ตอนที่ 8 จุม(พิษ)
เช้าวันต่อมาที่โรงแรมเขาก็เห็นว่าปานรุ้งมายืนรออยู่แล้วเหมือนเช่นเคยพร้อมกับปิ่นโตในมือ
“คุณเรย์ทานอะไรมาหรือยังคะรุ้งซื้อก๋วยเตี๋ยวเ้าอร่อยมาฝากค่ะ หวังว่าคุณคงไม่รังเกียจนะคะ”ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินไปหาเรวัตรนั้นเอง ร่างของเจษฎาก็โผล่มาจากข้างหลังเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว
“ไม่ได้รังเกียจเลย” จากนั้นมือหนานั้นก็คว้าถุงปิ่นโตเธอมาอย่างไว
“เฮ้ย นี่นาย” ปานรุ้งทั้งไม่พอใจ ทั้งงุนงงเป็ไก่ตาแตก ก่อนจะพยายามคว้าปิ่นโตที่ใส่ก๋วยเตี๋ยวคืน “ฉันไม่ได้ซื้อมาให้นายกินนะ”
ก่อนที่จะเกิดเื่วุ่นวายไปมากกว่านนี้เรวัตรจึงตัดสินใจสงบศึกดังกล่าวโดยเร็ว
“ขอบคุณคุณรุ้งมากนะครับ แต่พอดีผมกับคุณเจษไปกินข้าวกันมาแล้วไว้ถ้ายังไง เดี๋ยวผมค่อยอุ่นกินเป็มื้อเที่ยงก็ได้ครับ”
“นี่คุณเรย์ไปรู้จักตานี่ เอ้ย เจษได้ยังไงคะ” ปานรุ้งถามขึ้นก่อนจะเบือนหน้าหนีสายตากวนๆ ชวนคันอวัยวะเบื้องล่างของชายทรงเซอร์ที่เดินไปยืนอยู่ข้าง ๆ ชายชุดสูท
“พอดีไปเจอที่งานโชว์รถเมื่อวาน แล้วเราก็ชอบรถยี่ห้อเดียวกันแบบเดียวกัน เลยคุยกันถูกคอน่ะครับ แล้วพอดีผมก็เจอเขามาส่งผักด้วยก็เลยชวนคุยกันมาเรื่อย ๆ น่ะครับ”
ในขณะที่ปานรุ้งมองมาที่ทั้งคู่อย่างนึกฉงน กลีบปากอิ่มก็บ่นพึมพำ
“อย่างตานั่นเนี่ยนะ ไปงานโชว์รถ ถ้าไปงานไล่ควายยังจะเหมาะกว่าอีก”
“นี่ คุณเรวัตร พอดีผมยังไม่อิ่มเลยขอเลยละกันนะครับ” เสียงทุ้มห้าวของเจษฎาดังขึ้นในมือมีปิ่นโตของปานรุ้งถือติดมาด้วย
เมื่อเห็นแบบนั้น หญิงสาวก็ก้าวเข้าไปขวางอย่างไว พร้อมโวยลั่น
“นายกล้าดียังไง ฉันซื้อมาให้คุณเรย์นะ”
“แต่คุณเรย์ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ใช่ไหม คุณเรย์” ร่างสูงใหญ่วางปิ่นโตบนโต๊ะในห้องล็อบนี้ก่อนจะนั่งลงบนโซฟา จากนั้นมือหนาก็จ้วงตักอาหารในปิ่นโตนั้นกินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่สนใครทั้งนั้น
“นายนี่มันหน้าด้านเหลือทน”
“ก็ไม่เท่าผู้หญิงแถว ๆ นี้หรอก” เขาละจากการกินก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าไปเหน็บเ้าของปิ่นโต
“นี่นายว่าฉันหรือ ฮึ” เสียงที่ถามนั้นแทบจะเป็กรี๊ด
“พูดลอย ๆ หรือเธอจะยอมรับนั่นก็เื่ของเธอ”
เรวัตรจึงอาศัย่ชุลมุนที่ปานรุ้งร้องกรี๊ด ๆปลีกตัวออกมาในที่สุด
‘เฮ้อ รอดไปได้อีก 1 วัน’
หลัง ๆ มานี้เจษฎาที่มาส่งของที่โรงแรมก็จะคอยมาช่วยกันปานรุ้งจากเรวัตรทุกครั้งไป จนวันหนึ่ง ปานรุ้งมาที่โรงแรมแต่สายตาคอยแอบมองว่าเจษฎาไปหรือยังพอเห็นเขาขึ้นรถกระบะของสวนกลับไปแล้ว เธอจึงไปหาเรวัตร สุดที่รักของเธอ
