เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 67 ราชสีห์ปากกว้าง


             “เหตุใดข้าต้องโขกศีรษะด้วย? ราชสำนักมีกฎ เมื่อพบขุนนางถึงค่อยคุกเข่า เจ้านั้นหนึ่งมิใช่ขุนนาง สองมิใช่บิดามารดาข้า เหตุใดข้าต้องคุกเข่าให้เจ้าด้วย หากดูจากชื่อเสียงและผลงานแล้ว พี่ชายคนที่สามของข้าเป็นซิ่วไฉ อีกไม่นานก็จะร่วมเข้าสอบเป็นจวี่เหริน ส่วนคุณชายตู้นั้นเกรงว่าคงสอบไม่ผ่านระดับอำเภอด้วยซ้ำกระมัง? ว่ากันตามจริงแล้วควรเป็นท่านที่คุกเข่าให้ข้ามากกว่า”

             “สามหาว” ตั้งแต่เด็กตู้ไฉเกาก็เรียนหนังสือไม่ได้เรื่อง ไม่รู้ว่าถูกคนด่าลับหลังมากมายเพียงใด แน่นอนว่าย่อมเกลียดที่สุดเวลามีคนพูดว่าเขาเรียนหนังสือไม่ได้ความ ยามนี้ถูกเสี่ยวหมี่จี้จุด จึงไม่อาจเสแสร้งแสดงท่าทีเป็นคุณชายสูงศักดิ์ได้อีก เขากระทืบเท้าด่าว่า “นังชั้นต่ำน้อยนี่ เจ้ากล้าสั่งให้ข้าคุกเข่า วันนี้หากไม่ซ้อมพวกเจ้าปางตาย ข้า...ข้าจะเปลี่ยนไปใช้แซ่เจ้าเสียเลย”

             “ไม่ต้องหรอก คนสกุลลู่เราล้วนเป็นคนรู้ความและมีมารยาท ไม่ต้องการลูกหลานสันดานเช่นเจ้า”

             เสี่ยวหมี่ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย “พวกเรามาพูดกันตรงๆ ดีกว่า คุณชายตู้สอดเท้าเข้ามาแทรก แย่งภูเขาที่เราจ่ายเงินมัดจำไปแล้วไปเป็นของตนเอง ที่จริงแล้วมีความต้องการใดกันแน่? ไม่สู้พูดออกมาให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำลายกันให้มาก”

             “ดี ดีมาก” คุณชายตู้กวาดตามองทุกคน หัวเราะเยาะกล่าวว่า “ต่างก็กล่าวกันว่าคนในหมู่บ้านเขาหมีเป็นพวกคนเถื่อน ไม่คิดว่าพวกคนเถื่อนยังต้องให้แม่นางน้อยคนหนึ่งมาเป็นหัวหน้า ช่างน่าขายหน้าจริงๆ”

             “ไม่ต้องพูดมากไร้สาระ ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ฟังเสี่ยวหมี่ เจ้ารีบพูดมา ถ้าไม่พูดก็ไสหัวไป”

             เจียงสือโถ่วที่ยืนอยู่ด้านหลังนายท่านเฝิงยามปกติเป็นคนพูดน้อย ยามนี้กลับเป็นคนแรกที่เอ่ยปากออกมา คนอื่นๆ ในหมู่บ้านเองก็ไม่มีสีหน้าอับอายแม้แต่น้อย สิ่งนี้ทำให้ตู้ไฉเการู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง เขาอุตส่าห์เอ่ยวาจายุยงไปเช่นนั้นแต่กลับไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย

             “ดี ดีมาก นับว่าพวกเจ้าแน่มาก ข้าได้ยินมาว่าหุบเขาหมีเป็นขุมสมบัติ จึงคิดจะซื้อเอาไว้เลี้ยงหมู แต่ดูท่าทางดุร้ายของพวกเจ้าแล้วตัวข้าเองก็ให้รู้สึกรังเกียจยิ่งนัก หากว่าพวกเจ้าให้ราคาที่เหมาะสม ข้าจะขายโฉนดนี่ให้พวกเจ้าก็ได้”

             “บอกราคามาเถอะ”

             เสี่ยวหมี่ยังคงเอ่ยประโยคเดิมอย่างไม่สะทกสะท้าน

             ตู้ไฉเการาวกับต่อยหมัดไปบนกองฝ้ายก็ไม่ปาน รู้สึกหงุดหงิดจนต้องสะบัดแส้ไปมา คิดไม่ถึงว่าแส้นั้นจะไปโดนตัวม้าจนมันยกขาหน้าขึ้น เกือบทำเขาร่วงลงไป

