ทุกคนในบ้านล้วนต่างก็ดีใจและคลายกังวลที่หนูนิล หรือคุณหนูนิลของพวกเขาฟื้นตัวขึ้นมาจากอาการป่วยไข้สักที เพราะครั้งนี้อาการของหนูนิลนั้นถือว่าหนักหนา และไม่เคยพบมาก่อนที่ไข้ลดลงเพลาหนึ่ง แต่ก็กลับมาร้อนอีกครั้งในอีกเพลาหนึ่ง จนทั้งท่านหมอยังเอ่ยปากว่าแปลกประหลาดนัก
ส่วนนรินทร์หรือหนูนิลตอนนี้นั้น หลังตื่นขึ้นมาด้วยความทรงจำที่หลอมรวมกันและยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่แสนจะประหลาดนี้ได้บ้างแล้ว ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าหนูนิลเด็กน้อยของบ้านได้จากไปแล้วด้วยโรคไข้เืออก ที่ไม่ได้รับการรักษาได้ทันเวลา เนื่องจากในยามนี้เป็่วสัตฤดู ฝนตกแทบทุกเพลา น้ำจึงท่วมขังทั้งแอ่งน้ำตามธรรมชาติ หรือแม้แต่ตุ่มเก็บน้ำของบ้าน หม้อ ไห หรือภาชนะแตกหัก ย่อมเป็แหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายซึ่งเป็พาหะของโรคไข้เืออกอย่างดีนั้น ไม่ได้ถูกดูแลหรือถูกกำจัด
แต่จะให้หนูนิล เด็กน้อยผู้ไม่ค่อยพูดเริ่มยังไงดี ยิ่งนรินทร์ก็เป็พวกมนุษย์ introvert อีก ‘เฮ้อ...’ ช่างเข้าร่างได้ถูกคนกันจริงๆ แต่ถึงจะไม่ใช่คน introvert แต่จะให้หนูนิลเอ่ยเื่นี้ออกไปตอนนี้นั้นคงถูกมองด้วยสายตาสงสัยเป็แน่ มิใช่แค่ความช่างพูด แต่เื่ราวความรู้เหล่านี้ที่ต้องหาเหตุผลให้ดีก่อน
ระหว่างขบคิดจนคิ้วน้อยๆ ขมวด คนรอบข้างที่มองก็กังวลว่าเด็กน้อยยังรู้สึกเจ็บป่วยไม่สบายตัวอยู่หรือไม่
ก่อนที่จะมีคนเอ่ยถาม หนูนิลก็เหลือบเห็นท่อนแขนขาวๆ ของตัวเองมีรอยแดงเป็จ้ำๆ ก็นึกออก จึงเอ่ยออกมาก่อนพลางเหลือมองหน้าพ่อโชคไปด้วยเพื่อให้รู้ว่าตนกำลังสงสัย
“ป้อจ๋า... แขนนินนิน จี๋แดงๆ ฮื่ออ” พูดพลางจิ้มแขนที่เป็จ้ำแดงๆ ไปด้วย
“เพราะหนูนิลเป็ไข้ ตัวร้อนอย่างไรเล่าลูก เลยมีจุดแดงๆ นี้ อีกเดี๋ยวก็หายนะลูก”
พ่อโชคเมื่อเห็นลูกมองแขนแล้วจิ้มฟ้อง ก็อธิบายให้ลูกได้ฟังว่าเกิดจากอาการป่วยไข้ อีกสักสองถึงสามเพลาก็หายแล้ว
“เอ๋!... มะใจ้น้า ป้อจ๋า ยุงๆ ตำ นินนิน”
พอคนพ่อพูดจบ หนูนิลก็ร้องขัด พลางเอียงศีรษะน้อยๆ อย่างน่ารัก พร้อมแก้ต่างว่าเพราะยุงต่างหากละที่ทำให้เกิดรอยแดงๆ ตามแขนแบบนี้ แต่ไม่ใช่จากเพราะรอยตุ่มที่เกิดจากยุงกัดหนูนิลซะทีเดียวหรอกนะ เพราะรอยจ้ำๆ พวกนี้เกิดจากเ้าเชื้อไวรัสเดงกีทำลายเกล็ดเืจนทำให้หลอดเืฝอยเปราะบาง และทำให้เกล็ดเืต่ำลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เืซึมออกตามิั จนเห็นเป็รอยจ้ำๆ แดงๆ แบบนี้ต่างหาก แต่หนูนิลก็ไม่ได้อธิบายออกไป รอคนฟังตีความกันก่อนค่อยอธิบายก็แล้วกัน
