ตอนที่ 19 ไวรัส
“เป็นอย่างไรบ้างคาล?” อาเบลยังคงมีรอยยิ้มแขวนอยู่บนใบหน้าเสมอเวลาที่พูดคุยกับผม“รู้สึกเหมือนเป็นกระสอบทรายน่ะซิ ทั้งเรย์ ทั้งวลาดไม่มียั้งมือเลย” ปากผมโอดครวญแม้ว่าตอนนี้ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บใด ๆ หลงเหลืออยู่บนร่างกายผมเลย ใจจริง ๆ ผมก็รู้สึกหวาดกลัวความสามารถในการรักษาตัวที่แฝงอยู่ในดีเซลล์ของผมอยู่เหมือนกันนอกจากนั้นผมรู้สึกถึงมานาที่หลั่งไหลอยู่ในตัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน และรู้สึกว่าเริ่มจะสื่อสารกับมานาเหล่านั้นได้ แม้จะเป็นแค่ชั่วขณะหนึ่ง เวลาผมต้องการจะป้องกันตัวผมรู้สึกว่าบริเวณที่ผมต้องการจะป้องกันมีมานาหลั่งไหลไปรวมอยู่บริเวณนั้นหนาแน่นกว่าที่อื่น “ผมต้องขอโทษจริง ๆ ที่ต้องใช้วิธีการแบบนี้กับคุณ แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว และผมเชื่อว่าพลังที่ซ่อนอยู่ของคุณจะถูกปลุกขึ้นมาจากการต่อสู้อย่างแน่นอน” อาเบลบอกกับผมด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิด“ถ้าเป็นก่อนที่ฉันจะรู้ว่าพลังรักษาตัวของตัวเองมันน่ากลัวแค่ไหน ฉันอาจจะตอบนายว่า ‘ถ้าฉันไม่ตายซะก่อนน่ะนะ’ แต่ตอนนี้ฉันดันรู้แล้วว่า ฉันตายยากแค่ไหน” ผมตอบด้วยความรู้สึกหลาย ๆ อย่างปะปนกันไปด้วยใบหน้านิ่งเฉยอาเบลเห็นสีหน้าของผมก็ผงกหัวเบา ๆ พร้อมกับเม้มปาก เหมือนกับว่าไม่สบายใจและเมื่อบทสนทนานั้นจบลง ห้องเลยเงียบเฉยไปจนเกิดบรรยากาศอึมครึมอยู่ครู่หนึ่ง“ผมคิดว่าคุณคงรู้แล้วว่าวันนี้ผมขอตัวคุณจากพวกเรย์มาทำไม” อาเบลเป็นคนทำลายบรรยากาศอึมครึมนั้นลง“เพื่อให้ฉันช่วยเล่าเรื่องที่ฉันรู้เกี่ยวกับปฏิบัติการณ์ของพวกทรินิตี้ใช่มั้ย”อาเบลพยักหน้ารับคำของผมผมนึกถึงเรื่องตอนที่อยู่กับคนกลุ่มนั้น กลุ่มที่พวกอาเบลเรียกว่าทรินิตี้ชื่อกลุ่มที่ผมรู้ตอนที่อยู่กับคนกลุ่มนั้นคือตรีศูล ชื่อทรินิตี้คือชื่อที่ผมได้ยินเป็นครั้งแรกจากพวกวิคเตอร์ ผมจำไม่ได้ว่าผมมาเข้าร่วมกลุ่มกับพวกเขาได้อย่างไร แต่จำระยะเวลาคร่าว ๆ ได้ว่าผมมาร่วมภารกิจกับคนกลุ่มนั้นอยู่ราว ๆ เกือบปี โดยมากสิ่งที่ผมได้รับมอบหมายก็คืองานสนับสนุนต่าง ๆ ให้กับสมาชิกคนอื่น ๆ เช่น การขับรถรับส่ง การเฝ้าติดตามเป้าหมาย และงานอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายมาแต่ละครั้งผมได้รับรู้ว่าโลกของเรามีปีศาจอยู่จริง ๆ จากข้อมูลต่าง ๆ ที่คนกลุ่มนั้นถ่ายทอดให้กับผม คลิปวีดีโอที่น่าเหลือเชื่อ รูปภาพที่น่าสยดสยองของมนุษย์ที่ถูกเข่นฆ่าอย่างเหี้ยมโหด และได้รับรู้เป้าหมายการคงอยู่ของตรีศูล นั่นคือการกำจัดปีศาจให้หมดไปจากโลกนี้ผมจำหน้าของสมาชิกในกลุ่มนั้นได้หลายคน แม้จะไม่ได้มีความสนิทสนมอะไรกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ชายคนหนึ่งที่พูดมากกว่าคนอื่นและมีผมสีเขียว