“คุณเรย์คะ สวัสดีค่า”
เสียงแหลมเล็กอารมณ์ดีที่ตราตรึงเขาไม่เคยลืมก็ได้ดังขึ้นทำเอาเขากับน้องชายที่เดินมากินข้าวเช้าด้วยกันถึงกับชะงักไป
‘เจษฎาไปไหนนี่ ไหนว่าจะมาช่วยกันท่าไง’
“ใครน่ะ พี่เรย์” พลระพีมองหญิงสาวในชุดจั๊มสูทคล้องไหล่สีครีมตรงหน้าด้วยความสงสัย
เมื่อไปถึงที่ห้องอาหาร ปานรุ้งเดินเข้ามาหาเขาก่อนจะวางปิ่นโต พร้อมกับกับข้าวที่เธอทำมา ทั้งนี้ก็ไหว้ทักทายและแนะนำตัวเองกับพลระพีด้วย
“นี่น้องชายผม ชื่อพลระพีครับ”
“เรียกพีเฉย ๆ ก็ได้นะครับ คุณรุ้ง”
“พอดีรุ้งไม่ทราบเลยว่าจะเจอกับคุณพีด้วย ก็เลยทำมาแค่ส่วนของคุณเรย์น่ะค่ะต้องขอโทษด้วยนะคะ”
“ไม่เป็ไรเลยครับ เอ่อถ้ายังไงเดี๋ยวผมขอตัวไปสั่งอาหารที่ห้องอาหารนิดนึงนะครับคุณรุ้งอยากทานอะไรไหมครับ”พลระพีเอ่ยถามผู้มาเยือนอย่างสุภาพในฐานะผู้บริหารโรงแรมแห่งนี้
“รุ้งกินมาแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
ปานรุ้งชวนเขาคุยสัพเพเหระ จนกระทั่งพวกเขากินเสร็จเธอก็ได้ขอตัวกลับเพราะเดี๋ยวมีงานต่อ
จนเมื่อปานรุ้งเดินออกไปพ้นจากสายตา พลระพีก็หันมามองพี่ชายด้วยแววตาหยอกเย้า
“เดี๋ยวนี้มีสาวเลี้ยงข้าวแล้วหรือ พี่ ว้าว พี่เราจะลงจากคานแล้ว”
“เดี๋ยว ๆเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว พี พอดีฉันไปช่วยเธอไว้ตอนจะโดนทำร้ายเธอก็เลยทำอาหารมาให้เพื่อขอบคุณนี่ล่ะ” เขาละไม่อธิบายว่าทำมาให้ทุกวันด้วย ไม่งั้นล่ะเ้าน้องชายได้จับเขานั่งสอบสวนต่อยาว ๆ แน่
“สงสัยเธอคงจะปิ๊งพี่เข้าแล้วแน่ ๆ แล้วว่าแต่เขารู้หรือเปล่าว่าพี่เป็ลูกชายเ้าของโรงแรมนี้”
“รู้”
“งั้นพี่ก็ต้องระวังนะเพราะบางทีที่เธอตามตื๊อพี่อยู่เนี่ย ก็เพราะเห็นพี่รวยก็ได้”
“ฉันไม่ได้รักชอบเธอแต่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรดีนี่สิ” แต่แล้วคำพูดของน้องชายก็สะกิดใจเข้า “เมื่อกี้นายบอกว่าที่เธอตามจีบฉันก็อาจจะเป็เพราะเธอเห็นว่าฉันรวยงั้นหรือ”
“ใช่ครับ แต่ผมเพียงสันนิษฐานนะ”
“ถ้างั้นถ้าเธอไม่รู้ว่าฉันเป็เ้าของโรงแรมเราก็สามารถพิสูจน์ใจเธอได้ว่ารักเราหรือรักเงินเราได้”
“เอ่อ ก็ประมาณนั้นแหละครับ”
เรวัตรนิ่งคิดอะไรอีกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขอตัวไปทำธุระ จากนั้น ชายหนุ่มก็ได้รีบติดต่อหาอาชูในทันที
“อาครับ อาไม่ต้องหาคนสวนแล้วนะครับ”
“อ้าว ทำไมล่ะครับ เขาได้คนแล้วหรือ”
“พอดีผมเจอแล้วล่ะ”
โดยในเวลาเดียวกันนั้นเอง ปานรุ้งที่เดินถือปิ่นโตมาอย่างอารมณ์ดีบริเวณสวนด้านหลังโรงแรมอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงแว่วมาจากข้างหลัง
