นิยายเื่นี้เป็เื่แต่ง เขียนขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่งล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ บุคคล หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ข้อมูลหรือวัฒนธรรมบางอย่างได้รับการดัดแปลงให้เหมาะสมกับท้องเื่ และมีการดำเนินเื่ที่เกี่ยวกับความรุนแรง ความรุนแรงในครอบครัว เื่เพศ บุคคลรักร่วมเพศ และการใช้ภาษา โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
‘มันคือค่ำคืนแห่งความชั่วช้าสามานย์อย่างหาใดเปรียบมิได้ พวกมันเริ่มจากบุกเข้ามาเรื่อยๆ ตามทางเดิน ทหารยามและบ่าวรับใช้แค่หยิบมือที่ทำงานอยู่แถวโถงทางเดินหลักของปราสาทยังไม่ทันได้กรีดร้องหรือแสดงความหวาดกลัวก็สิ้นชีพไปเสียก่อนด้วยห่าธนูที่ถูกระดมยิงเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้ว่าคนสั่งการมันบ้าหรือกระไร พวกเราไม่มีอาวุธเลยสักนิด ไม่ได้รบมานานแล้วด้วย มันสั่งการราวกับคนหลอนประสาท เหมือนตนเองยังอยู่ในาก็ไม่ปาน ไอ้สารเลว! ในตอนนั้น ข้าจำได้ จอห์น โอซัลลิแวน เป็คนเดียวที่วิ่งพาร่างสะบักสะบอมจากห่าธนูมาแจ้งข่าวการบุกโจมตีให้นายท่านได้รับรู้ เขาสั่งการอพยพและรวบรวมกำลังพลขึ้นในทันที แต่ขอโทษนะ เ้าก็รู้นายท่านเกษียณตัวเองจากการเป็ทหารมาได้สามปีแล้ว ั้แ่จบศึกล่าอาณานิคม เขาเอียนเลี่ยนาเต็มทน ข้าเองก็เบื่อ พวกเราถึงได้กลับมาที่นี่มาทำการเกษตรและค้าขาย ไอ้เวรตะไลนั่น ทำให้นายท่านต้องกลับมาจับดาบจับปืนอีกครั้ง เป็ครั้งแรกที่ข้าได้เห็นมือของเขาสั่นเทา
เขาเป็ห่วงท่านหญิงทั้งสองมาก แต่ทั้งสองนางก็เข้มแข็งจริงๆ คุณหนูคาเธรีน่า อาสาเป็ผู้นำเลดี้แมคเดอมอทท์ และสาวรับใช้คนอื่นๆ ลงไปหลบภัยยังชั้นใต้ดิน ความจริง นางอยากที่จะอยู่ช่วยพี่ชายของนางต่อสู้ แต่นายท่านไม่สบายใจและรบเร้าให้นางพาผู้หญิงและเด็กลงไปหลบจนเกือบจะทะเลาะกันอีกรอบ ให้ตาย! ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เราทำได้แค่ถอยร่นออกมายังโถงเต้นรำและรวบรวมอาวุธทั้งหมดเข้าต่อต้านกองกำลังติดอาวุธครบมือของเ้าโลเทรค อาร์ชิบอลด์
ข้าเคยเตือนเขาแล้วว่าให้ระวังการเชิญพวกตระกูลบ้านี่มาเที่ยวบ้าน แต่นายท่านก็ไม่ฟัง พร่ำบอกแต่ว่า ถ้าเราดีกับเขาก่อน พวกเขาก็จะดีกับเรา แต่ไม่...ไม่! พวกมันไม่ได้คิดเช่นนั้น เราต่างรู้ดีว่ามันไม่ได้เป็ไปอย่างที่คิด แม้แต่ตัวนายท่านเองยังกังวลถึงขั้นต้องส่งสาห์นขอความช่วยเหลือไปยังดยุคแห่งแอปเปิลไชร์ ญาติของเลดี้แมคเดอมอทท์ แต่ไอ้ดยุค...แฮ่ม....เขาก็มิได้นำพา กลับขอให้ส่งตัวท่านหญิงน้อยไปเป็การแลกเปลี่ยน และผลก็เป็อย่างที่เ้าเห็น....’
บางทีลอร์ดโคเว่น ผู้ลูก อาจยังด้อยประสบการณ์ด้านการใช้ชีวิตแบบคนธรรมดามากจนเกินไป เขาพยายามมองโลกในแง่ดีและเป็มิตรกับใครก็ตามที่เดินทางผ่านมายังเมืองอันอุดมไปด้วยพืชพันธุ์ของเขา จนแม้กระทั่งยอมให้ภรรยาผู้สูงวัยกว่าอย่างบีอาทริเช่ เดส์ ลูมิเยร์ ได้ออกไปเริงร่า เสวนาพาทีกับเหล่าศัตรู ทั้งที่ในหัวเต็มไปด้วยความหวาดระแวง น่าเศร้าที่วันเวลาแห่งหายนะของตระกูลกลับมาถึงไวเกินคาดคิด
ลอร์ดโคเว่นหนุ่ม ใบหน้าคมสัน ผิวขาวกรำแดด รูปร่างสูงใหญ่ ผู้มีดวงตาสีฟ้าสดตัดกับผมสีดำยาวเหยียดตรงดูโดดเด่นเกินใคร สวมชุดสูทเรียบง่ายสีเข้ม ทับกางเกงรัดใต้เข่า และถุงเท้าสีขาว ยืนสั่งการและช่วยลูกน้องใต้บังคับบัญชาของเขาให้รีบนำเอาบรรดาสิ่งของหนักทั้งหลายไม่ว่าจะเป็ชุดโซฟาหรู โถลายครามขนาดใหญ่ รูปปั้นประดับขนาดเต็มตัว ไปจนถึงตู้โชว์ มาขัดประตูทางเข้าโถงเต้นรำที่สามารถจุคนราวสองถึงสามร้อยคนได้เลยทีเดียว