             เด็กรับใช้ข้างๆ รีบเข้ามาช่วยทันที พยายามอยู่นานกว่าจะทำให้ม้าสงบลงได้ คุณชายตู้รู้สึกเสียหน้ายิ่งนัก อีกทั้งยามนี้ยังอยู่ต่อหน้าพวกพรานชั้นต่ำอีก

             เขาจึงเอ่ยออกไปด้วยความโกรธ “หมื่นตำลึง ให้ข้าหมื่นตำลึงแล้วโฉนดที่ดินหมู่บ้านเขาหมีจะเป็นของพวกเจ้า”

             ทุกคนในหมู่บ้านเขาหมีได้ยินแล้วก็สูดลมหายใจเข้าลึก ต่อให้บางครั้งพวกเขาจะโชคดีล่าหนังสัตว์ชั้นเยี่ยมกลับมาได้ แต่มากที่สุดก็ขายได้แค่ยี่สิบตำลึงไม่เกินนี้ เงินหมื่นตำลึงต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะสะสมได้กัน?

             ห้าร้อยปีกระมัง!

             เขามันราชสีห์ปากกว้าง [1] รังแกกันเกินไปแล้ว

             เสี่ยวหมี่เองก็หลุดหัวเราะเสียงเย็นชาออกมา ภูเขาราคาสองร้อยตำลึง แต่เมื่อจะเปลี่ยนจากมือหนึ่งไปอีกมือหนึ่งกลับต้องใช้เงินถึงหมื่นตำลึง คนผู้นี้หากไม่ใช่เพราะยากจนมากจนสมองมีปัญหา ก็คงจะถูกลาเตะศีรษะมาก่อนเป็นแน่

             กับดักที่โจ่งแจ้งเช่นนี้ นางไม่มีวันกระโดดลงไป ยามนี้ยังไม่ต้องรีบซื้อภูเขาสองลูกนี้ก็ได้ รอเวลาไปก่อนค่อยคิดหาวิธีใหม่

             “หนึ่งหมื่นตำลึง พวกเราไม่มีทางซื้อได้แน่นอน”

             เสี่ยวหมี่โบกมือแล้วหันไปบอกทุกคน “เปิดประตู ให้คุณชายตู้เข้าไป”

             “อะไรนะ? เสี่ยวหมี่ไม่ได้เด็ดขาดนะ”

             คนในหมู่บ้านเริ่มร้อนใจขึ้นมาแล้ว พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเขาหมีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จู่ๆ จะยอมให้ที่ดินของตนเองตกไปอยู่ในมือผู้อื่นได้อย่างไร พวกเขายอมตายดีกว่ายอมถูกรังแก

             “ท่านลุงท่านอาทั้งหลายวางใจ” เสี่ยวหมี่หยิบโฉนดที่ดินสองฉบับออกมาจากอกเสื้อ “เมื่อกาลก่อนตอนที่ท่านปู่มาลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านเขาหมีแห่งนี้ ท่านได้ไปจัดการนำโฉนดที่ดินมาไว้ในครอบครองแล้ว พื้นที่นาสามสิบหมู่ที่ตีนเขา และพื้นที่บนเขาที่มีรัศมีสามลี้จากตัวเรือนของสกุลลู่ออกไปนั้นล้วนเป็นเขตแดนของสกุลลู่ ต่อให้คนนอกจะเสียเงินเป็นแสนตำลึงซื้อภูเขาไป ก็ได้แค่ภูเขาเตี้ยๆ ที่ขนาบสองข้างเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์มาขับไล่พวกเราออกไปจากบ้านของเรา”

             “เช่นนั้นหรือ...เช่นนั้นก็ดีมากเลย” ทุกครอบครัวบนเขาหมี บรรพบุรุษของพวกเขาล้วนเป็นนายพราน ตั้งแต่มาลงหลักปักฐานตามท่านปู่สกุลลู่เป็นต้นมานั้น พูดตามจริงแล้วแค่จะกินให้อิ่มนอนให้อุ่นยังยาก บ้านที่พวกเขาพักอาศัยก็ทำจากไม้ ไม่มีความคิดจะซื้อขายหรือโยกย้ายแต่อย่างใด จึงไม่มีใครคิดไกลไปถึงการทำโฉนดที่ดินซึ่งมีแต่พวกคนมีอันจะกินเท่านั้นที่คิดทำกัน

             คิดไม่ถึง วันนี้เกิดเหตุการณ์ที่มีคนคิดจะขึ้นเขามาไล่ที่พวกเขา ทำให้พวกเขาได้รู้ว่าที่แท้ท่านปู่ลู่ก็มองการณ์ไกลถึงเพียงนี้ เขาปกป้องคนในหมู่บ้านเขาหมีเอาไว้!