“ว้าว วันนี้ควบถึงสองเลยหรือไง”
และคนที่พูดจาแย่ ๆ แบบนี้กับเธอคงมีแค่คนเดียว หญิงสาวหันไปมองก็เจอเจษฎายืนกอดอกในชุดเสื้อสก็อตสีเหลืองมองมาที่เธออย่างหาเื่
‘ให้ตายสิ ทำไมตานี่ถึงมายืนตรงนี้ไม่ใช่ว่ากลับไปแล้วหรอกหรือ’
“แล้วนี่นายว่างมากหรือไง งานไม่มีทำใช่ไหมถึงได้มาพูดจาหาเื่ชาวบ้านเขาน่ะ”
“ฉันมาส่งผักผลไม้จากทางไร่ให้กับโรงแรมน่ะไม่ได้ว่างมาทำเื่เสื่อมเสียเหมือนคนแถว ๆ นี้หรอก”น้ำเสียงและใบหน้ายังคงยียวนไม่หาย แถมจะดูมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
เมื่อได้ยินคำปรามาสดังกล่าว ปานรุ้งก็เผลอกรี๊ดออกมา
“ปากเสีย นายกล้าพูดแบบนี้กับฉันได้ยังไง”
ริมฝีปากหนายกยิ้ม ก่อนจะเดินย่างสามขุมเข้ามาพลางไล่มองเธอั้แ่หัวจรดเท้า
“ก็ดูชุดที่เธอใส่สิ ไม่เรียกว่ามายั่วแล้วจะให้นึกว่ามาทำอะไร มาขายประกันหรือไง”
“หึ ก็คิดอะไรได้แค่นี้ไงเลยทำได้แค่ส่งผักส่งหญ้า” เสียงแหลมตวาดแหวก่อนจะมองเขาั้แ่หัวจรดเท้าคืนไปบ้าง
เมื่อได้ยินแบบนั้น เขาก็ปรี่ไปคว้าข้อมือบางของเธอ
“โอ๊ย ฉันเจ็บนะ”
“เป็แค่คนส่งผักส่งหญ้าก็ยังมีค่ากว่าผู้หญิงที่ดีแต่แต่งตัวยั่วผู้ชายไปวันๆ เพื่อหวังแต่เงินแบบเธอ”
ปานรุ้งสะบัดมือออกก่อนจะตบหน้าเจษฎาจนหัน มาตอนนี้ฟางเส้นสุดท้ายของเธอได้ขาดผึงลงเสียแล้ว
“จะให้ฉันทำมากกว่านี้ก็ได้เพราะฉันชอบคุณเรย์เข้าใจไหม”
ยิ่งเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งโมโห ก่อนจะคว้าเอวบางนั้นเข้ามาชิดกับกายแกร่งอย่างแแ่
“ปล่อยฉันนะ นายไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉันนะ” เสียงแหลมนั้นตวาดแว้ดๆ พลางดิ้นไปมา
“อ๋อ เพราะมันรวยมากใช่ไหมเลยสนใจเข้าหา”พลันเสียงทุ้มนั้นก็กลายเป็เสียงเย็นเยียบ ให้ความรู้สึกไม่ต่างกับบรรยากาศร้อนระอุก่อนพายุจะมาเลย
“เออ พอใจหรือยัง”และแรงโทสะที่ตอบกลับมาก็กลายเป็สิ่งกระตุ้นชั้นดีเสียด้วย และในตอนนั้นเองเจษฎาก็จัดการก้มลงจูบกลีบปากอิ่มที่กำลังจะขยับว่าเขาต่ออย่างแแ่
--------------------------------------------------------------------------------------------
เสี่ยเฉลิมศักดิ์หงุดหงิดเป็อย่างมากที่ลูกน้องของตนเอาตัวปานรุ้งมาไม่ได้เสียทีซ้ำยังโดนจัดการกลับมาเกือบทุกครั้งอีกด้วย
“วันนี้มีผับเปิดใหม่ ได้ข่าวว่าสาว ๆ สวย ๆ เพียบเลยนะครับเสี่ย” ลูกน้องคนหนึ่งว่าขึ้น
นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วความสนใจในตัวหญิงสาวที่ชื่อปานรุ้งก็ไม่มากเหมือนวันก่อนก็จริงแต่ด้วยความที่เป็คนชอบเอาชนะและคนที่อยากได้อะไรก็ต้องได้นั้นทำให้เขายังคงยืนกรานอยู่เหมือนเดิม