และในตอนนี้โถงเต้นรำที่ไม่ใคร่จะได้รองรับงานสังสรรค์ใดๆ นัก นอกจากงานวันเกิดของเลดี้คาเธรีนา สเตลล่ามาริส ที่เพิ่งฉลองครบรอบสิบแปดปีไปเมื่อหลายเดือนก่อน ก็กลับมาเนืองแน่นขนัดอีกครั้งด้วยกลุ่มทหารและบ่าวรับใช้ชายทุกคนในปราสาทที่เหลือรอด
ลอร์ดโคเว่นเอ่ยขอโทษที่เขาชะล่าใจจนเกิดเหตุในครั้งนี้และขอบคุณที่อยู่ด้วยกันใน่เวลาอันยากลำบาก ขณะเสียงเดินเท้าของเหล่าอาร์ชิบอลด์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พวกมันระดมยิงเข้าใส่ประตูอย่างบ้าคลั่ง
แม้ไม่มีเวลาให้คิดนัก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หน่วยพลปืนของตระกูลโคเว่นเกรงกลัว พวกเขากลับเรียงหน้ากระดานและนั่งลงจ่อลำกล้องปืนคาบศิลาติดดาบปลายปืนในแถวที่หนึ่ง โดยมีแถวที่สองยืนจ่อปืนรออยู่เช่นกัน
ลอร์ดโคเว่น เหลือบมองแฮมมอนด์นายทหารผมสั้นสีน้ำตาลแดง รูปร่างสูงใหญ่ยิ่งกว่าเขา ผู้ซึ่งเป็ทั้งคนสนิทและสหายร่วมรบที่อยู่ด้วยกันมาั้แ่เด็ก ด้วยแววตาหวาดหวั่น ทหารหนุ่มพยักหน้าให้กับนายท่านของเขาพลางกระชับมอร์นิ่งสตาร์ (Morning star) อาวุธโบราณรูปร่างเป็ลูกตุ้มเหล็กร้อยโซ่มีหนามแหลม ให้แน่นเข้า ทั้งสองสูดหายใจหนักอึ้งเข้าเต็มปอดก่อนหันไปทางประตูห้องโถงเต้นรำด้านหน้าด้วยหัวใจเต้นสั่นระรัว
ประตูห้องโถงนั้นยังเป็แบบโบราณ จึงมีความแข็งแรงแ่า แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เสียงทุบกระแทกทวีความรุนแรง โลเทรค อาร์ชิบอลด์ กรอกดินประสิวลงไปในปากกระบอกปืนยิงลูกะเิ ก่อนยัดะุปืนใหญ่ขนาดเท่ากำปั้นผู้ชายตัวโตเข้าไปในปากกระบอกตาม ดวงตาไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ นอกจากมองตรงไปข้างหน้า ทหารจำนวนหนึ่งใต้อาณัติของเขาก็กำลังทำแบบเดียวกัน
“โชคดียังไม่ได้เปลี่ยนประตูใหม่” ลอร์ดโคเว่น หันมาบอกกับแฮมมอนด์ มือข้างขวาถือดาบยาวคู่ใจ และข้างซ้ายถือมีดความยาวพอเหมาะ
“ข้าสั่งแบบไปแล้ว มาอาทิตย์หน้า ทันสมัยสุด...” แฮมมอนด์ตอบก่อนหันกลับมามองทางประตูที่กำลังถูกกระหน่ำทุบอย่างรุนแรงเสียจนแจกันลายครามใบใหญ่ล้มลงแตกก่อนข้าวของอื่น เพราะแรงสั่นะเื ตามมาด้วยรูปปั้นเทพธิดากรีกที่ล้มลงหน้าคะมำ ศีรษะกระแทกพื้นหินแกรนิตสีชมพูอ่อน ่คอแตกออกเป็เสี่ยงๆ
พวกเขาสะดุ้งตัวเล็กน้อย ส่วนทหารที่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบของตระกูลโคเว่นต่างก็ส่งเสียงอื้ออึงเบาๆ ทันทีที่ได้ยินเสียงคล้ายปืนใหญ่ดังกึกก้องขึ้น ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกหนักหน่วงที่ประตูอย่างรุนแรงอีกครั้งของลูกเหล็กซึ่งพุ่งเข้าไปฝังตัวเข้ากับเนื้อไม้ของประตูหนาด้วยแรงส่งจากเครื่องยิง พลันเกิดเสียงะเิตูมใหญ่ดังตามมา ทุกคนในห้องโถงคราวนี้สะดุ้งสุดตัวด้วยความใ
“ใช้ปืนใหญ่ในที่แบบนี้เนี่ยนะ!” แฮมมอนด์ร้องพลางยกมือขึ้นบังศีรษะกันเศษไม้ปลิวว่อน ส่วนนายท่านของเขากลับทำสีหน้าครุ่นคิด
“มันเคยเป็หน่วยเกรนาดิเยร์ (grenadier) ” เขารำพึงเบาๆ ก่อนหันไปะโร้องบอกทุกคนที่อยู่ด้านหลัง “มอร์ทาร์!! (mortar) ”
สิ้นเสียง พลันหมุดยึดประตูไม้ขนาดใหญ่จึงเริ่มกะเทาะออกจากผนังหินแล้วล้มลงมาทั้งแผง ทับข้าวของที่นำมาขัดไว้ เศษไม้ปลิวว่อน ฝุ่นควันคละคลุ้ง
ลูกะเิถูกกระหน่ำยิงเข้ามาอีกครั้งเพื่อเปิดทางให้โล่งยิ่งขึ้น แรงะเิอัดข้าวของที่ขวางทางกระเจิดกระเจิงออก ประตูไม้จากที่พาดอยู่กับข้าวของบางส่วนและทำให้ยังยากต่อการเดินฝ่าเข้าไป คราวนี้ล้มลงพังพาบอยู่กับพื้นหินแกรนิตแข็งแรงซึ่งเริ่มกร่อนเป็หลุมด้วยแรงะเิ เช่นเดียวกับผนังหินหนาของปราสาทที่ร่วงหล่นเป็เศษผงจนช่องว่างขนาดเท่าประตูเป็รูกว้างขึ้น
