เสียงฝนตกกระทบกระจกห้องพักดังเป็จังหวะเบา ๆ นทีนั่งนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง แก้วเหล้าที่รินค้างอยู่บนโต๊ะยังไม่ได้ถูกแตะ เขามองหยดน้ำฝนไหลลงมาเป็เส้น ๆ เหมือนภาพความทรงจำที่เอาแต่ย้อนกลับมา
ภาพรันลวีในชุดเดรสสีงาช้าง สวย อ่อนหวาน แต่จับจ้องอยู่เคียงข้างชายอื่น มันกัดกินใจเขาเหมือนมีดที่ค่อย ๆ กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม
เขาพยายามหลับตา แต่ทันทีที่ทำ ภาพคืนนั้นก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง รันลวีหัวเราะเบา ๆ เวลาหยอกเขา เสียงเธอเรียกเขาว่า “เด็กดี” รอยจูบ รสัั ความอบอุ่นที่เคยมี มันชัดเจนจนแทบจะััได้
นที: (พึมพำเบา ๆ)
“พี่ ทำไมต้องให้ผมเจอพี่ด้วยนะ ทำไมต้องเป็ผมที่รักพี่ด้วย”
มือเขากำแน่น ราวกับอยากบังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้ แต่แววตาที่จ้องออกไปนอกหน้าต่างกลับพร่าเลือน น้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว เขาคว้าแก้วเหล้ามาดื่มอึกใหญ่ รสขมเฝื่อนแล่นลงคอ แต่กลับไม่ช่วยลบความเจ็บได้เลย ตรงกันข้าม กลับทำให้ภาพเธอยิ่งชัดขึ้น
นทีโน้มตัวลง พิงหน้าผากกับกระจกเย็นเฉียบ เสียงฝนกลายเป็เสียงปลอบที่เขาเกลียดนัก เพราะมันเหมือนค่ำคืนที่เขาเจอเธอครั้งแรก
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา เขาอยากไปหาเธอ อยากยืนอยู่ตรงนั้นแม้รู้ว่าจะต้องเจ็บมากกว่าเดิม แต่หัวใจกลับขยับไม่ได้ เหมือนถูกตรึงด้วยความจริงที่ว่า เธอไม่เคยเป็ของเขาเลยั้แ่แรก
เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความขมขื่น
“นทีเอ๋ย…สุดท้ายก็แค่คนที่พี่ใช้ซ่อนความเหงา”
แล้วเขาก็ยกแก้วเหล้าอีกครั้ง ดื่มจนหมด ก่อนจะปล่อยร่างเอนลงบนโซฟา ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบ ๆ ไปพร้อมกับเสียงฝนข้างนอก
ในคืนเดียวกันนั้น รันลวีร้องไห้กับความรักที่ไม่อาจได้ ขณะที่นที…ร้องไห้เพราะความรักที่ไม่เคยเป็ของเขาั้แ่แรก
เช้าวันรุ่งขึ้น วันที่นทีตัดสินใจ
แสงแดดอ่อน ๆ หลังฝนหยุดสาดเข้ามาทางหน้าต่าง เสียงนกร้องแว่ว ๆ จากสวนเล็กข้างห้องพัก แต่บรรยากาศกลับไม่สดใสอย่างที่ควรจะเป็ นทีตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหนักศีรษะจากเหล้าที่ดื่มเมื่อคืน ร่างกายอ่อนล้า แต่ใจหนักยิ่งกว่า
เขาลุกขึ้นนั่ง หยิบแก้วเปล่าที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมามอง ก่อนจะวางมันลงอีกครั้ง ราวกับแก้วนั้นเป็สัญลักษณ์ของความว่างเปล่าในชีวิตตอนนี้
สายตาเขาเลื่อนไปที่โทรศัพท์บนโต๊ะ จอว่างเปล่า ไม่มีข้อความ ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยการติดต่อจากรันลวี
เพราะแน่นอน…เธอไม่เคยให้โอกาสนั้นกับเขาั้แ่แรก
เสียงในหัวดังขึ้นสลับกันไปมา
"ไปหาพี่เขา ไปถามให้รู้เื่จะได้จบเสียที"
"ไม่…เขามีเ้าของแล้ว นายไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น แค่หายไปก็คือทางออกเดียว"
นทีลุกขึ้น เดินวนไปมาในห้อง ใจเขาเหมือนถูกฉีกออกเป็สองขั้ว
ภาพใบหน้ารันลวีเมื่อคืนก่อนหมั้น ที่นั่งรอเขาหน้าห้องอย่างเหน็ดเหนื่อยยังคงชัดเจน ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อยากหมั้น แต่ก็ไม่อาจเลือกเขาได้เช่นกัน
นที: (พึมพำกับตัวเอง)
“พี่กำลังติดอยู่ในโลกที่ผมเข้าไปไม่ได้ ผมจะไปแย่งเธอมาได้ยังไง”