             ทุกคนจะไม่รู้สึกซาบซึ้งได้อย่างไร พากันเอ่ยปากว่า “วันพรุ่งนี้พวกเราจะไปโขกศีรษะจุดธูปต่อหน้าท่านปู่ลู่ ขอบคุณที่ท่านมองการณ์ไกลช่วยปกป้องเราไว้

             “ใช่แล้ว”

             เมื่อคืนนี้จู่ๆ ตู้ไฉเกาก็เกิดประกายความคิดชั่วร้ายขึ้นมาในหัว คิดวิธีนี้ออกมา กลับไม่รู้เลยว่า ที่แท้เงินสองร้อยตำลึงที่เขาเสียไปเพื่อซื้อเขาหมีนั้น ไม่ได้รวมส่วนยอดเขาหมีซึ่งเป็นที่ตั้งหมู่บ้านเขาหมีไปด้วย

             เขาหงุดหงิดตะโกนเรียกคนของทางการที่ติดตามมาด้วย เมื่อได้ยินคนผู้นั้นอธิบายอย่างระมัดระวังว่าโฉนดนี้ได้ครอบครองแค่ภูเขาเตี้ยๆ ที่ขนาบสองข้างหมู่บ้านเขาหมีจริงๆ เขาก็ยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม

             “ข้าไม่สน ข้าจะดูสิว่าใครจะกล้ามารุกล้ำพื้นที่ของข้า วันหน้าหากไม่ได้รับอนุญาต ต่อให้เป็นแค่กิ่งไม้กิ่งเดียว หรือกระต่ายตัวเดียวก็ห้ามใครเอาไปทั้งนั้น!”

             เสี่ยวหมี่ราวกับไม่ได้ยินก็ไม่ปาน นางเดินผ่านประตูไม้ที่ถูกเปิดออกเข้าไป พวกชาวบ้านก็เดินตามหลังนาง ตรงไปยังเพิงทำอาหาร

             พวกท่านป้าหลิวกำลังร้อนใจมาก เมื่อเห็นพวกเสี่ยวหมี่มาแล้วจึงรีบวิ่งไปต้อนรับ

             “เสี่ยวหมี่ จะทำอย่างไรดี บ้านสองหลังกับเพิงนี่จะต้องรื้อทิ้งหรือเปล่า ยังมีบ่อน้ำ คูน้ำ...”

             ทุกคนเองก็มองมาเช่นกัน สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ถึงแม้บ้านพักและคูน้ำจะเป็นของสกุลลู่ทั้งหมด แต่พวกเขาก็ทำมันขึ้นมากับมือ วันนี้หากจะให้รื้อถอนก็เท่ากับควักหัวใจพวกเขาออกมาย่ำยี พวกเขาทำใจไม่ได้

             แต่เสี่ยวหมี่กลับยิ้มเอ่ยว่า “เหตุใดต้องรื้อด้วย? แรกเริ่มข้าเองก็กังวลว่าจะมีคนคิดไม่ซื่อเช่นนี้ ดังนั้นบ้านพัก บ่อน้ำ คูน้ำพวกนี้ล้วนถูกสร้างขึ้นบนที่ดินของเราตั้งแต่แรกแล้ว”

             “จริงหรือ ดียิ่งนัก”

             คราวนี้ไม่เพียงแค่ชาวหมู่บ้านเขาหมี แม้แต่สกุลจงและพวกช่างฝีมือที่มาสร้างเรือนพวกนั้นก็พากันแสดงความยินดีออกมาด้วย

             เสี่ยวหมี่หันกลับไปกวาดสายตามองตู้ไฉเกาที่ขี่ม้าตัวสูงใหญ่ตามเข้ามาด้วยสายตาเย็นชา

             “นายท่านเฝิง ต้องลำบากท่านแบ่งหน้าที่ให้ทุกคนผลัดกันยืนเฝ้ายาม ไม่ว่าเช้าหรือค่ำก็ต้องผลัดเวรกันปกป้องที่ดินของเราเอาไว้ ธนูล่าสัตว์และมีดพร้าล้วนนำออกมา พวกเราจะไม่รุกล้ำพื้นที่ผู้อื่นแม้เพียงนิด แต่ก็จะไม่ยอมให้ใครก้าวเท้าเข้ามาในที่ของเราเช่นกัน โดยเฉพาะบนยอดเขาที่หมู่บ้านของเรา จะให้ใครก้าวเท้าเข้าไปไม่ได้เป็นอันขาด ต่อให้จะต้องลงไม้ลงมือก็ไม่หวั่น พวกเราสกุลลู่จะรับผิดชอบเอง”