เมื่อเห็นว่าทางค่อนข้างโล่งแล้ว โลเทรค อาร์ชิบอลด์ จึงสั่งให้ทหารเดินทัพเข้าไป ทันใดนั้น ลอร์ดโคเว่น ออกคำสั่งให้พลปืนของเขาที่ตอนนี้แปรขบวนมาหลบอยู่ตรงข้างประตู จากที่เรียงแถวหน้ากระดาน ระดมยิงใส่เหล่าทหารอาร์ชิบอลด์ที่กรูกันเข้ามาทันทีจนพวกมันร่วงหล่นเป็ใบไม้ แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งให้เหล่าทหารที่เหลือบุกตะลุยเข้ามาได้ พวกมันยังคงรุกคืบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับ โลเทรค อาร์ชิบอลด์ ที่ฝ่าเข้ามาในห้องโถงพร้อมพลปืนชุดใหญ่ เขาบัญชาให้ทหารระดมยิงเข้าไปอีกชุด แต่ก็สายเกินไป เพราะแฮมมอนด์พร้อมสมัครพรรคพวกที่ซุ่มอยู่ตามแนวผนังไม่ไกลจากประตูต่างก็วิ่งเข้ามาประชิดพวกมันที่กำลังขึ้นลำกล้องปืน
หนุ่มผมน้ำตาลแดงทักทายโลเทรค อาร์ชิบอลด์ ทันทีด้วยตุ้มเหล็กมอร์นิ่งสตาร์ ทว่าขุนนางหนุ่มหน้าตางดงามในชุดขาว กลับไวพอที่จะก้มตัวหลบ ตุ้มเหล็กแหลมเหวี่ยงไปกระแทกใบหน้าทหารผู้เคราะห์ร้ายใกล้ๆ แทน จนกะโหลกยุบ ลูกตาหลุดกระเด็นออกจากเบ้า กลุ่มทหารอาร์ชิบอลด์จำนวนหนึ่งที่กำลังบรรจุะุปืนอยู่นอกทางเข้า เมื่อเห็นดังนั้นจึงพุ่งเข้าใส่แฮมมอนด์ด้วยดาบปลายปืน ชายผมแดงกระชากศพหัวยุบนั้นด้วยมอร์นิ่ง สตาร์ เพื่อใช้ต่างโล่ก่อนดึงออก แล้วรีบหนีออกมาตั้งหลักทันที
ลอร์ดโคเว่น เห็นว่ากองกำลังอาร์ชิบอลด์ที่เตรียมพร้อมอยู่ด้านนอก กำลังจะบุกเข้ามาเพิ่ม เขาจึงสั่งให้พลธนูระดมยิงอัดหน้าปากประตูทางเข้าเพื่อเป็การสนับสนุนและสกัดไม่ให้พวกมันทะลักกันเข้ามามากไปกว่านี้ แต่ยิ่งที ก็ยิ่งสุดต้านทาง การปะทะซึ่งหน้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
โลเทรค อาร์ชิบอลด์ เงยหน้ามองลูกธนูที่พุ่งเป็สายราวห่าฝนผ่านเหนือหัว เขารีบมุดเข้าไปใต้ศพของนายทหารเพื่อหลบ พลันควักเอาดินประสิวกรอกเข้าไปทางตัวจุดะเิและปากกระบอกของปืนมอร์ทาร์ แล้วคว้าเอาลูกะเิที่กลิ้งหล่นออกมาจากกระเป๋าสะพายของศพทหารฝั่งเขายัดเข้าไปทางปากกระบอกด้วยความชำนาญ
เสร็จเรียบร้อยชายหนุ่มในชุดขาวเปรอะเืนิดหน่อยจึงโผล่ตัวขึ้นมากลางดงศพทหาร ก่อนนั่งคุกเข่ายิงลูกะเิเข้าไปตกกลางห้องโถง กลุ่มทหารโคเว่นกระโจนหลบกันไปคนละทิศ รวมถึงลอร์ดโคเว่นที่กำลังจะเข้าปะทะ แฮมมอนด์รีบวิ่งฝ่าเข้าไปหาเ้านาย และนี่เองที่ทำให้กลุ่มทหารอาร์ชิบอลด์ได้โอกาสบุกตะลุยเข้าไปจนลึกกว่าเดิมได้
“จับเป็อาชชี่ โคเว่น ส่วนคนอื่นฆ่าให้หมด!” โลเทรค อาร์ชิบอลด์ พลันลุกขึ้นสั่งการด้วยน้ำเสียงดุดัน ทุกอย่างมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ทหารอาร์ชิบอลด์ยิ่งรุกคืบเข้าไปอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
ลอร์ดโคเว่น ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นบ้าง เขาเสียคนไปบางส่วนแล้วจากแรงะเิเมื่อครู่นี้ ชายหนุ่มคว้าดาบคู่ใจขึ้นมาแทงสวนเข้าไปยังทหารอาร์ชิบอลด์นายหนึ่งที่กำลังพุ่งมายังเขาอย่างทุลักทุเล ก่อนใช้เท้ายันร่างทหารนายนั้นเพื่อดึงดาบออก และกระโจนขึ้นคร่อม ใช้มีดในมืออีกข้างปาดคอหอยทหารนายนั้นจนขาดใจตาย
การตะลุมบอนอย่างเต็มรูปแบบได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อต่างฝ่าย ต่างเริ่มบุกเข้าหากันจนไม่ทันได้บรรจุะุปืน พวกเขาใช้ดาบติดปลายปืนแทงเข้าไปที่อีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่งเมื่อจวนตัว
