บทที่ 17 ความกังวล
“ตูม”
สิ้นเสียงดังราวกับะเิสันกั้นน้ำก็แตกกระจายออกไปทั่วทิศ น้ำตกในแอ่งไหลลงสู่พื้นล่างอย่างรวดเร็วทุกคนมองดูสายน้ำที่ไหลลงไปตามเส้นทางเดิมด้วยความสุข ชาวบ้านบางคนถึงกับหลั่งน้ำตาและก้มลงคารวะพวกเขาทั้งสี่ที่นำมาถึงน้ำตกแห่งนี้
“ขอบคุณพวกท่านทุกคนที่ช่วยเหลือหมู่บ้านพวกเราจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้”
อาจารย์หลี่ได้แต่บอกให้พวกเขาลุกขึ้น
“พวกท่านลุกขึ้นเถิดเราต้องรีบเดินทางกลับหมู่บ้านก่อนที่จะค่ำ”
ชาวบ้านพร้อมกับตะกร้าหวายหอยมุกสะพายหลังจำนวนหนึ่ง ก็รีบเดินทางกลับหมู่บ้านใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความสุข พวกเขา้านำข่าวดีนี้ไปบอกกับครอบครัว
ทุกคนมาถึงหมู่บ้านก็เกือบค่ำผู้ใหญ่บ้านและภรรยาของทุกคนที่เฝ้ารออยู่ในหมู่บ้านเมื่อเห็นพวกเขากลับมาต่างก็ดีใจ
กู้เยี่ยกับผู้หญิงในหมู่บ้านทำอาหารไว้รอพวกที่ขึ้นเขาเพราะรู้ว่าพวกเขาจะต้องเหนื่อยล้าจากการเดินทางทั้งวัน
“เอาล่ะพวกเราทุกคนกลับมาแล้ว ก็กินบะหมี่ร่วมกันก่อนเถิดท่านผู้เฒ่ากู้ให้นายหญิงเยี่ยและภรรยาของพวกเ้าทำอาหารไว้รอแล้วกินก่อนแล้วค่อยคุยกัน”
คำสรรพนามที่ผู้ใหญ่บ้านเรียกกู้เยี่ยก็กลายเป็ “นายหญิง”
พวกผู้ชายที่ลงจากเขาแทบจะหลั่งน้ำตาอีกรอบเมื่อรู้ว่ามีอาหารเย็นรออยู่ พวกเขานั่งลงที่พื้นรอให้บรรดาภรรยาของเขาตักบะหมี่เหลืองพร้อมขาหมูชิ้นใหญ่โปะหน้าและน้ำซุปหอมกรุ่นมาให้พวกเขา
“ท่านอาจารย์หลี่เชิญมานั่งที่โต๊ะด้วยกันเถิด”
กู้เยี่ยมองอาจารย์หลี่ที่พาลูกสาว ลูกชายของนางกลับมาถึงหมู่บ้านอย่างปลอดภัยและเมื่อดูจากสีหน้าของทุกคนก็รู้ว่าต้องมีข่าวดีแม่ของกู้หลินจึงเอ่ยปากเชิญให้เขานั่งกินข้าวที่โต๊ะร่วมกันกับบิดามารดาและผู้ใหญ่บ้าน
“ขอบคุณนายหญิง”
อาจารย์หลี่มองหน้าฝ่ายที่มาเชิญเขาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าก่อนจะกล่าวขอบคุณพร้อมเรียกขานกู้เยี่ยตามผู้ใหญ่บ้านซึ่งก็ทำให้ใบหน้าของนางแดงเรื่อขึ้นมา
“วันนี้หลินเอ๋อร์พบน้ำตกหรือไม่”
ผู้เฒ่ากู้เอ่ยถามหลานสาวอย่างอดใจไม่ไหว
กู้หลินยิ้มบางเบาในหน้าก่อนจะเล่าเื่ให้ผู้เฒ่ากู้ฟังอย่างละเอียดโดยไม่ลืมที่จะมอบความดีความชอบให้กับหลี่เหว่ยที่ทลายสันดินธรรมชาติในแอ่งน้ำตกบนูเาอีกด้วย
“เสียดายที่ข้าไม่ได้เห็นวรยุทธของคุณชายหลี่กับตาตัวเอง”
คำยกยอพร้อมแสดงความเสียดายอย่างจริงใจของผู้เฒ่ากู้ทำให้หัวใจของหลี่เหว่ยพองโต
“หอยกาบมุกที่คุณหนูกู้ให้ชาวบ้านเก็บมาเราจะต้องทำอย่างไรต่อไป หอยพวกนี้กินได้หรือไม่ หรือว่าแกะเอาแต่เปลือก”