ซึ่งพอทุกคนได้ฟังก็นึกสงสัยจริงๆ เพราะไม่มีทางที่หนูนิลน้อยจะถูกยุงกัดเยอะมากจนมีรอยขนาดนี้ เพราะแม่นวล และป้าอิ่มต่างดูแลหนูนิลเป็อย่างดี ยามนอนน้องก็มีทั้งคู่คอยเฝ้าเสมอ คนเป็แม่จึงอดถามลูกน้อยออกมาไม่ได้ว่าลูกไปถูกยุงกัดมากมายเพียงนี้เมื่อไหร่กัน
“หนูนิล ลูกถูกยุงกัดเมื่อไหร่กันเด็กดี บอกแม่กับพ่อได้หรือไม่ ทำไมถึงบอกว่าเป็รอยยุงล่ะหนูนิล”
พอมีตัวแทนถามคำถาม หนูนิลซึ่งรอต่อบทอยู่จึงแสดงต่อได้อย่างราบรื่น พร้อมบอกพ่อโชคอุ้มตนไปที่หน้าต่างเพื่อชี้ให้ทุกคนดูไปที่ตุ่มเก็บน้ำและแหล่งน้ำขังต่างๆ ที่ยังมีน้ำอยู่ หลังจากฝนหยุดตกไปแล้วในวันนี้ แต่ฟ้าก็ยังครึ้ม ฝนพร้อมจะตกลงมาอีกได้ทุกเมื่อเช่นกัน
“ป้อจ๋า นู้นๆ ยุงๆ มียูกๆ เยอมาดในหน้ำ กัดนิน เจ่ะๆ ละมะกัดป้อจ๋า เจ่ะๆ เหมืองนิน ฮื่อ!” อธิบายแบบเด็กๆ พร้อมร้องฮื่อส่งท้ายพร้อมกอดคอพ่อโชคไว้แน่น พักเหนื่อยแป๊ป!
“นินนิน มะหยัก ป้อจ๋าเจ่ะๆ นิน”
‘เฮ้อ’ หนูนิลคนนี้อยากได้ตัวช่วยนะ พูดจบไปสองประโยคนี้เหนื่อยมากนะ วุ้นแปลภาษาต้องเข้าแล้วหล่ะ เพราะทุกคนดูเงียบไปจนหนูนิลไม่รู้ว่าทุกคนฟังกันรู้เื่และเข้าใจกันไหม และเมื่อขอตัวช่วย ตัวช่วยหลังจากพยายามแปลภาษาน้องก็ยังตีความไปพร้อมกันก็ยอมเอ่ยออกมาเพื่อยืนยันความเข้าใจของตนออกมา
“หนูนิล น้องหมายถึงมียุงมากัดน้องและทำให้น้องป่วย พอน้องป่วยยุงไปกัดพ่อโชค พ่อโชคก็จะเจ็บป่วยใช่หรือไม่”
หลังโกเมนพูดจบ หนูนิลก็ตาโตเพราะว้าวกับความฉลาดของคนพี่ พร้อมพยักหน้าให้พี่ครั้งหนึ่ง
“และพวกยุงมันมีลูกๆ ของมันเยอะมากเลย ในน้ำ? เอ่อ ในตุ่มเก็บน้ำของบ้านเรานั้นรึ ใช่ไหม พี่พูดถูกหรือไม่”
โกเมนเอ่ยประโยคถัดมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
“ใจ้! พี่เมน เจ่งๆ ยูกยุงๆ เยอมาด” หนูนิลถึงกับปรบมือน้อยๆ ให้ความเก่งของคนพี่ พร้อมยิ้มหวานที่มีคนเข้าใจสิ่งที่ตนเองพยายามสื่อสารออกไป
“ถ้าเยี่ยงนั้นเราต้องกำจัดแหล่งที่อยู่ของลูกยุงพวกนั้นสินะ พวกตุ่มเก็บน้ำดีหน่อยที่่นี้ยังเป็ฤดูฝน เทน้ำเก่าออกแล้วเติมน้ำจากฝนใหม่ได้ จากนั้นหาใบจากหรือใบลานมาสานเป็ที่ปิดก่อนดีหรือไม่ครับพ่อโชค”
หิรัญพี่ใหญ่ที่เงียบฟังทุกคนอยู่นาน เสนอทางแก้อย่างแรกออกมา
“เอาตามลูกว่าเถอะเ้ารัญ เดี๋ยวพ่อกับเ้าล้วนจักช่วยกันจัดการเื่นี้เอง ส่วนเ้าและป้าอิ่มไปช่วยกันคว่ำพวกหม้อ ไห ที่มิได้ใช้งานแล้วน้ำขังอยู่ให้หมด เพื่อไม่ให้ลูกยุงพวกนี้มีที่อยู่อาศัย จักได้ไม่กลายเป็ยุงมากัดคนในบ้านจนเจ็บไข้กันอีก” พ่อโชคซึ่งเห็นด้วยกับลูกชาย สั่งความเพิ่มเติม
“ลูกไปช่วยพี่รัญด้วยครับ!” โกมิน พูดขึ้นมา เพราะตนก็อยากช่วยด้วยเหมือนกัน เ้ายุงร้ายพวกนี้ บังอาจมากที่มากัดน้องน้อยของพวกเขา
“เมนไปด้วยครับ” โกเมนเอ่ยอาสาอีกคน