ในขณะเดียวกัน คาเธรีน่า สเตลล่ามาริส กำลังค่อยๆ นำมารดา เลดี้แมคเดอมอทท์ เด็กๆ และผู้หญิงซึ่งเป็บ่าวรับใช้ทยอยเดินลงไปทางคุกใต้ดินขนาดใหญ่ใต้เนินปราสาท ซึ่งเป็ที่เก็บกางเขนประจำตระกูลขนาดั์ สูงราวเกือบสิบเมตร
พวกนางเดินผ่านโถงทำพิธีซึ่งเป็เพดานสูงโค้ง มีคานแข็งแรงรองรับน้ำหนักพาดไปตามแนว พลางเงยหน้าเหลือบมองกางเขนทะมึนสีดำเหลือบแดงนั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นบูชา สองหูเงี่ยฟังเสียงตะลุมบอนที่ดังมาจากข้างบนไกลๆ ก่อนจะล่วงเข้าสู่ส่วนของห้องคุมขังที่เพดานเตี้ยลงมาหน่อย และมีทางแยกมากมายน่าขนลุก คาเธรีน่ายังจำเส้นทางได้ดีพอที่จะพาเหล่าหญิงสาวและเด็กๆ ไปยังประตูทางออกขนาดใหญ่ด้านหลังของปราสาทได้ เพราะพี่ชายของนางเคยพามาเดินเลาะที่นี่เป็ประจำ
แม้จะกลัวความมืดมิดเพียงไร แต่แสงสว่างรำไรที่ปลายสุดทางเดินนั้น ก็ยิ่งทำให้นางใจชื้นขึ้นมา คาเธรีน่ารีบรุดเข้าไปไขกุญแจเปิดประตู โดยมีสาวรับใช้สองสามคนมาช่วยกันดึงออกเพราะมันค่อนข้างหนักและฝืด เด็กสาวยกตะเกียงขึ้นจ้องมองฝ่าความมืด สองเท้าหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นเงาตะคุ่มของกลุ่มคนสวมหมวกยืนออกันแน่นขนัดหน้าทางเข้าราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง และนางยังได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยดังอื้ออึงมาจากเนินทุ่งหญ้า้าอีกด้วย
แสงสว่างที่เห็นลอดแนวช่องประตูเข้ามามิใช่แสงแห่งทางออก หากแต่เป็แสงตะเกียงซึ่งอยู่ในมือของใครสักคน หนึ่งในกลุ่มเงาทะมึนเ่าั้ที่กำลังหันหน้ายกตะเกียงชูขึ้นมาทางเหล่าหญิงสาว
เลดี้แมคเดอมอทท์บีบมือบุตรสาวแน่น นางถอดสร้อยลูกประคำห้อยจี้กางเขนที่คอออกมาเกาะกุมไว้แล้วเริ่มสวดภาวนา ระหว่างที่แสงตะเกียงจากฝั่งตรงข้ามเคลื่อนมาใกล้เข้า จนเริ่มเห็นใบหน้าและสีเสื้อผ้าได้อย่างชัดเจน
บีอาทริเช่ เดส์ ลูมิเยร์ ปรากฏกายโผล่พ้นเงามืด ใบหน้าขาวประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางมาอย่างดีเปื้อนรอยยิ้มเย็น นางยื่นสร้อยลูกประคำประดับจี้กางเขนประจำตัวซึ่งห้อยอยู่ที่มือของนางออกไปจ่อหน้ากลุ่มหญิงสาว
“สวดภาวนาซะสิ ให้กับสิ่งนี้ แล้วดูว่ามันจะปกป้องพวกเ้าจากข้าได้ไหม หึ หึ หึ....”
สิ้นประโยค เหล่าทหารอาร์ชิบอลด์พร้อมอาวุธกลุ่มใหญ่จึงย่างสามขุมตรงเข้าหากลุ่มผู้หญิงและเด็กจากตระกูลโคเว่น ด้วยสีหน้าถมึงทึงราวกับไม่มีความเป็มนุษย์หลงเหลืออยู่
“บีอาทริเช่ นี่เ้า....” คาเธรีนา สเตลล่ามาริส กัดฟันกรอด นางปล่อยมือจากมารดาก่อนชักดาบออกมาจากสายสะพายหนังคาดเอว เช่นเดียวกันกับหญิงรับใช้บางส่วนที่หยิบเอาปืนพกขึ้นมาพร้อมต่อสู้
หากพี่ชายของนางมีเืนักสู้เช่นไร สาวน้อยสายเืโคเว่นผู้นี้ก็มีไม่ต่างกัน
ชั่วพริบตานั้น นางตัดสินใจเขวี้ยงตะเกียงเข้าใส่ทหารอาร์ชิบอลด์นายหนึ่งจนไฟลุกท่วม เขากรีดร้องเสียงหลงวิ่งพล่านไปทั่วบริเวณ คาเธรีน่าสั่งให้คนรับใช้ถอยหนี หญิงสาวทุกคนที่ถือตะเกียงในมือพร้อมใจกันทำแบบเดียวกับท่านหญิงน้อยเพื่อสกัดการโจมตี แต่ครานี้พวกอาร์ชิบอลด์กลับรีบวิ่งไล่ตะครุบพวกนางด้วยความโมโหจนไม่ไยดีกับเปลวไฟที่เริ่มลามเลียไปตามสายน้ำมันที่หกรดจากตะเกียง
บีอาทริเช่ เดส์ ลูมิเยร์ นึกไม่ถึงว่าเด็กสาวจะใจกล้าห้าวหาญมากขนาดนี้ นางรีบก้าวถอยหลังฉับๆ ออกมานอกคุกใต้ดินซึ่งเป็บันไดเล็กๆ เชื่อมขึ้นไปสู่เนินทุ่งหญ้า้าที่ทอดผ่านสู่แนวป่าทึบใกล้ๆ ด้วยความใกลัว ปล่อยให้ทหารอาร์ชิบอลด์วิ่งกรูเข้าไปปะทะกับพวกผู้หญิงของโคเว่นอย่างรุนแรง
