ทันทีที่ประตูรถของรินดาปิดลง
น่านฟ้าก็ถอนหายใจยาว
ก่อนปลดเนกไทออกช้า ๆ
รินดาหันมามองทันที
"เป็ไงบ้างดีขึ้นยัง"
ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ
"อืม...ดีขึ้นแล้ว"
รินดาถอนหายใจโล่งอกก่อนเริ่มบ่นทันที
"นี่ถ้าคุณเฉินไม่ไปช่วยน่านรู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
น่านฟ้าหลุดหัวเราะในลำคอ
"พรุ่งนี้ก็คงมีข่าวนักธุรกิจหนุ่มพานางแบบสาวเข้าโรงแรม"
รินดากลอกตา
"อ้าว ก็รู้อยู่แล้ว ทำไมไม่ระวังตัว"
"ก็ระวังแล้ว รินก็รู้ปกติน่านไม่รับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า
แล้วนี่ก็จิบไปนิดเดียวจริงๆแต่ยามันคงแรง"
รินดาส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ
"รินไม่เข้าใจยัยริสานี่เลยปกติน่านก็ดีกับนางจะตายทั้งของขวัญ
เครื่องเพชร แบรนด์เนม ส่งให้ตลอด"
น่านฟ้าหัวเราะหึเบาๆ
"มันง่ายนิดเดียวถ้ามีข่าวฉาวเธนศก็ใช้เป็ข้ออ้างปลด
น่านออกแล้วค่อยบังคับให้น่านแต่งงานทีหลัง"
รินดาอ้าปากค้าง
"โห...ชีวิตนี่เหมือนมีกล้องวงจรปิดติดตัวตลอด
เวลาส่วนยัยริสาก็คงหวังสบาย"ได้เป็ลูกสะใภ้เศรษฐี"
น่านฟ้าเอนศีรษะพิงเบาะก่อนพึมพำเรียบๆ
"แต่แผนมันดันพัง
รินหันมามองทันที
"นั่นสิ แล้วทำไมคุณเฉินไปอยู่ตรงนั้นได้มันแปลกนะว่าไหม"
น่านฟ้านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
"ใช่ น่านก็คิดว่าแปลก คนแบบเขาไม่น่าจะยื่นมือยุ่งเื่ชาวบ้าน"
รินดาเงียบไปเล็กน้อยก่อนเปิดแท็บเล็ตในมือ
"จริง ๆมีเื่หนึ่ง รินยังไม่ได้รายงานน่าน"
น่านฟ้าหันมามองรินดาเลื่อนข้อมูลบนหน้าจออยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ
"่หลายเดือนที่ผ่านมา เฉินกรุ๊ปกำลังกว้านซื้อหุ้นบริษัทอัญมณีในไทย
หลายบริษัทถูกเทกโอเวอร์ไปแล้วบางแห่งกลายเป็บริษัทลูกของเฉินกรุ๊ปเรียบร้อย
"น่านฟ้าขมวดคิ้วเล็กน้อย รินดาจึงพูดต่อ
"ตอนแรกรินนึกว่าเป็การลงทุนปกติแต่พอมาเจอเื่คืนนี้
รินเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันบังเอิญจริงหรือเปล่าอยู่ๆ
นักลงทุนจากจีนจะสนใจธุรกิจอัญมณีไทยขนาดนี้ทำไมแล้ว
ดันโผล่มาช่วยน่านพอดีอีก รินว่ามันแปลก"
ภายในรถตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่ก่อนน่านฟ้าจะยิ้มบาง ๆ
"น่านก็คิดเหมือนกัน"
รินพยักหน้ารัวทันที
"ใช่ไหมล่ะรินว่าคนแบบนั้นไม่น่าจะยื่นมือช่วยใครฟรีๆ
บางทีเขาอาจกำลังหาทางเข้าหาเธนศ"
น่านฟ้ามองออกไปนอกหน้าต่างก่อนตอบเรียบๆ
"ก็ดี"
รินชะงัก"ดี?"