             “ได้ เสี่ยวหมี่เจ้าวางใจ บุรุษในหมู่บ้านเขาหมีเราเคยสังหารหมีตีเสือกันมานักต่อนักแล้ว คนพวกนี้ในสายตาพวกเราแล้วเทียบไก่ป่ายังไม่ได้ด้วยซ้ำ ใครกล้ามารังแกพวกเรา เราก็ไม่มีทางปล่อยไว้แน่”

             บุรุษทั้งหลายในหมู่บ้านเขาหมีต่างส่งเสียงร้องออกมาอย่างฮึกเหิม เดิมทีตอนที่รู้ว่ามีคนนอกบุกเข้ามา พวกเขาก็พกอาวุธออกจากบ้านมาด้วยอยู่แล้ว เพียงแต่เพราะนายท่านเฝิงปรามเอาไว้พวกเขาจึงแอบซ่อนมันไว้

             ยามนี้ไม่มีความจำเป็นต้องแอบไว้อีกต่อไปจึงเอาออกมาอย่างเปิดเผย

             คันธนูของนายพรานทอประกายสีแดงก่ำไม่รู้ว่าอาบเลือดสัตว์ป่าดุร้ายมาแล้วเท่าไร มีดขวานคมกริบที่ฟันไม้ทั้งต้นให้ล้มได้อย่างง่ายดาย หากว่านำไปตัดแขนตัดขาคน คาดว่าเลือดคงพุ่งถึงสามฉื่อทันทีที่ลงมีด

             เห็นภาพบุรุษกำยำกลุ่มใหญ่ถือธนู ถือมีดขวานด้วยท่าทางดุร้ายเช่นนี้ เป็นใครก็คงอดหวั่นใจไม่ได้

             ทั้งตู้ไฉเกาและพวกคนที่ตามหลังเขามาพากันถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

             ตู้ไฉเกากระโดดลงจากหลังม้าด้วยความหงุดหงิด เขารู้แล้วว่าวันนี้คงไม่ได้เรื่องอะไร จึงเตะหินก้อนหนึ่งที่ปลายเท้าเพื่อระบายอารมณ์ กลายเป็นว่าชาวบ้านคนหนึ่งขึ้นคันศรทันที

             เขารีบถอยกรูด จากนั้นก็ตะโกนด่าหยาบคาย แต่ชาวบ้านคนนั้นไม่สนใจเขายังคงเล็งศรมาทางนี้ เพียงแต่ยังไม่ปล่อยให้มันหลุดออกจากแล่งธนู

             พวกคนของทางการรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างยิ่ง พวกเขากลัวว่าจะล่วงเกินท่านที่ปรึกษาเข้า จึงได้ตามมาแสร้งทำเป็นลูกน้องมาคุ้มกัน ใครจะคิดว่านายพรานพวกนี้จะดุร้ายไม่เกรงกลัวพวกเขา ทำให้ตอนนี้พวกเขาจึงต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิตอยู่

             พวกเขาหันไปสบตากันต่างก็เห็นตรงกันว่าควรถอยก่อน จึงขึ้นหน้าไปโน้มน้าวกล่าวว่า “คุณชายตู้ พวกบ้านพักและที่นาพวกนี้ล้วนตั้งอยู่บนที่ดินของผู้อื่นจริงๆ ตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยวันนี้ก็ได้มาเห็นแล้ว พวกนายพรานเหล่านี้คงไม่กล้ารุกล้ำที่ดินของเรา อย่างไรพวกเรากลับไปก่อน ให้พวกอาลักษณ์ลองสืบหาบันทึกเก่าๆ ดู ไม่แน่ว่าโฉนดที่ดินของคนพวกนี้อาจเป็นของปลอมก็ได้”

             ตู้ไฉเกาเป็นคนโง่ แต่บันไดที่กำลังทอดให้เขาได้มีทางลงงามๆ เช่นนี้เขาก็ยังมองออก เขาจึงเรียกให้คนรับใช้สองคนคอยเฝ้าที่นี่เอาไว้ ส่วนตัวเองนำคนกลับไป

             คนหมู่บ้านเขาหมีเห็นเช่นนี้ก็กลับไปทำงานเช่นเดิม ยกเว้นคนที่รับหน้าที่ลาดตระเวน คนที่มีหน้าที่สร้างบ้านก็ไปสร้างบ้าน มีหน้าที่ขุดคูก็ไปขุดคู

             ทุกอย่างคล้ายว่าจะกลับสู่ความสงบอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบสงบที่น่าหวาดระแวง   

             เสี่ยวหมี่เองก็ร้อนใจไม่น้อย แต่ยามนี้นางเป็นหัวใจหลักของทุกคน จะแสดงความกังวลออกมาทางสีหน้าไม่ได้

             ท่านป้าหลิวที่อยู่ในเพิงทำอาหารเยี่ยมหน้าออกมาถามว่า “เสี่ยวหมี่ เที่ยงแล้วนะ อยู่กินข้าวด้วยกันหรือไม่?”