เสียงปืนและดาบกระทบกระเทียบ ผสมปนเปกับเสียงกรีดร้องแหลมดังระงม ไฟลุกโหมกระหน่ำหนักขึ้นทุกที เหล่าหญิงสาวไม่มีทางเลือกนอกจากวิ่งกลับขึ้นไปข้างบน
“ตัวแสบนักนะ...ตายไปซะ นังเด็กเปรต...ข้าเบื่อพี่ชายเ้าเต็มทนแล้ว!” บีอาทริเช่ะโไล่หลังระหว่างฟังเสียงกรีดร้องของเหล่าหญิงสาวตระกูลโคเว่นด้วยความสะใจ
แม้จะมีกำลังพอสู้ไหว แต่พวกอาร์ชิบอลด์กลับดาหน้าเข้ามาราวกับไม่มีวันหมดสิ้น แฮมมอนด์นอกจากจะใช้อาวุธมอร์นิ่ง สตาร์ เหวี่ยงสังหารศัตรูที่อยู่ในรัศมีได้ทีละสองถึงสามคนแล้ว แต่ก็มิอาจต้านทานจำนวนของพวกมันที่รุมกลุ้มกันเข้ามาเรื่อยๆ โชคดีที่ห้องโถงสำหรับใช้จัดงานเต้นรำนี้ยังพอมีส่วนที่ยื่นออกมาเป็ที่กำบังได้บ้าง เขาวิ่งไปหลบพักหายใจยังที่ตรงนั้นเพื่อซ่อนตัวจากห่าะุระลอกใหม่ พลางเหลือบมองไปยังนายท่านของเขาที่หลบอยู่ตรงส่วนเดียวกันแต่เป็ฝั่งตรงกันข้าม
ลอร์ดโคเว่น สั่งให้ทหารของเขารีบถอยร่นไปทางซุ้มประตูโค้งที่เชื่อมไปสู่ห้องรับรองแขกต่างเมือง ทว่าโลเทรค อาร์ชิบอลด์ ได้จัดเตรียมะเิระลอกใหม่พร้อมแล้ว
กลุ่มทหารโคเว่นต่างวิ่งกรูกันเข้าไปหลบตรงทางเชื่อมใต้ซุ้มประตูนั้น และกำลังจะถอยร่นลึกลงไป โดยหวังจะไปตั้งรับอีกทีที่คุกใต้ดิน เสี้ยววินาทีนั้นใครเล่าจะคาดคิดว่าประตูอีกฝั่งของห้องรับรองจะถูกกระแทกเปิดออก เหล่าหญิงสาวในสภาพสะบักสะบอมกระเสือกกระสนดิ้นรนวิ่งกันออกมา ตามด้วยทหารอาร์ชิบอลด์อีกฝูงใหญ่ทะลักทลายเข้ามาดักพวกเขาไว้อีกทางอย่างไม่น่าเชื่อ
ลอร์ดโคเว่นและแฮมมอนด์ ยังคงไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นที่ในห้องรับรองทางด้านหลัง พวกเขายังนำกำลังคนยิงตอบโต้พวกอาร์ชิบอลด์ไปเรื่อยๆ เพื่อถ่วงเวลา เขาพร้อมลูกน้องบางส่วนโผล่ออกไปยิงสวนทันทีที่อีกฝั่งกระหน่ำยิงเสร็จ พลางพยักหน้าส่งสัญญาณให้แฮมมอนด์ถอยร่นตามเข้าไปในทางเชื่อม ทั้งหมดรีบเร่งฝีเท้าตามพรรคพวกที่เหลือไปโดยที่ตัวลอร์ดโคเว่นเองเป็ผู้รั้งท้าย
อนิจจา เพียงทหารโคเว่นบางส่วนโผล่หน้าพ้นทางเชื่อมไปไม่เท่าไหร่ก็ล้มลงกันระนาวด้วยเสียงปืนที่กระหน่ำยิงพวกเขาอย่างไม่หยุดยั้ง ลอร์ดโคเว่น หยุดชะงักด้วยความตกตะลึง เช่นเดียวกับแฮมมอนด์ที่กำลังวิ่งตามมาสมทบ
“เฮ้ย! ระวังหน่อยเขาบอกให้จับอาชชี่ โคเว่น เป็ๆ” เสียงห้าวทุ้มคุ้นหูดังขึ้นตามหลังหนุ่มผมแดง โลเทรค อาร์ชิบอลด์นั่นเองที่กำลังเดินตามมาพร้อมกำลังคนส่วนหนึ่งที่ถือปืนยิงะเิในมือ
“ส่วนไอ้นี่ไม่ต้อง” มันชี้นิ้วมาทางแฮมมอนด์ที่กำลังยืนจ้องหน้ามันพักใหญ่ ขณะกวาดต้อนเพื่อนทหารให้รีบอพยพไปทางซุ้มประตูเชื่อมห้องโถงรับรอง
“ไอ้หน้าสวยตัวแสบ...เลี้ยงไม่เชื่อง” แฮมมอนด์ ถ่มน้ำลายรดพื้นแล้วรีบวิ่งตามไปสมทบกับเ้านายของเขา ก่อนจะพบว่า บริเวณพื้นที่ห้องรับรองตรงหน้านั้นเต็มไปด้วยเืเจิ่งนอง คนของโคเว่นล้มตายกันเกลื่อน ส่วนหญิงสาวที่ยังมีชีวิตถูกลากลู่ถูไถ เหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยืนหยัดสู้ หนึ่งในนั้นคือลอร์ดโคเว่น ซึ่งกำลังกวัดแกว่งดาบปกป้องลูกน้องที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนอย่างสุดกำลัง
ทหารอาร์ชิบอลด์ร่างั์ กระแทกปืนเข้าที่หลังของลอร์ดโคเว่นจนเซถลา หลังจากที่เขาแย่งตัวหญิงรับใช้ออกมาจากมือของพวกมัน เ้านั่นกระชากผมชายหนุ่มร่างเล็กกว่าเข้าหาตัว ลอร์ดโคเว่นพลันหันมาสวนคืนด้วยมีดเสียบเข้าที่ท้องแล้วงัดขึ้นจนปลายมีดทะลุออกทางด้านหลัง ก่อนเหวี่ยงดาบยาวบั่นหัวมันขาดสะบั้นต่อหน้าทหารอาร์ชิบอลด์ที่แตกฮือ พวกมันไม่ค่อยได้พบเจอใครนักที่จะตัดคอคนได้ด้วยดาบเรียวบางเช่นนั้นในสมัยนี้