เขาทรุดตัวลงนั่งบนเตียง หลับตา สูดลมหายใจยาว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เตรียมตัวลาออกจากงานเพื่อไปที่ไหนสักแห่ง
นิ้วเขาหยุดค้างอยู่กลางจอ น้ำตารื้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ในที่สุดเขาก็ยิ้มจาง ๆ ออกมา ยิ้มที่เ็ปที่สุด
นทีตัดสินใจ เขียนจดหมายสั้น ๆ ถึงรันลวี
แม้รู้ว่าเธออาจไม่มีวันได้อ่าน หรือถึงได้อ่านก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ แต่เขาอยากปล่อยหัวใจออกมาสักครั้ง
“ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ว่าความรักแท้จริงมันเป็ยังไง
ถึงมันจะไม่ใช่ของผม แต่ผมจะจดจำพี่ตลอดไป...ลาก่อนความรักที่สวยงามของเรา”
เขาพับกระดาษใส่ซอง ฝากข้อความนี้ไว้ที่เคาน์เตอร์ดูแลห้องพัก
ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทางเล็ก ๆ เตรียมข้าวของ…
และก้าวออกจากห้องไป โดยยังไม่รู้ว่าจะไปไกลแค่ไหน แต่เขารู้แล้วว่า ถ้าอยู่ที่นี่ต่อไป เขาจะไม่มีวันได้เริ่มต้นใหม่
นทีหนีออกจากที่นี่ ขับรถไปทางใต้
เสียงฝนยังคงตกพรำ ๆ เหมือนกับเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เม็ดน้ำกระทบกระจกหน้ารถเป็จังหวะสม่ำเสมอ เสียงปัดน้ำฝนกรีดไปมาเป็ท่วงทำนองเดียวกับหัวใจของนทีที่ตอนนี้ทั้งหนักและว่างเปล่า
เขาโยนกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นเบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็ว ก่อนขึ้นรถแล้วสตาร์ตเครื่องยนต์ทันที เครื่องยนต์ดังขึ้นท่ามกลางเสียงฝน ราวกับจะปลุกให้หัวใจเขาตื่นจากภวังค์
นทีกดคันเร่งเบา ๆ รถค่อย ๆ เคลื่อนออกจากห้องเช่าที่เขาเคยใช้เป็ที่พักพิง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่การเดินทางธรรมดา แต่เป็การพยายาม “หนี” อย่างแท้จริง
ในกระจกหลัง เขามองเห็นตึกที่เคยอยู่เล็กลงเรื่อย ๆ ไฟหน้าต่างห้องของเขายังส่องสว่างอยู่เหมือนเคย แต่ในคืนนี้จะไม่มีเขาอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว
เขาพึมพำเบา ๆ ราวกับพูดกับตัวเอง
“ขอโทษนะพี่ ผมทำได้แค่นี้แหละ ผมอยากให้พี่มีอนาคตที่ดี ลืมผมไปเถอะ”
ถนนยามค่ำคืนโล่งเกือบสนิท ไฟถนนสีส้มทอดยาวเป็สายเหมือนเส้นด้ายที่ค่อย ๆ พาเขาออกไปจากชีวิตเดิม นทีเลือกขับลงใต้โดยไม่แม้แต่กำหนดปลายทางชัดเจน แค่รู้ว่า “ต้องไป” ให้ไกลพอที่จะไม่เจอเธอ
ฝนตกหนักขึ้นทุกที ละอองน้ำฟุ้งกระจายจนต้องเร่งที่ปัดน้ำฝน เสียงล้อบดกับพื้นเปียกดังเป็จังหวะสะท้อนความรู้สึกในใจเขา ปนระหว่างความเ็ปและความโล่งใจ
เขาเอื้อมมือไปเปิดเพลงในวิทยุ รถเปิดเพลงบัลลาดเก่า ๆ ที่เขาไม่เคยตั้งใจฟังมาก่อน แต่คืนนี้ท่อนหนึ่งกลับแทงใจเขาเต็ม ๆ
“ไม่มีใครหนีหัวใจตัวเองได้ แต่บางครั้งต้องหนีเพื่อให้หัวใจยังหายใจ…”
นทีหัวเราะเบา ๆ ในลำคอแบบขม ๆ
“ใช่สิ หนีให้หายใจก่อน”
ท้องฟ้าเหนือทางหลวงตอนนี้มืดสนิท มีเพียงไฟหน้ารถที่ตัดทะลุม่านฝนออกไป นทีจับพวงมาลัยแน่นขึ้น พยายามหายใจลึก ๆ เหมือนจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ความทรงจำ ความรัก ความเ็ป
แต่ทุกครั้งที่หลับตา ภาพรันลวีก็ยังชัดเจนอยู่ในหัว : ดวงตาที่มองเขาครั้งสุดท้าย เสียงที่สั่นเครือ และกอดที่เธอไม่ยอมปล่อย
นทีบอกตัวเองในใจ
“อีกสักพักมันคงเบาลง ใช่ไหม”
รถแล่นไปเรื่อย ๆ บนถนนสายยาวใต้ฝน ดวงไฟท้ายคันอื่นลางเลือนอยู่ไกล ๆ เหมือนดาวที่หลงอยู่ในหมอก นทียังคงขับต่อไปโดยไม่รู้จุดหมายชัดเจน มีเพียงความหวังเล็ก ๆ ว่า “ที่ไกล ๆ” นั้นจะช่วยให้หัวใจเขาเบาขึ้น