กู้หลินไม่รู้ว่าชาวจีนโบราณเคยกินหอยกาบน้ำจืดหรือไม่แต่เมื่อได้ยินผู้ใหญ่บ้านตั้งคำถามก็รู้ว่าพวกเขาไม่เคยกินมาก่อนจึงบอกถึงวิธีการทำอาหาร
“ท่านผู้นำหอยเหล่านี้กินได้ เรานำไปแช่ในน้ำก่อนสักสองวันเพื่อให้หอยคายดินออกมาก่อนจากนั้นก็ล้างให้สะอาด แล้วนำไปผัดหรือต้มกินกับน้ำจิ้มก็อร่อย”
แม่เฒ่ากู้และกู้เยี่ยมองหน้ากู้หลินแล้วหันมาสบตากันทั้งสองแปลกใจกับความรู้ของนาง แต่ก็ไม่กล้าแสดงพิรุธให้คนในโต๊ะเห็น
“เมื่อหอยสุกปากจะอ้าให้เรากินเนื้อข้างในได้กาบที่แกะออกต้องนำมาล้างและขัดให้มันวาวจากนั้นถึงจะนำเอาไปแกะสลักใส่เครื่องเรือนได้ และอาจารย์หลี่ยังได้แนะนำให้หาวิธีทำเครื่องประดับจากเปลือกหอยพวกนี้ด้วยแต่ข้าไม่มีฝีมือทางด้านนี้ คงต้องให้ท่านแม่เป็คนจัดการเื่นี้”
กู้หลินซึ่งภายในเป็ผู้ใหญ่แล้วมองออกว่าอาจารย์หลี่มีใจให้มารดาของตนจึงอยากสนับสนุนให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น จึงทำทีดึงสองคนให้มาทำงานร่วมกันด้วยท่าทีใสซื่อ
“เครื่องประดับอย่างงั้นหรือแม่ของเ้ามีฝีมือ จริง ๆ”
แม่เฒ่ากู้เผลอปากเอ่ยเื่ในอดีตเพราะความ ดีใจที่ลูกสาวจะนำฝีมือที่ซ่อนไว้หลายปีมาทำประโยชน์อีกครั้ง
“ถ้างั้นก็ยิ่งดีเลยท่านยายข้าอยากให้ผู้หญิงในหมู่บ้านหาเงินช่วยเหลือครอบครัวอีกทางหนึ่งผู้หญิงไม่จำเป็ต้องพึ่งพาผู้ชายฝ่ายเดียวก็ได้ถ้าหากมีความสามารถก็ควรนำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับครอบครัว
คำพูดที่กลั่นมาจากใจของอัจฉราในอดีตถูกกู้เยี่ยแม่เ้าของร่างจดจำไว้ในใจ
“ใช่แล้วลูกสาวของข้าพูดถูกต้องแล้ว ผู้หญิงไม่จำเป็จะต้องพึ่งพาผู้ชายเพียงฝ่ายเดียว”
คำพูดของกู้หลินและกู้เยี่ยที่ไม่เบาจนเกินไปทำให้ภรรยาของชาวบ้านบางคนที่นั่งกินบะหมี่อยู่ใกล้โต๊ะอย่างเงียบสงบต่างก็ได้ยินไปด้วยความฮึกเหิมในใจเกิดขึ้นกับสตรีเ่าั้
“ใช่แล้วข้าต้องทำได้เหมือนคุณหนูกู้”
“ใช่ข้าจะไม่รอกินของที่สามีป้อนให้เพียงอย่างเดียว”
หลังจากอิ่มท้องกันถ้วนหน้าก็ถึงเวลาที่กู้หลินจะบอกทุกคนเื่ที่ได้กลับมาจากการขึ้นเขาในวันนี้
“วันนี้พวกเราขึ้นเขาเพื่อตามหาน้ำตกในความฝันของข้าและพวกเราก็ประสบความสำเร็จในการค้นพบน้ำตกขนาดใหญ่บนป่าลึกบนูเาสูงแอ่งน้ำขนาดใหญ่ถูกปิดกั้นจากต้นไม้ใหญ่ที่ล้มทับลำธารทำให้หมู่บ้านที่เคยอุดมสมบูรณ์ต้องกลายเป็หมู่บ้านแห้งแล้ง”
กู้หลินทิ้ง่ก่อนจะเอ่ยถึงหลี่เหว่ย
“แต่เพราะความช่วยเหลือของคุณชายหลี่ในการพังทลายสันดินจึงทำให้น้ำไหลจากูเาลงมาสู่ลำธารที่ตีนเขาเหมือนเดิม”
เสียงฮือฮาด้วยความดีใจจากผู้หญิงและคนแก่ คนเฒ่าที่ไม่ได้ขึ้นเขาไปด้วย