ชายหนุ่มยังคงมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือเมื่อต้องมีคนให้ปกป้องเพิ่มมากขึ้น เขาใช้สองดาบในมืองัดร่างไร้หัวนั้นต่างโล่แล้วเขวี้ยงเข้าใส่เป้าหมายราวสัตว์ร้ายสะบัดเหยื่อ สองหูยังคงได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังออกมาจากประตูฝั่งเดิม
เปลวไฟจากชั้นใต้ดินเริ่มลุกโหมกระหน่ำมีกลุ่มควันลอยสูง แต่ดูเหมือนทุกคนในที่นั้นจะไม่ใส่ใจ พวกเขาทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งมั่นในจุดมุ่งหมายของตน
โลเทรค อาร์ชิบอลด์ กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้แฮมมอนด์ที่ตกอยู่ในอาการพะว้าพะวัง มันสั่งการให้ทหารยิงะเิเข้าใส่ทันที ชายหนุ่มผมแดงเบิกตาโพลงแล้วเร่งสับเท้าเร็วรี่ไปยังนายท่านด้วยความเป็ห่วง
ะเิชุดที่หนึ่งถูกยิงเข้ามากลางโถงทางเชื่อมแคบๆ ร่างทหารโคเว่นที่หนีไม่พ้น กระเด็นไปกระแทกกับผนังอย่างรุนแรงจนเืสาด โลเทรค อาร์ชิบอลด์ ยังคงเดินหน้าต่อไม่หยุดยั้ง มันเว้นระยะสักพักก่อนยกมือให้สัญญาณยิงระลอกที่สองต่อทันทีที่เดินโผล่พ้นปากทางเชื่อมตามกลุ่มของแฮมมอนด์มา กระนั้นหนุ่มผมแดงสายเืไวกิ้งก็ไม่ได้ห่วงตัวเองเท่ากับห่วงเ้านาย
ชายร่างใหญ่ผมแดงกระโจนเข้าไปรวบตัวลอร์ดโคเว่นที่กำลังถอยหนี ปกป้องเขาจากแรงะเิห่าใหญ่ซึ่งถูกยิงแบบย้อยตกลงมาไล่หลังกลุ่มโคเว่นที่เหลือ แฮมมอนด์ถูกแรงะเิอัดกระเด็นเข้าข้างฝา อ้อมแขนร่วงตกลงมา คลายออกจากร่างเ้านายทันที ทั้งสองร่วงลงกระแทกพื้น ลอร์ดโคเว่น กลิ้งหลุนๆ ไปอีกทิศ ชายหนุ่มสะบัดศีรษะไปมาเล็กน้อยให้หายจากอาการมึน ประจวบเหมาะกับเ้าโลเทรค เดินตามเข้ามาประชิดร่างเขาพอดีเมื่อการะเิสิ้นสุดลง มันเตะเข้าไปที่ชายโครงของเขาแล้วเอาเท้าเหยียบหลังไว้ แต่อาชชี่ โคเว่น ไม่ได้ใส่ใจความเ็ปของตน กลับรีบเงยหน้ามองไปยังเพื่อนผมแดงที่แน่นิ่งไปแล้วด้วยดวงตาเบิกค้าง
“แฮมมอนด์....” เขาเรียกเบาๆ
และใน่เวลาที่ทุกสิ่งดูราวกับจะหยุดนิ่ง ลอร์ดโคเว่น กวาดสายตามองดูความสูญเสียครั้งใหญ่ด้วยหัวใจอันเ็ป เขาพลันได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวหลายนางดังออกมาจากประตูทางเชื่อมห้องรับรองบานเดิม ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ทหารอาร์ชิบอลด์อีกกลุ่มใหญ่ ก็เดินออกมาจากประตูบานนั้น พร้อมอุ้มร่างหญิงสาวเสื้อผ้าขาดวิ่นเข้ามาอวดโฉมให้เ้านายของมันดู
“จับน้องสาวกับแม่ของอาชชี่ โคเว่น ได้แล้วขอรับ” หนึ่งในพวกมันกล่าวรายงาน โลเทรค อาร์ชิบอลด์มองดูสาวน้อยและสาวใหญ่สองนางในมือของพวกทหาร เด็กสาวใบหน้างดงาม ผมสีน้ำตาลลอนยาวยุ่งเหยิง ถ่มน้ำลายรดหน้าเ้าปิศาจซึ่งงดงามไม่แพ้กันแม้จะเป็เพศชาย
ชายหนุ่มผิวขาวสะอาดจนเห็นเส้นเืฝาด ผินหน้าหลบเล็กน้อยมิให้น้ำลายกระเด็นเข้าตา ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับมันออก ลอร์ดโคเว่น เฝ้ามองดูเหตุการณ์นั้นด้วยหัวใจเต้นสั่นระรัว เขาไม่เคยกลัวอะไรมากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต
พี่ชายและน้องสาวสบตาราวกับรู้ชะตากรรม "อาชช์” นางเรียกชื่อเล่นเขาเบาๆ ก่อนจะโดนเ้าปิศาจอาร์ชิบอลด์ ใช้หลังมือฟาดใบหน้าอย่างรุนแรง อาชชี่ โคเว่น เบิกตาโพลงด้วยความเคืองแค้น ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนแต่เขาก็ไม่เคยลงไม้ลงมือกับนาง เขาทะนุถนอมนางราวกับแก้ว
"อย่าทำร้ายนางนะ! อย่า!" ชายหนุ่มร้อง เ้าโลเทรค กระทืบเข้าที่กลางหลังของเขาเสียงดังอั๊ก!
