกจะกลับบ้านดึก ลูกก็แค่โทรมาบอกพ่อกับแม่ด้วยก็พอ และที่สำคัญ เวลาที่พ่อและแม่โทรไปก็แค่รับสายบ้างก็เท่านั้นล่ะ รีบๆไปเถอะ" ผู้เป็แม่หยิบตาให้ฮันเตอร์เพื่อเป็การบอกให้รีบๆไป ก่อนที่พ่อจะเปลี่ยนใจ
"ครับ สวัสดีครับ ผมไปนะ" ฮันเตอร์รีบยกมือไหว้พ่อและแม่แล้วรีบเดินออกจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็ว
"คุณนี่นะชอบคอยแต่ให้ท้ายฮันเตอร์มันตลอด มันถึงได้ ไม่รู้จักโตสักที" ผู้เป็พ่อกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
" โดนกักบริเวณ ตั้งหนึ่งอาทิตย์ โทรศัพท์ก็ไม่คิดจะโทรมาหาเราเลยสักนิด ใจร้ายชะมัด พี่ไซม่อนนะพี่ไซม่อน โทรไปก็ตัดสายทิ้ง ส่งข้อความไปก็แค่อ่าน หน็อยคิดจะฟันแล้วทิ้งงั้น รึ เราไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะ ต้องไปคุยกันให้รู้เื่" ขณะที่ฮันเตอร์คิด เขาจึงรีบขับรถเพื่อไปยังบริษัทของไซม่อนอย่างรวดเร็ว