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงตอนนี้ฉันก็้าแค่หนูปานรุ้งเท่านั้น”
อีกอย่างการที่จัดการลูกน้องของเขาจนเดี้ยงกลับมาไม่เป็ท่าแบบนี้ ยิ่งทำให้เสี่ยคนดังกล่าวรู้สึกเสียหน้าและผูกใจเจ็บกับคนที่ชื่อเจษฎาคนนั้นในทันที
“นี่ ไอ้ใหญ่”
“ครับ นาย”
“ไปเตรียมรถให้ฉันด้วย ฉันจะไปไร่ครูสะอาด”
“ได้ครับ”
จนเมื่อเดินออกมาจากห้องทำงานเขาก็ได้ฝากงานที่จะเข้าให้เลขาฯสาวเป็คนดูแลไปก่อนจนกว่าเขาจะกลับมาอีกด้วย
“ครั้งนี้ฉันจะไปเตือนแกเบา ๆ ก่อนก็แล้วกันไอ้เจษฎา”
หลังจากจูบปานรุ้งจนสมรัก ชายหนุ่มก็ผละจากกลีบปากนุ่มนั้นก่อนจะค่อย ๆ ลดมือที่จับใบหน้านวลนั้นลง ริมฝีปากหนานั้นยิ้มกริ่ม แววตาวาววับขณะที่หญิงสาวในตอนนี้นั้นกลับอ่อนระทวยในอ้อมกอดคนตัวโต พลางเอามือบางกุมปากของตัวเองด้วยความรู้สึกทั้งอายทั้งโกรธ
“เป็ไงล่ะ เร้าใจดีใช่ไหม”
ปานรุ้งผลักอกคนตรงหน้าออกไปอย่างสุดแรงจนหลุดออกมาได้
“ไอ้ชั่ว”
“นี่แค่การสั่งสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น รุ้ง” ในตอนนั้นเองมือบางก็จัดการตบหน้าฉาดใหญ่ก่อนจะเดินหนีไป น้ำตาคลอ
เมื่อเห็นว่าหนีพ้น น้ำตาหยดโตก็ไหลร่วงจากดวงตาคู่สวยเธออยากจะกรี๊ดให้ลั่นให้สมกับความโกรธที่ปะทุจนแทบอยากจะฉีกทึ้งเนื้อหนังคนที่กระทำเธอก่อนหน้านี้จูบแรกที่เธออยากจะเก็บไว้ให้ชายที่ตนรักอย่างเรวัตรกลับถูกไอ้กุ๊ยพรรค์นั้นฉกฉวยไปจนได้นี่ชีวิตเธอจะโชคดีหรือสมหวังเหมือนคนอื่นเขาไม่ได้เลยงั้นหรือ
ที่ไร่ของครูสะอาดในตอนนี้นั้นคนงานบางส่วนต่างกำลังมองรถยนต์คันใหญ่เหมือนรถตู้ของผู้ที่กำลังเข้ามาเยือนซึ่งกำลังแล่นตรงไปยังบ้านพักของคุณสุรชัย
“นั่นรถของเสี่ยเฉลิมศักดิ์นี่หว่า”คนงานคนหนึ่งว่าขึ้น
“แล้วคนใหญ่แบบนั้นมาทำอะไรที่ไร่นี้วะ”
“ข้าก็ไม่รู้”
จนเมื่อประตูเปิดออกมาร่างท้วมของชายสูงวัยก็ได้ลงมาจากรถยนต์คันดังกล่าว โดยมีบรรดาลูกน้องล้อมหน้าล้อมหลังคุ้มครองอยู่ไม่ห่าง
“สวัสดีค่ะ เสี่ย”คุณป้าแม่บ้านที่กำลังเดินอยู่แถวนั้นเห็นเข้าก็รีบปรี่เข้ามา “มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“ฉันมีธุระจะคุยกับคุณสุรชัย เขาอยู่ไหม”
“มีธุระอะไรกับผมงั้นหรือครับ”
ร่างสูงผอมของทายาทเ้าของไร่ปัจจุบันปรากฏตัวขึ้นในที่สุดก่อนจะเดินลงบันไดมาหา
“อ่อ ไม่มีอะไรมากหรอกครับ”
“ยังไงเชิญกินน้ำกินท่าก่อนสิครับ”สุรชัยเอ่ยขึ้นในฐานะเ้าบ้าน แต่แขกที่มาเยือนกลับยกมือเป็เชิงห้าม
“ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากมายนักหรอกที่ฉันมาเนี่ยก็อยากจะมาพูดกับคุณ อืม เรียกว่ามาขอร้องดีกว่า”