“จะทำอะไรก็ทำ รีบๆ ซะ ให้มันเสร็จตรงนี้ เวลาล่วงเลยมามากแล้ว ใช้เวลานานกว่าที่คาด บิดาข้าจะบ่นเอา ข้าต้องไปจัดเตรียมปะรำพิธีอีก” มันกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยเจือความหงุดหงิด ก่อนก้มลงมองร่างที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า เห็นชายหนุ่มกำลังสะอื้นไห้ และเริ่มดิ้นไปมาเพื่อสะบัดตัวให้หลุดออก โลเทรคจึงกระทืบเข้าไปที่กลางหลังอีกคำรบ เพื่อให้อยู่นิ่งด้วยความรำคาญ ลอร์ดโคเว่น กระตุกขึ้นเล็กน้อยตามแรงกระแทก เขามีอาการจุกอย่างเห็นได้ชัด
พวกทหารอาร์ชิบอลด์ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งพอใจ พวกมันยกมือขึ้นทำความเคารพเ้านายก่อนอุ้มร่างน้องสาว มารดา และหญิงสาวเคราะห์ร้ายคนอื่นๆ ที่เหลือรอดขึ้นพาดบ่า แห่ขบวนเดินออกไปจากบริเวณที่เคยทำศึกอย่างคึกคะนอง
อาชชี่ โคเว่น ยังไม่ยอมแพ้ เขามองตามภาพอันน่าหดหู่นั้น ด้วยดวงใจแหลกสลาย พลางรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีพลิกร่างกลับมานอนหงาย สะบัดขาของโลเทรคออกจากตัว แล้วกระเสือกกระสนดิ้นรนลุกขึ้นวิ่งตาม เ้าปิศาจอาร์ชิบอลด์ชั่วช้าถึงกับเซถลา ดีที่ลูกน้องรีบเข้ามารับตัวทัน และเมื่อตั้งหลักได้ ชายหนุ่มผมทองจึงรีบคว้าปืนของลูกน้องแล้วเล็งตามเป้าหมายที่กำลังจะหายลับ พลันลั่นไกะเิะุเข้าใส่ต้นขาของคู่อริจนเขาทรุดลงคุกเข่า แต่กระนั้นอาชชี่ โคเว่น ก็ยังไม่ยอม เขาคว้าดาบใช้ยันตัวต่างไม้เท้า แล้วลากร่างที่ชุ่มโชกด้วยเืเปรอะเต็มขาไปตามทางเดิน
โลเทรค เดินตามอย่างใจเย็น และเมื่อมันเห็น อาชชี่ โคเว่น เริ่มออกวิ่ง ชายหนุ่มก็สั่งให้ทหารสองสามนายวิ่งตามไป
“เอาแหไปด้วย จับเป็นะ อย่าลืม ทำไงก็ได้ให้มันหมดฤทธิ์”
อาชชี่ โคเว่น วิ่งกะโผลกกะเผลกตามมาทันเห็นน้องสาวของเขากำลังถูกรุมโทรมกลางห้องโถงหน้าบันได ตรงประตูทางเข้าตัวปราสาทชั้นแรก เธอดิ้นรนอย่างสุดชีวิตแม้จะถูกพวกมันกระทำชำเราราวกับตุ๊กตา ไม่ได้สะทกสะท้านอันใดกับไฟที่เริ่มลุกไหม้รุนแรงจากชั้นล่างสุดของปราสาทจนเกิดเป็มวลหมอกหนาสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้านนอก
สาวรับใช้คนอื่นๆ ถูกลากออกไปนอกตัวปราสาทมายังสนามหญ้าหน้าป้อมปราการ พวกนางกรีดร้องดิ้นรน แต่พวกมันก็ไม่ปรานี
อาชชี่ โคเว่น ไม่มีเวลาให้คิดนานนัก เพราะทันทีที่วิ่งตามมาทัน เขาก็พุ่งตรงเข้าไปหาทหารอาร์ชิบอลด์นายหนึ่งที่ยืนสูบยาเส้นเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ตรงชั้นพักบันได ต่อหน้าภาพวาดขนาดใหญ่ซึ่งเป็รูปของลอร์ดโคเว่น เลดี้แมคเดอมอทท์ และเลดี้คาเธรีนา สเตลล่ามาริส ยืนอยู่ ใบหน้าของทั้งสามสดใสสวยงาม แตกต่างลิบลับกับในตอนนี้
น่าเสียดายที่ยังไม่ทันจะได้เอาแม้คมดาบเฉียดเข้าใกล้เป้าหมายแรกนั้น เขาก็ถูกตาข่ายทอด้วยเหล็กเส้นบางๆ หนาหนักคลุมร่างเข้าเสียก่อน ทหารอาร์ชิบอลด์สองสามนายตามมา ใช้ด้ามปืนและเท้าทุบกระทืบลอร์ดโคเว่นหนุ่มทันที จนทรุดลงไปนอนคู้ตัวเอาแขนสองข้างกันอวัยวะภายในไว้ตามสัญชาตญาณ
การรุมโทรมหญิงสาวแห่งโคเว่นยังคงดำเนินต่อไปสักระยะ เ้าโลเทรค อาร์ชิบอลด์ สั่งให้ลูกน้องจัดการเอาโซ่ตรวนมาล็อกที่คอและมือทั้งสองของลอร์ดโคเว่น จนแ่า หลังถูกรุมสกรัมจนสิ้นฤทธิ์ พลางบังคับให้ชายหนุ่มดูแม่และน้องสาวของเขาถูกกระทำย่ำยีโดยกลุ่มทหารอาร์ชิบอลด์ซึ่งพลุ่งพล่านด้วยอารมณ์เปลี่ยวจากชัยชนะที่ได้รับในการศึกของวันนี้
บัดนี้ อาชชี่ โคเว่น สิ้นเรี่ยวแรงแล้วทำได้เพียงะเิเสียงร่ำไห้อย่างหยุดไม่อยู่ และก่นด่าพวกมันด้วยความเคียดแค้น ทหารอาร์ชิบอลด์ที่โลเทรค ส่งต่อให้ควบคุมตัวเขา กระชากโซ่ที่เชื่อมติดกับเหล็กที่ล็อกคอจนร่างชายหนุ่มถูกดึงให้ลุกขึ้นนั่งคุกเข่า เห็นภาพแห่งการทารุณกรรมได้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
“ข้าจะฆ่าพวกเ้าทุกตัว!!! ข้าสาบาน!!! ข้าสาบาน!! ไอ้สารเลว!! พวกเ้าต้องตายเยี่ยงสัตว์!! ขอให้พวกเ้าไม่ตายดี!!”