             “ได้สิเจ้าคะท่านป้า กับข้าวหอมยิ่งนัก ท่านตักให้ข้าสักถ้วย ข้าจะเอากลับไปกินที่บ้านเจ้าค่ะ” เสี่ยวหมี่ยิ้มรับ จากนั้นก็เอ่ยเสริมว่า “ไม่กี่วันก่อนพี่ชายข้าเข้าเมืองไปซื้อเนื้อติดมันสิบกว่าจินมาไม่ใช่หรือ? ท่านก็ไม่ต้องเสียดาย วันพรุ่งนี้ก็เอาออกมาจากโหลหมักเกลือ ทำซาลาเปาให้ทุกคนกินเถิดเจ้าค่ะ”

             “แหม เด็กคนนี้ ไม่รู้จักใช้ชีวิตจริงๆ กินซาลาเปาอะไรกันเล่า ถ้าเอามาตุ๋นกับผักยังทำกินได้เป็นครึ่งเดือนเชียวนา”

             ท่านป้าหลิวแสนเสียดายแต่เสี่ยวหมี่กลับไม่สนใจ “ทุกคนเหนื่อยกันมากแล้ว ต้องได้กินของดีๆ ไม่เช่นนั้นพวกท่านลุงท่านอาก็คงหมดเรี่ยวหมดแรงกันไปก่อน พวกคนชั่วจะต้องมากันอีกแน่นอน พวกเราจำเป็นต้องสะสมแรงเอาไว้จัดการกับพวกมันนะเจ้าคะ”

             ทุกคนพากันยิ้มออกมา “พูดถูกแล้ว ต้องกินให้อิ่มก่อนค่อยทะเลาะวิวาท”

             ได้หยอกล้อกันเช่นนี้ทุกคนก็ผ่อนคลายลงมาก เพียงไม่นานกลิ่นหอมก็โชยออกมาจากเพิงทำกับข้าว

             คนรับใช้สองคนของตู้ไฉเกาที่ถูกทิ้งไว้ นั่งยองๆ ใต้ต้นไม้พลางลูบท้องตนเองไปด้วย

             แค่ทนหิวพวกเขาพอทนได้ แต่ที่พวกเขากลัวคือเกิดพวกคนเถื่อนเหล่านี้ไม่พอใจอะไรขึ้นมาแล้วฆ่าพวกเขาเอาเนื้อไปตุ๋นกิน ถึงตอนนั้นค่อยปล่อยข่าวออกไปว่าพวกเขาถูกสัตว์ป่าจับกินจะทำอย่างไร เกรงว่าคงไม่มีใครติดใจสงสัยคิดจะสืบสาวราวเรื่องแต่อย่างใด

             เสี่ยวหมี่เห็นสภาพของคนทั้งสอง ครู่หนึ่งนางก็เรียกเสี่ยวเตาไปหา นางเอ่ยเสียงเบากับเขาสองสามประโยค เสี่ยวเตายิ้มร่าเริงรับคำ จากนั้นเสี่ยวหมี่จึงถือชามเนื้อตุ๋นและตะกร้าใส่แป้งทอดกลับบ้านไป

             สุดท้ายเดินไปยังไม่ทันถึงบ้าน ก็เห็นบิดาลู่ที่รีบร้อนวิ่งลงมาจากยอดเขา

             “เสี่ยวหมี่ พ่อได้ยินว่ามีคนมาก่อความวุ่นวายหรือ?”

             เสี่ยวหมี่อยากจะถอนหายใจยาวจริงๆ ไม่ใช่ว่านางเป็นคนจุกจิกอะไร แต่พ่อลูกสกุลลู่นี่ช่างพึ่งพาไม่ได้เลยจริงๆ ผู้อื่นบุกมาจะถึงหน้าบ้านอยู่แล้ว แต่ตัวเองผ่านไปชั่วยามหนึ่งถึงเพิ่งจะโผล่ออกมา...

    เชิงอรรถ

            [1] ราชสีห์ปากกว้าง(狮子大开口)เรียกราคาหรือตั้งมาตรฐานคุณภาพสินค้าไว้สูงเกินปกติ

     

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808