รูดทรัพย์
[ทำการฟื้นฟูให้โฮสต์เรียบร้อย ราคาแลกเปลี่ยนคือเหรียญทองทั้งหมดที่โฮสต์มี]
ระบบพูด หยุดไปเล็กน้อย ก่อนพูดต่อ
[โฮสต์วันนี้ปิดทำการแล้วนะ ถ้าไม่มีอะไรอย่ารบกวน ระบบจะไปดูมาสไรเดอร์ต่อ ดูดีเคตจบแล้ว ต่อไปจะดูดับเบิ้ล ถ้าโฮสต์กล้ารบกวน ระบบจะพูดแบบนี้ ‘เอาล่ะ นับความผิดของตัวเองเอาไว้ซะ’]
กู้เฉินี้เีจะไปสนใจระบบที่ไม่น่าเชื่อถือนี้ เขาเพิกเฉยต่อระบบอย่างสิ้นเชิง
เมื่อรับรู้ได้ว่าความเหนื่อยล้าของร่างกายหายไป พลังปราณฟื้นคืนกลับมาอยู่ในสภาพปกติ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เพียงเท่านี้ เขาก็มั่นใจว่าถ้าหากเผชิญกับอันตรายเช่นนี้อีก เขาสามารถผ่านพ้นมันไปได้ไม่ยาก
กู้เฉินพลันเดินไปที่ร่างกายของคนทั้งสามที่ถูกเขาฆ่า เขาแน่นอนว่าไม่ลืมที่จะรูดทรัพย์ทั้งหมดของคนเหล่านี้ ให้ถือเสียว่าเป็ค่าเหนื่อยของเขาในการลงมือฆ่าก็แล้วกัน
ถ้าพวกพี่ใหญ่เปียวรู้เื่นี้ คงจะพากันวิ่งออกจากนรก มารุมกระทืบกู้เฉินอย่างแน่นอน พร้อมกับสบถออกมาว่า ‘ใครอยากให้เ้าฆ่าพวกข้ากัน?’
ใช้เวลาไม่นานนัก กระบวนการรูดทรัพย์ของกู้เฉินก็เสร็จสิ้น ดวงตาของเขาถึงกับเป็ประกายขึ้นมา สิ่งที่เขาได้รับจากการรูดทรัพย์จากศพของพวกพี่ใหญ่เปียวสามคนนั้นนับว่ามากทีเดียว
หินลมปราณสามร้อยยี่สิบหกก้อน กระบี่ระดับหนึ่งสี่เล่ม นอกจากนี้ยังมีเม็ดยาผลึกก่อตั้งปราณ เม็ดยาระดับสอง ซึ่งผู้ฝึกตนระดับฝึกปราณขั้นปลายต้องใช้ ถ้าหากว่าอยากทะลวงเข้าสู่ระดับก่อตั้งปราณอย่างราบรื่น
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะทำสำเร็จ เรียกได้ว่าเม็ดยาผลึกก่อตั้งปราณนั้น แค่ช่วยเพิ่มโอกาสในการทะลวงจากระดับฝึกปราณขั้นปลายไปยังระดับก่อตั้งปราณขั้นต้นเท่านั้น
ส่วนจะเพิ่มมากเพิ่มน้อยนั้น ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับพร์ของแต่ละคน
เม็ดยาผลึกก่อตั้งปราณเม็ดนี้ เขาได้มันมาจากร่างของพี่ใหญ่เปียว คาดว่าพี่ใหญ่เปียวคนนี้คงใกล้จะทะลวงผ่านแล้ว ถึงได้มีมันอยู่กับตัว แต่ช่างน่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ กลับตายไปก่อนเสียนี่
“คุ้มค่ามาก” กู้เฉินยิ้มออกมา สิ่งที่เขาได้รับวันนี้ทำให้เขาพอใจยิ่ง หินลมปราณที่เขามีอยู่ร้อยก้อน บวกกับอีกห้าสิบก้อนที่จะได้จากการทำภารกิจสำเร็จ
เมื่อรวมกับที่ได้จากพวกพี่ใหญ่เปียวสามคนรวมกัน ก็จะเป็สี่ร้อยเจ็ดสิบหกก้อน เพียงพอที่จะทำให้เขาปิดด่านฝึกได้อีกครั้ง และน่าจะทะลวงผ่านไปยังระดับฝึกปราณขั้นปลายได้อย่างหายห่วง!