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เื่ลูกชายของคุณ”
“หืม ลูกชายผม เจษฎาไปทำอะไรหรือครับ”
“ผมอยากให้คุณช่วยควบคุมพฤติกรรมลูกของคุณหน่อยนะดูนี่” ว่าจบ เสี่ยเฉลิมศักดิ์ก็ได้ผายมือไปทางลูกน้อง 2-3 คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆที่หน้าตาดูบวมช้ำ “นี่แค่บางส่วนนะครับ ส่วนที่เหลือต้องหยอดน้ำข้าวต้มนอนกันเป็แถบๆ”
เมื่อเห็นแบบนั้น สุรชัยก็ถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออก
“เป็แบบนี้ไปได้ยังไง”
“ก็ลูกชายคุณไง คุณสุรชัย ที่ทำแบบนี้กะอีแค่ลูกน้องผมพูดจาไม่ถูกหูเข้าหน่อยก็ซัดมาซะน่วมแบบนี้เลย”
“ยังไงผมต้องขอโทษแทนลูกชายผมด้วยนะครับ”
“ต่อไปอย่าให้ผมเห็นว่าลูกน้องผมต้องเจ็บตัวเพราะลูกคุณอีกนะคุณสุรชัย ผมเอาเื่คุณแน่”
เ้าของไร่พยักหน้าอีกครั้ง
“ครับ”
จนเมื่อรถของเสี่ยเฉลิมศักดิ์ขับออกไปจนพ้นจากไร่ในที่สุดสุรชัยยืนมองจนรถคันดังกล่าวออกไปลับตา
“ป้าว่าพวกนั้นต่างหากที่ไปหาเื่คุณเจษก่อนไม่งั้นคงไม่โดนหรอกค่ะ”
“แต่ลูกเราก็ทำไม่ถูกที่ไปมีเื่ชกต่อยกับคน” เขาเองก็รู้นิสัยลูกตนดีแต่จะพูดให้เหลิงไม่ได้ “กลับมาคงต้องอบรมสักหน่อย ไม่งั้นเขาจะได้ใจ ป้าเมี่ยง”
และไม่นานคนที่กำลังเป็ประเด็นอยู่นั้นก็ได้ขับรถกลับมาพอดีแถมยังลงจากรถมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มกว่าปกติอีกต่างหากจนผู้เป็พ่อเห็นแล้วยังอดแปลกใจไม่ได้
“มันอารมณ์ดีมาจากไหนของมันน่ะ”
จนเมื่อตามตัวลูกชายตัวแสบมาได้แล้วนั้นผู้เป็พ่อก็จัดการเข้าเื่ทันทีอย่างไม่รอช้า
“จริงไหมลูก ที่เสี่ยเขาบอกน่ะ”
“หึ ทำตัวกร่างพรรค์นั้นก็สมควรนี่ พ่อ”
“แต่ยังไงลูกก็ไม่สมควรที่จะทำแบบนั้นนะ”
“ก็ถ้ามันไม่มายุ่งเื่ของผม ผมก็ไม่ทำอะไรหรอก”
เมื่อได้ยินแบบนั้นคิ้วทั้งสองของชายสูงวัยกว่าก็ย่นเข้าหากันด้วยความฉงน
“เื่อะไรของลูก”
ในตอนนั้นเองชายหนุ่มก็มีท่าทีอึกอักขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะบอกปัดเป็เื่อื่นไป
“เดี๋ยวค่อยมาคุยนะ พ่อ พอดียอดโทรมาหาผมให้ไปช่วยดูพื้นที่ที่จะลงถั่วใหม่น่ะ”โดยทันทีที่พูดเสร็จ เจษฎาก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันทีทิ้งให้ผู้เป็พ่อมองตามอย่างไม่เข้าใจ
ที่ผับเปิดใหม่นั้นเองเสี่ยเฉลิมศักดิ์ที่เริ่มกรึ่ม ๆ ก็ได้คุยกับลูกน้องด้วยเสียงค่อนข้างดังและไม่ใกล้ไม่ไกลจากโต๊ะของเสี่ยนั้นก็ได้มีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งที่ดูท่าทางภายนอกก็เหมือนมาเที่ยวเหล้าเต็มโต๊ะ ครื้นเครงเฮฮาเคล้าไปกับเสียงดนตรีของผับเปิดใหม่