เขาเหมือนกับเป็นผู้นำของกลุ่มเล็ก ๆ ที่ผมอยู่ ชื่อของเขาคือเอซ เอซจะเป็นคนติดต่อกับคนจากกลุ่มอื่น ๆ อยู่เพียงผู้เดียว และเป็นคนบอกสมาชิกในกลุ่มของเราว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยมอบหมายงานให้กับแต่ละคนสำหรับผมภารกิจของเรย์คือภารกิจแรกนอกเหนือจากงานสนับสนุนของผม“นายอยากรู้อะไรบ้างล่ะอาเบล”“ผมอยากรู้ว่ากลุ่มของคุณบอกอะไรคุณบ้างเกี่ยวกับเรย์ ความเกี่ยวข้องกับกูลที่โตเกียว และเรื่องของกรุงเทพฯ”ผมนึกถึงแฟ้มกระดาษที่มีชื่อของเรย์และตราประทับสีแดงแฟ้มนั้น“ฉันได้รับมอบหมายภารกิจนั้นจากหัวหน้ากลุ่มที่ฉันอยู่ เขาชื่อว่าเอซ เอซมีข่าวกรองว่าพวกกูลที่โตเกียวมีแผนจะปล่อยสารพิษบางอย่างในกรุงเทพเพื่อสร้างความวุ่นวายในช่วงประชุมผู้นำโลก...”ประชุมผู้นำโลกของเซเปียนส์ หรือที่คนมักจะเรียกกันว่าการประชุม One World ที่จะจัดขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคมเป็นประจำทุก ๆ สี่ปี การประชุมนี้เป็นการประชุมที่ผู้นำของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า 200 ประเทศเข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพียง และเมื่อนับขบวนผู้ติดตามทั้งหมดแล้วอาจจะมีจำนวนคนที่เข้าร่วมกว่า 10,000 คนวาระทางการเมือง วาระทางเศรษฐกิจ การล็อบบี้เพื่อหาแนวร่วม การเจรจาหาความร่วมมือต่าง ๆ จะเกิดในช่วงเวลาราว ๆ สองสัปดาห์นี้ หากจะว่าไปการประชุมนี้จะเรียกว่าโอลิมปิกทางการทูตก็ว่าได้หากเกิดความวุ่นวายในเวลานั้น ...กับเหล่าผู้นำของประเทศต่าง ๆ ในโลก ก็แปลว่าในแต่ละประเทศจะขาดผู้นำ และอาจทำให้ประเทศบางประเทศเกิดความวุ่นวายอย่างคาดไม่ถึงก็เป็นได้แผนการนี้ของกูลช่างดูน่าหวาดกลัวจนไม่มีใครอยากจะจินตนาการถึง“กลุ่มตรีศูลในเมืองจีนได้ข้อมูลว่าพวกกูลลักลอบเข้าไปยังห้องแล็บแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย ประเทศจีนเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว และได้ลักลอบนำเชื้อไวรัสตัวหนึ่งออกมา หลังจากที่พวกมันนำไวรัสออกมาแล้ว พวกมันก็ทำลายห้องแล็บแห่งนั้นจนพังพินาศ และฆ่าคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จนทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสตัวนั้นพร้อมทั้งยาต้านถูกทำลายไปจนสิ้น”ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่หวั่นไหว“จากนั้นพวกมันก็ค่อย ๆ ขนย้ายไวรัสผ่านประเทศต่าง ๆ มาจนถึงประเทศญี่ปุ่นเพื่อรอการขนย้ายไปสู่ประเทศไทย”“นี่เองคือสาเหตุที่พวกกูลถึงได้มีการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ในช่วงนี้” อาเบลพยักหน้ากับวิคเตอร์“ตอนนั้นเอซบอกกับพวกผมว่าเรย์คือหนึ่งในพวกของกูลที่กำลังเตรียมขนย้ายไวรัสตัวนั้น