ไม่เพียงเท่านี้ เขายังสามารถปิดด่านฝึกตนต่อเนื่องได้ เพราะเขามีเม็ดยาผลึกก่อตั้งปราณแล้ว การทะลวงจากระดับฝึกปราณขั้นปลายไปยังระดับก่อตั้งปราณขั้นต้น น่าจะหายห่วงเช่นกัน
กู้เฉินรีบเก็บทุกอย่างที่ได้มาเข้าไว้ภายในแหวนช่องว่างมิติ กระบี่ระดับหนึ่งสี่เล่ม แม้ไม่มีราคาอะไรมาก แต่ก็เขาสามารถเก็บมันไว้แลกเปลี่ยนกับระบบได้
เมื่อเก็บทุกอย่างเข้าไว้ภายในแหวนช่องว่างมิติเรียบร้อยแล้ว กู้เฉินก็ออกจากป่าร้อยอสูร มุ่งหน้ากลับสำนักกระบี่ดาราในทันที
ก่อนกลับ เขาไม่ลืมที่จะคำนับศพของศิษย์นอกที่ถูกพวกพี่ใหญ่เปียวฆ่าเล็กน้อย เนื่องจากกระบี่หนึ่งในสี่เล่มน่าจะเป็ของคนนี้ รวมไปถึงหินลมปราณบางส่วนด้วย
เขาที่เอาของทั้งหมดมา ย่อมต้องคำนับศพอีกฝ่ายเล็กน้อย เพื่อเป็การขอบคุณ ในส่วนศพของพวกพี่ใหญ่เปียว แม้ว่ามันจะสามารถแลกเปลี่ยนกับระบบได้ แต่กู้เฉินไม่มีความคิดที่จะเก็บไว้
เพราะการเก็บศพคนพวกนี้ไว้ ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ และเขาไม่มีงานอดิเรกอย่างการใช้ศพแลกเปลี่ยนด้วย
เหตุผลที่เขาใช้ศพในการแลกเปลี่ยนครั้งก่อน เพราะเขาไม่มีอะไรให้แลกมากนัก ไม่ใช่ในตอนนี้ที่เขามีหลายอย่าง
ดังนั้นเขาจะไม่ใช้ศพแลกเปลี่ยนอีก เว้นแต่มันจะเป็ศพล้ำค่าอย่างศพของผู้ฝึกตนระดับจักรพรรดิขึ้นไป
กู้เฉินก้าวเดินอย่างมั่นคงกลับเข้าสำนักกระบี่ดารา เขาใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมงทีเดียวกว่าที่จะกลับมาถึง
เมื่อเข้ามาภายในสำนักกระบี่ดารา เขาตรงไปยังหอภารกิจเป็ที่แรก เพื่อส่งมอบเขากระทิงดำยี่สิบอันเป็หลักฐานว่าเขาทำภารกิจสำเร็จแล้ว
ผู้าุโที่รับผิดชอบหอภารกิจตกตะลึงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่ากู้เฉินทำภารกิจสำเร็จ แทนที่จะถูกสัตว์อสูรฆ่าตายอยู่ในป่าร้อยอสูร
แต่เขาก็ระงับความตกตะลึงลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจัดการทำเื่ทำภารกิจสำเร็จให้กับกู้เฉิน รับเขากระทิงดำยี่สิบอันมา จากนั้นก็ส่งมอบหินลมปราณจำนวนห้าสิบก้อนให้
เมื่อได้รับหินลมปราณมา กู้เฉินก็บอกลาผู้าุโหอภารกิจ ก่อนที่จะออกไป เพื่อกลับไปยังถ้ำฝึกตนของตัวเอง
“เป็ต้นกล้าที่ดี” มองตามแผ่นหลังของกู้เฉินไป ผู้าุโหอภารกิจอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
กู้เฉินมีพื้นฐานฝึกตนในระดับฝึกปราณขั้นกลาง แต่กลับสามารถจัดการกระทิงดำ ซึ่งเป็สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นปลายยี่สิบตัวได้ โดยที่ไม่ได้รับาเ็อะไร เขาย่อมมองว่าเป็ต้นกล้าที่ดีของศิษย์สำนักกระบี่ดาราของเขา
เห็นได้ชัดว่าในสายตาของเขา มองกู้เฉินเป็ได้เพียงต้นกล้าที่ดีเท่านั้น ไม่ได้มองเป็อัจฉริยะอะไร
เื่แบบนี้ เขาเคยเจอมาหลายครั้งแล้ว มันไม่เพียงพอที่จะให้เขามองเป็อัจฉริยะได้ คนที่คู่ควรจะถูกมองเป็อัจฉริยะในสายตาของเขาหรือคนส่วนมากในโลกะก็คือ มีพื้นฐานฝึกตนระดับปราณปฐีก่อนอายุยี่สิบปี
หรือมีพื้นฐานฝึกตนระดับปราณนภา ก่อนอายุสามสิบปี ซึ่งอัจฉริยะเหล่านี้ มีน้อยมากในโลกะ นี่เป็เหตุผลที่ทำให้เขาระงับความตกตะลึงลงได้อย่างรวดเร็ว
“พยายามให้มาก ไม่แน่สักวัน เ้าอาจจะได้เป็เสาหลักของสำนักกระบี่ดารา...” ผู้าุโคนนี้พึมพำเสียงแ่เบา
กู้เฉินแน่นอนว่าไม่ได้ยินเสียงพึมพำของอีกฝ่าย เขาเดินกลับไปที่ถ้ำฝึกตนต่อไป
โดยไม่ได้ใช้เวลานานอะไร เขาก็เดินกลับมาจนถึงที่ถ้ำฝึกตนของตัวเอง
ทันทีที่มาถึง เขาล้มตัวลงนอนที่เตียงหินเป็สิ่งแรก วันนี้เล่นเอาเขาเหนื่อยล้า แม้จะได้รับการฟื้นฟูจากระบบแล้ว แต่เขาเองก็จำเป็ที่จะต้องนอนพักผ่อน ส่วนเื่อื่นๆ เขาเอาไว้ค่อยคิดในภายหลัง
หลังจากที่ล้มตัวลงนอนที่เตียงหิน กู้เฉินก็หลับไปอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่าเขาจะฝันดีไม่น้อย มุมปากถึงกับเผยรอยยิ้มออกมา สีหน้าผ่อนคลายอย่างถึงขีดสุด หลับสบายราวกับไม่ใช่คนที่เพิ่งจะผ่านเื่ที่อันตรายมาก่อนหน้านี้อย่างไรอย่างนั้น
จบบทที่ 20