ทุกครั้งที่อาชชี่ โคเว่น พยายามจะเบือนหน้าหนี เ้าโลเทรค อาร์ชิบอลด์ ก็จะจับหน้าหันกลับมาและบังคับให้ดูอยู่แบบนั้น แม่และน้องสาวของอาชชี่ โคเว่น กรีดร้องดิ้นรนเช่นกันในทีแรก ก่อนจะเริ่มหมดแรงและแน่นิ่งไปเมื่อผ่านทหารอาร์ชิบอลด์คนแล้วคนเล่าราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
ทว่าตัวโลเทรค อาร์ชิบอลด์ เองกลับไม่ได้สนใจเหตุการณ์ตรงหน้า มันเฝ้าพินิจพิจารณา อากัปกิริยาและสีหน้าท่าทางของชายหนุ่มผมดำอย่างไม่วางตา ความรู้สึกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจอันบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
ใบหน้าคมด้วยสันกรามขบแน่นเครียดตึงของอดีตนายทหารหนุ่มยศสูงผู้นี้ ดูจะยิ่งงดงามคมเข้มขึ้น เมื่ออาบไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความสูญเสีย ดวงตาสีฟ้าสดทอประกายพร่างพราวด้วยหยาดน้ำตาหลั่งริน ริมฝีปากเรียวบางแต่อิ่มเต็มมีสีสันสวยงาม แม้เปรอะไปด้วยคราบเื ลำคอและบ่าผึ่งผายแข็งแรงเนียนสะอาด แม้มีร่องรอยไหม้แดดตามประสาคนที่ชอบทำงานกลางแจ้ง
โลเทรค อาร์ชิบอลด์ จับใบหน้าของอาชชี่ โคเว่น ให้หันมาเผชิญหน้ากัน แต่ชายหนุ่มผมดำกลับหลบตาทันทีและสะอื้นไห้ไม่หยุดจนตัวหอบโยน
“ข้าจะ....ฆ่าเ้า...ฮึก....ข้าสาบาน...ข้าสาบาน...”
ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้เห็นภาพนี้จากคนเย่อหยิ่งที่ชื่ออาชชี่ โคเว่น อดีตผู้บัญชาการหน่วยทหารม้าที่สิบสาม คนแรกที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์
“ทั้งหมดก็เพราะเ้าเป็คนก่อ....จำไว้” โลเทรค อาร์ชิบอลด์ กระซิบด้วยน้ำเสียงแค้นเคืองระหว่างจิกรั้งผมของอีกฝ่ายดึงเข้ามาหาตน ก่อนจะเขวี้ยงร่างชายหนุ่มคู่อริเข้าไปกลางวงโทรมหญิงของพวกลูกน้อง ร่างเหนื่อยล้านั้นรีบตรงเข้าไปกระแทกร่างพวกชั่วช้าออก พลันใช้ศีรษะดุนร่างแม่และน้องสาว สะกิดให้พวกนางรู้สึกตัว
“แคธี่...แคธี่...ได้ยินข้าไหม....ได้โปรดมีชีวิตอยู่ ข้าขอร้อง....แคธี่....ท่านแม่...เรายังคุยกันไม่จบเลย” เขาเอาหูแนบหน้าอกนาง ยินเสียงหายใจแ่เบา รวยริน
ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกว่าตุ๊กตารุ่งริ่งสองตัวนั้นยังมีชีวิตอยู่ นอกเสียจากดวงตาที่กลอกไปมาได้ของคาเธรีน่า ซึ่งตอบรับเสียงเรียกของพี่ชาย นางไม่มีแรงแม้จะหันไปมองหน้าเขา
“ข้าขอโทษ...ข้าจะไม่ส่งเ้าไปแต่งงานกับดยุคแห่งแอปเปิลไชร์ เ้าจะอยู่ที่นี่ เป็ครอบครัวเดียวกับเราตลอดไป ข้าจะไม่ผลักไสเ้าอีกแล้ว แคธี่...ข้าขอโทษ” อาชชี่ โคเว่น ละล่ำละลัก พร่ำบอกด้วยเสียงแ่เบา พลางเหลือบสายตาไปทางเลดี้แมคเดอมอทท์ ซึ่งแน่นิ่งไปแล้วด้วยหัวใจที่ยิ่งบอบช้ำหนัก
“ท่านแม่...เราจะไม่ส่งแคธี่ไปใช่ไหม....ท่านแม่....” เขาใช้ศีรษะคลอเคลียแก้มของผู้เป็มารดาด้วยความเศร้าโศก
โลเทรค อาร์ชิบอลด์ ให้เวลาพวกเขาได้อยู่ด้วยกันน้อยเหลือเกิน มันสั่งทหารที่ไม่ได้ร่วมวงโทรมหญิง ลากร่างอาชชี่ โคเว่น ออกไปจากปราสาทเพื่อนำตัวไปคุมขัง แต่ชายหนุ่มกลับขืนตัวต่อต้านแรงดึงที่ปลายโซ่ จนต้องใช้แรงกระตุกโซ่กระชากร่างเขาออกมา
“ไม่!!! ม่ายยยยยยย!!!” เขาคำรามร้องอย่างบ้าคลั่งระหว่างถูกลากลู่ถูไถออกไปตามทางเดิน
ค่ำคืนนี้ดูสว่างกระจ่างตากว่าทุกคืนด้วยดวงจันทร์กลมโตสีซีดเกือบเต็มดวง อาชชี่ โคเว่น นั่งคู้กายเหงาหงอยหลังพิงขอบรถม้าบรรทุกของซึ่งถูกนำมาขนนักโทษ ทหารอาร์ชิบอลด์สองสามนายที่นั่งเฝ้า ส่งสายตามองชายหนุ่มด้วยความสมเพชและขบขันในชะตากรรมที่ขุนนางผู้เย่อหยิ่งเช่นเขาต้องเผชิญ หากเป็เหตุการณ์ปกติ อาชชี่ โคเว่น คงจะพุ่งเข้าไปทำร้ายพวกมันเป็แน่ แต่ด้วยร่างกายที่บอบช้ำรวมถึงจิตใจอันแหลกสลาย ณ เวลานี้ ชายหนุ่มไม่มีเรี่ยวแรงจะคิดทำสิ่งใดนอกจากล้มตัวลงนอนมองดวงจันทร์กระจ่างที่ผลุบโผล่ไปตามแนวไม้บนฟากฟ้าสีน้ำเงินเข้มคล้ำ สภาพ
ท้องถนนดินอันขรุขระและอากาศอันหนาวเหน็บทำให้เขารู้สึกปวดร้าวระบมไปทั่วสรรพางค์กาย
“พรุ่งนี้คงบวมปูดเป็แน่…” เขาคิดก่อนพลิกตัวนอนตะแคงหลบสายตาเหล่าสุนัขของอาร์ชิบอลด์ แล้วข่มตาให้หลับลง
ขบวนรถม้านำนักโทษเคลื่อนลัดเลาะไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยป่า จากปราสาทคอร์วินัสสู่คฤหาสน์อลิสัน