“พวกเราไม่ได้ค้นพบแหล่งน้ำเพียงอย่างเดียวเรายังค้นพบหอยมุกน้ำจืดที่จะนำมาใส่เครื่องเรือนขายให้ เถ้าแก่มู่ และนำมาทำเครื่องประดับไปขายได้อีกด้วย”
คราวนี้เสียงฮือฮาจากผู้หญิงดังขึ้นกระหึ่มกู้หลินปล่อยให้ทุกคนส่งเสียงด้วยความดีใจอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะยกมือขึ้นเป็สัญญาณให้หยุด
“ท่านผู้นำหมู่บ้านและท่านอาจารย์หลี่ข้าขอรบกวนให้พวกท่านทั้งสองช่วยคัดแยกผู้ชายในหมู่บ้านของเราให้ทำงานตามที่พวกเขาถนัด ส่วนท่านแม่ ข้าจะขอให้ท่านช่วยฝึกสอนผู้หญิงในหมู่บ้านทำเครื่องประดับส่วนข้ากับพี่ใหญ่จะเป็คนนำสินค้าเหล่านี้ไปขาย และนำเงินมาแบ่งปันให้ทุกคน”
สิ้นเสียงของกู้หลินหลี่เหว่ยก็หันไปมองหน้าของนางภายในใจคิดว่านางลืมที่จะมอบงานให้เขาทำเหมือนคนอื่น ซึ่งกู้หลินที่มองอยู่ก็รู้สึกขบขันระคนเอ็นดู
“พี่เหว่ยจะเป็การรบกวนหรือไม่หากข้าจะขอให้ท่านซึ่งมีความรู้มากที่สุดในหมู่บ้านรองจากท่านอาจารย์หลี่ช่วยดูแลและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการค้าของหมู่บ้านทั้งหมด”
หลี่เหว่ยยิ้มกว้างและพยักหน้ารับอย่างยินดี
“แน่นอนในเมื่อทุกคนทำเพื่อหมู่บ้าน ข้าก็เป็คนในหมู่บ้านย่อมต้องช่วยอยู่แล้ว”
ในคืนนั้นจบลงอย่างชื่นมื่นทุกคนทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้รับแจกจ่ายหน้าที่ตามความถนัด โดยฝ่ายชายมีทั้งฝ่ายขึ้นเขาไปตัดไม้ฝ่ายอบไม้ ฝ่ายแกะสลักเครื่องเรือน และฝ่ายประกอบเครื่องเรือนส่วนฝ่ายหญิงที่ไม่มีฝีมือก็ทำหน้าที่ล้างและขัดเปลือกหอยให้มันวาวส่วนคนที่มีฝีมือก็ไปทำเครื่องประดับ และกล่องใส่เครื่องประดับกับกู้เยี่ย
บางครอบครัวไม่ถนัดเื่ทำงานเ่าั้ก็ขอเข้าไปทำงานที่บ้านของตระกูลกู้ ซึ่งเมื่อรวมแล้วชาวบ้านที่ขอเข้าไปทำงานในบ้านของตระกูลกู้ก็มีถึง 6 ครอบครัว กู้หลินจึงขอให้ทุกคนก่อสร้างบ้านของตนเองเพื่ออยู่อาศัยในที่ดินของตระกูลกู้โดยนางจ่ายเงินเป็ค่าจ้างในการสร้างบ้านให้แก่ทุกคน
ชาวบ้านในหมู่บ้านทุกคนทั้งดีใจและตื่นเต้น เมื่อวาดฝันว่าต่อไปหมู่บ้านของพวกเขาจะมีชื่อเสียงและเจริญรุ่งเรืองขึ้น
ต่างจากอาจารย์หลี่ที่นั่งมองความเจริญที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาในหมู่บ้านด้วยความรู้สึกกังวล
“อาเหว่ย แม่นมถิงข้าจะทำอย่างไรดีถึงจะปกป้องพวกเ้าให้รอดพ้นจากภัยที่กำลังจะก้าวเข้ามาหรือว่าพวกเราจะต้องตัดใจหลบหนีจากหมู่บ้านที่มีแต่ความสุขแห่งนี้อีกมันไม่มีทางอื่นอีกแล้วหรือ”
ใบหน้าแสดงความกังวลของอาจารย์หลี่ไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของใครบางคนที่ลอบมอง