และการกำจัดเรย์คือการตัดตอนการทำงานของพวกกูลจนทำให้แผนงานของพวกมันต้องชะงัก จากนั้นกลุ่มตรีศูลกลุ่มอื่นจะบุกเข้าโจมตีพวกกูลพร้อม ๆ กัน จากนั้นพวกเราจะทยอยไปสมทบกันที่กรุงเทพ เพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในช่วงการประชุม One World”“แล้วนายต้องไปเจอใครที่กรุงเทพบ้าง”วิคเตอร์เป็นคนถามคำถามนี้ขึ้นมา“ต้องไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มย่อย”เสียงของผมสั่นเล็กน้อย แม้ผมจะไม่ได้สนิทสนมอะไรกับพวกเขา แต่พวกเขาก็คือคนในความทรงจำของผม ยิ่งพอนึกถึงสภาพของพวกเขาจากรูปถ่ายที่วิคเตอร์เคยให้ดู ผมก็รู้สึกอึดอัดในลำคอขึ้นมาชอบกลจากนั้นก็ไปติดต่อกับสมาชิกของตรีศูลที่บาร์ชื่อว่าแฮปปี้บนถนนข้าวสาร ที่นั่นคือหนึ่งในฐานของตรีศูลในประเทศไทย“คุณเคยเห็นหน้าของคนที่คุณต้องไปติดต่อมั้ยคาล” อาเบลถามผมผมพยักหน้า“งั้นเท่าจากข้อมูลที่มีตอนนี้ ฉันว่าเราคงต้องลองสืบเรื่องนี้ต่อหน่อยแล้วล่ะวิคเตอร์” อาเบลหันไปบอกกับวิคเตอร์ จากนั้นก็หันมามองหน้าผมด้วยรอยยิ้ม“วันนี้พอแค่นี้ก่อนคาล ขอบคุณมากสำหรับข้อมูล เดี๋ยววิคเตอร์จะพาคุณกลับไปหาพวกเรย์นะ”............................................................. ไกลออกไปทางตะวันออกของเรมูเลีย ในห้องที่มีลักษณะคล้ายกับสามเหลี่ยมด้านเท่าห้องหนึ่งตรงกลางห้องมีโต๊ะสามเหลี่ยมตัวใหญ่ตัวหนึ่งตั้งเอาไว้อยู่ ทั้งสามด้านของโต๊ะมีคนนั่งอยู่ด้านละหลายคนที่พนังด้านหนึ่งของห้องมีสัญลักษณ์ที่สร้างจากวัตถุคล้ายโลหะสีเงินชิ้นใหญ่ที่มีขนาดเกือบเท่าผู้ชายคนหนึ่งแขวนเอาไว้ สิ่งนั้นมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายโล่ห์คว่ำ ด้านบนของสามเหลี่ยมมีดวงตาดวงหนึ่งติดอยู่ ภายใต้ดวงตาดวงนั้นมีสามง่ามสามเล่มชี้นด้านบนไปยังดวงตา เล่มหนึ่งตั้งตรงอยู่ใต้ด้วงตา อีกสองเล่มเอียงออกทำมุมสี่สิบห้าองศาไปด้านซ้ายและขวาอย่างละเล่ม ด้านฐานของสามเหลี่ยมมีตัวหนังสือภาษาลาตินเขียนไว้ว่า Unus pro omnibus อูนุส โปร ออมนิบุส หนึ่งเดียวสำหรับทุกคน โลกหนึ่งใบสำหรับโอโมเซเปียนส์ทุกเผ่าพันธุ์... สำหรับโฮโมเซเปียนส์เท่านั้น“ได้ยินว่าหน่วยตรีศูลทำภารกิจที่โตเกียวเมื่อปลายปีที่แล้วล้มเหลว” เสียงแหบแห้งราวกับกระดาษทรายของชายผู้หนึ่งกล่าวขึ้น เขาสวมผ้าคลุมสีดำที่ขลิบด้วยแถบผ้าสีเหลืองอยู่สองข้างของชุด“ภารกิจคงสำเร็จลุล่วง หากหน่วยโพรวิเดนซ์ของท่านตรวจสอบข่าวกรองได้ดีกว่านี้ มีโดมินาริติดตามภารกิจของพวกเราจนทำให้แผนทั้งหมดต้องพังลง กูลรู้ตัวก่อนที่เราจะเข้าไปถล่มรังของพวกมันได้ ตอนนี้เราเลยไม่รู้ว่าไวรัสนั่นไปอยู่ที่ไหนแล้ว...” ผู้ชายในผ้าคลุมสีดำมีขลิบผ้าสีแดงโต้ตอบอย่างไม่ลดราขณะที่ชายคนแรกกำลังจะโต้ตอบอะไรบางอย่างกลับมา