“ขัดใจจริง เมื่อไหร่ฉันจะได้แอ้มหนูรุ้งเสียที”เสี่ยร่างท้วมบ่นอย่างขัดใจ
“ในเมื่อเอาตัวตอนปกติมาไม่ได้ ก็แอบไปลักพาตัวตอนหลับเสียเลยสิคร้าบ”ลูกน้องอีกคนที่กรึ่ม ๆ ไม่แพ้กันกล่าวเสริม
“เอ้อ พอเหล้าเข้าปากแกก็ดูฉลาดขึ้นทันตาเลยนี่หว่า ฮ่า ๆ” ชายผู้เป็นายหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ
“แต่ถ้าเธอไม่ยอมล่ะครับ”
“จริงด้วยสิ”
“เดี๋ยวพวกผมจัดการให้เองครับเสี่ย”ลูกน้องคนหนึ่งว่าขึ้น พลางชูหมัดไปมาในอากาศ “พวกผมน่ะเข้าฟิตเนสฝึกการต่อสู้ทุกวัน รับรองว่าเสี่ยไม่ต้องเปลืองแรงไปลักพาตัวคุณรุ้งมาหรอกครับ”
“เออ ๆ จะลองอย่างงั้นดูก็ได้”
ในตอนนั้นเอง หนึ่งในชายสองคนที่กินเหล้าอยู่ในร้านผับเปิดใหม่ก็ได้กดมือถือโทรหาคน ๆ หนึ่ง
“นายครับ เื่ของเสี่ยนั่นครับ”
หลังจากได้ฟังการรายงานของลูกน้องตน ริมฝีปากหนาก็ยิ้มกริ่มจนเห็นฟันเขี้ยวข้างใน
“ขอบใจมาก พวกนายกลับมาได้แล้วล่ะ”
หลังจากคุยจบ เขาก็วางมือถือลงบนโต๊ะทำงานแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว
“หึ คิดจะเล่นงานคนอย่างฉันมันไม่ง่ายหรอกนะเฟ้ย ไอ้แก่ตัณหากลับ”
และก่อนจะนอนในคืนนั้น ภาพในวินาทีที่เขาได้จูบกับปานรุ้งรสัั กลิ่นของเธอ ภาพของเธอก็วนเวียนขึ้นมาจนเผลอยิ้มไม่รู้ตัว
“จูบห่วยชะมัด” ก่อนจะหลับลงทั้ง ๆ ที่ยิ้มอยู่แบบนั้น
---------------------------------------------------------------------------------------------
่เวลาตอนเช้าวันเสาร์ที่แสนสดใส ต้นไม้ในสวนต่างออกดอกออกใบชูช่อรับกับแสงตะวันที่ส่องกระทบลงมาทำให้ต้นไม้ใบหญ้าดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เสียแต่ว่าตอนนี้ต้นไม้ใบหญ้าพวกนั้นดูจะมีมากเกินความ้าไปหน่อยแล้ว หลายวันมานี้ยังไม่มีใครมาสมัครคนสวนเลย
และในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ได้ดังขึ้นลุงยงค์ที่ต้องมากวาดใบไม้พวกนี้ชั่วคราวก็ได้หันออกไปมองที่ประตูหน้าบ้านก็เห็นว่ามีคนสองคนมายืนอยู่ที่หน้าประตูร่างผอมชรานั้นจึงวางไม้กวาดไว้แถว ๆ นั้นก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามที่เรี่ยวแรงในวัยนี้จะเอื้อไปยังประตูหน้าบ้าน
“พวกคุณมีธุระอะไร” เขาถามขึ้นในขณะที่สายตาก็แอบมองชายทั้งสองที่คนหนึ่งเป็ชายสูงวัยแต่ดูน่าจะอ่อนกว่าตน ส่วนอีกคนหนุ่มกว่า น่าจะ 30กว่าปีได้
แล้วในตอนนั้นเองชายหนุ่มที่ใส่ชุดเสื้อยืดสีน้ำเงินซีดก็ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมขัดกับเสื้อผ้าที่ใส่ภายนอกพอสมควร
“ผมมาสมัครป็นคนสวนครับ”
-------------------------------------------------------------------------------