"ถ้าเขาอยากใช้น่านเป็หมากน่านก็จะใช้เขาเป็อาวุธเหมือนกัน"
"น่าน!" รินแทบหลุดเสียงสูง
"นั่นมันัดำแห่งเฉินนะไม่ใช่คนที่ควรเข้าไปยุ่งด้วยไม่กลัวหรือไง
ว่าอาวุธที่ใช้สุดท้ายจะย้อนมาทำร้ายตัวเอง"
น่านฟ้านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
"ชีวิตน่านเสี่ยงอยู่ทุกวันแล้วถ้าอาวุธชิ้นนี้จะเพิ่มแผลให้อีกนิดก็คงไม่เป็ไร"
รินดาได้แต่ถอนหายใจบางครั้งเธอก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรชมเพื่อนคนนี้ว่ากล้าหาญ
หรือมั่นใจในตัวเองเกินไป
รถเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้านสองชั้นหลังใหญ่
แสงไฟสีส้มอุ่นส่องลอดออกมาจากหน้าต่าง
ทำให้น่านฟ้ารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
บ้านของรินดาบ้านที่เขาไม่ได้แวะมาพักมาสักระยะแล้ว
แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนเ้าของบ้านตั้งใจเก็บมันไว้ให้เขาเสมอ
ความจริงเขารู้จักรินดามาั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
จากเพื่อนกลายเป็คนรัก
ก่อนจะกลับมาเป็เพื่อนกันอีกครั้ง
แม้ความสัมพันธ์ในฐานะคนรักจะไปไม่รอด
แต่ในฐานะเพื่อน ทั้งคู่กลับเข้ากันได้ดีกว่าเดิมเสียอีก
บางทีอาจเพราะนิสัยคล้ายกันเกินไป ดื้อพอกัน และไม่ยอมคนพอกัน
จนไม่มีใครยอมใคร
ส่วนพ่อกับแม่ของรินก็เอ็นดูเขามาั้แ่สมัยเรียน
ถึงขั้นยกห้องหนึ่งในบ้านให้เป็ห้องประจำ
จนกลายเป็ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
บ้านหลังนี้คือหนึ่งในไม่กี่สถานที่
ที่เขารู้สึกว่าตัวเองสามารถพักได้จริง ๆ
หลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย
น่านฟ้าก็นั่งอยู่บนเตียงภายในห้องเดิม
ห้องที่ยังคงมีของใช้ส่วนตัวของเขาวางอยู่เหมือนเดิมทุกอย่าง
รินดาเดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำ
ก่อนทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาใกล้หน้าต่าง
สายตาเหลือบไปเห็นนามบัตรสีดำในมือเพื่อน
"แล้วน่านวางแผนอะไรไว้” น่านฟ้าก้มมองนามบัตรในมือมุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
"น่านวางหมากตัวแรกไปแล้ว"
รินดาขมวดคิ้ว"อะไรนะ"
"น่านทิ้งคัฟลิงก์ (กระดุมข้อมือ)ไว้บนรถ"
"เดี๋ยวนะ" รินอ้าปากค้าง
"น่านจงใจเหรอ!"
น่านฟ้ายักไหล่ราวกับเป็เื่ธรรมดา
"แล้วถ้าเขาไม่สนใจล่ะ"
น่านฟ้ายกนามบัตรสีดำขึ้นมาดูก่อนตอบเรียบ ๆ
"เราก็มีช่องทางติดต่อ"
"แต่..."
ดวงตาสีน้ำตาลอำพันหรี่ลงเล็กน้อย
"น่านคิดว่า เขาต้องติดต่อมาแน่นอน"
รินมองเพื่อนตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนส่ายหน้าอย่างหมดคำจะพูด
"บางที...รินก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรเป็ห่วงใครมากกว่ากัน"
น่านฟ้าหลุดหัวเราะเบาๆ ส่วนในมือยังคงถือ
นามบัตรสีดำใบนั้นไว้แน่น
เฉิน เฟยหลง ัดำแห่งเฉิน งั้นเหรอ...
ขณะเดียวกันภายในห้องพักส่วนตัวของโรงแรม
เฟยหลงกำลังเปิดอ่านแฟ้มประวัติในมือ
ข้อมูลของรินดาไม่ได้มีอะไรซับซ้อน
ลูกสาวเ้าของไร่ชาทางภาคเหนือ
เป็เลขานุการส่วนตัวของน่านฟ้ามาสามปี
สายตาคมไล่อ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายก่อนหยุดลง
เคยคบหากับน่านฟ้า วรโชติเมธี ระหว่างศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะปิดแฟ้ม
ขณะนั้นเอง อาเฉิงเคาะประตูแล้วเดินเข้ามาภายในห้อง
ในมือมีกล่องกำมะหยี่สีดำใบเล็ก
"เฮียครับคนขับรถเจอสิ่งนี้บนรถ"
เฟยหลงเปิดกล่องออกดูภายในคือคัฟลิงก์สีเงินคู่หนึ่ง
คงเป็ของใครไม่ได้นอกจากของน่านฟ้า
"จะให้ส่งคืนไหมครับ" อาเฉิงถาม
เฟยหลงมองของในกล่องอยู่ครู่หนึ่งก่อนปิดฝากลับ
"ไม่ต้อง"มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย เป็รอยยิ้มที่พบเห็นได้ยาก
"ฉลาดเหมือนกันนี่คุณชาย" สายตาคมทอดมองคัฟลิงก์บนโต๊ะ ก่อนเอ่ยขึ้นเบา ๆ
"ในเมื่อลื้อเป็คนเดินหมากก่อน...อั๊วก็จะเล่นด้วย"