ชายคนที่สามก็ชิงตัดบทเอ่ยขึ้นมาก่อน“พวกท่านทั้งสองหน่วยโปรดอย่าพึ่งขุดคุ้ยเรื่องราวที่ผ่านไปแล้วเลย หากรังแต่จะหาคนผิด ต่อให้เราใช้เวลาอีกทั้งวันการประชุมนี้ก็คงหาข้อสรุปไม่ได้ จำได้หรือไม่ว่าสาเหตุหลักที่พวกเราต้องมาหารือกันวันนี้คืออะไร เรามารวมตัวกันวันนี้ ก็เพราะต้องการหาวิธีป้องกันไม่ให้พวกกูลทำตามแผนของมันได้ในช่วงเวลาแห่งการประชุม One World” ผู้ชายอีกคนในผ้าคลุมสีดำที่มีขลิบผ้าสีน้ำเงินพยายามเลิกการวิวาทะของผู้ชายที่พูดมาทั้งสองคนก่อนหน้าทั้งสามคนนั่งอยู่คนละด้านของโต๊ะสามเหลี่ยมตัวใหญ่ตัวนั้น“พวกท่านไทรแอดมีแผนการอย่างไรบ้างล่ะ ถ้ามีก็พูดออกมาซิ” ชายจากหน่วยตรีศูลเป็นผู้เอ่ยถามขึ้นมาแต่ไม่ทันที่ชายจากไทรแอดจะตอบอะไร ก็มีเสียงแหบแห้งชิงพูดออกมาเสียก่อน“ก่อนที่ไทรแอดจะตอบอะไรออกมา เราโพรวิเดนซ์ขอแจ้งข้อมูลก่อนว่า เราไม่ได้ไม่รู้ว่าไวรัสหายไปไหน เราติดตามการเคลื่อนที่ของไวรัสได้แล้วว่าตอนนี้มันอยู่ที่ไหน พวกกูลนำมันลงเรือโดยสารจากเล็ดลอดออกมาจากโตเกียว โดยมุ่งหน้าสู่กรุงเทพแล้วตอนนี้ และอีกราวสามวันมันจะผ่านเกาะไต้หวัน” ชายจากโพรวิเดนซ์แก้ต่างประโยคกล่าวโทษจากฝั่งชายจากไทรแอดชายทั้งสามตกอยู่ในห้วงความคิดที่เงียบงันครู่หนึ่งเมื่อได้ฟังข้อมูลใหม่นั้น ก่อนที่ความเงียบจะถูกทำลาย“หากเป็นเช่นนั้น เรายังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่งที่จะสกัดพวกกูลได้อีกครั้งหนึ่งก่อนที่มันจะมาถึงกรุงเทพฯ” ชายจากไทรแอดพูดขึ้นพร้อมกับโลกมือขึ้นกลางอากาศฉับพลันพื้นที่ว่างเปล่าเหนือโต๊ะรูปสามเหลี่ยมตัวนั้นปรากฏภาพคล้ายโฮโลแกรมเป็นรูปแผนที่โลกขึ้นมา เกาะไต้หวันลอยเด่นอยู่กลางแผนที่ “เราควรโจมตีเมื่อเรือเดินทางมาถึงบริเวณนี้ในทะเลฟิลิปปินส์” ชายจากตรีศูลชี้นิ้วไปบริเวณพื้นที่ว่างด้านขวามือของเกาะไต้หวัน บริเวณนั้นปรากฏสามง่ามเล่มหนึ่งปักลงไปในทะเล“โพรวิเดนซ์ท่านช่วยส่งข้อมูลโดยละเอียดให้พวกเราด้วยได้หรือไม่ และครั้งนี้หวังว่าจะไม่มีข้อต้องกังวลอีกแล้วนะ” ชายจากตรีศูลยังไม่ยอมลดราวาศอก“แน่นอนตรีศูล หวังว่าได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วคราวนี้พวกท่านจะไม่พลาดเช่นกัน” ชายจากโพรวิเดนซ์ก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เสียงแหบแห้งของเขาช่างฟังแล้วระคายหูจนน่ากวนใจ“อ้อ อีกเรื่องหนึ่งที่พวกเราโพรวิเดนซ์มีข้อมูลใหม่มารายงานให้พวกท่านทราบ”“เรื่องอะไรหรือที่ท่านจะมาแจ้งแก่พวกเรา” ชายจากไทรแอดหันไปมองหน้าชายจากโพรวิเดนซ์ชายจากโพรวิเดนซ์จ้องหน้าชายจากไทรแอด แล้วก็หันไปมองหน้าชายจากตรีศูล “หน่วยย่อยที่โตเกียวของท่านตรีศูลน่ะ ยังมีผู้มีชีวิตเหลือรอดอยู่อีกหนึ่งราย”จบตอนที่ 19